• พี่ก๊วย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-09-16
  • จำนวนเรื่อง : 113
  • จำนวนผู้ชม : 302062
  • จำนวนผู้โหวต : 284
  • ส่ง msg :
  • โหวต 284 คน

BrazilMiss

Miss flight in Brasil

View All
<< ธันวาคม 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 1 ธันวาคม 2553
Posted by พี่ก๊วย , ผู้อ่าน : 2779 , 10:51:32 น.  
หมวด : ดนตรี

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน รินรู้ดี , จุนแม่ โหวตเรื่องนี้

นับเป็นครั้งแรกที่โครงการดนตรีเพื่อสุขภาพและโครงการดนตรีจิตอาสา จัดกิจกรรมขึ้นเป็นพิเศษเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อเปิดโอกาสให้หมอ พยาบาล นักศึกษาแพทย์  และบุคลากรในคณะแพทยศาสตร์เชียงใหม่ โรงเรียนศรีสังวาล มหาวิทยาลัยพายัพ ได้ถวายความจงรักภักดีต่อพระองค์ด้วยการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ 

 

นักดนตรีประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ จักรกริช กล้าผจญ เล่น Electone (อิเล็กโทน) รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ แพทย์หญิง ลักขณา ไทยเครือ เล่น Saxophone (แซ็กโซโฟน) Chinese Flute (ขลุ่ยจีน) และ Xun นักศึกษาแพทย์ กฤษณ์ ศรีธิหล้า เล่น Cello (เชลโล) นักศึกษาแพทย์ นรกมล สุวรรณพันธ์ เล่น Piano (เปียโน) นักศึกษาแพทย์ วราชันย์ ไชยกันทะ เล่น Violin (ไวโอลิน) อ.วสันต์ชาย อิ่มโอษฐ์ มหาวิทยาลัยพายัพ  เล่นอิเล็กโทน น้องครู สิงห์สุวรรณ โรงเรียนศรีสังวาล ใช้ปากเล่นอิเล็กโทน

 

นักร้องมาจากหลายหลากทั้งหมอ พยาบาล ผู้ช่วย ช่าง คนงาน ต่างร่วมใจกันมาถวายความจงรักภัคดี มี คุณ สมศรี เตจ๊ะ คุณ ทรรศนีย์ ชัยปัญญา คุณ กฤติกา ฟูธรรม คุณ พจณี อุททะวงศ์ คุณ สำรวย ขาลพรหม  คุณ สุทัศน์ สมบูรณ์ คุณ จารุณี ตรีเพ็ชร รศ. นพ. กำธร ธรรมประเสริฐ เสกสรร จิตสุทธิ มนตรี ทาวัน ศ. พญ. เบญจพร ไชยวรรณ์

วิทยากรประกอบด้วย รศ. นพ. กำธร ธรรมประเสริฐ ศ. พญ. เบญจพร ไชยวรรณ์ อ.วสันต์ชาย อิ่มโอษฐ์ มีคุณเจเจ้าเก่าและสาวสวยน้องใหม่มาเป็นพิธีกร

เราโหมโรงก่อนเข้าสู่เพลงพระราชนิพนธ์ ด้วยเพลงมิ่งฟ้าไทย และเพลง Princess Mononoke  

เพลงมิ่งฟ้าไทยเป็นทำนองเพลงไทยเดิม แบบเพลงยอยศพระลอ สำเนียงลาว 2 เพลง คือ เกริ่น ลาว และลาวกระทบไม้  รศ. นพ. กำธร เขียนคำร้องขึ้นใหม่ ผศ. นพ. จักรกริช เรียบเรียงเขียนเป็นโน้ตสากลขึ้นเพื่อใช้บรรเลงในโอกาสพิเศษนี้ คุณสมศรีผู้มีเสียงหวานก้องกังวานร้องได้จับจิตนัก

เพลง Princess Mononoke เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์การ์ตูนของญี่ปุ่น  ฉันว่าเป็นเพลงที่แปลกเพราะบางคนฟังแล้วเศร้า บางคนฟังแล้วเสมือนนั่งอยู่ริมสายธารดื่มด่ำไปกับธรรมชาติ แตกต่างกันทางอารมณ์อย่างยิ่ง ลองฟังดูค่ะ

 

เพลงชะตาชีวิต เป็นเพลงบลูส์ ซึ่งทรงพระราชนิพนธ์เป็นลำดับที่ 5 ขณะที่เสด็จฯ ทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์หลังเสวยราชสมบัติแล้ว โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงประพันธ์คำร้องภาษาอังกฤษโดยใช้ชื่อว่า ‘H.M. Blues’ ซึ่งคนส่วนใหญ่คิดว่าคงจะหมายถึง His Majesty’s Blues แต่แท้จริงหมายถึง Hungry Men’s Blues เพราะเหตุว่าในงานรื่นเริงที่ทรงเชิญข้าราชบริพาร นักเรียนไทย ไปร่วมงานเป็นการส่วนพระองค์นั้น ทรงบรรเลงเพลงเป็นเวลาครึ่งคืนโดยมิได้ทรงหยุดเพื่อเสวยพระกระยาหารเลย ในขณะที่ผู้ได้รับเชิญทุกคนได้รับพระราชทานอาหารอิ่มหนำสำราญ ฉันซาบซึ้งในเรื่องนี้ดี เพราะเป่าแซ็กโซโฟน ผิวขลุ่ยจีน และ เป่า Xun ซึ่งต้องใช้กระบังลมและกล้ามเนื้อหน้าท้องช่วย จึงจะทานก่อนเล่นไม่ได้ ครั้นจะดื่มน้ำหวานจุบจิบก็ไม่ได้เพราะลิ้นแซ็กโซโฟนที่ทำด้วยไม้ไผ่กับรูเป่าของ Xun จะสกปรก ค่อยไปฟาดเอาตอนเล่นเสร็จนู้น

สำหรับคำร้องภาษาไทยซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้ ศ.ดร.ประเสริฐ ประพันธ์นั้น ศ.ดร.ประเสริฐเล่าว่า ด้วยเหตุที่โน้ตเพลงและคำร้องภาษาอังกฤษอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คำร้องภาษาไทยจึงมีความหมายคนละแบบต่างกันไปอย่างมาก แต่ก็มีหลักให้เนื้อร้องเพลงบลูส์เป็นไปตามพระราชประสงค์ คือตอนท้ายต้องสะท้อนปรัชญาชีวิตที่ให้มีความหวังอยู่ด้วย

“เป็นเพลงบลูส์นี่ ก็ให้มันเป็นเพลงเศร้า แต่ว่าในตอนท้ายก็ต้องให้เป็นว่า ‘สักวันบุญมา ชะตาคงดี’ อะไรประเภทนี้ ให้ต้องกับพระราชประสงค์”

การประพันธ์คำร้องในตอนต้น ผู้ประพันธ์เข้าใจผิดว่าโน้ตครึ่งเสียงหรือเสียง Minor ควรจะแต่งเนื้อด้วยคำตาย เช่น ‘หากเย็นลงฟ้าคงยิ่งมืดยิ่งมัวมิด’แต่ภายหลังได้รับคำชี้แจงจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ และทรงช่วยปรับปรุงแก้ไข คำร้องจึงไพเราะเพราะพริ้งขึ้น เป็นเพลงหนึ่งที่ Carnegie Hall Jazz Band ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้อัญเชิญไปบรรเลงเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2538

 

 

เพลงแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ เมื่อเดือนเมษายน 2489 ขณะที่ทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระอนุชิราช คือเพลงแสงเทียน ทำนอง Blues ได้โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริทรงประพันธ์คำร้องภาษาไทย

 

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า ถึงแม้จะเศร้าก็จริง แต่ตอนท้ายของเพลงนั้นเขาต้องมีปรัชญาชีวิต ว่าจะต่อสู้ต่อไป ยังมีความหวังอยู่” (อ้างถึง ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ประเสริฐ ณ นคร) เราเลยเล่นเพลงนี้ด้วยจังหวะสนุกสนาน

เพลงแสงเทียน ออกบรรเลงช้ากว่าเพลงพระราชนิพนธ์ที่สองและสาม คือ เพลงยามเย็น และ สายฝน ต่อมาโปรดเกล้าฯ ให้วงสุนทราภรณ์นำเพลงพระราชนิพนธ์แสงเทียนออกบรรเลง มีนายเอื้อ สุนทรสนาน เป็นผู้ขับร้อง และในพ.ศ. 2496 ได้โปรดเกล้าฯ ให้ รศ. สดใส พันธุมโกมล ประพันธ์คำร้องเป็นภาษาอังกฤษ

 

 

 

 ระหว่างเล่นก็คอยป้อนนมป้อนน้ำน้องครู เด็กพิการแขนขาใช้การไม่ค่อยได้ แต่หัวใจยิ่งใหญ่

 

 

 

 เพลงใกล้รุ่ง  เป็นเพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 4 ในขณะที่ทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช โดยพระราชทานทำนองให้ ศ. ดร. ประเสริฐ ณ นคร อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำไปประพันธ์คำร้องภาษาไทย โดยมิได้ทรงกำหนดพระราชประสงค์ ซึ่ง ศ. ดร. ประเสริฐ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าแรงบันดาลใจของเนื้อเพลงนี้มาจากเสียงไก่ขันที่ได้ยินจากข้างบ้าน เป็นเพลงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำลูกล้อลูกรับของดนตรีไทยมาใส่ไว้ในทำนองด้วย ทรงโปรดเกล้าฯ ให้นำออกบรรเลงครั้งแรกทางวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

 

  

อ. วสันต์ชาย กล่าวถึงพระอัจฉริยภาพให้พวกหมอพยาบาลที่ไม่คอยถนัดเรื่องตัวโนต์ฟังจนทึ่งปนงง

 

 

 

พ่อหลวงทรงพระราชนิพนธ์เพลงสายฝน เมื่อเดือนพฤษภาคม 2489 ขณะที่ยังทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช เป็นจังหวะวอลทซ์ มีลีลานุ่มนวล และอาจกล่าวได้ว่า เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ที่พสกนิกรชื่นชอบมากที่สุดเพลงหนึ่ง

เมื่อวันพุธที่ 16 ธันวาคม 2524 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสกับคณะกรรมการของสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยถึงที่มาของเพลง ซึ่งเป็น ‘ความลับ’ ในการพระราชนิพนธ์เพลงนี้ว่า

“...คืนวันนั้นที่แต่งเพลงเพราะว่าเข้านอนแล้วฟังวิทยุ มันเกิดครึ้มใจ ก็ปิดวิทยุแล้วเอาเศษกระดาษมาขีดๆ แล้วก็จดไว้...แล้ววันรุ่งขึ้นก็ไปเคาะที่เปียโนซึ่งมีเปียโนหลังหนึ่งที่โปเก เสียงก๊องๆแก๊งๆ ไม่ได้เรื่อง แต่ก็เคาะไป แล้วก็เรียบเรียงไปสัก 2 ชั่วโมง ส่งไปให้ ม.จ.จักรพันธ์เพ็ญศิริ บอกว่าได้เพลงแล้ว... ม.จ.จักรพันธ์เพ็ญศิริ ก็ส่งไปให้ครูเอื้อ ครูเอื้อก็เรียบเรียง วันรุ่งขึ้นออกสวนอัมพรแล้ว”

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2542 ทรงเล่าถึงความปีติยินดี ในฐานะของผู้ทรงพระราชนิพนธ์เพลง เมื่อทรงทราบว่าเพลงนั้นๆ เป็นที่นิยมชมชอบอย่างมากในหมู่ผู้ฟังว่า

“...ครั้งโน้น เสด็จในกรมชัยนาทฯ ท่านไปด้วยในงานของสมาคมเลี้ยงไก่ ท่านหันมาพยักหน้า บอกว่าดี เราก็ปลื้มใจ คือเพลงสายฝน เป็นที่พอพระทัยของเสด็จในกรมชัยนาทฯ ก็เลยทำให้ปลื้มใจ เพราะว่าเสด็จในกรมชัยนาทฯ นี้ท่านเป็นญาติผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นลุงองค์เดียวที่เหลือมาตอนหลัง และที่สนิทสนมเพราะเสด็จในกรมชัยนาทฯ ท่านเป็นลูกเลี้ยงของสมเด็จพระพันวัสสาฯ” 

          “แต่ท่านไม่โปรดดนตรีอย่างที่เขียนหรือที่เล่น ท่านโปรดดนตรีคลาสสิค ดนตรีพวกโอเปร่า เมื่อท่านหันมาพยักหน้าว่าดี ก็ปลื้มใจมาก พูดถึงเพลง ‘สายฝน’ นี้เป็นเพลงที่มีความภูมิใจมากเพราะว่าท่านหันมาพยักหน้าว่าดี”

 

“นอกจากนั้น ก็คงทราบเรื่องที่ หม่อมเจ้าจักรพันธ์ คือพระองค์เจ้าจักรพันธ์ฯ ท่านเล่าให้ฟังว่า เมื่อท่านไปเชียงใหม่ ครั้งนั้นประมาณ 6 เดือน หลังจากที่เพลง ‘สายฝน’ ได้ออกมา ท่านเดินไปตามทาง เข้าไปในถนนเล็กๆ เป็นตรอก ท่านได้ยินคนผิวปากทำนองเพลง ‘สายฝน’ ท่านก็เดินเข้าไป ไปถึงเสียงของเพลงนั้นที่คนผิวปาก ปรากฏว่าเป็นชาวจีนที่กำลังซักผ้าอยู่และผิวปากเพลง ‘สายฝน’ อันนี้ท่านเล่าให้ฟัง เลยทำให้ปลื้มใจอีกอย่างหนึ่งว่าเพลง ‘สายฝน’ นี้ทุกคนชอบ แล้วก็จำทำนองได้ ก็หมายความว่าเป็นเพลงที่ใช้ได้ ต่อมา เมื่อกลับมาจากสวิสมาที่เมืองไทยนี่ มีงานที่วังสระปทุม เสด็จในกรมชัยนาทฯ ท่านก็อยู่ว่า วงดนตรีเล่นเพลง ‘สายฝน’ ท่านก็มาพูดอีกทีว่าเพลงนี้ไม่แพ้เพลงสรรเสริญพระบารมี คือไปที่ไหนก็มีเพลงนี้ ท่านก็รู้สึกปลื้มใจ เราก็ยิ่งปลื้มใจว่าท่านเห็นด้วย และเป็นเพลงที่ออกมาจากฝีมือของเราเอง ถือว่าเพลงนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะว่าทุกคน ผู้สำเร็จราชการก็โปรด ผู้ซักผ้าก็ชอบ ก็หมายความว่า เป็นชัยชนะอย่างสูงที่ได้ผลิตเพลงอย่างนี้...”

ส่วนคำร้องภาษาไทยมีจุดเริ่มมาจากหม่อมวิภา (วิภา เก่งระดมยิง อดีตหม่อมในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ) โดยในขณะที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงประพันธ์คำร้องในตำหนักที่ใกล้ประตูมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผอิญฝนเกิดตกลงมา หม่อมวิภาเดินไปปิดหน้าต่าง มองเห็นฝนกำลังตกจึงเดินกลับมา พร้อมด้วยคำอุทานจากแรงบันดาลใจว่า

“สาดเป็นสายพรายพลิ้วทิวทุ่ง”

ทั้งนี้ได้โปรดเกล้าฯ ให้ ศ. ท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ฯ ประพันธ์คำร้องภาษาอังกฤษ เพลงพระราชนิพนธ์เพลงนี้ วงดนตรี N.Q. Tonkunstler Orchestra ได้อัญเชิญไปบรรเลง ณ Concert Hall กรุง Vienna เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2507 และสถานีวิทยุกระจายเสียงของรัฐบาลออสเตรียได้ส่งกระจายเสียงเพลงนี้พร้อมเสนอข่าวไปทั่วประเทศอีกด้วย

เพลงลมหนาว เป็นเพลงลำดับที่ 19 ทรงพระราชนิพนธ์ภายหลังเสด็จฯนิวัตพระนครฯ เป็นการถาวรแล้ว โดยโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลงนี้แก่สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษเพื่ออัญเชิญไปบรรเลงในงานประจำปี ทั้งนี้โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงประพันธ์คำร้องภาษาอังกฤษ และท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา ประพันธ์คำร้องภาษาไทย เพลงลมหนาว นี้นับว่าเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงเพลงหนึ่ง

 

เพลงยามเย็น  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสกับคณะกรรมการของสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในโอกาสเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินเพื่อสมทบทุนโครงการพัฒนาตามพระราชประสงค์ ณ ศาลาดุสิดาลัย เมื่อวันพุธที่ 16 ธันวาคม 2524 ว่า

“เพลงยามเย็น เพลงที่สองนั้นนะ เป็นเพลงพี่ของเพลงสายฝน แก่เดือนไป 1 เดือน เขาเกิดเดือนเมษายน (2489)”

ทรงพระราชนิพนธ์เพลงยามเย็น ตั้งแต่ยังทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช และโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงประพันธ์คำร้องภาษาไทย และศาสตราจารย์ท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ประพันธ์คำร้องภาษาอังกฤษ  เป็นเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรกที่พระราชทานให้นำออกบรรเลงในงานของสมาคมป้องกันวัณโรค เป็นเพลงในจังหวะฟ็อกซ์ทร็อต เหมาะสำหรับการเต้นรำของคนไทยในสมัยนั้น จึงเป็นที่ประทับใจพสกนิกรมาก และกลายเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมทันที แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสว่า

“เพลงยามเย็นนี้เป็นที่รู้จัก แต่ไม่โด่งดังเหมือนสายฝน”

 

 

 

เพลงความฝันอันสูงสุด  เกิดขึ้นจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชประสงค์จะพระราชทานกำลังใจให้แก่บรรดาข้าราชการทหาร ตำรวจและพลเรือน มิให้ท้อถอยในการปฏิบัติหน้าที่ต่อชาติ บ้านเมือง จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค เขียนคำกลอนเตือนใจแล้วพิมพ์แจกเหล่าข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และพลเรือน ต่อมาทรงกราบบังคมทูลขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานทำนองเพลงความฝันอันสูงสุด จึงเป็นเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรกที่มีการเขียนคำร้องก่อน แล้วทรงใส่ทำนองภายหลัง 

เพลงนี้พระราชทานให้ ม.ล.อัศนี ปราโมช เรียบเรียง เป็นเพลงที่ ม.ล.อัศนี เรียกว่า Functional Music คือเนื้อเพลงมาก่อน แล้วเจาะจงเพื่อวัตถุประสงค์จำเพาะที่กำหนดไว้ แตกต่างจากยุคเดิมซึ่งทรงพระราชนิพนธ์ทำนองจากแรงบันดาลพระราชหฤทัยโดยตรง คุณมนตรีเจ้าหน้าที่ฝ่ายสถานที่พกพาทรงผมกับหนวดแบบพี่แอ๊ดคาราบาวมาทำเอาคนดูผงะนึกว่าผิดงาน แล้วก็สุดทึ่งในลีลาควงไมค์เขย่าลูกคอได้กระชากจิตปลุกเร้าอารมณ์ได้อย่างถึงใจ

  

Oh I say  เป็นเพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์ขณะแปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน และโปรดเกล้าฯ ให้ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ประพันธ์คำร้องภาษาอังกฤษ เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่นิสิตนักศึกษา ในระหว่างเสด็จฯ ทรงดนตรีร่วมกับวงดนตรีของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในสมัยก่อน

 

ระหว่างพ.ศ. 2494 – 2495 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์จะพระราชทานพรปีใหม่ให้แก่พสกนิกรของพระองค์เป็นบทเพลง จึงพระราชทานเพลงที่ทรงแต่งร่วมกับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ซึ่งทรงแต่งไว้นานมาแล้ว ดังจะเห็นได้จากกระแสพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานแก่คณะกรรมการโครงการ ‘ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์’ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2542 มีใจความว่า

 

 

“...เพลงพรปีใหม่ คนก็ว่าแต่งในวันปีใหม่นั่นเอง หรือวันก่อนวันปีใหม่ แท้จริงแต่มานานแล้ว แต่งมานานก่อนที่จะออกปีใหม่เป็นปีหรือสองปี ตอนนั้นไม่สบาย คืออยู่ที่เมืองนอก ไปมีอุบัติเหตุ แล้วหมอก็บอกว่าห้ามเล่นแซ็กโซโฟน แต่ว่าท่านจักรพันธ์อยู่ด้วย เมื่อท่านอยู่ด้วยก็ให้ท่านเป่า ให้ท่านเป่าแซ็กโซโฟน ท่านก็เป่ามีเสียงออกมาได้ เมื่อท่านเป่าท่านก็ไม่รู้ว่านิ้วจะวางอย่างไร ลงท้ายก็เอานิ้วของเราใส่บนแซ็กโซโฟน แล้วท่านก็เป่า ก็เล่นได้ ลงท้ายท่านก็เรียงไปมา ท่านก็เล่นแซ็กโซโฟนได้ เมื่อเล่นแซ็กโซโฟนได้ และเมื่อหมออนุญาตให้เป่าแซ็กโซโฟน ก็เลยเริ่มเล่นเป็นเพลงที่แต่งเอาเอง คนหนึ่งเล่นส่วนหลัก แล้วอีกคนก็เล่นต่อ สลับกันไปอย่างนี้ แล้วจดเอาไว้ เมื่อจดเอาไว้แล้ว ก็นับว่าเป็นเพลงขึ้นมา มาถึงปลายปี ก็เลยนึกว่า เอ๊ะ...เราแต่งเพลงสำหรับให้พรปีใหม่ ก็แต่งเอาอันนี้ที่แต่งไว้แล้ว ซึ่งเป็นเพลงที่มีคนแต่งสองคน ไม่รู้ว่าเป็นเพลงก็มาปรับปรุงให้เป็นเพลงได้ และเมื่อจดเป็นเพลงแล้ว ก็ให้วงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ไปออกในวันปีใหม่ ไม่ใช่ว่าเพลงนี้แต่งตั้งแต่วันนั้น แต่งมาก่อนแล้วก็แต่งแบบทุลักทุเลแบบนี้...”

เพลงพระราชนิพนธ์นี้ได้นำออกมาบรรเลงทางสถานีวิทยุ อ.ส. ในโอกาสต่อมา และเป็นที่นิยมบรรเลงในโอกาสปีใหม่เรื่อยมาทุกปีจนถึงปัจจุบัน

เพลงนี้ น้องครู สิงห์สุวรรณ โรงเรียนศรีสังวาล ใช้ปากเล่นอิเล็กโทน ลองชมดูว่าไพเราะแค่ไหน ที่สำคัญแสดงให้เห็นถึงความไม่ยอมแพ้แก่โชคชะตา

 

 

เพลงแผ่นดินของเรา  เป็นเพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์ในวันพระราชทานเลี้ยงเจ้าหญิง Alexandra แห่งเค้นท์ สหราชอาณาจักรอังกฤษ ซึ่งเสด็จฯ มาเยือนราชอาณาจักรไทย เป็นการส่วนพระองค์ พลเรือตรี ม.ล.อัศนี ปราโมช ได้เล่าถึงที่มาของเพลงนี้ว่า

“วันพระราชทานเลี้ยงเจ้าหญิง Alexandra ที่ศาลาผกาภิรมย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาก่อนเจ้าหญิงเสด็จนิดหนึ่ง ทรงมีทำนองเพลงมายื่นให้คุณพ่อผม (ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช) คุณเสนีย์ท่านก็เขียนเนื้อเพลงเป็นภาษาอังกฤษ หลังจากเสวยแล้วทรงดนตรีก็ได้เล่น... คุณแมนรัตน์ร้อง ตรงกลางท่านมาเสริมทีหลัง ตรงกลางที่ว่า เรามีป่าไม้  เดิมยังไม่มี วันหลังจึงได้ทรงต่อ เพราะขาดตรงกลาง....”

คำร้องภาษาไทยเกิดขึ้นในระยะหลังเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดเพลงปลุกใจให้รักชาติบ้านเมือง ทรงมีพระราชดำริว่าเพลงนี้น่าจะใส่คำร้องภาษาไทยได้ จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานทำนองเพลงนี้จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ประพันธ์คำร้องภาษาไทยเป็นเพลงแผ่นดินของเรา ศ. พญ. เบญจพร และคณะร้องได้หวานซึ้งประทับใจในเพลงสุดท้ายก่อนเข้าสู่เพลงสรรเสริญพระบารมีด้วยความปลื้มปิติ

 

ท่วงทำนองที่ไพเราะ ประกอบคำร้องที่ลึกซึ้งจับหัวจิตหัวใจ แฝงความหมายแห่งชีวิตสะท้อนให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้อย่างกระจ่างแจ้ง… เราโชคดีแค่ไหนที่มีพ่อหลวงเป็นมิ่งขวัญฟ้าไทย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก รศ. นพ. กำธร ธรรมประเสริฐ ศ. พญ. เบญจพร ไชยวรรณ์ อ.วสันต์ชาย อิ่มโอษฐ์ และรูปจาก คุณพยาบาล วิไลลักษณ์ ชาพรหมมา


เรื่องที่มีผู้อ่านสูงสุด จาก NationTV



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
รินรู้ดี วันที่ : 06/08/2011 เวลา : 13.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rinrudee



ขอบคุณค่ะที่แวะไปเยี่ยมที่บ้านของรินรู้ดี

เพลงที่นำเสนอมาทั้งหมด
มีความไพเราะด้วยเนื้อหา
และการบรรเลงดนตรี

ขนลุกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
อาเน๊าะบุหลัน วันที่ : 01/01/2011 เวลา : 21.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bulan
http://www.oknation.net/blog/hati¨‘°ºO--ลูกพระจันทร์บรรเลง--Oº°‘¨   ดนตรีพื้นเมืองชายแดนใต้   


ส วั ส ดี ปี ใ ห ม่ ค รั บ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 22/12/2010 เวลา : 09.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

จุนแม่
"แวะมาฟังเพลงค่ะ คุณหมอพี่ก๊วยเก่งทุกอย่างเลยค่ะ
ยกนิ้วให้ "
ทำได้หลายอย่าง เอาดีไม่ได้สักอย่างค่ะ


BlueHill
"ดีใจด้่วยครับพี่ก๊วยกับรางวัลชนะเลิศเปิดกรุประัสานรักปี 4 "
เพิ่งมีโอกาสมาเข้า blog ต้องขอบคุณ BlueHill ที่กรุณาไปตามไปแจ้งข่าวถึงบ้าน

"เิปิดคลิปเสียงเพลงมิ่งฟ้าไทย ฟังแล้วขนลุกเลยครับพี่ก๊วย "
เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเสียงเขาดีจริง อาจาย์หมอก็แต่งเนื้อไพเราะนัก

การเรียบเรียงเสียงประสานเอาเครื่องดนตรีฝรั่งมาเล่นเพลงไทยได้แจ๋วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BlueHill วันที่ : 21/12/2010 เวลา : 08.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เิปิดคลิปเสียงเพลงมิ่งฟ้าไทย ฟังแล้วขนลุกเลยครับพี่ก๊วย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
BlueHill วันที่ : 21/12/2010 เวลา : 08.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ดีใจด้่วยครับพี่ก๊วยกับรางวัลชนะเลิศเปิดกรุประัสานรักปี 4

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
จุนแม่ วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 17.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ouboum

แวะมาฟังเพลงค่ะ คุณหมอพี่ก๊วยเก่งทุกอย่างเลยค่ะ
ยกนิ้วให้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน