*/
  • พี่ก๊วย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-09-16
  • จำนวนเรื่อง : 114
  • จำนวนผู้ชม : 319788
  • จำนวนผู้โหวต : 289
  • ส่ง msg :
  • โหวต 289 คน
BrazilMiss

Miss flight in Brasil

View All
<< พฤศจิกายน 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน 2556
Posted by พี่ก๊วย , ผู้อ่าน : 6512 , 13:35:04 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 10 คน hayyana , แม่หมี และอีก 8 คนโหวตเรื่องนี้

          ข่าวเรือล่ม ระยะหลังนี้ ถี่ขึ้นเรื่อย ๆ เป็นสาเหตุเดิม ๆ ที่แก้ได้แต่ไม่ได้แก้ เหตุการณ์ล่าสุดคือเรือข้ามฟากจากเกาะช้างล่ม

           “ผมไม่อายที่จะใส่ชูชีพหรอก ผมมีลูกเล็ก” ผู้โดยสารชายที่รอดตายกะเตงลูกน้อยวัย 2 - 3 ขวบ มี  ซึ่งสวมห่วงยางปลอกแขน ให้สัมภาษณ์แก่สื่อโทรทัศน์ด้วยสีหน้าเครียด  แต่จะมีสักกี่คนที่คิดอย่างนี้นะ

(อ้างอิง  http://www.komchadluek.net/detail/20131104/172001.html)

 

         พูดกันแบบชาวบ้าน ๆ ที่ไม่ใช่นักภาษาศาสตร์ ถึงคำว่า

 อุบัติเหตุ =  อุบัติ + เหตุ = เกิดเหตุ เกิดเรื่อง (ไม่ได้รวมคำว่า สุดวิสัย)

อุบาทว์เหตุ = อัปรีย์ จัญไร  + เหตุ = เหตุอัปรีย์ เรื่องจัญไร 

 

     ดังนั้น  อุบัติเหตุ ไม่ควรจะเป็น อุบาทว์เหตุ ถ้ามีการป้องกันเตรียมการให้ดี

         เรื่องสลดที่เรา ๆ ท่าน ๆ ยากจะลืมเลือนคือเหตุการณ์ ท่าเทียบเรือพรานนกล่ม  ก่อนเกิดเหตุราวสัปดาห์เศษ ฉันเกือบจมน้ำเมื่อประสบเหตุท่าเทียบเรือกระทรวงสาธารณสุขเกือบล่มมาแล้ว แต่ไม่เป็นข่าวเพราะไม่มีใครตาย

          เหตุเกิดตอนเย็นหลังเลิกงาน ฉันจะไปท่าพรานนกเพราะเช่าหอพักอยู่แถวโรงพยาบาลศิริราช   ตอนนั้นกระทรวงสาธารณสุขยังอยู่แถวเทเวศร์ซึ่งสามารถสัญจรได้ทั้งทางบกทางน้ำ ท่าเทียบเรือหลังกระทรวงทำด้วยไม้กระดานวางพาดอยู่บนทุ่นลอยที่ทำด้วยถังทรงกลมใหญ่ ๆ แบบที่เขาใช้ใส่ยางมะตอยผ่าครึ่ง (ถ้าจำไม่ผิดนะ) จากตัวโป๊ะมีบันไดทำด้วยไม้กระดานแผ่นยาวตีด้วยท่อนไม้ขวางเป็นขั้นบันได พาดบนฐานปูนริมตลิ่ง ยามเย็นที่แสนร้อนทำให้ผู้โดยสารไปยืนใต้ร่มไม้และชายคารอเรือเนื่องจากโป๊ะไม่มีหลังคา จึงมีไม่กี่คนที่ยืนบนโป๊ะร่วมกับฉัน ขณะที่เรือแผดเสียงห้อตะบึ่งมาเทียบท่า มันส่งคลื่นบริวารเข้ามากระแทกกระทั้นโป๊ะให้คนโคลงเคลงเล่น เป็นการอุ่นเครื่องกล้ามเนื้อขาก่อนจะห้อยโหนโจนทะยานปีนขึ้นเรือโดยไม่ร่วงลงน้ำก่อน  ผู้คนก็ไปยืนออกันตรงริมโป๊ะเพื่อพิชิตเรือคนแรก  ในขณะที่ผู้โดยสารในเรือก็ก้าวลงมาบนโป๊ะ หนำซ้ำยังมีคนขี้ร้อนที่รอบนตลิ่งเดินลงมาสมทบเพื่อขึ้นเรืออีก ฉันเคยเข้าแถวรอขึ้นเรือแต่ไม่ได้ขึ้นเพราะถูกแซงจากทุกทิศทางจึงเรียนรู้ที่จะขึ้นแบบไทย ๆ ให้เป็น รอจังหวะหลบศอกหลบพุงและหน้าอกทรงโตได้ก็เบียดตัวเข้าหาแคมเรือถัดจากน้าผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังจะก้าวขึ้นเรือ พริบตาเดียวแค่เสี้ยววินาที โป๊ะก็เอียงวูบจมน้ำขึ้นมาถึงข้อเท้า พร้อมเสียงกรีดร้องลั่นไปหมด คนในเรือรีบคว้าแขนน้าผู้หญิงลากขึ้นเรือ ส่วนฉันกะโดดผลุงไปขอบโป๊ะด้านตรงข้าม  ผู้คนอีกกลุ่มที่เดินลงบันไดรีบวิ่งขึ้นตลิ่งอย่างรวดเร็ว ทำให้โป๊ะลอยขึ้นอีกครั้ง

  

 

 

 เหมือนฉายหนังแช่ภาพนิ่งไว้ชั่วอึดใจ ต่างคนต่างเดาใจพวกที่เผ่นไปยืนในแต่ละจุดว่าจะเอาไงดีวะ     แล้วก็มีเสียงตะโกนบอกว่าให้ค่อย ๆ เรียงกันขึ้นมา ถึงแม้นฉันจะอกสั่นขวัญแขวนสุด ๆ แต่ถ้าให้กลับไปรอขึ้นรถเมล์แล้วถูกเบียดหนีบแบนเป็นกล้วยปิ้งราดด้วยน้ำเหงื่อเหม็น ๆ แทนน้ำกะทิคงคิดหนัก   หลังจากประเมินความพร้อมของตนเอง ว่าแต่งตัวพร้อมเรือล่มได้ ไม่มีสมบัติรุงรัง เงินและบัตรข้าราชการก็พกติดตัว เพราะพ่อสอนไว้ว่า 

เป็นคนรอดตายที่น่าเกลียด ดีกว่าเป็นศพที่สวย

 

จึงตัดสินใจไปกับเรือ ครานี้รีบตะกายขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ได้เป็นนางเอกหนังไทยจะได้ม้วนหน้าตีลังกาดีดตัวขึ้นเรืออย่างพรึงเพริด

      ฉันเดาเอาตามความรู้อันน้อยนิดว่า พื้นที่กระดานของโป๊ะกับทุนลอยไม่ได้สัดส่วนกันเพราะมันหลอกตาว่ายืนได้เยอะ เจ้าทุ่นที่รับน้ำหนักทำจากถังยางมะตอยผ่าครึ่งนั้น เด็กดอยอย่างฉันก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหละ แต่ชวดโอกาสไปนอนพิจารณาดูโครงสร้างใต้น้ำว่ามีกี่ถังตีประกอบกันอย่างไรถึงได้จมเร็วนัก

       หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดเหตุการณ์ท่าเทียบเรือพรานนกล่ม ตายร่วม 29 ศพ ในวันที่ 14 มิถุนายน 2538 ตอนเช้าราวเจ็ดโมงเศษซึ่งเป็นช่วงที่พ่อแม่ไปทำงานและลูกเล็กเด็กแดงไปเรียนหนังสือกัน มีผู้คนกว่าร้อยยืนรอเรือ  ขณะที่เรือด่วนนนทบุรีจะเทียบท่า ตัวเรือเกิดกระแทกกับโป๊ะอย่างแรง ทำให้คนหนึ่งร่วงตกลงไปในน้ำ  ที่เหลือต่างฮือกันไปดูจนทำให้โป๊ะเอียงและจมลงอย่างรวดเร็ว จนน้ำถึงหลังคาซึ่งเป็นเหล็กแผ่นรูปโค้งกักอากาศแบบขันคว่ำลงในน้ำ ทำให้โป๊ะลอยตัวอยู่ได้อีกสักครู่หนึ่ง แต่มันก็กักตัวผู้คนให้ติดอยู่ภายในทำให้คนตายกันมากมายทั้ง ๆ ที่อยู่ห่างฝั่งเพียงนิดเดียว

 

(อ้างอิง VDO ข่าวท่าเทียบเรือพรานนกล่ม http://www.clipmass.com/movie/1930416853247110)

 

    พี่ ว. ซึ่งทำงานที่เดียวกันกับฉัน ณ กองระบาดวิทยา (ปัจจุบัน คือ สำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข) โทรศัพท์มาขอลางานกะทันหันบอกว่าตัวเปียกน้ำเพราะโป๊ะล่ม  เราไม่ทราบเรื่องยังคุยติดตลกยั่วแกอยู่ มารู้เอาภายหลัง จึงได้ไถ่ถามว่าแกรอดมาอย่างไร  สรุปได้ว่า เป็นเรื่องการเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอและมีสติ แกใส่กระโปรงบานเพราะเดินง่ายกว่า ไม่หนีบขาเหมือนนางเงือกที่เป็นง่อยเวลาอยู่บนบก กระเป๋าถือเป็นแบบสะพายข้ามไหล่ ไม่หลุดง่าย ไม่ต้องถือ ตอนโป๊ะจมดิ่งลงแกก็ว่ายขึ้น คนรอบ ๆ ที่ว่ายน้ำไม่เป็นก็ตะกายมาเกาะแกเพียบ สติก็มาทันว่าขืนว่ายไปอย่างนี้ต้องตายแน่ จึงหันมองซ้ายขวากะว่าจะตกใจว่ายไปทางไหนสักทาง ไม่ตกใจว่ายไปตกใจว่ายมา เพราะอาจจะขาดใจตายระหว่างกลับไปกลับมา  จากนั้นแกก็ทำตัวจมลง ทุกคนก็ปล่อยแกเนื่องจากพึ่งไม่ได้  แล้วพี่แกก็ดำออกทางทิศที่เล็งไว้ จึ่งรอดตายมาได้   

         ท่าเทียบเรือพรานนกมีขนาดกว้าง 7.0 เมตร ยาว 11.0 เมตร  ความสามารถรับน้ำหนักของท่าเทียบเรือคำนวณจากสภาพการลอยตัวของทุ่นลอยเรือเหล็กไม่มีฝาปิดซึ่งอยู่สูงกว่าระดับน้ำ 50 เซนติเมตร (ซม.) ถ้าไม่เอียงและน้ำเรียบ มันสามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้สูงสุดถึง 20 ตัน แต่ถ้ามีคลื่น อาทิเช่น เรือแล่นผ่าน ความสูงของคลื่น อาจเท่ากับ 15 - 20 ซม. ผนวกกับ อาจจะมีน้ำฝนไหลไปขังอยู่ภายในโดยที่ไม่มีใครสังเกตอีก 10 - 20 ซม. จะทำให้มันรับน้ำหนักลดลงเหลือเพียงประมาณ 4 - 5 ตัน ดังนั้นตอนคนรอโดยสารเรือฮือกันไปดูคนตกน้ำ น้ำหนักจะถ่วงไปอยู่เพียงด้านเดียว น้ำก็จะทะลักเข้าเรือเหล็กทำให้แรงลอยตัวลดลง จนจมลงอย่างรวดเร็ว  เมื่อคิดพื้นที่ท่าเทียบเรือขนาด 77 ตารางเมตร (ตร.ม.) มันควรจะออกแบบให้รับน้ำหนักได้เต็มทุกพื้นผิว หรือไม่น้อยกว่า 38.5 ตัน (คิดจากน้ำหนักบรรทุกตามกฎหมายคือ 500 กิโลกรัมต่อ ตร.ม.) แต่กรมเจ้าท่าติดป้ายกำหนดให้บรรทุกได้เพียง 60 คนเท่านั้น

          ผลการชันสูตรศพพบว่ามีบางคนตายเพราะกระแสไฟฟ้าดูด เมื่อตรวจสอบท่าเทียบเรือข้างเคียง พบว่าทุกท่าใช้ระบบไฟฟ้า 220 โวลต์ และมีแผงสวิตซ์ไฟกับตัวตัดไฟติดอยู่บนโครงหลังคา  คาดว่าแหล่งจ่ายไฟของริมแม่น้ำอาจไมีมีฟิวส์ตัดไฟ หรือใช้ฟิวส์ขนาดใหญ่เกินไปทำให้ตัดไฟช้า ดังนั้นท่าเทียบเรือควรเป็นไฟฟ้าระบบ Low Voltage น่าจะปลอดภัยกว่า

           เมื่อว่ากันตามตัวบทกฎหมายขณะนั้น มีหลายฉบับและหน่วยงานราชการหลายหน่วยงานดูแลรับผิดชอบท่าเทียบเรือพรานนก  ขอตัดมาบางตอนจากรายงานดังนี้

          “ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2522 กำหนดว่า ท่าเทียบเรือเป็นอาคารชนิดหนึ่งจึงต้องมีการขออนุญาตก่อสร้าง แต่กลับไม่ปรากฏว่าท่าเทียบเรือแห่งนี้มีการขออนุญาตก่อสร้างแต่อย่างใด”

          “ท่าเทียบเรือพรานนกแห่งนี้ เป็นสมบัติของกรุงเทพมหานคร โดยบริษัท สุภัทรา จำกัด ได้มีสัญญาเช่าจากกรุงเทพมหานคร อายุสัญญา 3 ปี ซึ่งสิ้นสุดสัญญาเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2538 แต่ยังไม่ได้ส่งมอบคืน กทม. อนึ่งสัญญานี้กำหนดค่าปรับหากการส่งมอบล่าช้ากว่าวันที่ 15 มิ.ย. เป็นเงินวันละ 8,874 บาท แต่กรุงเทพมหานครก็ยังมิได้มีหนังสือทวงถาม เมื่อเกิดอุบัติเหตุอันน่าสลดนี้ในช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกันเช่นนี้ กรุงเทพมหานครและบริษัท สุภัทรา จำกัด ต่างฝ่ายพยายามจะปัดความรับผิดชอบครั้งนี้ ”

          “ภายหลังจากเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กรมท่า 2 คน และพนักงานบริษัท 1 คน ซึ่งมีหน้าที่ดูแลท่าเทียบเรือดังกล่าว ให้การว่าได้พยายามประกาศเตือนผู้โดยสารแล้วว่าท่าเทียบเรืออาจเกิดอันตราย แต่ไม่มีผู้ใดยอมรับฟัง”

          “จาก ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและกฎหายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าว ทำให้การสอบสวนหาผู้รับผิดชอบครั้งนี้ค่อนข้างจะสับสนอาจต้องรอขบวนการยุติธรรมพิพากษา แต่ในความรู้สึกของประชาชนโดยทั่วไปต่างก็มีคำตอบอยู่ในใจว่าใครควรเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ครั้งนี้”

(อ้างอิงจาก  รายงานการสำรวจกรณีท่าเทียบเรือพรานนกล่ม เขียน 27 พ.ค. 2554 ปรับปรุงล่าสุด 16 ธ.ค. 2554 11:01  http://www.thaiengineering.com/project-in-thailand/521.html  และ หนังสือโยธาสาร ปี 2538 โดย: นายมั่น ศรีเรือนทอง กรรมการวิชาการ สาขาวิศวกรรมโยธา)

 

      จากรายงานลักษณะของโครงหลังคาเขียนไว้ว่า

          “ทำจากเหล็กแผ่นความหนาประมาณ 2 มิลลิเมตร ดัดเป็นรูปโค้งซึ่งมีจุดดี คือ ทำให้ท่าเทียบเรือไม่จมลงกับแม่น้ำโดยทันทีแต่ก็กักตัวผู้โดยสารจำนวนมากไว้ ภายใต้หลังคา ผู้ที่ว่ายน้ำเป็นและควบคุมสติได้ก็สามารถดำน้ำลอดออกมาได้ แต่ผู้ที่ว่ายน้ำไม่เป็นก็หลุดออกมาไม่ได้ หากหลังคามิใช่ทำจากเหล็กแผ่นซึ่งอาจจะเป็นผ้าใบพลาสติก หรือวัสดุชิ้นอื่น ๆ ที่ไม่แข็งแรงมากนัก ผู้ที่ติดอยู่ภายในอาจจะพังทะลุออกมาได้”

 

             แต่กรณีเรือล่มที่เขื่อนอุบลรัตน์ราวสิบกว่าปีก่อน ตอนฉันตามไปกับรุ่นพี่หมอระบาดวิทยาไปเก็บข้อมูล พบว่านักศึกษาสาธารณสุขที่จมน้ำตายถูกหลังคาผ้าใบ  คล่อมไว้ สาเหตุครั้งนั้นคาดกันว่า  ส่วนหนึ่งเกิดจากเรือดัดแปลงเป็นสองชั้น แล้วคนก็ขึ้นไปชมทิวทัศน์กันด้านบน ทำให้ศูนย์ถ่วงเสียไป สภาพศพจากการดำไปดูใต้น้ำนั้น ตายเป็นกระจุก ๆ คนที่ว่ายน้ำได้มักจะเป็นศพอยู่กลางกระจุกมีศพผู้ว่ายน้ำไม่เป็นเกาะอยู่  ดังนั้น คนที่ว่ายน้ำได้ไม่ได้หมายความว่า ช่วยคนจมน้ำเป็น เพราะใช้ทักษะคนละแบบ  ฉันสามารถว่ายน้ำติดต่อได้เป็นชั่วโมง ถ้าใส่ตีนกบอย่างเดียวสามารถลอยอยู่ในน้ำทะเลได้หลายชั่วโมง เคยไปช่วยลากพวกที่ดำดูปะการังแล้วคลื่นซัดออกไป โอโฮ เหนื่อยแทบตาย เพราะทั้งคลื่นสัด ทั้งดิ้นด้วยความตระหนก สู้ทั้งคลื่นทั้งคน ตัวเท่าเหาฉลามอย่างฉันแทบตับแลบ  ในกรณีเรือล่มนี้ เอาขวดน้ำดื่มเปล่า ๆ ซึ่งมักจะมีอยู่แล้วเวลาไปเที่ยวยัดใส่เข้าไปในเสื้อสัก 2-3 ขวด ก็ลอยได้แล้ว  ตั้งสติดี ๆ อย่าไปคว้าขวดน้ำมาช่วยถ่วงหละ

 

ข้อเสนอแบบท่าเทียบเรือที่ปลอดภัยนอกจากเรื่องการออกแบบก่อสร้างแล้ว ควรมีชูชีพจำนวนเพียงพอติดอยู่ในที่ชัด หยิบใช้ง่าย  ตอนฉันไปประเทศ Maldives ยังประทับใจในเรือเร็วที่มารับไปเกาะตากอากาศที่บังคับใส่ทุกคน แต่เรือข้ามฟากกลับไม่ยักใส่กันแฮะ (อีกมุมหนึ่งของมาดีฟส์ที่น้อยคนนักจักรู้  http://www.oknation.net/blog/peeguay/2013/09/02/entry-1)

 

           แล้วจะเอาตัวให้รอดอย่างไร.... ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนนั้นแหละจริงแท้ ไม่ควรฝากผีฝากไข้ไว้กับคนอื่น ควรเตรียมตัวให้พร้อมดีกว่า เพราะเวลาเกิดเหตุฉุกเฉินจะโกลาหลมาก ทุกคนก็ต่างเอาตัวรอด หลักการง่าย ๆ ที่เพิ่มโอกาสรอดคือ

 

       สาว ๆ ผมยาวปลิวไสวเหมือนนางเอกหนัง ควรรวบผมเวลาลงเรือ เพราะตอนเกิดเหตุ ผมอาจจะไปติดส่วนต่าง ๆ ของเรือกระชากหนังศีรษะหลุดได้ ถ้าให้แลกระหว่างหัวล้านกับชีวิต ก็น่าจะเอาชีวิตไว้ก่อนแล้วค่อยหาผมปลอมสวย ๆ มาใส่ทีหลัง ถ้าอย่างได้หัวไม่ล้านศพสวยก็จมตามเรือไปนะน้องหญิง

        กางเกงยีนมันดูเท่และเป็นที่นิยมในการสวมใส่ แต่ถ้าตกน้ำมันจะหนักรัดแข้งขาว่ายน้ำไม่ถนัด ลอยคอรอคนช่วยก็ลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘รุ่นหลุดตูด’ กับ ‘รุ่นเป้าย้อย’  นั้น มันรุ่มร่ามดูดน้ำ ถ่วงให้ว่ายน้ำไม่ดี จะยกเว้นก็แต่ ‘รุ่นแก้มก้น’ ที่สั้นมากจนนั่งแทบไม่ได้ ก้มแต่ละทีแก้มก้นโผล่ออกมาทักทายชาวบ้านชาวช่อง มันไม่ถ่วงไม่หนักแต่วาบหวิวหัวใจตอนช่วย

       รองเท้าผ้าใบ รองเท้ากีฬา หรือรองเท้าที่ต้องรัด และใช้เวลาถอดนั้นก็ไม่แนะนำให้ใส่ตอนลงเรือ ถ้าตกน้ำทะเลและต้องลุยดงหอยเม่นหรือหินแหลมอาจจะช่วยได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ที่ตาย ๆ กัน มักจะเป็นทะเลลึก เท้าไม่ถึงพื้น รองเท้าแตะหรือรองเท้าที่เบาแนบดังอวัยวะเดียวกับเท้าน้ำไหลออกง่ายน่าจะเหมาะกว่า

        กระเป๋าที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นเป้หรือแบบสะพายบ่า ฉันพกทุกอย่างแนบติดตัวหมดมานานแล้ว กางเกงกระโปรงจึงมีช่องกระเป๋าให้ใส่เป๋าเงินเล็ก ๆ ที่มีบัตรข้าราชการซึ่งในความคิดเห็นส่วนตัวนั้น ดีกว่าบัตรประชาชาชนเพราะคนช่วยตัดสินใจได้ว่าจะส่งเราไปโรงพยาบาลไหน ๆ ก็ได้เพราะใช้สิทธิ์เบิก แถมรู้ว่าเราเป็นบุคลากรทางการแพทย์ยิ่งให้ความใส่ใจ ดีกว่าเป็น ‘หญิงไทยไม่ทราบชื่อ’ ส่วนแม่หญิงที่สะพายกระเป๋ามักจะล่อโจรเพิ่มความเสี่ยง     บัตรอื่น ๆ นอกจากเครดิตฉันไม่พกเลย ยกเว้นไปต่างประเทศที่ต้องพกบัตรสมาชิกสายการบินใช้ห้องรับรอง บางคนพกมาทุกห้างยังกับห่อแหนม แค่เขียนรหัสในกระดาษเท่านิ้วโป้งแล้วเคลือบก็เท่ากับขนมาทุกห้างแล้ว บางที่ใช้แค่หมายเลขโทรศัพท์ก็พอไม่ต้องมีบัตรด้วยซ้ำ  ส่วนของอื่น ๆ ที่ขนมาด้วย เช่น กล้องถ่ายรูป ขนมนมเนย ipad   idiot-phone ฯลฯ ไม่ตายก็หาใหม่ได้ สะพายติดตัวก็ถ่วงให้จมเร็วขึ้น ติดศพมาเขาก็เอาออกเพราะนอนในโลงลำบาก ที่มันแคบ แถมยังดันให้หน้าอกแอ่นพุงยื่น นอนตายไม่สวย ปิดฝาโลงลำบาก

        สำหรับเสื้อชูชีพนั้นต้องเลือกขนาดให้เหมาะกับน้ำหนักรูปร่าง ใส่ให้ถูกวิธี รัดสายให้ครบ เพราะถ้าไม่แนบตัวมันจะกระแทกคอ ยิ่งคลื่นแรง ๆ ยิ่งทุลักทุเล ลอยอยู่นาน ๆ ยิ่งเหนื่อย   ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า  ‘เสื้อชูชีพ’ ไม่ใช่ ‘เสื้อชูศพ’

ประการสุดท้ายที่สำคัญคือสติ ผู้ที่มีสติจะมีโอกาสรอดตายมากกว่าคนไร้สติ เพราะมัวแต่กลัว ร่ำไห้ พร่ำบ่น ก่นว่าฟ้าดิน ไม่มีเวลามองหาทางรอด อันที่จริง ถ้ารอดตายแล้วยังมีเวลามารำพันหรือบ้าต่อได้  ปัญหาก็คือสติต้องฝึกไว้ก่อนจึ่งจะมาทันเหตุการณ์ ไม่ได้นึกอยากจะเรียกใช้ก็มานะ แต่มักจะไม่ชอบฝึกสติกัน อันที่จริงสตินั้นต้องมีทุกเมื่อในชีวิตประจำวัน เพราะถ้าเผลอเมื่อไรเป็นเรื่องทุกที

  

           ปลายเดือนที่แล้วฉันไปกระบี่เพื่อดำเนินการผลักดันจังหวัดต้นแบบในการจัดการปัญหาแมงกะพรุนพิษ ได้นัดหมายกับผู้ประกอบการที่อ่าวไทรไว้ แต่ฝนฟ้าไม่เป็นใจ เทลงมาอย่างกับจะทำให้ทะเลจืด ท้องฟ้าสดใสมืดครึ้ม เขาสีม่วงเลือนรางด้วยม่านน้ำ คลื่นขาวสาดซัดชายหาดสีน้ำตาลหม่นที่แสนวังแวง เราต้องล่าถอยมายืนใต้ชายคาเพราะไม่เตรียมร่มมารับฝนหลงฤดู

 

 

 

     “เอาไงดี”

       “ถามคนขับเรือสิ เขารู้ดีว่าไปได้หรือเปล่า”

      “เขาว่าไปได้ คลื่นไม่แรงมาก”

      “งั้นก็ลุย

 

       ฉันพับขากางเกงก่อนลุยน้ำทะเลไปขึ้นเรือ มันไม่ได้พ้นน้ำสักเท่าใด แต่ทำให้ก้าวขาสะดวกขึ้น ไม่ตุปัดตุเป๋เอาคางฟาดแคมเรือ  อดบ่นอุบอิบไม่ได้ที่อุตส่าห์เตรียมรองเท้ามาพบผู้ว่าราชการจังหวัด แต่นัดไม่ลงตัว

       “เนี๊ยะนะ รองเท้าเข้าพบผู้ว่า” หมอจิ๋มอดพูดไม่ได้

         “ใช่ ใส่ถุงเท้าแล้วก็ดูดีเชียวหละ ไม่ต้องขนมาหลายคู่ หนักกระเป๋า”

 

 

 

สาวก้อยเหล่ตาดูออกเสียงฮึ ๆ อยู่ในลำคอ

 

 

    เรียกว่าเป็นการขึ้นเรือที่ทุลักทุเลพอสมควร เพราะต้องขนทั้ง เสาน้ำส้มที่จะเอาไปปัก คอมพิวเตอร์ หนังสือ CD เอกสาร เครื่องฉายภาพ ทุกอย่างเปียกน้ำไม่ได้ ตัวเราเปียกไม่เป็นไร

 

*VDO ตะกายขึ้นเรือ

 https://www.dropbox.com/s/vlw566v1v4ze27e/StormBoat1.MPG

 

           เมื่อขึ้นเรือได้ ทุกคนคว้าเสื้อชูชีพมาใส่บ้าง เอาบังกันน้ำทะเลฟาดหน้าบ้าง ลมกระพือ คลื่นกระแทก เรือกระดอน เปลที่ผูกไว้ทะลักปลิวตบหัวเราอย่างไม่มีสัมมาคารวะ จนเสื้อชูชีพล่วงหลุดไปกลางทะเล เสียงหวีดร้องของสาว ๆ แทรกกับเสียงกระหึ่มของเรือหางยาวเป็นระยะ ๆ เสมือนไปเที่ยวสวนสนุกนั่งเรือมหาภัย มันจริง ๆ พะยะค่ะ เรือก็โคลง ฝนก็เท น้ำทะเลก็สาด แถมตรงที่ฉันนั่งหลังคาโหว่อีกต่างหาก รับทั้งน้ำฝนบนฟ้าน้ำทะเลเบื้องล่างที่กระเซ็นขึ้นมาอย่างจัง ผสมกันเป็นน้ำกร่อยละเลงทั้งหัวทั้งหน้า อบเกลืออย่างดี ป้องกันหน้าเน่าก่อนไปบรรยาย

 

 

*VDO นั่งเรือฝ่าพายุและเสื้อชูชีพ

 

https://www.dropbox.com/s/7xtt9jri78vqrcj/StormBoat2.mp4

 

 

            พอถึงอ่าวไทรเราก็แฉะกันถ้วนทั่ว ตะเกียกตะกายขนอุปกรณ์ลงจากเรืออย่างทุกลักทุเล เดินเลียบชายหาดไปยังจุดหมายชายเขา

 

*VDO เมื่อถึงอ่าวไทร

 https://www.dropbox.com/s/bb5ytdgrygxe89t/StormBoat3.mp4

 

        ต้องเข้าไปหลบฝนอีกห่าในศาลาเพื่อโทรศัพท์ติดต่อถามทางเดินในเกาะไปยังจุดนัดหมาย บรรยากาศยังกับถ่ายทำหนัง เพราะมีธงขาว และแถบผ้าผูกโยงจากชายคาสีเหลือง แดง เขียว สะบัดพลิ้วตามกระแสลม ผมสยายปลิวไปมา จะติดก็ที่สีผ้าแถบกับนางเอกที่ชวนให้นึกถึงหนังผีตะเคียนมากกว่า

 

*VDO ขนของม่อล่อกม่อแลกที่อ่าวไทร (ไม่ใช่อ่าวนาง)

 https://www.dropbox.com/s/xgga1bp5nrhb91q/StormBoat4.mp4

 

        อ่าวไทรไม่ค่อยเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั่วไป เพราะหาดทรายไม่สวยเท่าอ่าวนาง แต่จะเป็นกลุ่มที่ชอบความเงียบสงบอยู่กันนาน ๆ มาปีนผา ฟังเสียงคลื่น ดื่มด่ำธรรมชาติ หาความสุขในความเรียบง่าย

 

 

เราเดินอย่างมีสติบนทางดินผสมโคลนไปจนถึงที่พักตากอากาศ พี่ไข่ของเราเป็นสุภาพบุรุษคนเดียวของคณะที่ช่วยเหลือเราทุกอย่างช่วงที่ลงพื้นที่

 

 

           ผู้ประกอบการซึ่งรออยู่ประทับใจพวกเราที่บากบั่นกระเสือกกระสนมาตามนัดแบบเปียกม่อล่อกม่อแลก หาผ้าเช็ดตัว น้ำชากาแฟร้อน ๆ ให้ ฉันเช็ดหน้าเช็ดผมก็พร้อมทำงาน  หาฮวงจุ้ยติดตั้งอุปกรณ์บรรยาย มองหาฝาผนังเรียบขาวไม่มีเลย เพราะเป็นห้องอาหารกึ่งฟังเพลง มีไฟส้มเหลืองสลัว ๆ ให้บรรยากาศชวนหลับ

 

 

            จึงขอผ้าปูที่นอนมาขึงระหว่างเสาสองต้น มีสองหนุ่มปีนขึ้นไปตอกตะปู แล้วก็ช่วยกันโยกย้ายม้านั่ง แค่นี้ก็ได้ห้องบรรยายในบรรยากาศชวนฝันแล้ว

 

*VDO ขึงจอ

 https://www.dropbox.com/s/3cvs7e51t24b4j8/PrepareLect.MPG

 

          นักวิชาการโรงพยาบาลกระบี่ที่รับหน้าที่ปกป้องเครื่องฉายภาพสุดชีวิตซึ่งฉันเรียกว่าแม่สาว LCD นำเครื่องวางบนชั้นไม้ หล่อนหน้าสวยเหมือนไม่ได้ผ่านมรสุมอะไรมาเลย ไม่รู้ใช้แป้งยี่ห้ออะไรถึงได้ติดแน่นทนนานเหลือใจ น้ำเกลือราดไม่ออก  น้องพยาบาลอีกคนสวยมากตอนก่อนเปียกยังหายทั้งหน้าเลย   หมอจิ๋มประคองคอมพิวเตอร์ยี่ห้อหนึ่งซึ่งไม่คบกับใครทำให้ใช้อุปกรณ์ยาก ครานี้มันไม่เล่นตัวต่อกับเครื่องฉายก็ใช้ได้เลย เท่านี้เราก็ได้ห้องบรรยายวิชาการที่ดีกว่าเพิงหมาแหงนคราวไปสอนที่ภูเก็ต  

 

 

 

           พี่หมอไม่สบายไอมาตั้งแต่เมื่อวานก็ลงมาลุยกับเราจนอดห่วงไม่ได้ ปรากฏว่าอาการดีขึ้น แบบนี้เขาเรียกว่าเกลือจิ้มเกลือ  

          บรรยายเสร็จก็เดินทางไปปักเสาน้ำส้มสายชูเป็นปฐมฤกษ์

 

 

 

           ขากลับฝนซาลงแต่เราก็ยังสวมเสื้อชูชีพเพื่อความไม่ประมาท

  

           วันต่อมาเราต้องลงเรือไปให้ความรู้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขและสืบสวนสอบสวนหาผู้ป่วยที่สงสัยว่าจะโดนพิษแมงกะพรุนกล่องที่เกาะจำ ครานี้สาว ๆ แต่งตัวพร้อมลงเรือรับจ้างดัดแปลงที่ขนสรรพสิ่งมาเต็มเรือ

 

 

 

 

            เราเตรียมเสื้อชูชีพไปเองบางส่วน แต่ชาวบ้านคงชิน ไม่มีใครใส่แม้แต่เด็กน้อยยังหนุนตักแม่หลับสบายในสายลมและไอทะเล

 

 

 

         ไปถึงเกาะไม่มีรถให้โดยสาร แต่ปรากฏว่าอาสาสมัครสาธารณสุขขี่รถจักรยานยนต์มารับเรา  13 คัน ประทับใจคนใต้จริง ๆ ฉันต้องปรับแผนแบ่งหมู่คณะออกทำงานเนื่องจากเวลามีจำกัดเพราะต้องขึ้นฝั่งไปอีกโรงพยาบาลตอนบ่ายจึงเหมารถกระบะสำหรับอีกกลุ่มมีพี่หมอนำไปสอบสวนโรค  ส่วนฉันกับหมอจิ๋มแยกไปให้ความรู้ที่สถานีอนามัย

 

 

        จากการเก็บข้อมูลพบว่ารูปที่วาดโดยผู้ที่เคยพบเคยเห็นออกมาเหมือนแมงกะพรุนกล่องมาก (Multiple tentacle และ single tentacle box jelly fish)  ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญที่ติดกับทฤษฎีและอยู่บนหอคอยงาช้างจึงหงายเงิบมานักต่อนักแล้ว (อ้างอิง  แจ้งเตือน!...แมงกะพรุนพิษชนิดกล่อง (Box Jellyfish) http://www.oknation.net/blog/peeguay/2009/02/17/entry-1) และชุดภาพนิ่งความรู้จาก http://www.oknation.net/blog/lakthai เลือก หัวข้อ Education Materials  เรื่อง Fatal Box Jellyfish กะพรุนกล่องที่ทำให้ตายได้   https://www.dropbox.com/s/2igidktv7k2llzt/BoxJellyfish_SurOB_LakkanaThaikrueaS.pdf )

 

 

           วันสุดท้ายมีการลงเรืออีก คราวนี้เป็นเรือแพขนานยนต์ข้ามไปเกาะลันตาน้อย กับกะลันตาใหญ่ ไม่มีเสื้อชูชีพเพราะขับรถลงเรือ  ถ้าเรือล่มจะหนีตายลำบากเพราะติดอยู่ในรถตู้ แต่พวกเราก็ขอเสี่ยงดื่มด่ำความเย็นอยู่ในรถมากกว่าไปยืนร้อนเพิ่มโอกาสรอดตายอยู่ข้างนอก  ถ้าให้ดีน่าจะมีกฎบังคับให้ผู้โดยสารออกมานอกรถใส่เสื้อชูชีพ แต่คงยากนะสำหรับเมืองไทย

นั่ง ๆ ไป ฉันก็หิวมากขึ้นเรื่อย ๆ เล็งรถขนนมมาตั้งแต่จ่อรอคิวลงเรือแล้ว

 

 

จึงขอพี่หมอที่นั่งริมหน้าต่างเคาะกระจกคุยกับคนขับรถว่าเขาขายไหม พี่แกก็เขินน่าดูแต่ต้องทำให้น้องเพราะถูกขะยั้นขะยอแกมกดดันมาก ดูสีเจ้าหนุ่มแล้วตีความยาก ว่าดีใจที่ได้ขายหรือขำคนบ้า ที่ป้า ๆ ขอซื้อนม เมื่อกล้าขอ แกก็กล้าขายเว๊ย

 

 

                     ช่วงนี้ขึ้นรถลงเรือไปเหนือล่องใต้จนแทบไม่มีเวลาเขียน หนำซ้ำต้องซ้อมว่ายน้ำเพราะมีอาจารย์หมอมาตามตัวให้ไปแข่งกีฬาบุคลากร (รุ่นคนแก่) ซ้อมดนตรีสำหรับงานแสดงดนตรีประกอบรรยายที่มหาวิทยาลัยพะเยา รีบส่งต้นฉบับให้องค์การอนามัยโลก และ จัดเตรียมข้อสอบและเอกสารการเรียนให้นักศึกษา จึงลงเรื่องล่าช้าไปหน่อย ขออภัยพ่อแม่พี่น้องในชุมชนด้วยค่ะ 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พี่ก๊วย วันที่ : 19/11/2013 เวลา : 22.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

hayyana
“เรือลำใหญ่จมถ้าเกาะอยู่ในเรือนี่รอดยากเพราะจะถูกน้ำดูดและปั่น( สภาพคงเหมือนชักโครก)”
ใช่ค่ะ แต่ในวงเล็บนั้นบรรยายเสียจนไม่อยากตายในโถส้วม

“หากแน่ใจว่าเรือมีท่าทีไปไม่รอดให้ผู้ประสบภัยตะเกียกตะกายหนีห่างจากเรือโดยด่วน ดูแจ็คไททานิคเป็นตัวอย่าง”
ดูแจ็คไททานิคเป็นตัวอย่าง ตอนในเรือหรือในรถคะ อิ อิ

แม่หมี

“อ่านเรื่องเล่าของพี่ก๊วยแล้ว ได้ทั้งความรู้ในการดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางน้ำ
ชอบจัง....เรื่องเล่าที่สนุก จากคนอารมณ์ดีอย่างพี่ก๊วย. ”
ขอบคุณมากค่ะที่ให้กำลังใจ

“ พี่ก๊วยคงคิดในใจ...ฉันเล่า เธออ่านสนุก แต่ความจริงมันทรหดและโหดมากๆ โดยเฉพาะอีตอนหิวนี่ล่ะ.”
ความจริงก็สนุกค่ะ แล้วไม่ค่อยได้หิวนานหรอกค่ะ เพราะมีคนใจดีเลี้ยงบ่อย
“ชอบอ่านเรื่องราวที่พี่ก๊วยเล่า งานที่พี่ทำต้องเป็นคนใจถึง มีจิตอาสาและอึด พี่งามมากๆเลยค่ะ

ยอดเยี่ยมมากๆจากใจแม่หมีเลย”
มันเป็นหน้าที่ของผู้ทำงานสาธารณสุขค่ะ มีคนทำดีกว่าพี่ก๊วยอีกเพียบ เพียงแต่ว่าเขาอาจจะไม่ได้เล่าหรือมีโอกาสได้เล่าค่ะ ช่วยเป็นกำลังใจกันอย่างที่แม่หมีทำก็ดีสุด แล้วค่ะ

คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว

“ถ้ามีสติและไม่ประมาท มองทางหนีทีไล่ให้ดี ขณะนั่งอยู่ในเรือ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับพี่ก๊วย”
ใช่เลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

BlueHill
“ออกทะเลข้ามเกาะ ถ้าไกลจากฝั่งมาก ผมไม่ไปเด็ดขาด หากไม่มีเสื้อชูชีพ”
เยี่ยมที่สุดค่ะ แต่หลายคนไม่คิดอย่างนั้น

“ตอนนี้่ก็ใกล้ลอยกระทงแล้ว เป็นห่วงจุดลอยตามท่าน้ำต่างๆมาก”
บ้างที่ก็เตรียมให้แข็งแรง แต่บางที่ก็ไม่ได้ทำค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
hayyana วันที่ : 19/11/2013 เวลา : 12.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

เรือลำใหญ่จมถ้าเกาะอยู่ในเรือนี่รอดยากเพราะจะถูกน้ำดูดและปั่น( สภาพคงเหมือนชักโครก)
หากแน่ใจว่าเรือมีท่าทีไปไม่รอดให้ผู้ประสบภัยตะเกียกตะกายหนีห่างจากเรือโดยด่วน ดูแจ็คไททานิคเป็นตัวอย่าง
อ่านมาจากผู้รอดชีวิตกรณีเรือชนกันแล้วล่มครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
แม่หมี วันที่ : 17/11/2013 เวลา : 10.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านเรื่องเล่าของพี่ก๊วยแล้ว ได้ทั้งความรู้ในการดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางน้ำ
ชอบจัง....เรื่องเล่าที่สนุก จากคนอารมณ์ดีอย่างพี่ก๊วย
พี่ก๊วยคงคิดในใจ...ฉันเล่า เธออ่านสนุก
แต่ความจริงมันทรหดและโหดมากๆ โดยเฉพาะอีตอนหิวนี่ล่ะ

ชอบอ่านเรื่องราวที่พี่ก๊วยเล่า งานที่พี่ทำต้องเป็นคนใจถึง มีจิตอาสาและอึด พี่งามมากๆเลยค่ะ

ยอดเยี่ยมมากๆจากใจแม่หมีเลย

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 16/11/2013 เวลา : 10.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

ถ้ามีสติและไม่ประมาท มองทางหนีีทีไล่ให้ดี ขณะนั่งอยู่ในเรือ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับพี่ก๊วย

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
BlueHill วันที่ : 15/11/2013 เวลา : 09.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ออกทะเลข้ามเกาะ
ถ้าไกลจากฝั่งมาก
ผมไม่ไปเด็ดขาด
หากไม่มีเสื้อชูชีพ

ตอนนี้่ก็ใกล้ลอยกระทงแล้ว เป็นห่วงจุดลอยตามท่าน้ำต่างๆมาก

ความคิดเห็นที่ 5 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พี่ก๊วย วันที่ : 14/11/2013 เวลา : 21.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

สิงห์นอกระบบ
“ในความเห็นของผม "สติ" เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสิ่งแรกที่จะต้องมีในการเผชิญกับอุบัติภัย ผมเคยถูกมอเตอร์ไซต์วิ่งเปลี่ยนเลนตัดหน้าขณะขับรถด้วยความเร็วร้อยเกือบ กลางกลาง หนนั้นขับรถเกียร์ธรรมดา รอดจากการเป็นฆาตกรโดยไม่เจตนาด้วยการเหยียบเบรคโดยไม่เหยียบคลัชครับ”
เห็นด้วยค่ะ ทุกวันนี้ก็ฝึกอยู่ตลอด แต่ก็ยังหลุดอยู่ค่ะ ยังพยายามต่อค่ะ

wullopp
“ถึงพริก____ ถึงขิง ____________ ขอบคุณครับอาจารย์”
แฮะ ๆ ชีวิตเลือกไม่ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ

วรรณสุข

“ต้องให้คนเลิกอายที่จะใส่ชูชีพค่ะ (ทำไมเขาไม่บังคับให้ใส่ชูชีพเหมือนการตาดเซฟตี้เบลท์ตอนขับรถนะ)ช่วยตัวเอง รอดได้แล้วยังอาจช่วยคนอื่นได้ด้วย”
คงต้องมีสักวัน แต่ตอนนี้ให้เขาเลิกทะเลาะกันเรื่องกฎหมายอื่นก่อนค่ะ

“ การอายที่จะใส่ชูชีพมีแต่ผลเสีย ต่อให้ไม่เกิดอะไรระหว่างนั่งเรือ แต่ก็ต้องเครียดเสียสุขภาพจิตไปตลอดการเดินทาง”
ทำไมถึงต้องอายในเมื่อเราทำในสิ่งที่ถูกต้องนะ?

สำรวจฟ้า
“สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนใหญ่มักจะเป็นอย่างนี้ ทำง่ายๆลวกๆสะดวกในการทำ แต่ผู้ใช้บริการมักจะเอาชีวิตไปแขวนไว้ เมื่อเกิดเหตุจะหาผู้รับผิดชอบยากมาก การฟ้องร้องเอาผิดก็ไม่ใช่วัฒนธรรมของคนภูมิภาคนี้ ส่วนใหญ่เลยตามเลย หายากที่จะฟ้องร้องให้เป็นกรณีตัวอย่างที่รัฐและเอกชนกระทำเหมือนกับละเมิด ประชาชน”

ถ้าฟ้องร้องเอาผิดจริง สงสัยศาลหัวกะไดไม่แห้งแน่เลย

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สำรวจฟ้า วันที่ : 14/11/2013 เวลา : 14.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนใหญ่มักจะเป็นอย่างนี้ ทำง่ายๆลวกๆสะดวกในการทำ แต่ผู้ใช้บริการมักจะเอาชีวิตไปแขวนไว้ เมื่อเกิดเหตุจะหาผู้รับผิดชอบยากมาก การฟ้องร้องเอาผิดก็ไม่ใช่วัฒนธรรมของคนภูมิภาคนี้ ส่วนใหญ่เลยตามเลย หายากที่จะฟ้องร้องให้เป็นกรณีตัวอย่างที่รัฐและเอกชนกระทำเหมือนกับละเมิดประชาชน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
วรรณสุข วันที่ : 13/11/2013 เวลา : 20.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/outofstep

ต้องให้คนเลิกอายที่จะใส่ชูชีพค่ะ (ทำไมเขาไม่บังคับให้ใส่ชูชีพเหมือนการตาดเซฟตี้เบลท์ตอนขับรถนะ)ช่วยตัวเองรอดได้แล้วยังอาจช่วยคนอื่นได้ด้วย การอายที่จะใส่ชูชีพมีแต่ผลเสีย ต่อให้ไม่เกิดอะไรระหว่างนั่งเรือ แต่ก็ต้องเครียดเสียสุขภาพจิตไปตลอดการเดินทาง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
wullopp วันที่ : 13/11/2013 เวลา : 19.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ถึงพริก____ ถึงขิง ____________ ขอบคุณครับอาจารย์

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 13/11/2013 เวลา : 19.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ในความเห็นของผม "สติ" เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสิ่งแรกที่จะต้องมีในการเผชิญกับอุบัติภัย ผมเคยถูกมอเตอร์ไซต์วิ่งเปลี่ยนเลนตัดหน้าขณะขับรถด้วยความเร็วร้อยเกือบกลางกลาง หนนั้นขับรถเกียร์ธรรมดา รอดจากการเป็นฆาตกรโดยไม่เจตนาด้วยการเหยียบเบรคโดยไม่เหยียบคลัชครับ คุณหมอฯ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน