*/
  • พี่ก๊วย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-09-16
  • จำนวนเรื่อง : 114
  • จำนวนผู้ชม : 319788
  • จำนวนผู้โหวต : 289
  • ส่ง msg :
  • โหวต 289 คน
BrazilMiss

Miss flight in Brasil

View All
<< พฤษภาคม 2011 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม 2554
Posted by พี่ก๊วย , ผู้อ่าน : 3943 , 13:51:01 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน นายสิบหมื่น , เฒ่าไผ่เขียว และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

เราเดินไปตามถนนดินเล็ก ๆ ที่คดเคี้ยวไปตามขุนเขา สองข้างทางร่มครื้มไปด้วยแมกไม้ที่หลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นไม้พุ่มรูปทรงแปลกตาไปจนไม้สูงเสียดฟ้ามองแทบไม่เห็นยอด ใบไม้ขนาดน้อยใหญ่หลากสีสันเขียวเหลืองส้มน้ำตาลสะบัดไปมาล้อเล่นกับแสงอาทิตย์ที่ฉายแสงทาบทาก่อเกิดเส้นสายประกายวับแวว บ้างปลิดตัวล่องลอยไปตามสายลมเสมือนกระดาษสีที่โปรยปรายลงมาในงานรื่นเริง ฉันเผลอใจไปกับธรรมชาติอันสวยงามอีกแล้ว ใจคนเรานี่ก็เหลือเกินนะ มันเที่ยวว่อนไปทั่ว ปรุงแต่งในเรื่องไม่เป็นเรื่อง เสียเวลาไปกับอดีต เพ้อฝันไปกับอนาคต ลืมปัจจุบันอยู่เนือง ๆ ไอ้ที่ของหาย หาอะไรไม่เจอ สั่งแล้วไม่ทำ จำอะไรไม่ได้ ใช้อารมณ์ชั่ววูบตัดสินปัญหา และเรื่องอะไรที่ไม่เป็นเรื่องล้วนแล้วแต่เกิดจากการขาดสติทั้งสิ้น ทว่ากลับโทษนั่นโทษนี่ ก่นว่าฟ้าดิน ไม่หันมาเจริญสติให้มาก

 

การฝึกสติสามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าวัดเข้าวา นุ่งขาวห่มขาว นั่งหาวนอนหาวเท่านั้น แต่ได้ทุกถิ่นฐานกาลเวลา สำหรับการเดินป่านั้น ถูกจริตลิงอย่างฉันนักแล ทางจงกรมที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อ ขึ้น ๆ ลง ๆ คดเคี้ยววกวนจนทำให้หลงได้ ต้องปีนป่ายต้องคลาน ทางเช่นนี้ช่วยฝึกสติได้ดีแท้ เพราะจิตไม่สามารถอู้งานแฉลบไปโน้นไปนี่ได้บ่อย

ถ้าเผลอเป็นพลาดหงายหลังไม่เป็นท่า นึกดูภาพหญิงไทยวัยกลางคนหกคะแมนตีลังกาเค้เก้กลิ้งหลุน ๆ เข้ารกเข้าพงลงเขา …หมดงามไปทีเดียวเชียว…ป้าเฮ้ย

  ฉันปีนป่ายบ้าง คลานลอดต้นไม้ที่ล้มขวางทาง ต้องมีสติจดจ่อกับทุกอิริยาบถ จนลมหายใจเข้าออกเด่นชัดขึ้น ระยะทางที่ยาวไกลกลับใกล้ เสมือนหนึ่งกาลเวลาเลือนหายไป รับรู้สัมผัสอันแผ่วเบาของสายลมโชยที่ลูบไล้ผิวกายให้คลายร้อน สำเหนียกเสียงนกร้องขับขานทั่วพงไพร ทว่าหาได้ดึงสติออกจากลมหายใจไม่  เออนะ…ไอ้ที่เถียง ๆ ครูบาอาจารย์กลับพิสูจน์ได้ รู้ซึ้งใจว่าวิชาชีวิตมิได้เรียนด้วยการถามหรืออ่านแต่ต้องปฏิบัติเอาเองเท่านั้นจึงจะได้ผล บทเรียนชีวิตนั้น ไม่สามารถลอกกันได้ ไม่สามารถทำแทนกันได้ ไม่สามารถโกงกันได้ และบรรลุผลยุติธรรมสุด ๆ ตามที่ตนได้ลงทุนลงแรงไป

 

          ฉันเหลียวกลับไปดูหมู่พวกที่เดินตามกันมาอย่างเงียบ ๆ แต่ละคนจดจ่อสติกับทุกย่างก้าว ละเลียดความสงบไปตามมรรควิถี ในท่ามกลางมีหญิงชราผมซอยสั้นสีดอกเลา รูปร่างผอมบางน้ำหนักราวสามสิบกว่ากิโลกรัม

ใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ ทำให้ผู้พบเห็นสัมผัสได้ถึงความเย็นมีเมตตากรุณาที่แผ่ออกมาโดยรอบ ทำไมผู้หญิงตัวกระจ้อยร่อยท่านนี้ถึงมีอิทธิพลต่อจิตใจของผู้คนมากมายนักนะ

ฉันขายขี้หน้าประชาชีมาแล้ว เมื่อเอ่ยถึงชื่อท่าน คนอะไรชื่อ ‘อม-รา’ เดี๋ยวเป็นเชื้อราในช่องปากดอก ก็เพิ่งเคยได้ยินนี่แหละ  อันที่จริงคุณคุณครูภาษาไทยท่านสอนดีนะ แต่ฉันมันไม่ค่อยได้เรื่องเอง ต้องอ่านว่า ‘อะ-มะ-รา’  ท่านจบหมอเฉพาะทางด้านเด็กมาจากอเมริกา ละทิ้งชีวิตที่รุ่งเรืองทางราชการออกมาหาความจริงของชีวิต  ไปฝึกปฏิบัติกับพระอาจารย์สิงห์ทอง และหลวงตามหาบัว ไม่ใช่พระไม่ใช่ชีแต่เป็นฆราวาสสอนธรรมในชีวิตประจำวัน ได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งปี ร่างกระจิดริดที่เพียรทำประโยชน์อย่างมิหยุดยั้งแม้นวัยล่วงเข้าสู่ 75 ปี

ปีนี้เป็นปีที่ 8 แล้วที่ท่านเมตตาขึ้นมาสอนการใช้ธรรมนำทางชีวิตทางโลกแก่พวกเรา ฉันมัวแต่เถลไถลอยู่นาน ละทิ้งสติมุ่งเอาแต่สมาธิผิดวิถีมรรคแปดทางสายกลางไปเสียนี่ กว่าจะเข้าใจเห็นผลก็รำต๊ะตึ่งโนงแบบสาวเหนืออยู่นาน อาจจะเป็นเพราะแผ่นดินภาคเหนือมันเย็นต้องฟ้อนเล็บถอยหน้าถอยหลังจนอุ่นได้ที่แล้วค่อยก้าวไปข้างหน้า  ในขณะที่สาวอีสานรำกระติบติ๊ดชึ่ง ๆ ไปข้างหน้าเรื่อย ๆ เพราะพื้นดินมันร้อน ยืนนาน ๆ เท้าจะพองเอา  

อาจารย์อมรา มลิลา มีเพื่อนรักที่คบหากันตั้งแต่อนุบาล เป็นเภสัชกรเกษียณแล้ว  ท่านเป็นคนอารมณ์ขัน มองโลกในแง่ดี แล้วก็เมตตามาร่วมกับเราทุกปีไม่ว่าสังขารจะเป็นอย่างไร เราเรียกกันติดปากว่า ‘พี่นิด’  มิได้คิดลามปามดอกนะ เพราะตอนเริ่มรู้จักนั้น อายุเฉลี่ยของผู้มาฝึกราว 60 เศษ ส่วนฉันเด็กสุด (แม้ใครจะเรียกว่าป้าก็ตาม)  

บางปีฉันกับหมอฟันที่คอยดูแลอาจารย์อมรา (ฉันแอบเรียกว่าเด็กวัด) ต้องรับบทหนักกับอายุเฉลี่ยผู้เรียน มีอยู่บ่ายหนึ่งที่เราไปเดินป่าจงกรมกัน เด็กชายวัยราว 10 ขวบ ที่เติบโตบนดอยมีน้ำใจอาสานำทางให้พร้อมกับลูกสมุนหมาอีก 2 – 3 ตัว ผู้เฒ่าทั้งหลายนุ่งผ้าถุงบ้าง ใส่ถุงเท้า ถือไม้เท้าเดินไปทางราบที่คดเคี้ยวเข้าไปในป่าด้วยจิตใจแจ่มใสเบิกบาน เมื่อระยะเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มเหนื่อยล้า ความกระปรี้กระเปร่าลดน้อยถอยลง  ความกระปลกกระเปลี้ยเพิ่มเข้ามาแทนที่ ได้เห็นธรรมชาติของชีวิตที่ไม่มีอะไรเที่ยงแท้ถาวร   ผีซ้ำด้ามพลอยพายุฝนตั้งเค้าคำรามมาแต่ไกล เราเริ่มมองหาทางกลับใหม่ที่ลัดสั้นกว่าเดิม

“ถ้าไปตางจิ๊งเกาะกำเดียวครับ (ถ้าไปทางชันก็ใช้เวลาประเดี๋ยวเดียว)”

“เมินมอกใด (นานเท่าไร)” ป้าคงแก่เรียนถาม

“ 15 นาทีครับ” เด็กดอยตอบตามประสบการณ์

“ถ้าไปตางราบลอ (ถ้าไปทางราบหละ)”

“เกาะเมินหน่อยครับแต่เตียวสบายกว่าครับ (ก็นานหน่อยแต่เดินสบายกว่า)”

“บ่าอั้นไปตางจิ๊งเนาะ ฝนจะต๊ก (ถ้าอย่างนั้นไปทางชันนะ ฝนกำลังจะต๊ก) ” ป้าคงแก่เรียนเลือก ทุกคนแหงนดูท้องฟ้าที่มีเมฆฝนดำทะมึนมืดครื้มปกคลุมผืนป่าใหญ่ รอบกายเรามีแต่แมกไม้และขุนเขา ไร้สิ้นที่กำบังกาย

“เอาเตอะ (ตกลง)” เหล่าผู้เฒ่าพยักหน้าทั้งแบบเห็นด้วยและแบบลังเล

ฉันแหงนหน้ามองตลิ่งชันราว 45 องศา แล้วหันมาดูป้าย่ายายทั้งหลาย ประเมินสถานการณ์แล้ว…ศึกนี้ใหญ่หลวงนัก  ฉันกับหมอฟันคอยสาวไม้เท้าดึงผู้เฒ่าขึ้นตลิ่งชั้นแล้วเอาไปแปะไว้ที่ต้นไม้ ให้ป้าย่ายายมองฟ้าไว้ เพราะเกรงว่าก้มดูดินเห็นทางหวาดเสียวแล้วจะหน้ามืดกลิ้งหลุน ๆ ลงมาให้ฉันกระเสือกกระสนวิ่งตามไปเก็บอีก จากนั้นก็ตะเกียกตะกายลงมาดึงผู้เฒ่าท่านต่อไปขึ้นตลิ่งอีก

“ โอ๊ย กล้วความสูง” ป้าอีกคนหน้าตาแดงกร่ำมือสั่นเมื่อหันไปมองทางดิ่ง

สมุนหมาโกย 4 ขา ขึ้นลงฉวัดเฉวียนตามนายมันที่พยายามจะช่วยพยุงผู้เฒ่า เจ้าเด็กน้อยลื่นไถลแถก ๆ ลงมากองข้างข้าง ดูน่าหวาดเสียวยิ่งนักในสายตาผู้เฒ่า

“ผมจ้วยครับ (ผมช่วยเด็กน้อยพูดพลางปัดเศษใบไม้ออกจากตัว

 “ไม่ต้องช่วยป้า” ท่านร้องเสียงหลงเปลี่ยนสรรพนามแทนตนเองจาก ‘พี่’ เป็น ‘ป้า’ ทันที

“ไหนว่าเตียว 15 นาที ” ป้าคงแก่เรียนชักโมโห

“มันหยั๋งมาจิ๊งขนาด (ทำไมมันชันอย่างนี้

“…….” เด็กน้อยหน้าเสียพูดไม่ออกเพราะบอกไปแล้ว

“อาจารย์เจ้า หละอ่อนมันอู้ถูก ใจ้เวลาเตียว 15 นาที แฮ๋ม 40 นาที พักเจ้า (อาจารย์คะ เด็กมันพูดถูก ใช้เวลาเดิน 15 นาที อีก 40 นาที พักเจ้าฉันรีบปรับบรรยากาศ

กิเลสนี่มันเก่งนะ ทำให้เราได้ยินได้เห็นแต่สิ่งที่อยากได้ จึงหลุดพิจารณาในรายละเอียด เราช่วยกันดึง ดัน สาว และลาก จนทุกคนขึ้นมาได้หมด ฉันรู้สึกได้ถึงความเห็นอกเห็นใจกัน ความอดทน ความพยายาม และสุขใจลึก ๆ  ได้ตระหนักรู้ถึงความชราภาพ แลสังขารที่ควบคุมไม่ได้ สัจธรรมที่เราต้องเผชิญถ้าไม่ชิงตายก่อน…ขอบคุณประสบการณ์ครั้งนี้

ในช่วงที่ฝึกปฏิบัตินั้น ถ้าเป็นวันพระเราจะขึ้นไปทำวัตรเย็นที่พระธาตุดอยสุเทพ อาจารย์หมออมรายังคงกระฉับกระเฉง ว่องไว และในท่วงท่าเดียวกันก็ดูกิริยามารยาทกระชดกระช้อยสวยงาม ท่านสามารถเดินขึ้นลงบันไดพระฐาตุดอยสุเทพหลายร้อยขั้นได้สบายมาก ทำเอาสาวสาวต้องอายม้วนต้วนไปเลยละ  ตลอดสองข้างบันไดนาคมีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ดอกลั่นทมสีขาวชมพูโรยตัวไปบนทางเดินดั่งพรมผืนใหญ่ส่งกลิ่นหอมหวล หมอกสีขาวบาง ๆ ที่ปกคลุมโดยทั่วเสมือนหนึ่งโอบอุ้มพยุงเราไปสู่จุดหมายปลายทางบนยอดเขา

พระฐาตุซึ่งบรรจุพระบรมสารีริธาตุเปล่งประกายสีทองทาบฟ้าสีดำมีจันทร์ลอยเด่นส่องแสงนวลตาอยู่เบื้องบน ขับกล่อมด้วยเสียงกังสะดาลใส ๆ ล่องลอยไปตามสายลมโบกโบยทำให้จิตใจสงบเยือกเย็นยิ่งนัก

บัดดลก็มีเณรกลุ่มใหญ่มาสวดสรรเสริญพระธาตุ และนักท่องเที่ยวส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว ขณะที่เด็ก ๆ ตีระฆังที่แขวนไว้โดยรอบดังสนั่นหวั่นไหว พุทโธ่เอ๋ย กว่าจะมีโอกาสดี ๆ มิมีงานมากวนก็แสนยาก กะจะมาเพิ่มพลังด้วยธรรมะให้เต็มที่ แต่ก็มีเหตุการณ์ทดสอบหัวจิตหัวใจเสียนี่ 

     ใจฉันโลดแล่นไปตามเสียงต่าง ๆ อย่างหงุดหงิดงุ่นง่าน ทำไมถึงมาสวดสรรเสริญพระธาตุเอาวันนี้ ทำไมถึงแขวนระฆังไว้ใกล้วิหาร  ทำไมไมโครโฟนของพระถึงค่อยจัง ทำไมฉันถึงซวยอย่างนี้ ..อย่างนี้ต้องะสวดมนตร์สู้ไปเลย อุ๊แม่เจ้า…สติสตางค์หลุดหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่นี่ มัวแต่โทษนั่นด่านี่ไม่ดูตนเอง ใจฉันต่างหากที่เถลือกถลนไปเกาะเกี่ยววุ่นวายกับเสียงต่าง ๆ นักท่องเที่ยวเขามาเที่ยวไม่ได้มางานศพจะให้เงียบฉี่ได้กะไร ระฆังก็แขวนอยู่อย่างนั้นมาชั่วนาตาปี ระฆังดีตีก็ต้องมีเสียง ส่วนพระท่านก็ใช้ไมโครโฟนตัวเดิมที่เคยได้ยินเสียงชัดแจ๋วมาแต่ไหนแต่ไร จะเร่งเสียงให้ดังสนั่นวิหารเหมือนในคาลาโอเกะได้อย่างไร อาจารย์อมราท่านสอนให้ดูใจตน ไม่มีใครทำร้ายตัวเราได้นอกจากใจเราเอง ฉันได้สติกลับมา  เออแหนะ…กลับดีเสียอีก จะได้ฝึกสติในท่ามกลางความวุ่นวาย ไม่ไปรบกับสิ่งรอบข้าง จดจ่ออยู่กับเสียงเทศน์ แล้วทุก ๆ อย่าง ๆ ก็ค่อย ๆ เลือนหายออกไปนอกจากเสียงพระเทศน์ที่เด่นชัดขึ้นเรื่อย ๆ  นี่แหละสมาธิ ช่างน่าอัศจรรย์ใจนักกับประสบการณ์ ‘กระทบแต่ไม่กระเทือน’ พอตกดึกผู้คนก็หายไป ความเงียบเข้ามาแทนทั่วบริเวณ ไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัสความสงบในสถานที่วุ่นวาย

ในยุคที่บ้านเมืองวุ่นวาย ผู้คนแตกแยกไร้น้ำใจ ภัยพิบัติกระหน่ำซ้ำเติม และข่าวอัปมงคลว่อนทั่วโลกธาตุและโลกไซเบอร์ เราควรหาเกราะป้องกันให้ตนเอง มัวแต่ผัดวันประกันพรุ่ง แล้วยามภัยมาจะคว้าที่ไหนได้ทัน เหตุผลทั้งหลายทั้งปวงที่ฉันเคยขนมากล่าวอ้างค้านคำขอ ล้วนแล้วแต่นำมากลบกิเลสทั้งสิ้น ถ้าตราบใดยังมีเวลาหายใจก็ถือว่ามีเวลาฝึกสติ  เมื่อมีสติสมาธิจะมาเอง …แต่ก็มิได้นำพา

(หาอ่านหนังสือธรรมมะ อาจารย์หมออมรา มลิลา ได้ที่ http://www.krisdika.go.th/wps/portal/general/!ut/p/c5/04_SB8K8xLLM9MSSzPy8xBz9CP0os3g_A2czQ0cTQ08jz2BjA08jNzeLYFcjQwMDA6B8JJJ8oFOQk4Gnf4hBQKCzq4GBuxkB3X4e-bmp-gW5EeUA3MkEjg!!/dl3/d3/L2dJQSEvUUt3QS9ZQnZ3LzZfTjBDNjFBNDFJMklTMzBJMkZGOFNFMjEwRzc!/ )



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 19/05/2011 เวลา : 15.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

BlueHill
“ทำสมาธิแล้วมีพลังขนาด 4 คนยกต้นไม้ใหญ่ได้่เลยนะครับพี่ก๊วย”
ถือสุภาษิต ‘ไม้ล้มอย่าข้าม’ ค่ะ

หนุ่ม_แสงหิ่งห้อย
“รอยยิ้มบ่งบอกถึงความสุขมากครับ”
สุขดีค่ะ ก็ได้หยุดงานไถนามาพักสงบ ๆ ในธรรมชาติ

เฒ่าไผ่เขียว
“ธรรมมะกับธรรมชาติ... รอยยิ้ม...ธรรมชาติ...โหวตครับ”
ชอบ วัด(วัตร)ป่าค่ะ ถูกจริตลิงค่างค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสิบหมื่น
“ลีลาการขีดเขียนยอดเยี่ยมทำให้ผมตามอ่านจนจบเลยครับ อย่างนี้เรียกมีสติได้ไหมครับ”
ได้ถ้าใจไม่ฟุ้งระหว่างอ่านนะคะ ว่าแต่ท่าถ่ายรูปของคุณสิบหมื่นเนี๊ยะ ถอยอายุไปโข

มัชฌิมาปกร
“ขอบคุณภาพสวย ๆ และเรื่องราวดี ๆ ครับ”
ขอบคุณค่ะ blog ท่านก็สวยใช่ย่อย ดูแล้วกระตุ้นต่อมกิเลสจัง

ครูแดง
“ยินดีกับความดีที่เพียรสร้าง "ธรรมกับธรรมชาติ"บริสุทธิ์จริงๆ -อนุโมทนา สาธุๆๆ ด้วยค่ะ”
ขอบคุณค่ะ ยังหงายหน้าหงายหลังอยู่ค่ะ ต้องฝึกอีกเยอะ

ผีเสื้อพเนจร
“เป็นเดินคู่ไปและได้เรียนรู้ ธรรมะ กับ ธรรมชาติ จริงๆครับ”
ค่ะ ชอบแบบนี้ เพราะเข้าวัดไม่ค่อยได้...หรือเขาไม่ให้เข้าก็ไม่รู้

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 19/05/2011 เวลา : 09.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

เป็นเดินคู่ไปและได้เรียนรู้ ธรรมะ กับ ธรรมชาติ จริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ครูแดง วันที่ : 19/05/2011 เวลา : 09.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-ยินดีกับความดีที่เพียรสร้าง "ธรรมกับธรรมชาติ"บริสุทธิ์จริงๆ

-อนุโมทนา สาธุๆๆ ด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 19/05/2011 เวลา : 09.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม


ขอบคุณภาพสวย ๆ และเรื่องราวดี ๆ ครับ

http://www.oknation.net/blog/kintaro2/2011/05/17/entry-1

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 19/05/2011 เวลา : 05.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

สวัสดีครับพี่หมอ
ลีลาการขีดเขียนยอดเยี่ยมทำให้ผมตามอ่านจนจบเลยครับ
อย่างนี้เรียกมีสติได้ไหมครับ

.....

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เฒ่าไผ่เขียว วันที่ : 18/05/2011 เวลา : 19.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/okokbaby

ธรรมมะกับธรรมชาติ...
รอยยิ้ม...ธรรมชาติ...
โหวตครับ
สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
หนุ่ม_แสงหิ่งห้อย วันที่ : 18/05/2011 เวลา : 19.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/noomfirefly

รอยยิ้มบ่งบอกถึงความสุขมากครับ สดชื่นแจ่มใส่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
BlueHill วันที่ : 18/05/2011 เวลา : 14.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก


ทำสมาธิแล้วมีพลังขนาด 4 คนยกต้นไม้ใหญ่ได้่เลยนะครับพี่ก๊วย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน