• พี่ก๊วย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-09-16
  • จำนวนเรื่อง : 113
  • จำนวนผู้ชม : 304941
  • จำนวนผู้โหวต : 285
  • ส่ง msg :
  • โหวต 285 คน
BrazilMiss

Miss flight in Brasil

View All
<< มกราคม 2015 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม 2558
Posted by พี่ก๊วย , ผู้อ่าน : 2667 , 13:52:10 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 9 คน SW19 , feng_shui และอีก 7 คนโหวตเรื่องนี้

     ชีวิตหมอระบาดวิทยานั้นต้องเดินทางบ่อยมากจนมีสัญลักษณ์ที่ใช้ในวงการเป็นรูปรองเท้าขาดเป็นรูเหยียบลูกโลก ยานพาหะนะที่ใช้ก็มีหลากหลาย ตั้งแต่ประหยัดสุดด้วยเท้า  รถ รถไฟ เรือเมล์ จนไปถึงเครื่องบิน

 

 

 

        ด้วยว่าต้องเป็นนักสืบสวนสอบสวนเวลาเกิดโรคระบาด จึงถูกฝึกให้เป็นคนช่างสังเกต ทำให้เห็นอะไรต่อมิอะไรระหว่างเดินทางซึ่งคนอื่นเขามักไม่เห็น อย่างตอนนั่งรถบัสจากประตูทางออกไปขึ้นเครื่องบิน ก็เห็นว่าก้นใหญ่ ๆ ที่มีร่องลึกนี่นะ ใช้หนีบจับเสาช่วยมือได้อีกแรง ขณะที่ฉันต้องใช้แผ่นหลังทั้งแผงแนบไปกับราวจับร่วมกับศอกอีกข้างเพื่อไม่ให้ร่างหลุดไหลไปเวลาเจอสารถีที่เท้าเป็นโรคชักกระตุกชอบกระทืบแบรกสลับเหยียบคันเร่ง

 

 

เมื่อออกจากสนามบินก็ใช้บริการรถยนต์รับจ้างเป็นประจำ บางคันก็ติดกล้องเสียรอบทิศจนไม่กล้ากระดิก บางคันก็มีป้ายห้ามที่แสนงง อย่างเช่น ห้ามเอาทุเรียนขึ้นมา ห้ามดื่มในรถ ห้ามหมาขึ้น ห้ามข่มขืน เอ๊ย ตีกันในรถ แม้กระทั่งห้ามเอาปืนกลมายิงเล่น ป้ายสุดท้ายนี้ห้ามควายขึ้น ไม่ทราบว่าบอกใคร

 

 

บางคันเอาใจสุด ๆ คิดนวัตกรรมเพิ่มพัดลมตัวเล็กหนีบกับคีมยักษ์เพื่อให้ผู้โดยสารเย็นฉ่ำชื่นใจ ทั้งนี้เนื่องจากทางสนามบินห้ามติดฟิมฟ์กรองแสงทึบเพื่อความปลอดภัยทั้งผู่โดยสารกับคนขับ

 

 

ส่วนรถราชการก็มีนวัตกรรมเหมือนกัน แต่เป็นแบบแก้ปัญหาเพราะสภาพรถกับงบที่น้อยทำให้ได้โอกาสฝึกกระบวนการคิดแก้ปัญหาอยู่เนือง ๆ อย่างรถโรงพยาบาลเกาะกูด จะซ่อมที่ก็ลำบาก ต้องขนขึ้นฝั่ง ค่าเรือก็หลายพันแพงพอ ๆ กับค่าซ่อม เมื่อบานพับพังก็ใช้ท่อพีวีซีมาตัดให้ความยาวพอดีกับข้อพับอีกข้างค้ำยันประตูท้ายรถให้ผู้โดยสารลงมาได้ แต่อย่าเผลอเอามือไปเหนี่ยวเชียวนา กระบาลแตกแน่ ปีที่แล้วหมอจิ๋มนั่งรถโคลงเคลง จนศอกไปกระแทกตู้พยาบาลแตกมาแล้ว

 

 

 

นวัตกรรมที่น่าได้รับรางวัลชนะเลิศสาขาหวาดเสียว คือแผ่นยางรัดเกียร์ รถกระบะคันนี้ใช้ขับขึ้นลงดอยขุนวินบ่อยจนฝรั่งถือว่า ‘สิ้นสุดสภาพ’ หรือว่ากันตรง ๆ คือ ‘สิ้นอายุไข’  แต่อ้ายเงินคอยประคบประหงมให้มันรอดจากเศษเหล็กมาได้ หายางแผ่นมารัดเกียร์ไม่ให้หลุดจากตำแหน่งที่ควรจะอยู่ เพราะทางเขามันเป็นหลุมเป็นบ่อและเหว ประเภทนั่งหัวสั่นหัวคลอนจนคนจะเป็นโรคไส้เลื่อนอยู่ละ นับประสาอะไรกับเกียร์รถผุ ๆ ที่สั่นสะท้านอยู่ตลอดเวลา นี่ถ้าไม่มากับพระจะขออาสาไปยืนท้ายกระบะกะจะโดดก่อนเพื่อน

 

 

      นอกจากยานพาหนะแล้ว ระหว่างการเดินทางก็มีอะไร ๆ ให้ดูเพลิดเพลินสนุกสนาน อย่างที่เขมร เขาใช้รถจักรยานยนต์ขนหมูตัวใหญ่ ๆ ได้  3 ตัว นอนหงายเรียงกันมาท้ายรถมีใบไม้ปิดกันโป๊ บางคันเอาเด็กซ้อนหน้าซ้อนหลังมีผู้ใหญ่นั่งประกบแล้วยังแบกจักรยานได้อีกคัน…เอากับเขาสิ

 

 

คนไทยก็ใช่ย่อย ฉันเคยไปติดที่สี่แยกแครายมหาโหด รถจักรยานยนต์พ่วงข้างขายข้าวเหนียวไก่ย่างควันโขมง ก็นึกว่าไฟไหม้ ที่ไหนได้ลุงแกลงมาปิ้งไก่ระหว่างรอสัญญาณไฟเขียว กะถึงจุดหมายปลายทางก็เปิดกิจการขายได้เลย ใช้ทุกเวลานาทีให้เกิดประโยชน์เต็มที่จริง ๆ ไม่หายใจทิ้งเฉย ๆ

 

 

พูดถึงสัญญาณไฟ อดนึกถึงสี่แยกแถวเชียงใหม่ไม่ได้ มิรู้ว่าโดนอะไรเสย เสาทั้งต้นบิดจนไม่รู้ว่าให้สัญญาณไฟถนนเส้นไหนกันแน่

 

 

 

         สำหรับการเดินทางไกล ๆ สถานที่ซึ่งเราจำเป็นต้องแวะเวียนไปเสมอคือห้องน้ำ บางที่ก็ทำเสียเลิศประเสริฐศรี มีรองเท้าให้เปลี่ยน เมื่อเดินเข้าไปจะได้กลิ่นหอมของน้ำยาปรับอากาศที่กลบกลิ่นของเน่า อีกทั้งยังประดับประดาด้วยดอกไม้จรรโลงใจ มีกระดาษชำระเพียบพร้อมอย่างไม่ต้องตะโกนบอกห้องข้าง ๆ ให้ส่งลอดประตูมาให้

 

 

ห้องน้ำบางที่ก็ชวนให้งุนงง เห็นป้าย

‘REST ROOM’ ซึ่งแปลว่า ‘ห้องน้ำ’ 

แต่มันตกแต่งสวยเฉียบ มีโซฟา หนังสือ แต่หาโถส้วมไม่เจอ แถมกระจกใสแจ๋ว ไม่มีมายากลสักอย่างเพราะมองทะลุนอกทะลุใน ยังไงก็เห็น แล้วจะนั่งตรงไหนหละนี่

 

 

จึงเดินอ้อมไปด้านหลัง อุ๊แม่เจ้า…ห้องน้ำจริง ๆ อยู่ตรงนี้ ด้านหน้าคือ

ห้องพักผ่อน’   

อิ..อิ เกือบอนาจารเสียแล้วสิ

 

 

       สถานที่ซึ่งใจมันเรียกร้องให้แวะเวียนคือร้านกาแฟ ร้านนี้เห็นราคาก็อดจะแปลกใจเสียมิได้ ว่าทำไมคาปูชิโนร้อนถึงแพงกว่าเย็น เพราะปกติจะถูกกว่า

 

 

 

 

ถึงบ้างอ้อก็ตอนไปสัมภาษณ์คนขายนี่แหละ เขาใช้เมล็ดกาแฟคนละเกรดกัน

 

 

 

         การเดินทางแต่ละครั้งต้องพบปะผู้คนมากมายหลายหลาก ที่พบเจอะเจอบ่อยก็คือสารถีซึ่งล้วนแล้วแต่มีบุคลิกภาพเฉพาะ  พี่อดุลย์เป็นหนึ่งในบรรดาสารถีที่มีลักษณะโดดเด่นยากที่จะลืมเลือน เรารู้จักกันมานานราว 20 ปี ตั้งแต่สมัยอยู่กองระบาด กระทรวงสาธารณสุขซึ่งตั้งอยู่แถววังเทเวศร์ 

 

 

สมญานามแกคือ

อดุลย์แอร์ไลน์ ใคร ๆ ก็บินได้

เพราะแกขับรถเร็วปานเหาะ นั่ง ๆ ไปนึกว่ารถลอยได้

 

แกมีวีรกรรมกับฉันตอนลงพื้นที่ทางอีสาน ขับรถจี๊บทหารไปด้วยกัน เพราะไม่มีรถดี ๆ เหลือให้ใช้

เฮ้ย ๆ พี่ ๆ รถสวน” ฉันตะโกนขนหัวลุก เมื่อเห็นรถกระบะห้อตรงเข้ามา
“ไม่ต้องกลัวหมอ ของเรารถจี๊บ มันหลบอยู่ละ”

“พี่ เขารู้จักรถจี๊บไหมเนี๊ยะ” ฉันชักเสียวเมื่อมันตรงรี่เข้ามาเรื่อย ๆ 
“รถเราเหล็กแข็งกว่ากันเยอะ ถ้าชน มันยุบ” พี่อดุลย์ขับเข้าหาด้วยสายตามุ่งมั่นเพราะไม่เหลือถนนให้ไปอีกแล้ว แล้วรถคันนั้นก็หลบไปจริงเล่นเอาเสียวไส้

 

ต่อมาแกย้ายมาขับรถตู้ เล่นติดสติ๊กเกอร์พระที่หน้ากระจกยาวตั้งแต่ฟากซ้ายจนถึงฟากขวา กะกันผีเข้าร่างเต็มที่

 

 

 

นอกจากนี้แกยังทำป้ายมหึมาให้เด็กปั๊มเวลาเติมน้ำมัน โดยเฉพาะข้อความเตะตา

เบนซิน 91 นะน้อง

 

“บอกก็เติมผิด ก็เลยเขียนป้าย”

“ทำเป็นบัตรเล็ก ๆ ไม่ได้หรือไง”

“มันก็เขียนผิดอีก ก็เลยเอามันใหญ่ ๆ ไปเลย”

“ทำไมไม่เขียนตรงฝาน้ำมันหละ”

เขี๊ยน หมอ บางคนมันก็ยังเติมผิดอีก”

“….” ทำเอาฉันไม่รู้จะแนะนำอะไรต่อ

 

 

    แกยังเคยเอาสติ๊กเกอร์การแพทย์ฉุกเฉินมาติดหน้ารถเพราะผ่านด่านฉลุย ไปถึงพื้นที่ทำงานได้รวดเร็ว หาที่จอดง่าย แกบอกอยากได้ป้ายอะไรก็หาให้ได้หมด เอากับพี่แกสิ

     ตอนกระทรวงยังตั้งอยู่แถวเทเวศร์ สถานที่คับแคบมาก จอดรถแทบจะไม่เว้นช่องให้พุงยื่นได้เลย

 “ผู้อำนวยการใช้ให้ผมไปถอยรถออสตินของแกออกมาจากที่จอด ผมขับไปข้างหน้าแล้วลงจากรถมายืนข้างนอก พอไม่เห็นใครก็เอามือดันรถให้ถอย แล้วกลับเข้าไปขับไปข้างหน้าใหม่ ก็ยังออกไม่ได้ จอดซะชิดแน่นเอียดกันไปหมด ผมลงรถมายืนข้างนอกทำไม่รู้ไม่ชี้ พอไม่มีใครผมก็เอามือดันรถให้ถอยหลังอีก เข้า ๆ ออก อยู่หลายที ไม่รู้เกียร์ถอยมันอยู่ตรงไหน แดดก็เปรี้ยง ร้อนก็ร้อน กว่าจะเอาออกมาได้เล่นเอาเสื้อเปียก”

“ฮะ ฮะ ทำไมไม่ถามผู้อำนวยการ”
“ไม่ถามให้เสียฟอร์ม แต่ผมพูดว่า คุณหมอครับเกียร์ถอยเข้ายากจังนะครับ”
“แกตอบว่าไงละ”

“เอ็งบีบแรงหรือเปล่า… ผมยังไม่รู้ว่ามันต้องบีบ แล้วบีบที่ไหนก็ไม่รู้ ได้แต่ครับ ๆ”

 

    พี่อดุลย์กลัวผีมาก ขัดกับบุคลิกภาพภายนอกที่ดูเสมือนเจ้าพ่อ

“ผมออกมาจากงานศพ กลับบ้านไม่ทันเพราะดึกมาก เลยนอนที่กองระบาด”

 “กล้านอนคนเดียวเหรอพี่ เขาว่าผีแถววังนั้นดุชะมัด”
“จำเป็นอะหมอ ผมนอนเอาผ้ายันต์คลุมหน้าแล้วเอาพระเครื่องทับหน้าผาก”
“ฮะ ฮะ งั้นพี่ก็ต้องนอนหลับท่าหงายทั้งคืนสิ”
“ก็นอนหงายสิครับ ใครจะไปหลับลง”

“อิ อิ”

 

        หลังจากฉันออกจากกองระบาดมาทำงานเป็นครูสอนหมอที่โรงเรียนแพทย์กระทรวงศึกษาราวสิบกว่าปี ก็ได้พบเจอพี่อดุลย์อีกครา เพลานี้ฉันเดินทางไปตราดโดยเครื่องบินจากเชียงใหม่เพื่อช่วยพัฒนาจังหวัดต้นแบบในการแก้ปัญหาแมงกะพรุนพิษ ส่วนพี่อดุลย์ขับรถพาหมอจิ๋ม หนูก้อย และหนูรินมาจากกระทรวงสาธารณสุข

“หมอตอนนี้เรายังอยู่จันทบุรีอยู่เลย” หนูก้อยโทรบอก

“งั้นหมอเรียกรถรับจ้างของสนามบินไปโรงแรมแล้วเจอกันที่นั้นก่อนไปสำนักงานสาธารณสุขนะ”

 

    ฉันได้กระเป๋าเดินทางแล้วเดินออกมาจองรถบริการของสายการบินหนึ่งคนแรก ปรากฏว่าต้องย้ายรถถึงสองสามคราเพราะเขาจัดผู้โดยสารทางเดียวกันไป รอแล้วรอเล่าจนชักทนไม่ไหว ท้ายที่สุดเขาก็จัดรถตู้ที่ไม่ใช่ของบริษัทให้

“เจ๊ ๆ รู้ทางไปโรงแรมไหม”สารถีมาถามยังกับฉันเป็นญาติโยมมาจากเมืองจีน

“ไม่รู้ คุณไปถามคนขับรถสิ” ช่างถามได้กระไรกัน

หลังจากดูจากท่าทางสื่อสารกันชี้โบ้ชี้เบ้ไปมา ทำให้ฉันชักไม่แน่ใจว่าจะถึงโรงแรมไหมนี่ ยังต้องมานั่งรอแขกฝรั่งอีกสองคนไม่รู้จะทำงานทันหรือเปล่า

 แล้วแกก็ขับเวียนรอบเพื่อไปส่งฝรั่งลงท่าเรือไปเกาะช้าง เหลือฉันคนเดียว

“เจ๊ ๆ เขาว่าผ่านปั๊มเชล เห็นไหม”

“เดี๋ยวน้องดูขวาพี่ดูซ้าย เพราะปากทางเข้ามันเล็กมาก เป็นซอยตัน”

“ปั๊มนี่ใช่ไหมเจ๊”

“น้อง ปั๊มปอตอทอไม่ใช่เชล”

ในที่สุดก็มาถึงโรงแรมจนได้ เป็นโรงแรมขนาดเล็กน่ารัก ๆ บรรยากาศอบอุ่นสบาย ๆ คล้ายแถบเมดิเตอร์เรเนียน อาคารสองชั้นทาสีอิฐสลับเหลืองมีระเบียงเปิดสู่สระว่ายน้ำปูกระเบื้องสีฟ้าสลับน้ำเงิน ติดรั้วพุ่มไม้สีเขียว

 

 

 

 

 ฉันพักชั้นล่าง ปีนออกมารับประทานอาหารเช้าที่จัดตรงรอบสระว่ายน้ำ และโถงโรงแรมได้ง่าย ขี้เกียจออกทางประตูอ้อมมาด้านหน้า

 

 

 

      อาหารเช้ามีให้เลือกระหว่างข้าวต้มกับอาหารฝรั่ง ส่วนเครื่องเคียงพวกขนมนมเนยผลไม้ตักได้ตามใจชอบ กระเช้าดอกไม้ปลอมตั้งเด่นกลางโต๊ะอาหารทำให้บรรยากาศดูสดใสขึ้น

 

 

 

มีมุมโต๊ะใกล้หน้าต่างที่มองเห็นกระถางเฟื่องฟ้าสีชมพูพุ่มโตให้เลือกแบบโลกส่วนตัวกันสองคน

 

 

       พี่อดุลย์มารับเราไปทำงานแต่เช้า ผมสีดอกเลาทรงเกรียน ใส่กางกางทหาร ใบหน้าเรียบเฉยในร่างสูงใหญ่และแผลเป็นที่แขนซ้าย ทำให้มาดเจ้าพ่อจับ เป็นที่น่าเกรงขามแก่ผู้พบเห็น  แกไม่กลัวมนุษย์หน้าไหนใครสักคน แต่กลัวอมนุษย์หรือผีจับใจ เจ้าหน้าที่จากสำนักระบาดบอกว่าแกไม่ทานข้าวกับใครตั้งนานแล้ว มีแต่ฉันนี่แหละที่แกยินยอมพร้อมใจไปทานด้วยได้ ของขบเคี้ยวกินเล่นที่แกชอบเวลาดูโทรทัศน์แทนที่จะเป็นข้าวโพดคั่วหรือถั่วลิสง กลับเป็นหนังหมูทอด ยังหิ้วมาฝากฉันถุงเบ้อเร่อ

“ต้องเจ้านี้นะ ติดมันหน่อยหนึ่ง ทอดสองรอบให้หนังมันกรอบ หอมมันเค็มกำลังดี” 

“เอื้อก..” เล่นเอาน้ำลายสอ

 

 

 

ระหว่างทานอาหารเราก็คุยกันถึงความหลังเพราะแก่แล้ว

 “แกอาบน้ำปะแป้งแต่งตัวเข้านอน เตียงเดียวกับผมนี่แหละ”

“กลัวผีขนาดนั้นเชียวรึ”

“ก็ยังดีกว่านอนคนละห้อง พอตกดึกแกพลิกตัวหันหน้ามาทางผม เล่นเอาตกใจ”

“ทำไมละ จะปล้ำพี่เหรอ”

“แกปะแป้งเสียขาวว๊อกจ่ออยู่หน้าผมตอนมืด ๆ นึกว่าผี”

“โชคดีนะที่ไม่ตกใจถีบแกตกเตียง”

“มีอีกครั้งที่เดินทางไปมันมืดวังเวงมากเลย คืนนั้นผมนอนกับสมาน จำมันได้ไหมหมอ ผอม ๆ เล็ก ๆ หน่อย”

“จำได้”

“พอกลางดึกหนาวมากจนผมตื่นขึ้นมา แต่สะดุ้งโหยง”

“เห็นอะไรเหรอ”

“ไอ้หมานมันหนาวลุกขึ้นนั่งเอาผ้าคลุมโปงขาว ๆ นึกว่าผี ไอ้บ้าผมจะเอาพระเขวี้ยงมันตาย”

“ตายแน่” ฉันรับลูก เพราะพวงพระเครื่องแกใหญ่มาก

“พี่ห้อยเยอะ ๆ อย่างนี้ไม่หนักหรือ”

“ยังมีอีกหลายพวง”

หา!”

แต่ละพวงมีพระเครื่องหลายองค์ แต่ละองค์มีขนาดต่างกัน ตั้งแต่เล็ก ๆ ราวนิ้วก้อยไปจนถึงขนาดราวฝ่ามือที่แกว่าเป็น

“รุ่นนี้ limited”

“รุ่นนี้ปืนยิงไม่เข้าเพราะใหญ่มาก” เจ้าก้อยออกความคิดเห็นแบบเสียวสลบเมื่อเห็นพระเครื่องขนาดฝ่ามือ

“พี่ใส่หมดเลยเหรอ” ฉันรีบเปลี่ยนเรื่อง

 “ไปสายเหนือต้องอันเชิญพวงนี้ สายอีสานต้องพวงนี้ ส่วนสายใต้ต้องหลวงพ่อทวดพวงนี้ ไม่งั้นคุยกันไม่รู้เรื่อง แล้วท่านก็ไม่ถนัดทางนั้นด้วย” เวลาเดินทางไปทิศใดแกก็อันเชิญพวงพระเครื่องตามทิศนั้น ๆ ไปด้วย

“…..” ทำเอาฉันอึ้งไปเลย

“สำหรับองค์ใหญ่นี้ตอนนอนต้องวางให้หัวท่านโผล่ออกมานิดหนึ่ง จะได้เห็นว่ามีพระ”

สมกับอยู่สำนักระบาดวิทยามานาน แกกะป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องแต่เนิ่น ๆ ไม่ให้ผีจ๊ะเอ๋กับพระในระยะประชิดตัวเลยทีเดียวเชียว

“หนังที่มันมีฉลามโผล่พรวดมาให้ตกใจ เหมือนหนังผีนะ ผมยังไม่ชอบดูเลย”

“แสดงว่าพี่ไม่ดูหนังผี”

“ก็ดูบ้างแบบหนังตลก แต่ก็ยังกลัวอยู่เลย เอามือปิดหน้า ดูลอดนิ้ว เจ้าลูกชายก็พอกัน นั่งซุกอยู่หลังผมนี่ละ”

“แล้วจะดูให้เสียเวลาทำไมเนี่ย”

 

 

 

 

“วันนั้นต้องไปนอนคนเดียวที่โรงแรมไกล ๆ มืด ๆ ผมเชิญพระมาเต็มที่ใส่ไปสองสามพวง แถมลูกประคำอีก” แกยังเล่าต่อ

“สบายเลยสิ ผีไม่กวน”

“นอนไม่หลับทั้งคืนเลยหมอ”

 “หา!… เฮี้ยนขนาดนั้นเชียวหรือ”

“หมอนก็สูง เวลาพลิกที พระเครื่องไหลดังคลิ๊ก คลิ๊ก คลิ๊ก ตั้งหลายองค์ รวมลูกปะคำอีก” แกพูดพลางทำนิ้วมือกระดิกม้วนลงมา

“หายใจไม่ออก”

“ผีรัดคอรึ”

พระรัดคอ

“…” 

 

 

 

       ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกทำให้ชวนคิดว่าพี่อดุลย์เป็นนายพลหรือนักเลงใหญ่ ทว่าภายใต้ใบหน้าที่ดุดันกลับจิตใจอ่อนโยนและเด็ดเดี่ยว แกรักลูกมากขนาดเลิกเหล้าบุหรี่เด็ดขาดเพื่อลูก

“ผมเอามือวางที่ท้องเมียแล้วบอกกับลูกชายว่าพ่อจะเลิกเหล้า แล้วผมก็หักดิบเลย มีคนว่าผมบ้า ลูกจะรู้เรื่องได้ยังไง แต่ตัวผมซิรู้”

“…..”

“ถ้าผมไม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกแล้วจะสอนลูกได้ยังไง”

 

       ฉันนับถือความเด็ดเดี่ยวของพี่อดุลย์จริง ๆ  พระอาจารย์เคยสอนเรื่องสัจจะวาจานี้แรงนัก ถ้าเราตั้งจิตแล้วทำ ก็จะเป็นสัจจะบารมี ปีใหม่นี้ท่านจึงให้ขยันทำความเพียรชอบทั้งทางโลกทางธรรม การเดินของชีวิตเราหดสั้นลงทุกนาทีทุกปี  ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ท่านผู้อ่านทั้งหลายด้วยเทอญ 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
SW19 วันที่ : 21/01/2015 เวลา : 23.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

อาจารย์พี่ก๊วย เล่าแล้วเห็นภาพ โดยเฉพาะที่จอดรถที่เทเวศร์
ขำพี่อดุลย์
[ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ท่านผู้อ่านทั้งหลายด้วยเทอญ]
ขอให้อาจารย์พี่ก๊วยได้รับความสุขสวัสดีกลับเป็นเท่าทวีคูณ

ความคิดเห็นที่ 11 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พี่ก๊วย วันที่ : 21/01/2015 เวลา : 08.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

BlueHill
"นักสืบโรคระบาด กลัวโรคอะไรที่สุดครับพี่ก๊วย"
โรคขาดวิตตมิน M (money) เพราะเป้นโรคทรัพทย์จางยังตะเกียกตะกายอยู่ได้ แต่ถ้าขาดเลยคงอยู่ได้ไม่นาน

"แล้วมีไหมครับ ที่จนถึงขณะนี้ยังสืบไม่ออกว่าไปเจอโรคอะไรมา"
ส่วนใหญ่โรคคงพอจะสืบรู้ ยกเว้นโรคอุบัติใหม่ช่วงแรก (emerging disease) แต่สาเหตุการระบาดนี้ บางทีก็หาไม่เจอ

feng_shui
"เป็นหมอละบาท แล้วยังเล่าเรื่องสนุก อีก อิอิ"
ชีวิตจริงก้ก๊ง ๆ อย่างนี้แหละ

"ปล. หมอพี่ก๊วย ได้รับของหรือยังค่ะ ส่งไปให้ตามที่อยู่ ที่แจ้งมา ตั้งแต่ปีใหม่ค่ะ"
ได้แล้วค่ะ ขอบคุณมาก ให้บอลหลานไปเต๊ะลดความอวบแล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
feng_shui วันที่ : 20/01/2015 เวลา : 20.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

เป็นหมอละบาท แล้วยังเล่าเรื่องสนุก อีก อิอิ

ปล. หมอพี่ก๊วย ได้รับของหรือยังค่ะ ส่งไปให้ตามที่อยู่ ที่แจ้งมา ตั้งแต่ปีใหม่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
BlueHill วันที่ : 20/01/2015 เวลา : 19.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

นักสืบโรคระบาด กลัวโรคอะไรที่สุดครับพี่ก๊วย
แล้วมีไหมครับ ที่จนถึงขณะนี้ยังสืบไม่ออกว่าไปเจอโรคอะไรมา

ความคิดเห็นที่ 8 แม่หมี , BlueHill และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
พี่ก๊วย วันที่ : 20/01/2015 เวลา : 12.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

ราศีเมษ

“สนุกสนานตลอดทางเลยค่ะ”
ก็ทำงานไปหัวเราะไปค่ะ

ลูกเสือหมายเลข9

“ฮ่าๆๆ ....อ่านเพลินเลย”
ขอบคุณค่ะ

wullopp

“เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน ขอบคุณ อาจารย์ ครับ”
บ้านคุณหมอมีสาระกว่าค่ะ ไปแวะบ่อย ๆ

แม่หมี

“อ่านสนุก ...เขียนแบบนี้ พี่ก๊วยต้องคิดในใจ"สนุกตรงไหน มีแต่เรื่องเสี่ยงๆทั้งนั้นนนนนน....”
ก็เสียวไปยิ้มไปก็ได้ค่ะ
“ชอบสติ๊กเกอร์ติดกระจก เต็มพรืดเป็นแถว ห้ามมันทุกอย่างได้คงห้าม”
กำลังเล็งหาเด็ด ๆ อีกค่ะ

“ชอบเรื่องของพี่อดุลย์หลากรส มือฉมังในการขับรถ แถมยังมีเรื่องฮาๆให้อ่าน ยิ่งถึงตอน “พระรัดคอ” นี่แม่หมีปล่อยก๊ากเลย
ยิ่งอันนี้สุดยอดเลย“ถ้าผมไม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกแล้วจะสอนลูกได้ยังไง”
เห็นด้วย ยังเล่าไม่หมดเลยค่ะ

ลุงชาติ

“สวัสดีครับ ไม่ได้เจอพี่ก๊วยซะนาน”
งานเพียบ ไม่มีวันหยุดค่ะ แค่หาเวลามาเขียนได้ก็บุญแล้วค่ะ

“ยังเล่าเรื่องได้สนุกทุกลมหายใจ”
อิ อิ ชีวิตจริงก็ไปกันยังงี้แหละค่ะ

สำรวจฟ้า

“พี่ดุลย์ทำงานอย่างมืออาชีพ รู้จักการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี มีเรื่องเดียวที่แก้ไม่ได้คือปัญหากลัวผี”
ยังไง ๆ ก็ยังแก้ไม่ได้ค่ะ


กระเจี๊ยบ

“อ่านแล้วสนุกค่ะ แต่นึกอยู่ว่า ถ้าได้ไปเจอเหตุการณ์แบบพี่ก๊วยจริง ๆ จะยังมีสติและเห็นเป็นเรื่องขำเหมือนพี่หรือเปล่า”
ตอนเกิดสติมาก่อนค่ะ จะได้มีเวลามาขำต่อทีหลัง
“จริงแท้เลยค่ะ การเดินของชีวิตเราหดสั้นลงทุกนาทีทุกปี”
ใช่ค่ะ เราจึงไม่ควรฉลองวันเกิด แต่ต้องระลึกวันเสื่อมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 20/01/2015 เวลา : 02.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

อ่านแล้วสนุกค่ะ แต่นึกอยู่ว่า ถ้าได้ไปเจอเหตุการณ์แบบพี่ก๊วยจริง ๆ จะยังมีสติและเห็นเป็นเรื่องขำเหมือนพี่หรือเปล่า จริงแท้เลยค่ะ การเดินของชีวิตเราหดสั้นลงทุกนาทีทุกปี

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สำรวจฟ้า วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 22.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

พี่ดุลย์ทำงานอย่างมืออาชีพ รู้จักการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี มีเรื่องเดียวที่แก้ไม่ได้คือปัญหากลัวผี

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ลุงชาติ วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 21.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongchat
http://www.facebook.com/lungchati

สวัสดีครับ
ไม่ได้เจอพี่ก๊วยซะนาน
ยังเล่าเรื่องได้สนุกทุกลมหายใจ
ขอบคุณมากครับ พี่ก๊วย

ความคิดเห็นที่ 4 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 20.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านสนุก ...เขียนแบบนี้ พี่ก๊วยต้องคิดในใจ"สนุกตรงไหน มีแต่เรื่องเสี่ยงๆทั้งนั้นนนนนน....
ชอบสติ๊กเกอร์ติดกระจก เต็มพรืดเป็นแถว ห้ามมันทุกอย่างได้คงห้าม
ชอบเรื่องของพี่อดุลย์หลากรส มือฉมังในการขับรถ แถมยังมีเรื่องฮาๆให้อ่าน ยิ่งถึงตอน “พระรัดคอ” นี่แม่หมีปล่อยก๊ากเลย
ยิ่งอันนี้สุดยอดเลย“ถ้าผมไม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกแล้วจะสอนลูกได้ยังไง”


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
wullopp วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 18.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

จากในเรื่อง
"บางคันก็มีป้ายห้ามที่แสนงง อย่างเช่น ห้ามเอาทุเรียนขึ้นมา ห้ามดื่มในรถ ห้ามหมาขึ้น ห้ามข่มขืน เอ๊ย ตีกันในรถ แม้กระทั่งห้ามเอาปืนกลมายิงเล่น ป้ายสุดท้ายนี้ห้ามควายขึ้น ไม่ทราบว่าบอกใคร"
.
เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน
ขอบคุณ อาจารย์ ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 15.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ฮ่าๆๆ ....อ่านเพลินเลย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ราศีเมษ วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 15.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Steel-Roses
I have a dream.

สนุกสนานตลอดทางเลยค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน