• พี่ก๊วย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-09-16
  • จำนวนเรื่อง : 113
  • จำนวนผู้ชม : 296824
  • จำนวนผู้โหวต : 284
  • ส่ง msg :
  • โหวต 284 คน

BrazilMiss

Miss flight in Brasil

View All
<< มีนาคม 2014 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม 2557
Posted by พี่ก๊วย , ผู้อ่าน : 1411 , 09:02:04 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน สิงห์นอกระบบ , นักเดินทางตัวเขื่อง และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

 

    ‘พูดให้รู้เรื่อง’

 

    จากการคร่ำหวอดอยู่ในการสอนผู้บริหารมานานนับสิบปี จึงรู้ซึ้งว่า ประโยคง่าย ๆ นี้ มิได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะคนเรามักจะ ‘ได้ยิน’ แต่ ‘ไม่ได้ฟัง’ สติสมาธิไม่ได้มีอยู่ตลอดเวลา และหลายครั้งมาจากคำพูดกำกวม

 

 

     “ท้องฟ้าปอดโป่ง” พิธีกรสาวสาธยายสถานที่ท่องเที่ยว บรรยากาศดี ๆ ผ่านรายการโทรทัศน์  ถ้าฉันตาไม่ฝาดก็ต้องหูฟาดไปแน่ เพราะท้องฟ้าสดใสงดงามไม่ขมุกขมัวเต็มไปด้วยฝุ่นควันจนทำให้เกิด ‘โรคถุงลมโป่งพองได้’ หรือหล่อนหมายถึง ‘ท้องฟ้าปลอดโปร่ง’

 

 

 

   “เธอเป็นคนเผลอเรอ

ตกลงเธอเป็นคนไม่ค่อยระมัดระวัง เผลอเรอกระเชอก้นรั่ว หรือ หลุดเรอออกมามาเพราะทานอิ่มหรืออาหารไม่ย่อยกันแน่

  

   ‘smart phone’  โทรศัพท์อัจฉริยะที่คอยกลั่นกรอง พิจารณา และทำงานได้เองอย่างชาญฉลาด ดูแล้วไม่สมชื่อเพราะต้องให้เจ้าของคอยจิ้มอยู่ตลอดเวลาจนถึงขั้นเป็นข้าทาส  ไม่เป็นผู้เป็นคน ไม่คุยกับผู้ใด หาอยู่หากินให้มัน พอมันตะเบ็งเสียงหรือดีดดิ้นเนื้อตัวสั่นเทา ก็ต้องลนลานไปรับมัน รักเทิดทูนยกมันเหนือหัวเหนือเตียงเวลาหลับนอน  จึงควรเรียกว่า  

  ‘สามารถโฟน’ หรืออันที่จริงน่าจะเรียก ‘สามานย์โฟน’ มากกว่า

 

 

 

        ‘Line’ ช่องทางสื่อสารแบบหนึ่ง ที่พี่ไทยเรานิยมกัน เออ…อันที่จริงบ้ามากกว่า ฉันเคยเข้าไปแล้วหงายเงิบออกมาไม่เป็นท่า อ่านยังไม่ทันเสร็จมวลชนก็ขึ้นประโยคใหม่  พยายามจะหาตัวอักษรในแป้นรูเข็มให้เจอ จิ้มไม่ทันจบคำ เขาไปเรื่องใหม่อีกละ ครั้นเปลี่ยนไปเลือกรูปการ์ตูนแทนการพิมพ์ มันก็เล็กกระจ้อยร่อยกระจิดริด จิ้มผิดจิ้มถูก หนำซ้ำ ไอ้สีหน้าที่มันแสดงออกมาก็ดูไม่ออกว่ามันอารมณ์ไหน ไม่รู้ถือสัญชาติอะไร ทำไมอ่านหน้ายากจัง เคยเลือกจิ้มเอา ‘ท่าสุขสันต์หรรษา’ กลายเป็น ‘ท่าอ๊วกแตกอ๊วกแตน’ จนเพื่อนเป็นห่วงรีบส่งข้อความกลับมาว่าเป็นอะไรหรือเปล่า  เลยต้องตอบกลับไปว่า ‘สำลักความสุข’ … อิอิ  ส่วนเนื้อหาที่ทะลักเข้ามาในวงสนทนา มันมากเสียจนไม่มีเวลาไปตรวจสอบ ไม่รู้ไหนจริงไหนเท็จ บางวงน่าจะเรียกว่า

      ‘Lie’ มากกว่า ‘Line’ นะ

 

 

     อีกอย่างหนึ่งที่พี่ไทยเราก็บ้าไม่น้อยคือ

       ‘facebook’     หรือทะเบียนชีวิต ไม่ว่าจะกินข้าว เข้านอน ตอนหมา หาของ ดองหน้า หรือ ลูกหาว ล้วนแล้วถ่ายภาพมาบอกเล่าวิถีชีวิตได้หมด ด้วยความรู้สึกปลื้มในตัวตน แต่ไม่รู้ว่าผองเพื่อนอารมณ์ไหน หวังให้เขาชอบ ครั้นไม่กด ‘ไล่’ เอ๊ย ‘Like’ ก็ทุกข์ มีชีวิตอยู่ได้ด้วยการจิ้มของผู้อื่น จนลืมไปว่าไม่ได้คลอดออกมาจากมือถือ 

      ส่วนรูปใน ‘facebook’ ก็สุดเริดประเสริฐศรี ดูแทบไม่ออกว่าร่างเดียวกันกับคนที่รู้จักหรือไม่ น่าจะเรียกสังคมแบบนี้        ‘สังคมอุปโลกน์’ หรือ  ‘fakebook’    

 

 

 

          เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ เกี่ยวกับคำพูด เตือนสติฉันได้มากจริง ๆ มันเป็นวันที่มีตลาดนัดขายของแถวที่ทำงาน ฉันไปหาซื้อกางเกงใส่ทำงาน ไอ้หุ่นรูปตัววาย Y แบบเด็กชายนั้น หาซื้อกางเกงผู้หญิงใส่ยากมาก ตามห้างสรรพสินค้าก็มักจะเริ่มที่เอว  27 นิ้ว ยิ่งช่วงหลังนี้นิยมแบบเอวต่ำนั้น แทบจะหลุดตูดเพราะไม่มีสะโพกกับก้นให้เกี่ยวเกาะได้เลย อีกอย่างจะซื้อของดีเมื่อลดราคาเท่านั้น จ่ายแพงกว่าทำไม รอตกยุคก็ได้เพราะไม่รู้จะนำสมัยไปทำไม  แฟชั่นมันก็วนไปวนมาเป็นวัฏฏะอยู่นี่แหละ เวลาใส่เดินไปไหนมาไหนไม่เห็นมีใครวิ่งมางัดเอวดูยี่ห้อสักครา กางเกงก็คือผ้าซิ่นแหวกกลางผูก หรือมัดด้วยเชือกกล้วย สมัยใหม่หน่อยก็ยึดเหนี่ยวด้วยตะขอ มีอุปกรณ์ปิดรูกันอุจาดเรียกว่าซิบ ทำให้ ก้าวเท้า ฉีกขา และเคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่า ฉันเลือกเนื้อผ้ากางเกงที่ดีหน่อยไม่ยับง่ายเพราะเดินทางบ่อย ต้องพับม้วนใส่กระเป๋าไป อีกทั้ง เวลานั่งก็ไม่จับจีบจนกลีบย่นเป็นโจงกระเบน ดังนั้นเมื่อลดค่าใช้จ่ายด้านโฆษณา ยี่ห้อ ค่าเช่าที่ และ ค่าจ้างพนักงานขายแล้ว ก็สามารถซื้อของดีราคาถูกลงเยอะได้ที่ตลาดนัด  

 “รุ่นเนื้อผ้านิ่มขาตรง ตัวเล็กมีด้วย จะเอาไหม”

“เล็กลงไปอีกเบอร์มีไหม”

“เล็กสุดเท่าที่มี ลองดู อาจจะใส่ได้” แม่ค้าขะยั้นขะยอ

“งั้นเอามาลองดูหน่อย”

“ใส่ได้สวย ดูดีเลย เอาไหมคะ” แม่ค้าพยายามขาย

“ก็ได้ จ่ายเงินเลย” ฉันหยิบ ธนบัตร 100 บาท 2 ใบ ยื่นให้แม่ค้า แกหยิบเงินมาทอนให้  1  บาท

“ไม่เอาอีกสักตัวรึ ผ้าดี ๆ แบบนี้ต้องสั่งเป็นพันเลยนะ ถึงจะขายราคาถูกแบบนี้ได้”

“…..” ฉันยังลังเลเพราะมีนโยบายซื้อใช้ตามความจำเป็น

“พี่ตัวเล็กหากางเกงยาก ซื้อไว้เลย” แม่ค้ารุกคืบ

“ก็ได้ เอามาอีกสักตัว”

แม่ค้าเดินไปยังราวแขวนกางเกงซึ่งอยู่ถัดราวกางเกงเสื้อผ้าอื่น ๆ อีก 3 – 4 ราว พอดีมีลูกค้าซื้อของอีกคน แกก็เลยเข้าไปขาย ประเดี๋ยวเดียวก็กลับมาพร้อมกางเกง

“ไม่มีใบร้อยแล้ว จ่ายเพิ่มอีกตัวก็แล้วกัน” ฉันหยิบธนบัตร 500 บาท ยื่นให้

“รวมเป็น 2 ตัว” แม่ค้าสรุป

“ไม่ใช่ค่ะ ตัวแรกจ่ายแล้ว เหลือตัวนี้” ฉันแก้

“ยังไม่ได้จ่าย”

“จ่ายแล้วเมื้อตะกี้ไง” ฉันรีบชี้แจง

“ยัง ยังไม่ได้จ่าย” แม่ค้าสวนกลับทันควัน

“ก็หยิบใบร้อยให้ 2 ใบ คุณทอนเงินมาให้ 1 บาทไง” ฉันรีบชี้แจง

“ไม่ได้เงินเลย ก็เดินไปหยิบกางเกงอีกตัวไง ได้แต่เงินจากลูกค้าคนโน้น” แม่ค้ายืนยัน

“ดูในกระเป๋าคุณซิ มีใบร้อยที่เพิ่งให้”

“ในกระเป๋าก็มีแบงก์ร้อยทั้งนั้นแหละ ขายของอยู่” แกแหวะกระเป๋าเงินทำหน้าขมึงทึง

“จ่ายแล้ว เงินแค่ 200 จะเอาไปทำไม” ฉันชักฉุน

“ยังไม่ได้ นี่มันเวรกรรมอะไร….(เซ็นเซอร์)” แม่ค้าด่ากลับอย่างยาว

ฉันหันไปหาลูกค้าอีกคนที่ลองกางเกงอยู่ใกล้กันหวังหาพยานยืนยันในความบริสุทธิ์

“ไม่ทันได้ดู กำลังลองกางเกงอยู่” ลูกค้าสาวตอบเลี่ยง ๆ ไม่ยอมสบสายตา คงไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้ง

“ยังไม่ได้ ถามคนขายอีกคนดูซิ” แม่ค้าเรียกพ่อค้าพวกเดียวกันมาเป็นพยานบ้าง ซึ่งก็เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ฉันสงสัยว่าพ่อคุณมาเห็นตอนไหน ในเมื่อแกกำลังดูแลลูกค้าอีกคนอยู่

“แต่จ่ายไปแล้ว และคุณก็ทอนเงินมาให้เอง” ฉันค้าน

“เวรกรรมอะไร ยังไม่ได้จ่าย ฉันจำได้ ….(เซ็นเซอร์)” แม่ค้าเสียงดังขึ้น ว่ามาเป็นชุดใหญ่

ขณะอารมณ์ฉันเริ่มแปรปรวน สังเกตเห็นใบหน้าโกรธเกรี้ยวและสายตาที่มั่นใจ ดูแล้วไม่มีอาการเสแสร้งแกล้งทำ แกคงเชื่ออย่างนั้นจริง ๆ แสดงว่าแกอาจจะขาดสติช่วงนั้นพอดีเพราะมัวแต่เก็บเงินลูกค้าอีกคน จึงทำให้จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ แกคงไม่ได้ตั้งใจโกง

 

“……อย่างนี้ยอมไม่ได้ ….(เซ็นเซอร์)” คำพูดแม่ค้าประโยคนี้ดึงปัญญาฉันมาทันที

“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ไม่เป็นไร ไม่ซื้อได้ไหม ขอคืนกางเกง เงินไม่เอาแล้ว” เมื่อเข้าใจแม่ค้าแล้ว ความโกรธในใจฉันก็หายไป อาจจะเคยไปโกงเขาไว้ชาติไหนก็ได้

“……ก็ได้” แม่ค้าตอบเสียงขุ่น

ขณะที่ฉันหยิบกระเป๋าจะเดินออกจากร้าน หญิงวัยกลางคนที่มาพร้อมกับลูกค้าสาวที่ฉันหวังให้เป็นพยานก็ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับพูดว่า

“เห็นทอนเงินให้บาทหนึ่ง”

“…..” แม่ค้าเงียบเสียงลง

“ให้เงินไปเท่าไรไม่รู้ แต่เห็นว่าทอนเงินให้ไป 1 บาท” น้าแกยืนยัน เข้ามาช่วยทั้งที่ไม่รู้จักกัน
“ขอบคุณมาก ขอบคุณมากค่ะ นั่นไงจ่ายแล้ว” ฉันโล่งอก ซึ้งในน้ำใจคนที่กล้าเข้ามาช่วยในเรื่องที่ถูกต้อง

 

แม่ค้าบ่นอุบอิบเล็กน้อย แต่ยื่นกางเกงคืนมาให้โดยไม่ได้ร้องขอ แสดงว่าแกยอมรับ

“แล้วกางเกงอีกตัวจะขายไหม” ฉันถามต่อเพราะมันคนละประเด็นกัน

“….” แม่ค้าอึ้ง

“ถ้ายังอยากขาย ก็ยังจะซื้ออยู่” ฉันยืนยัน

“อยู่ไหนก็ไม่รู้” แกโมโหจนขาดสติอีก เอากางเกงไปวางไว้ที่ไหนก็ไม่รู้
“นั่นไง วางพาดบนราวนั่นไง” ฉันชี้มือไปที่กางเกงห้อยต่องแต่งที่ราว

“ขาย”

“งั้นจ่ายเงินเพิ่มอีกหนึ่งตัวนะ”

 

       ฉันถือกางเกง 2 ตัว กับเงิน 2 บาท ออกมาจากร้าน อันที่จริงเงินไม่ได้มากอะไร แต่แวบแรกขาดสติไปติดที่อัตตา ว่าเขาดูหมิ่นดูแคลน ฉุนที่แม่ค้ามาแตะตัวตนว่าเป็นคนโกง แล้วกระโดดลงไปร่วมวงไพบูลย์กับความหลงด้วย เมื่อตั้งใจฟังแกพูด เข้าใจในความคิดและจิตใจว่าแกไม่ได้โกง แต่เชื่อมั่นอย่างนั้นจริง ๆ ดังนั้นการโต้เถียงกับคนไร้สติย่อมไม่มีประโยชน์อันใด รังแต่จะก่อให้เกิดปัญหาตามมา

 

“ถ้าเป็นตัวเองคงไม่ยอม” เพื่อนแสดงความคิดเห็น

“แล้วจะทำยังไงหละ” ฉันย้อน

“ก็ต้องพูดกันจนถึงที่สุดแหละ”

“ก็คุยไม่รู้เรื่องไง”

“ก็เราไม่ผิดนิ” เพื่อนยังแย้งอยู่

“ไม่ผิดแล้วไง  ลองนึกภาพอาจารย์แก่ตบตีกับแม่ค้าหัวกระจุยเอาเงินค่ากางเกงนี่นะ”

“…”

“อิอิ  ดูไม่จืดเลยซิ” ฉันก็อดขำไม่ได้ จินตนาการถึงภาพหัวกระเจิงเวลายื้อแย่งกางเกง เหมือนจิ้งจกแห้ง ๆ ตะกายขาไปมา ก่อนลากสังขารออกจากสังเวียนต่อสู้ด้วยดวงตาเขียวปัดมาข้างหนึ่ง

“ฮ่า ๆ ก็จริงของอาจารย์นะ” เพื่อนหัวเราะได้

 

 

       มองย้อนไปที่ลูกศิษย์ลูกหา เพื่อนฝูง เจ้านายลูกน้อง และบ้านเมือง ที่ทะเลาะกันนั้น เหตุใหญ่เนื่องมาจากขาดสติ เพราะธรรมชาติของจิตคนมันไม่อยู่นิ่ง แวบไปมา ได้ยินแต่ไม่ได้ฟัง จึงหลุดคำสำคัญขาดหาย แถมปรุงแต่งไประหว่างฟังตามอัตตา หนำซ้ำยังจำคำพูดไม่ได้หมด  เมื่อถ่ายทอดก็ใช้ภาษาที่ผู้พูดเข้าใจ แต่ไม่รู้ว่าผู้ฟังเข้าใจหรือไม่ ขอบคุณเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะมันเป็นบททดสอบในเส้นทางชีวิต และตระหนักในความสำคัญของสติ สิ่งซึ่งซื้อหาไม่ได้ บังคับไม่ได้ และเรียกใช้ไม่ได้ แต่ต้องฝึกฝนจนมันมาเอง

 

 


เรื่องที่มีผู้อ่านสูงสุด จาก NationTV



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
BlueHill วันที่ : 20/03/2014 เวลา : 09.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ท้องฟ้าปลอดโปร่ง เลยทำให้ปลอดโล่ง กระมังครับ
พิธีกรข่าวเลยอ่านแบบควบกล้ำกันเสียเลย

ความคิดเห็นที่ 6 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พี่ก๊วย วันที่ : 19/03/2014 เวลา : 16.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

สิงห์มือซ้าย
“คนเรามักขาดสติบ่อยๆจริงๆค่ะ พี่ก๊วย ตัวพรเอง ก็เป็นบ่อยค่ะ ชอบเหม่อบางเวลา ”
ดีนะคะที่เป็นแค่บางเวลา บางคน ไม่เหม่อบางเวลา ค่ะ

พันธุ์สังหยด
“ชีวิตกระทบกระทั่งกันบ้าง ยอม ๆกันไปบ้าง เป็นการแสดงถึงความใจกว้างครับ
ที่เราซื้อเพิ่มอีกตัวแม่ค้าเขาก็ซึ้งแล้ว ละผมว่าเขาเรียกไม่ต่อยตีไม่รู้จักกัน อิอิ”
โอโฮได้แง่คิดกลับไปใช้อีกค่ะ ขอบคุณค่ะ

ลุงตุ่ย
“สติมาปัญญามี ”
ใช่เลยค่ะลุ่งตุ่ย ปัญหาคือ สติไม่มาค่ะ

สิงห์นอกระบบ
“ปีสองปีมานี้เจอแต่ได้เงินทอนเกินมาเป็นแบงค์๕๐๐ อยู่หลายครั้ง ต้องรีบบอกพ่อค้าแม่ค้าด้วยไม่อยากติดค้างกัน กรณีของคุณหมอฯทำถูกแล้วครับ เป็นการรักษาสิทธิและยืนหยัดในความถูกต้อง และนับเป็นความโชคดีที่คุณหมอรับเงินทอน๑บาท ถ้าใจดีไม่รับก็จะไม่มีพยานหลักฐานเลย”
เหมือนคุยกับทนายเลยอะ และได้คำแนะนำสำคัญไปใช้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

suhaimee
“ผมคนหนึ่งแหละที่กลัวเรื่องแบบนี้ มูลค่าในปัจจุบัน มันจะเป็นเท่าไหร่ในโลกหลังความตาย ชดใช้กันแย่”
เห็นด้วยสุด ๆ ค่ะ เวลาใครยืมเงินไปถือว่าเป็นปัญหาของเขาที่ต้องมาตามใช้คืน ไม่ใช่ปัญหาของเราที่จะไปทวงหนี้ค่ะ เลยสบายใจ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
suhaimee วันที่ : 19/03/2014 เวลา : 11.58 น.

ผมคนหนึ่งแหละที่กลัวเรื่องแบบนี้

มูลค่าในปัจจุบัน มันจะเป็นเท่าไหร่ในโลกหลังความตาย

ชดใช้กันแย่

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 19/03/2014 เวลา : 11.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ปีสองปีมานี้เจอแต่ได้เงินทอนเกินมาเป็นแบงค์๕๐๐ อยู่หลายครั้ง ต้องรีบบอกพ่อค้าแม่ค้าด้วยไม่อยากติดค้างกัน กรณีของคุณหมอฯทำถูกแล้วครับ เป็นการรักษาสิทธิและยืนหยัดในความถูกต้อง และนับเป็นความโชคดีที่คุณหมอรับเงินทอน๑บาท ถ้าใจดีไม่รับก็จะไม่มีพยานหลักฐานเลย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลุงตุ่ย วันที่ : 18/03/2014 เวลา : 09.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

สติมาปัญญามี

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 18/03/2014 เวลา : 09.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ชีวิตกระทบกระทั่งกันบ้าง ยอม ๆกันไปบ้าง
เป็นการแสดงถึงความใจกว้างครับ
ที่เราซื้อเพิ่มอีกตัวแม่ค้าเขาก็ซึ้งแล้ว ละผมว่า
เขาเรียกไม่ต่อยตีไม่รู้จักกัน อิอิ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 18/03/2014 เวลา : 09.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

คนเรามักขาดสติบ่อยๆจริงๆค่ะ พี่ก๊วย
ตัวพรเอง ก็เป็นบ่อยค่ะ ชอบเหม่อบางเวลา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน