• พี่ก๊วย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-09-16
  • จำนวนเรื่อง : 114
  • จำนวนผู้ชม : 316342
  • จำนวนผู้โหวต : 289
  • ส่ง msg :
  • โหวต 289 คน
BrazilMiss

Miss flight in Brasil

View All
<< ตุลาคม 2015 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2558
Posted by พี่ก๊วย , ผู้อ่าน : 2004 , 23:28:07 น.  
หมวด : เรื่องขำขัน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว , BlueHill และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

        ข่าวการเสียชีวิตของหญิงไทยจากแมงกะพรุนกล่องที่เกาะพะงันที่ดังไปทั่ว ประเทศ ทำให้เราต้องปรับแผนในการลงพื้นที่ให้เข้ากับสถานการณ์  ส่วนที่ช่วยในเนื้องานคือความใส่ใจของพื้นที่มีมากขึ้น แต่ก็อดจะสะท้อนในใจส่วนลึกมิได้ว่า ต้องให้ตายอีกสักกี่ศพถึงจะเอาจริงเอาจังกันเรื่องนี้เสียที

 

 

        

   วันแรกแห่งการเดินทาง ดูเสมือนราบรื่นพิกลอยู่ พนักงานสายการบินประกาศเรียกผู้โดยสารพิเศษขึ้นเครื่องก่อน ดูเหมือนอภิสิทธิ์ชน แต่อันที่จริงทุกสิ่งในโลกล้วนแล้วต้องแลกมา ไม่มีอะไรได้เปล่า คือต้องรวยซื้อชั้นธุรกิจนั่ง หรือบินบ่อยจนได้เป็นสมาชิกระดับพิเศษ ถ้าไม่รวยไม่บินบ่อย ก็ต้องแก่หงำเหงือก ทุพลภาพต้องนั่งรถเข็น  หรือ เป็นเด็กน้อยที่ต้องคอยช่วยเหลือ จึงได้ไปก่อน กลุ่มหลังนี้ไม่ได้หมายความว่าจะได้ลงก่อนเสมอไปนะ โดยเฉพาะผู้ใช้รถเข็นมักจะได้ลงทีหลัง  ฉันได้สิทธิ์ขึ้นก่อน แต่ต้องใช้รถบัสต่อไปขึ้นเครื่อง จึงต้องไปรวมกับเด็ก ๆ เต็มรถจึงดูไม่ออกว่ามาในสถานะไหน อิ อิ

 

 

 

 

   เมื่อไปถึงเกาะสมุยก็ลุยงานเลย ไปเจอลูกศิษย์ที่จบไปแล้ว ได้โอกาสสอนต่อ ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปแค่ไหน ความเป็นครูไม่เคยเปลี่ยน

 

 

          ฉันทำงานแทบทุกวัน จึงใช้หลักการบริการดุจญาติมิตร มิใช่ให้คนไข้ช่วยตัวเองแบบกันเองนะ แต่มีไมตรีจิตกับผู้ที่พบปะดั่งญาติโยม มันทำให้ดูเสมือนไปเยี่ยมมากกว่าไปทำงาน จึงหาความสุขได้ในทุกที่ มาครานี้เอาลำไยไร้สารพิษที่แม่ปลูกเองมาฝากผู้จัดการโรงแรมที่เรามาพักบ่อย เขาเมตตาให้ราคาที่ข้าราชการอย่างเราจะพอเบิกได้ ฉันเรียกพี่ อีกท่านคือประธานที่ปรึกษาโรงพยาบาล หรือภาษาง่าย ๆ คือเจ้าของโรงพยาบาลนั่นแหละ ฉันเรียกป้า ท่านสนับสนุนในการรายงานผู้ป่วย ให้หมอพยาบาลมาอบรม แถมทำอาหารเลี้ยงเราให้อิ่มหนำสำราญ ไม่รู้ทำบุญกันมาแต่ชาติปางไหน ป้าเอ็นดูพวกเราตั้งแต่ไปทำงานในปีแรก ๆ เมนูเด็ดคือขาหมูรสเลิศที่ต้องเคี่ยวเป็นวัน เอามันออก เก็บเข้าตู้เย็นหนึ่งคืน เช้ารุ่งขึ้นเอาไขมันที่เหลือออก เคี่ยวต่อ จนได้รสนุ่มชุ่มลิ้น

         นอกจากนี้ยังได้ทานทุเรียนพวงมณีที่ป้านึกว่าเป็นพันธุ์พื้น ๆ ให้แม่บ้านไปขายกิโลไม่กี่สิบบาท จนเราไปทักและฟาดจนพุงกาง ป้าเลยไม่ขาย แต่แจกจ่ายให้ลูกน้องทาน ยิ่งลูกที่เพิ่งล่วงปุ๊ลงมาจากต้น อุ๊แม่เจ้า เนื้อเหลืองจัดเด้งดึ๋ง ไม่นิ่มไปไม่แข็งไป  รสหวานมันกลมกล่อม ขนาดฝรั่งลืมหมอนทองไปเลย

 

 “ลองพวงมณีหน่อยน่า” ฉันเชิญชวนครูฝรั่งสอนดำน้ำแสนน่ารักที่เป็นเครือข่ายแมงกะพรุนพิษช่วยพวกเรา

“ไม่ ผมทานแต่หมอนทอง” แกส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว

“ลองแล้วจะติดใจนะ”

“ไม่ ผมชอบหมอนอย่างเดียว”

“ไม่ลองไม่รู้ แล้วจะลืมหมอนไปเลย”

แก ก็หยิบไปชิมยวงหนึ่งอย่างเกรงใจ แล้วยวงสองก็ตามไปติด ๆ จากนั้นก็ไม่หยุดทานจนเม็ดกองโต ยิ่งไปกว่านั้น แกขอห่อที่เหลือกลับบ้าน สุด ๆ ไปเลยพี่

 “เอาหมอนไปด้วยก็ได้”

“ไม่เป็นไรครับ”

“เอาไปเถอะ”

“ขอบคุณครับ”

ฝรั่งลืมหมอนจริง ๆ

 

 

            เราต้องเคลื่อนพลไปเกาะพะงัน ต้องตาลีตาเหลือกตื่นแต่ไก่โห่ รถนัดรับไปขึ้นเรือตอนหกโมงครึ่ง โรงแรมยังตั้งอาหารเช้าไม่เสร็จเลย ที่ไหนได้รถมาช้า เราใช้เวลาอันน้อยนิดสวมวิญญาณนักท่องเที่ยวสัญชาติหนึ่ง เข้าไปขอกล่องข้าวแม่ครัวทำแซนวิชจนฝรั่งที่ยืนรอรถเหมือนกันอดใจไม่ไหว เปลี่ยนสัญชาติไปเอามั่ง ขนมาเต็มสองฝ่ามือเลยหละ 

 

 

        เมื่อลงเรือข้ามเกาะเราต้องขนสัมภาระเยอะเพราะมีทั้งเครื่องพิมพ์ โปสเตอร์แบบพกพา หนังสือ กล้อง ของกิน และน้ำ เพราะในเกาะแพงเกินเบี้ยเลี้ยงอันน้อยนิด  

 

 

เวลานั่งในเรือต้องดูฮวงจุ้ยดี ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาเจอคลื่นลม กะเป๋าที่กองพะเนินเทินทึกล่วงหล่นมาทับได้ถ้านั่งแถวหน้า ยิ่งไอ้พวกมีล้อต้องรีบเอาเท้ายันไว้เวลามันไหลเข้าใส่ แต่ถ้านั่งหลังมากก็อาจจะเป็นสิงห์รมควันจากท่อไอเสียที่ลมพัดเข้ามา  เกิดอาการคลื่นเหียนอาเจียนได้

 

เรานั่งยังไม่ทันไรได้ขึ้นละ ใช้เวลาในขั้นตอนการลงเรือนานกว่าใช้เวลานั่งเรือเสียหลายเท่า เมื่อถึงเกาะไม่มีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมารับ ชะเง้อชะแง้แลหาก็มิมีผู้ใด ใกล้เวลาประชุมเชิงปฏิบัติการ (การพัฒนาระบบเฝ้าระวังและป้องกันการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากแมงกะพรุนพิษ) เข้าไปทุกที ฉันและหมอจิ๋มต้องไปบรรยายเรื่อง “การป้องกันการบาดเจ็บจากแมงกะพุรนพิษและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นผู้ได้รับบาด เจ็บจากแมงกะพรุนกล่องและแมงกะพรุนหัวขวด”  “การวินิจฉัยและการรักษาผู้ได้รับบาดเจ็บจากแมงกะพรุนกล่องและแมงกะพรุนหัว ขวด” และ “การดำเนินงานและความก้าวหน้าในการจัดตั้งระบบ เฝ้าระวังและป้องกันการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากแมงกะพรุนพิษในจังหวัด สุราษฎร์ธานี”  ร่ำ ๆ จะไปขอขึ้นรถตำรวจให้ไปส่งอยู่แล้ว ก็ปรากฏร่างพยาบาลนางหนึ่งกระโดดลงรถจักรยานยนต์ปราดเข้ามาหาฉัน หะ…รถนี่นะจะขนพวกเรา 9 คน ไปได้เช่นไร

 

“อาจารย์ อาจารย์คะ ขอโทษด้วยค่ะมาช้า” หล่อนระลำระลักเข้ามาขอโทษขอโพย

“ไม่เป็นไร เราจะไปกันยังไงเนี่ย”

“พอดีเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยค่ะ”

หะ!…ใครเป็นอะไรหรือเปล่า

“คือ รถน้ำมันหมดค่ะ ต้องไปเติมก่อน แปบเดียวมา”

“โล่งอกไปที”

“หนูรอเดินไปเดินมา จนคนขี่รถมอเตอร์ไซด์ผ่านมาหยุดถาม เขาเลยพามาส่ง”

 

เรารอสักพักรถก็ยังไม่มา  แม่นางพยาบาลก็กระหน่ำโทร รถก็ยังไม่มา

“ห้านาทีมาหลายครั้งรวมกันจะเป็นมาชั่วโมงแล้วนะพี่” แกรายงานเจ้านายทางโทรศัพท์

“เดี๋ยวถ้าไม่มา อาจารย์เรียกรถไปกับหมอจิ๋มก่อนนะ กลัวเขารอกัน”

 “มาแล้วค่ะ มาแล้วค่ะ เขาว่าอีก 3 นาที” หล่อนวางสายหันหน้ามาพยักหงึก ๆ

 

ฉัน อดนึกไม่ได้ว่าขนาด 5 นาที ยังปาเข้าไปตั้งชั่วโมง แล้ว 3 นาที จะประมาณไหนหละนี่ หลังจากคุ้นเคยไต่ถามสารทุกข์สุขดิบกันแล้ว หล่อนก็เผยความในใจให้ทราบ

“หนู เคยรับอาจารย์ระดับใหญ่อย่างอาจารย์นี่แหละ ตอนเตรียมน้ำชาเศษใบชามันติดอยู่ในถ้วย เราก็กินกันแบบนี้ ค่อยถุยออกทีหลัง อาจารย์เขาไม่ได้ว่านะคะ แต่พูดให้หนูสยอง พอรู้ว่าต้องมารับ รศ ด๊อกเตอร์อะไรยังงี้ ก็เกร็งไปหมด รถก็ช้าอีก ตอนมาถึงเห็นอาจารย์ยืนกินเงาะเหี่ยวอยู่ โล่งอกไปเลย ไม่น่าจะมีปัญหา กูรอดละ”

“……” ฉันพูดไม่ออก ไม่รู้ชมหรือด่า

 

เมื่อไปถึงสถานที่ประชุม สุดประทับใจในความเป็นกันเองของท่านนายอำเภอที่กรุณาลงมาช่วยขนของถึงประตู

 

 

 มีผู้ประกอบการ ผู้นำชุมชน กำนันผู้ใหญ่บ้าน เทศบาล องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ตำรวจท่องเที่ยว แพทย์ พยาบาล หน่วยกู้ชีพ กรมทรัพยากร และหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาร่วมจำนวนมากจนทำให้สถานที่คับแคบไปถนัดใจ

 

 

       ตอนกลางคืนเราก็ทำงานต่ออีก ใช้ห้องนอนนี่แหละ ประหยัดค่าห้องประชุม หามุมที่ชอบที่ชอบเอาตามใจ ถ้าใครมาทำงานกะพรุนกับฉันเป็นอันทราบล่วงหน้าว่าเหนื่อยหนัก นอนน้อย จริงจังแต่ขำได้

 

     ฉันตื่นแต่เช้าไปเดินสำรวจดูป้ายเตือนและตาข่ายกันแมงกะพรุนแถวชายหาดที่ยามค่ำ คืนคลาคล่ำไปด้วยผู้คนซดสุรายาเมาเร้าเริงใจ แล้วหลับใหลมิได้สมประดี  

 

 

    ยามเช้าเช่นนี้ จึงมีแต่หมามานั่งทอดกายสูดอากาศบริสุทธิ์อย่างละเมียดละไม ปล่อยอารมณ์ถลำลึกไปกับบรรยากาศสงบ

 

 

ใช่มีแต่หมาเกาะพงัน หมาบนเกาะสมุยก็เฉกเช่นกัน ออกกำลังกายว่ายน้ำแต่เช้าไร้ซึ่งเงามนุษย์ราตรี

 

         เสร็จกิจเราก็เคลื่อยย้ายอีก นอกจากขนกระเป๋าส่วนตัวที่นำมา ยังต้องขนสัมภาระที่ใช้ทำงานอีก เสื้อผ้าจึงขนมาเท่าที่จำเป็นและเบาสุด ๆ  การแต่งกายนั้นสำคัญมากในการลงพื้นที่ แต่ไม่ใช่ ‘ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง’ดอกนะ น่าจะเป็น ‘ไก่จมเพราะขนคนโทรมเพราะแต่ง’ มากกว่า เมื่อใดต้องลงเรือลงทะเลแบบไปทำงานไม่ใช่ไปเที่ยวนั้น ต้องรัดกุม หิ้วให้น้อยที่สุด ไปให้คล่องที่สุด ฉันจึงใส่เสื้อกั๊กเนื้อผ้าบาง รุ่นที่มีกระเป๋าใส่เอกสาร กล้องขนาดเล็ก หรือปราสเตอร์ยาปิดแผล และมีที่คลุมหัวไว้กันแดด กันฝน กันคลื่นสาดเวลานั่งเรือได้บ้าง ลมพัดก็ไม่ปลิวหลุดตกทะเลเหมือนหมวก เพราะจอดเรือเก็บลำบาก แถมยังต้องไวปานวอกชิงเก็บก่อนมันจมลงใต้น้ำไปต่อหน้าต่อตา ถ้าไม่ใช่หมวกฝังเพชรก็อย่ากระโดดลงไปเก็บให้เสียเวลาเชียวนา

 

กางเกงขาสั้น (ไม่ใช่สั้นจู๊ดจู๋ ล่อปูปลา)  เวลาลุยน้ำทะเลขึ้นเรือ มันจะมีคลื่นกระแทกฝั่งให้เปียกปอนได้ จะเอาขายาวก็ดีแต่ต้องสามารถม้วนพับขึ้นมาได้ ไม่ใช่รัดติ้วติดขา เพราะจะเปียกลามจนถึงก้นได้

 

 

          กระเป๋าสะพายหลัง (ไม่ต้องถือ) หนึ่งใบใส่ของจำเป็นเท่านั้น เพราะถ้าหนักมากมันจะกระชากตามแรงโน้มถ่วงของโลกให้หงายเงิบระหว่างขึ้นลง เรือและกระโดดข้ามเรือ หนำซ้ำไม่เหลือมือให้ใช้ตะกายเกาะเกี่ยวสิ่งใดได้เลย

 

 

 

รองเท้าใส่สบายเพราะต้องเดินเยอะ สวมกระชับติดเท้าเนื่องจากมันจะหลุดจากเท้าเวลาไปลุยน้ำ ลุยเลน ลุยทราย แทนที่จะได้ใส่รองเท้ากลับต้องหิ้ว เรียกว่าใช้ผิดอวัยวะ เขาออกแบบให้ใส่ไม่ใช่หิ้ว นอกจากนั้น ต้องแห้งง่าย ไม่งั้นเท้าเหม็นอย่างกับปลาเค็มเชียวหละ เวลาโดนน้ำทะเลมาแล้วไม่ล้างออก

 

 

          งานนี้ต้องเก็บวีดีทัศน์ แต่เงินมีจำกัดจำเขี่ยมาก ดังนั้น มือสมัครเล่นจึงช่วยกันถ่ายทำทั้งหมด ตากล้องมือหนึ่งคือเจ้าจ๊อบ เป็นโปรแกมเมอร์ จบคอมพิวเตอร์มา สามารถใช้ tablet และโปรแกรมตัดต่อหนังที่แถมมากับคอมพิวเตอร์ได้ ตากล้องมือรองคือวิคนขับรถเพราะต้องทิ้งรถไว้เกาะสมุยไปทำงานเกาะพะงัน แกขันอาสามาช่วยด้วยใจเต็มร้อยแต่ไร้สิ้นซึ่งฝีมือ มาถือกล้องตัวเล็กที่เปิดบริสุทธิ์ใช้ครั้งแรกสำหรับงานภาคสนาม ขนาดมันประมาณสามนิ้วผู้ชายตัวใหญ่   คำกล่าวของปราชญ์ที่ว่า ‘กระบี่อยู่ที่ใจ’ ถ้าจะใช้ไม่ได้ก็เพลานี้ แกเคยถือแต่พวงมาลัยรถ ท่าถือกล้องยังกับขับรถ วันแรก ๆ ภาพทั้งสั่นทั้งมัวจนต้องทิ้งหมด จ๊อบต้องโอบหลังประคองแขนถือกล้อง ดู ๆ แล้ว เสียวหลังแทนหนุ่มวิ มองไกล ๆ นึกว่าถูกลวนลาม แต่หุ่นล่ำดำบึกคงช่วยลดคำครหาไปได้บ้าง

 

 

วันหลัง ๆ ชักเซียนขึ้น มีลีลาท่าทาง รวมทั้งหามุมกล้องเอง

 

 

ยามไปบรรยายให้ความรู้ในที่ต่าง ๆ พอแกว่างปุ๊บก็จับมาเป็นนายแบบถือเสาพยาบาลน้ำส้มสายชูปั๊บ เรียกว่าเป็นพลขับสารพัดประโยชน์

 

 

 

 

     นอกจากนี้ยังมีผู้ช่วยชูป้ายบอกบท สำหรับฉากที่ต้องพูดยาว ๆ  เอาจนคอพับคออ่อนไปเลย ส่วนผู้ช่วยเขียนบทคือสาวปานและน้องน้ำ ที่ขาดไม่ได้คือฝ่ายเสบียงอาหารเป็นหนูก้อยตำแหน่งที่เหลือ ๆ ตั้งแต่กำกับ หามุมกล้อง จัดฉาก เขียน(ร่าง)หัวข้อบรรยาย และเป็นนักแสดงคือฉันเอง ทำแบบครูพักลักจำ ไม่ได้ร่ำเรียนอะไรมาสักอย่าง

 

ส่วนอุปกรณ์ก็หาตามมีตามเกิด ใช้ไมโครโฟนที่ติดมากับกล้องหรือ tablet เวลาถ่ายแถวชายหาดเสียงลมพัดทียังกับพายุเข้า

 

 

บางครั้งถ่ายในหมู่บ้านก็มีเสียงรถวิ่งไปมา เสียงนกที่ไม่เจื้อยแจ้วไพเราะเหมือนในหนัง แต่แหลมดังกลบเสียงพูดฉันเสียสิ้น สาวปานก็เอามือถือมาอัด อัดไปอัดมาเอามือเข้ากล้องด้วย

 

 

 

 ต้องรอสายขึ้นมาหน่อยให้นกมันกลับไปพัก แดดร้อนแต่มุมแสงยังพอไหว จึงถ่ายต่อ พูดดีแต่ไม่ครบ ต้องถ่ายใหม่ พูดครบแต่ไม่ดี ต้องถ่ายใหม่ พูดครบและดี แต่ดันมีแม่บ้านโรงแรมเดินเข้าฉากมา ไม่มาเปล่านะ ลืมของแล้วรำพึงดังมากจนเสียงลอดเข้ามา แกเดินกลับอีก เราไม่ถ่ายใหม่แล้ว เพราะล่อเข้าไปหลายครั้งจนละเหี่ยใจ

 

ส่วนนักแสดงจำเป็นก็ต้องซับหน้าเอาเองเพื่อไม่ให้เห็นเหงื่อโซกหรือมันแผล็บ สะท้อนเข้ากล้อง ทรงผมตามมีตามเกิดแล้วแต่กระแสลม ณ ขณะนั้นจะตกแต่งให้ ใช้หวีธรรมชาติอย่างมือสางเอาเองบ้าง ส่วนกระจกไม่ต้อง ใช้ความรู้สึกล้วน ๆ เนื่องจากในกองถ่ายไม่มีใครว่างสักคน สภาพใบหน้าอย่างนี้แต่ง  5 นาที หรือ 1 ชั่วโมง ได้ผลเหมือนกัน ไม่ต้องเสียเวลามาก

 

 บางฉากย้ายไปถ่ายที่ใหม่

 “ตาม GPS ไปเลย”

“ฮึ คราวที่แล้วก็ไปหลงอยู่กลางสวนยางก็ GPS นี่แหละ เปิดตั้งสองเครื่องเชียวนะ”

“หมอ ผมไม่อยากเลี้ยวเข้าค่ายทหาร ขี้เกียจแลกบัตร” พี่อดุลย์แสดงเจตนา (รถตู้แอร์ ใคร ๆ ก็บินได้  http://www.oknation.net/blog/peeguay/2015/01/19/entry-1  )

“งั้น มีทางอื่นไหมหละ”

“มี๊ ทางเลียบรั้วไง”

“ใครไปถูก”

“ใช้ GPS สิ เดี๋ยวนี้มันแม่นนะ”

“ก็ ตามใจ”

“เลี้ยว ๆ U turn เลย”

“เลี้ยวแล้ว ขับต่อ เดี๋ยวจะเจอทางเลี้ยวซ้าย”

“ถึงยัง” พี่อดุลย์ถาม

“เดี๋ยวนะ ๆ”

“เอายัง” พี่อดุลย์ถาม

“ทางไม่คุ้นหวะ” 

“ใช่เปล่า”

“น่าจะใช่”

เลี้ยวยัง” พี่อดุลย์ถามเสียงดัง

“มันเบี่ยง ๆ งี้แหละ”

“น่าจะใช่”

 มัวแต่เถียงกัน ไม่มีใครสนใจพี่อดุลย์ แกเลี้ยวป๊าบเข้าไป ในทางราดยางมะตอยเล็ก ๆ ที่มีบ้านเรือนเรียงรายอยู่ด้านซ้ายและรั้วปูนสีขาวด้านขวา ดูดี

เราเพลิดเพลินกับบรรยากาศและคุยกันอยากสบายใจ

 “ทำไมมันไกลจัง”

เฮ้ยพี่! ทะเลอยู่ข้างหน้า”

พี่อดุลย์กระทืบเบรกให้ตาย เอ๊ย หยุดคาที่

“ต้องเลี้ยวขวาเลาะชายหาดไปด้านขวา”

“……” พี่อดุลย์แหล่ตามอง

“ทำไมไม่เลี้ยวหละ”

“จะเลี้ยวยังไง ไม่มีถนน”

“อ้าว เฮ้ย มีแต่ทางเลี้ยวซ้าย”

“แล้วจะไปยังไงละนี่”

“ไปไม่ได้” พี่อดุลย์สรุปเสียงดังชัดเจน

“แล้วเลี้ยวเข้ามาทำไม”

มันบอกให้เลี้ยว

ใคร ใคร บอกวะ?

GPS

“…..!”

“ก็มัวแต่เถียงกันอยู่ มันบอกให้เลี้ยว ผมก็เลี้ยว”

“กลับ ๆ”

เรารีบสรุป ถอยรถ ตั้งลำกลับทางเดิม

อดชะเง้อชะแง้มองข้ามรั้วขาวที่ทอดยาวกั้นทางเราไว้มิได้  

นั่นไง ๆ ถนน

ใช่จริง ถนนลาดยางสีดำคดเคี้ยวเข้าไปในหมู่แมกไม้ที่ร่มรื่น

เฮ๊ย มีวรนุชด้วย ตัวเบ้อเริ่ม”

ไม่รู้มันออกมาเยาะเย้ยหรือเปล่า

 

      ยังไม่จบเรื่องสื่อสารระหว่างพี่อดุลย์กับเจ้าจ๊อบตากล้องจำเป็นของเราอีก

“พี่เอาอะไร” เจ้าจ๊อบถามก่อนลงรถไปร้านกาแฟ

“เอส” พี่อดุลย์ตอบสั้น ๆ ตามมาดของแก

เจ้าจ๊อบหายเข้าร้านสักพักก็หอบหิ้วขนมของกินพะรุงพะรังกลับมาที่รถ

“นี่พี่” ว่าพลางยื่นขวดน้ำอัดลมสีดำ ‘เอส’ ให้

“....!” พี่อดุลย์แกแหล่ตามองลอดเปลือกตาบนที่ตกลงมาปิดลูกตาครึ่งหนึ่ง

“รับสิพี่” เจ้าจ๊อบขะยั้นขะยอ

“ของใคร” พี่อดุลย์ถามเสียงเข้ม

“ของพี่นั่นแหละ”

“ผมไม่ได้สั่ง”

“เอสไง!”  เจ้าจ๊อบชักงง

“เอสเปรสโซ”พี่อดุลย์ตอบ

“…….”

 ให้คนไม่ดื่มกาแฟแต่ชอบน้ำอัดลมไปซื้อให้คอกาแฟก็เป็นเช่นนี้แล เพราะมโน (ใจ) คนละอย่าง เป็นอันว่าเจ้าจ๊อบได้ลาภปากไป

 

    พาหนะที่เราใช้ลงพื้นที่มักจะเป็นรถตู้ติดตรากรมควบคุมโรคเพราะถูกกว่าเช่า บางทีมีคนถามด้วยความสงสัย บางทีก็กวน

“ทางไปหาดไปยังไงครับ” เราแวะถามทาง

“ตรงไปสักพัก แล้วเลี้ยวขวา” พี่ผู้หญิงร้านขายของบอกทาง
“ควบคุมโรคนี่หนะ คุม (ขัง) โรคอะไรมั่ง” ชายวัยกลางคนนั่งคล่อมรถจักรยานยนต์สั่งซื่อเหล้าถามทะลุกลางปล้องขึ้นมา
“คุมโรคเหล้า เบาหวาน ความดัน ยิ่งในพรรษายังงี้ยิ่งจับคนกินเหล้า” สาวปานนั่งหน้า คนไต้เหมือนกันตอบกลับทันใด
“…..!” น้าแกไปไม่เป็นเลย

เคยมีคนถามสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 ว่า ‘โรคที่ 11 นั้นมันโรคอะไร’ ทั้ง ๆ ที่มันเป็นชื่อเขตรับผิดชอบ

 “วันนี้ช่วยบอกทาง จึงไม่ควบคุมโรคเหล้านะ” สาวปานกล่าวก่อนรถเราเคลื่อนออกมา พลขับเร่งเครื่องออกจากพื้นที่โดยเร็ว กลัวโดนเหยียบ

 

           วันนี้แดดดีท้องฟ้าสดใส พอถึงที่หมายฝนตก ต้องรอจนฝนหยุดจึงถ่ายทำต่อได้ ขาตั้ง tablet ไม่มีต้องถือเอา ถ่ายแล้วถ่ายอีกเพราะควบคุมเสียงจากผู้คนที่เดินผ่านไปมาลำบาก ต้องอาศัยจังหวะ พอคนไม่มีก็รีบจนลืมบท พอบทได้แต่เสียงเบาไปอีก ต้องตรวจทุกฉากเพื่อถ่ายใหม่


 

 

 

พอผ่านไปหลายครั้ง ชักเหนื่อย กะครั้งสุดท้าย ดีหมดแต่ตายตอนจบเพราะตากล้องมืออ่อนล้า tablet ล่วง ดีคว้าทันก่อนมันโหม่งพื้น ต้องถ่ายใหม่จนเย็น

 

 

      เราทำงานกันหามรุ่งหามค่ำจนบางครั้งก็มึน ในทีมงานหนุ่มจ๊อบใส่เสื้อสีฟ้าแจ่มจ้าเจิดจรัส 

 

 สาวปานเดินคุยกับหนุ่มจ๊อบไปใช้มือถือไป จนฉันต้องไปฉุดออกมาเพราะหล่อนไปเดินตามชายแปลกหน้าต้อย ๆ คุยเป็นต่อยหอย ดีนะที่เขาไม่วิ่งกระเจิดกระเจิงไปก่อนนึกว่าเจอหญิงบ้า

 

 

 

     ถึงขั้นตอนวิบากสุดคือตัดต่ออัดเสียง เพราะทุกวินาทีมีค่า ต้องคุมให้เหลือประมาณ 15 นาที อัดสดถ้าไม่ตรงจังหวะภาพ ก็ต้องอัดใหม่ หลุดไปเป็นวินาทีก็ไปทับอีกฉากหนึ่ง พูดเร็วไปก็ไม่รู้เรื่อง มาถึงบางอ้อว่า นาทีละแสนมันเป็นยังไง  เราใช้ห้องพักของโรงแรม เพราะไม่มีไมโครโฟนบันทึกเสียงโดยเฉพาะ ใช้ที่ติดมากับคอมพิวเตอร์นี่แหละ แต่ดันมีเสียงเครื่องปรับอากาศดังกระหึ่ม คือให้รู้เลยว่าแอร์ไทยกำลังทำงานอยู่นะ ต้องปิดมันขณะอัดเสียงจนร้อนตับแทบแตก ต้องหยุดเป็นระยะ ๆ เพื่อให้กองถ่ายที่เหลือไม่เป็นลมไปก่อน พอจะอัดก็มีเสียงขายของดังมาจากลำโพงงานวัด เนื่องจากรั้วโรงแรมติดวัดเลยละ พี่อดุลย์กลัวผีสุด ๆ บ่นอุบว่ามาอยู่ใกล้เมรุเผาศพ พอตอนสี่ทุ่มหมาออกมาหอนทุกคืน แกอันเชิญพระเครื่องมากระเป๋าเต็มๆ บอกว่าเอามาส่องดู ฉันแอบคิดว่าแกกะกันผีทุกชนิดทุกรูปแบบเป็นแน่แท้

 

 

 

      ขั้นตอนท้ายสุดต้องใส่เพลงที่ไม่มีลิขสิทธิ์  ใช้เพลง Princess Mononoke ที่ อ. จักรกริชเรียบเรียงและเราบรรเลงกันเองในงานแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (เพลงของพ่อหลวง พระอัจฉริยภาพที่ยิ่ง  http://www.oknation.net/blog/peeguay/2010/12/01/entry-1 )

 

         ขณะนี้เหลือแค่ตรวจทานและตกแต่งให้เรียบร้อย แล้วคงจะเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปใช้ค่ะ เพราะมีประเด็นสับสนเยอะ บางป้ายเตือนทำให้กลัวแต่ไม่ได้บอกว่าจะต้องทำอย่างไร บางป้ายรูปผิด  

        อีกทั้งมีคำจำเพาะที่ต้องระวัง อาทิเช่น

น้ำส้มสายชู ‘ระงับการยิงเข็มพิษ’ ของกะเปาะพิษ (nematocyst) ไม่ใช่ ‘ระงับพิษ’

น้ำส้มสายชู ‘ระงับการยิงเข็มพิษของกะเปาะพิษที่ยังไม่ได้ยิง’ ไม่ใช่ ‘แก้พิษ’ ส่วนพิษที่เข้าไปแล้วต้องช่วยอีกแบบ ดังนั้นจึงต้องรีบให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะจากประสบการณ์พบว่ารายที่รุนแรงมักจะหมดสะติภายในประมาณ 2 นาที จึงต้องมีใกล้ที่เกิดเหตุ เพราะกะเปาะพิษยิงเข็มพิษในตอนแรกราว ร้อยละ 10-30 การใช้น้ำทะเลสาดอาจจะทำให้กะเปาะพิษที่ยังไม่ได้ยิงในตอนแรก (ประมาณร้อยละ 70-80) ยิงเพิ่ม

ราดให้ ‘ทั่วบริเวณที่สงสัยว่าสัมผัส’ ไม่ใช่ ‘ราดที่แผล’ เพราะบางทีก็ไม่เห็นแผล และเมือกก็มีกะเปาะพิษอยู่ เสื้อผ้าก็มี ถ้าตอนถอดไปถูเข้าก็อาจจะยิงเข็มพิษได้ แนะนำให้ตัดเสื้อผ้าทิ้งแทนการถอดถ้าไม่แน่ใจ

ราดต่อเนื่องอย่างน้อยครึ่งนาที’ ไม่ใช่ ‘ราดทิ้งไว้ครึ่งนาที’

‘ใช้บัตรขูดเอาหนวดออก’ แต่เขียนไม่ครบ ขาดข้อความว่า ถ้าไม่มีอะไรเหลือสักอย่างให้’  หรือ ขาดข้อความว่า ‘หลังจากราดน้ำส้ม’

 

    ปวดหัวใจในเรื่องสื่อสารความเสี่ยงที่ของผู้คนและนักข่าวบางกลุ่มซึ่งมิได้เจตตาให้เกิดแต่อาาจะเป็นจุดอ่อนของเขา  จึงได้แต่หวังว่าจะร่วมด้วยช่วยกันสื่อไปในทางที่ถูกต้องดีงาม เหมือนสื่อน้ำดีที่ได้พบเจอค่ะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 25/10/2015 เวลา : 21.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว

"สนุกสนานกับกิจกรรมงานที่ทำไปด้วยเลยครับพี่ก๊วย "
ค่ะ ตามประสาคนสุขง่าย

กำหนัน

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
กำหนัน วันที่ : 25/10/2015 เวลา : 09.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21


ความคิดเห็นที่ 12 (0)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 25/10/2015 เวลา : 00.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

สนุกสนานกับกิจกรรมงานที่ทำไปด้วยเลยครับพี่ก๊วย

ความคิดเห็นที่ 11 INDYLOVE , กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
พี่ก๊วย วันที่ : 23/10/2015 เวลา : 15.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

INDYLOVE
"อินดี้ว่าพี่ก๊วยและทีมงานสุดยอดเลยค่ะ อยากดูผลงานตอนที่ทำออกมาแล้วจังค่ะ ขอให้ออกมาดีสมความตั้งใจนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะพี่ก๊วย"

อันที่จริงมีคนอื่นที่สุดยอดกว่า เขาอาจจะไม่มีโอกาสบอกเราเหมือนเรา ขอขอบคุณแทนทีมงาน ส่งกำลังใจนี้ไปให้เขาอ่านแล้วค่ะ

สิงห์นอกระบบ
"อันที่จริงกลิ่นcheeseตามร้านขายcheeseตลบอบอวลกว่ากลิ่นทุเรียนเยอะเลยครับ "
ใช่ค่ะ โดยเฉพาะ บลูชีส คล้ายปลาร้า

พล.ท.นันทเดช
" เพิ่งเข้ามาอ่านครับ ยังงงๆอยู่ครับ "
ถ้ามีเวลา ขอเชิญค่อยๆตามไปเก็บเรื่องเกา่ๆก็ได้ค่ะ

หวานหวาน
"เรื่องนี้อ่านสนุกและได้ความรู้ด้วย "
ขอบพระคุณแทนทีมงานค่ะ

BlueHill
"อาจารย์หมอพี่ก๊วยมีเทคนิคจำเรื่องราวต่างๆได้ยังไงครับ
เก็บมาเขียนมาเล่าเสียละเอียดเลย"
ขึงสะติสมาธิเวลาฟัง จำลักษณะเด่น เน้นเนื้อหาหลัก และบันทึกไว้เนืองๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
หวานหวาน วันที่ : 22/10/2015 เวลา : 13.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong

สวัสดีค่ะอาจารย์หมอพี่ก๊วย

เรื่องนี้อ่านสนุกและได้ความรู้ด้วย
ขอบพระคุณนะคะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
BlueHill วันที่ : 21/10/2015 เวลา : 21.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

อาจารย์หมอพี่ก๊วยมีเทคนิคจำเรื่องราวต่างๆได้ยังไงครับ
เก็บมาเขียนมาเล่าเสียละเอียดเลย

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 21/10/2015 เวลา : 19.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

เพิ่งเข้ามาอ่านครับ ยังงงๆอยู่ครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 21/10/2015 เวลา : 11.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ฝรั่งชอบทานทุเรียน คงเหมือนกับคนไทยชอบทานcheeseนะครับ คุณหมอฯ อันที่จริงกลิ่นcheeseตามร้านขายcheeseตลบอบอวลกว่ากลิ่นทุเรียนเยอะเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 21/10/2015 เวลา : 11.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

สำรวจฟ้า
"อ่านประกาศแล้วชวนให้เวียนหัวจริงๆ ไม่รู้ว่าจะปฏิบัติยังไงถึงจะถูกต้องตามหลักการแพทย์ "
เรียบง่ายมากค่ะ ถ้าให้ข้อมูลไปทิศทางเดียวกัน

รุ่งตะวัน
ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
INDYLOVE วันที่ : 21/10/2015 เวลา : 11.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loveindy
บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับความทรงจำความประทับใจ ประสบการณ์ในการท่องเที่ยว และอาหาร

สวัสดีค่ะ พี่ก๊วย...

ตามมาอ่านต่อค่ะ เมื่อวานยังอ่านไม่จบ เห็นการทำงานของพี่ก๊วยแล้วเห็นใจเลยค่ะ
แต่พี่ก๊วยและทีมงานก็เก่งมากทุกคนเลยค่ะ มีความสามารถรอบด้าน น่ารักทุกคนเลยค่ะ
โดยเฉพาะพี่ก๊วย เวลาออกไปบรรยายดูเท่มากๆ เลยค่ะ เป็นการทำงานที่ดูมีชีวิตชีวา
มีสีสัน น่าสนุกนะคะ มองโลกในแง่ดี ทำสิ่งที่ตัวเองรัก ทำประโยชน์ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
อินดี้ว่าพี่ก๊วยและทีมงานสุดยอดเลยค่ะ อยากดูผลงานตอนที่ทำออกมาแล้วจังค่ะ
ขอให้ออกมาดีสมความตั้งใจนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะพี่ก๊วย

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สำรวจฟ้า วันที่ : 20/10/2015 เวลา : 21.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

อ่านประกาศแล้วชวนให้เวียนหัวจริงๆ ไม่รู้ว่าจะปฏิบัติยังไงถึงจะถูกต้องตามหลักการแพทย์

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
รุ่งตะวัน วันที่ : 20/10/2015 เวลา : 14.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fitmomok
[Free eBOOK] - วิธีลดน้ำหนัก 10 Kg ไม่พึ่งยา ไม่ฟิตเนสhttp://bit.ly/1qJ1osw

ได้ความรู้ดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พี่ก๊วย วันที่ : 20/10/2015 เวลา : 05.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

กระเจี๊ยบ ว
"ใช้น้ำส้มที่เข้มข้นกว่าน้ำส้มสายชูบ้านเราได้ไหมคะ หรือว่าถ้าเข้มข้นเกินไป "
ไม่ได้ผลค่ะ น้ำส้มสายชูทำอาหาร 4-6% กำลังดีค่ะ

ว่าเรื่อง เอส แล้ว ชอไปซดกาแฟหน่อยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 20/10/2015 เวลา : 04.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

ใช้น้ำส้มที่เข้มข้นกว่าน้ำส้มสายชูบ้านเราได้ไหมคะ หรือว่าถ้าเข้มข้นเกินไป จะไม่ดีต่อผิวหนัง ต้องเป็นน้ำส้มสายชูเท่านั้น

เอส....เพรสโซ ไม่รู้จริง ๆ ว่าพี่แกหมายถึงกาแฟ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน