• พี่ก๊วย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-09-16
  • จำนวนเรื่อง : 114
  • จำนวนผู้ชม : 313910
  • จำนวนผู้โหวต : 287
  • ส่ง msg :
  • โหวต 287 คน
BrazilMiss

Miss flight in Brasil

View All
<< กันยายน 2016 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 13 กันยายน 2559
Posted by พี่ก๊วย , ผู้อ่าน : 1166 , 14:02:23 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 9 คน BlueHill , สำรวจฟ้า และอีก 7 คนโหวตเรื่องนี้

         มันเป็นวันธรรมดาวันหนึ่ง พระอาทิตย์ทอแสงจากขอบฟ้ายามเช้า สายลมโอบปุยเมฆขาวลอยเอื่อย ๆ ไปในท้องท้องฟ้าสีคราม  ตื่นมาทำงานเหมือนเดิมจนถึงเที่ยง ก็มีโทรศัพท์จากพี่ว่า แม่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งแกคาดว่าไม่น่าจะรุนแรงเท่ากับที่น้องชายโทรมาบอก ซักไซ้ไล่เรียงก็ได้ความไม่ชัด อาจจะขาหัก ฉันตัดสินใจชวนไปลำพูนเพื่อไปรับแม่มารักษาที่เชียงใหม่ เพราะสะดวกในการดูแลมากว่า ระหว่างนั้นก็โทรติดต่อประสานงานเพื่อทำเรื่องการส่งตัว ซึ่งหัวหน้าฝ่ายต่าง ๆ ช่วยเหลือแนะนำอย่างดียิ่ง  ทุกอย่างจัดการได้ดี ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แล้วจึงโทรหาน้องชายที่เกิดอุบัติเหตุพร้อมกับแม่ น้องร้องไห้พูดสับสน ฉันค่อยถามไล่เหตุการณ์แล้วแม่น่าจะอาการไม่น้อย ความวิตกกังวนเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบ ๆ

 

 

เมื่อไปถึงห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลลำพูน น้องชายรีบรุดเข้ามาใบหน้าบ่งบอกความทุกข์ใจยิ่ง มีคราบเลือดติดตามเสื้อผ้า แกเล่าไปร้องไห้ไป ฉันไล่ประเมินดูอาการน้องว่าบาดเจ็บอย่างไรบ้าง แล้วรีบเข้าไปหาแม่ พยาบาลบอกว่าน้องชายไม่ยอมให้ตรวจได้แต่ไล่ให้ไปดูแลแม่

ฉันรีบแนะนำตัวกับคุณหมอรังสีเพื่อขออนุญาตเข้าไปดูแม่ซึ่งนอนนิ่งสนิทอยู่ในเตียงคนไข้ มีไม้ดามขาซ้าย อุปกรณ์พันคอกันกระดูกเคลื่อน ผ้าพันแขนขวาแนบตัว สายน้ำเกลือระโยงรยางค์จากแขน มีสายออกซิเจนสีเขียวพันรอบจมูก ใบหน้าด้านขวาบวมปูด

“แม่ แม่”

“….”

“แม่ แม่ มาแล้วได้ยินไหม”

“ลูกเหรอ” เสียงตอบแผ่ว ๆ ทำให้ฉันโล่งใจสุด ๆ

“ค่ะ เจ็บตรงไหน”

“ขากับหัว”

“เดี๋ยวจะพาแม่ไปรักษาเชียงใหม่นะ  ทนหน่อยหนึ่ง เขาให้ยาแก้ปวดไม่ได้เพราะต้องดูอาการทางสมอง”

“ไปดูน้อง น้องเป็นไงบ้าง”

“….” คำพูดแม่ที่ห่วงลูกทั้ง ๆ ที่ ตัวเองเจ็บหนัก ทำให้ฉันพูดไม่ออกราวกับมีก้อนอะไรมาจุกที่คอหอย

“น้องไม่เป็นไร แม่รู้สึกปวดหัวมากขึ้น อยากอาเจียน หรือมีอาการอะไรอย่างอื่น ให้รีบบอกนะ   ตอนนี้พอหายใจสะดวกไหม”

“.......”

“ตอนนี้พอหายใจสะดวกไหม”

“สะดวก”แม่ตอบเบา ๆ แล้วก็เงียบ

“ตั้งใจดูลมหายใจที่ปลายจมูกนะแม่ ถ้าเผลอไปที่ปวดก็ไม่เป็นไร รู้ตัวก็กลับมาที่เดิมนะเดี๋ยวจะมาดูแม่นะ จะรีบไปจัดการเรื่องย้ายไปเชียงใหม่ก่อน”

ฉันวิ่งไปดูน้องชายเพื่อความแน่ใจอีกรอบว่าไม่เป็นอะไร ให้พี่กับน้องชายไปจัดการเรื่องแจ้งความ ส่วนฉันขึ้นรถฉุกเฉินพาแม่ไปเชียงใหม่  ภาพถ่ายรังสีเบื้องต้นยังไม่เห็นเลือดออกในสมอง พบกระดูกต้นขาซ้ายหักสามท่อนแบบเป็นลิ่ม  ส่วนต้นแขนขวายังไม่แน่ใจ ฉันจับมือแม่ไว้ให้แม่เจริญสติไปกับลมหายใจในขณะที่เคลื่อนย้ายไปอีกจังหวัด  เสียงรถพยาบาลโหยหวนแทรกไปตามอณูอากาศเย็นยะเยือกของหน้าหนาว ทุกการสั่นสะเทือนและทุกหลุมร่องที่รถสะดุดทำให้แม่ต้องเจ็บปวด และเป็นทวีคูณจากอากาศอันหนาวเหน็บ  เส้นทางเท่าเดิมแต่ดูมันยาวไกลในความเป็นความตายของคนที่เรารัก เสมือนดูหนังจอใหญ่ที่มีภาพเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ผ่านลานสายตา

 

 

      เมื่อมาถึงห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลสวนดอก ฉันเล่าอาการให้หมอฟังรวมถึงยาที่ใช้รักษาโรคหัวใจแม่ แต่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก แม่ต้องทำ CT สมองและช่วงอกใหม่ที่ละเอียดขึ้น พบว่ามีเลือดออกใต้เยื้อหุ้มสมอง กระดูกคอหักบางส่วน กระดูกซี่โครงซี่แรกหักทั้งคู่ นอกจากนี้ยังมีเปลือกตาล่างขวาใกล้ท่อน้ำตาฉีก ฟันหน้าโยกและหัก เอ็นหัวไหล่ขวาฉีกขาด กระดูกต้นขาซ้ายใกล้ข้อเข่าหักสองท่อนเป็นลิ่ม มากกว่าคิดไว้เยอะ ความวิตกเข้ามาเยือนอย่างไม่ได้เชื้อเชิญ

ข่าวร้ายเรียงหน้าเข้ามากระหน่ำอีก เมื่อท่านหัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉินที่กรุณาเข้ามาช่วยบอกว่าแม่ต้องถ่ายภาพรังสีพิเศษเพราะกระดูกซี่โครงซี่แรกที่หักทั้งคู่บ่งบอกถึงแรงกระแทกอันรุนแรงซึ่งอาจส่งผลให้หลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาดและอาจถึงแก่ชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว  ต้องถ่ายภาพแบบพิเศษเพิ่มเพื่อช่วยในการวินิจฉัย

ฉันเข้าไปจับมือแม่ กระซิบที่ข้างหูว่า

“อยากอ๊วกไหมแม่”

“ไม่”  เสียงลอดออกจากลำคอเบา ๆ

“ทนไหวไหมแม่ ยังให้ยาแก้ปวดไม่ได้นะ เพราะต้องคอยดูอาการทางสมอง เดี๋ยวต้องไปเอกซ์เรย์แบบพิเศษเพิ่มอีกหน่อยนะแม่ จะได้เห็นชัด ๆ ”

“ทนไหว”

“จิตไปจ่อที่ลมหายใจตรงปลายจมูกไว้นะแม่”

การเคลื่อนย้ายแม่แต่ละทีจะลำบากหน่อยเพราะบาดเจ็บเกือบทั้งตัว มีอุปกรณ์และสายน้ำเกลือระโยงรยางค์เต็มไปหมด ยังดีที่ลักษณะการออกแบบห้องฉุกเฉินที่มีเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ครบครันและเบ็ดเสร็จในนี้ทั้งหมด จึงสะดวกรวดเร็ว  ฉันมองผ่านแผงหน้าจอคอมพิวเตอร์หน้าผนังกระจก ปรากฏภาพแม่ตัวจ้อยนอนในเตียงที่เลื่อนผ่านท่อใหญ่ ๆ สีขาวโพลน ท่ามกลางเสียงวิเคราะห์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นต่อภาพในจอคอมพิวเตอร์ของอวัยวะสีเทาดำเฉือนบาง ๆ เป็นแผ่น ๆ ของเหล่าอาจารย์หมอและแพทย์ฝึกหัด รับรู้เรื่องราวดั่งดูหนังเงียบ  ค่อยโล่งอกไปหน่อยเมื่อไม่พบการฉีกขาดของเส้นเลือดใหญ่

ทว่า ยังไม่ทันไร แม่ก็ความดันตก หัวใจเต้นเร็วขึ้นเพราะสูญเสียเลือดบริเวณที่ขาหักแต่มองจากภายนอกไม่เห็น  ฤทธิ์ของยารักษาโรคหัวใจทำให้เลือดไหลหยุดยาก เลือดกลุ่มโอของแม่เป็นแบบที่ไม่ค่อยมีเยอะแต่พอหาได้   ฉันบีบมือซีด ๆ ของแม่เบา ๆ ให้รู้ว่าอยู่เคียงข้างตลอดเวลา ละเลียดเวลาในปัจจุบันที่มีอยู่อย่างมีสติ ฉันไม่แน่ใจว่าท่านจะอยู่ได้ถึงไหน จึงให้ญาติเข้ามาหาช่วงเวลาสั้น ๆ ย้ำมิให้แสดงอารมณ์โศกเศร้า เสียใจ วิตกกังวลใด ๆ พูดแต่สิ่งดี ๆ ยิ้มแย้มแจ่มใสให้กำลังใจ แม่ดีใจมาก

พอญาติออกไป หมอตาก็มาถึง แกใช้ไม้พันสำลีแยงเข้าไปในแผลฉีกลึกสีแดงใต้ตาควานไปมาเพื่อดูว่าท่อน้ำตาขาดหรือไม่ เมื่อไม่ขาด ก็ให้หมอศัลยกรรมตกแต่งมาดูเพราะคนละหน้าที่ หลังจากนั้นก็มีหมอกระดูก หมอประสาท และหมอโรคหัวใจ ตามมาประเมินอีกหลายท่าน

 

 

      เสียงร้องครวญครางดัง ๆ จากผู้ป่วยเตียงข้าง ๆ ที่เพิ่งเข็นเข้ามา ทำให้บรรยากาศตึงเครียด ผู้บาดเจ็บมีแค่แผลถลอกปอกเปิกแถวขา แต่ท่าทางทุรนทุรายมาก ต่างกับแม่ที่เงียบสงบ  แม่ใจเด็ดมากบอกให้ฉันถ่ายรูปให้ดูด้วย ซึ่งฉันเก็บไว้จนกว่าอาการดีขึ้นจึงจะให้ดูอีกหลายเดือนถัดมา

ที่ประทับใจคือบรรดาผู้บริหารทั้งทางแพทย์และพยาบาลอาจารย์ต่าง ๆ ที่ฉันเคยสอนกรุณามาช่วยเหลืออำนวยความสะดวกจนเจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉินคิดว่าคณะผู้บริหารมาตรวจเยี่ยม

      กว่าจะได้ย้ายขึ้นมาหอผู้ป่วยอาการหนักก็ราว 7 ชั่วโมง หลังเกิดเหตุ  ใบหน้าซีกขวาแม่ปูดบวมขึ้นมา 2 – 3 เท่า ตาบวมปิด มีคราบเลือดแห้งกรังที่ศีรษะและใบหู บริเวณลำคอถูกพันด้วยเฝือกอ่อน ไหล่ขวามีผ้าคล้องแขน ส่วนขาซ้ายถูกดึงขึงไว้ชั่วคราวเนื่องจากอาการหนักจนไม่สามารถผ่าตัดได้ในขณะนี้  แม่ครองสติรู้สึกตัวดีไม่มีมีบ่นร้องครวญครางหรือเรียกร้องหายาแก้ปวด จะมีเสียงร้องเบา ๆ บ่งบอกความเจ็บปวดก็ตอนจังหวะเคลื่อนย้ายตัวแม่ไปมา แม่ยังคงถามหาน้องชายด้วยความเป็นห่วง ทำเอาฉันสะอึก นี่แหละหนาความเป็นแม่คน ไม่ว่าตัวเองจะเจ็บปางตายสักเพียงไหน ก็ยังให้ลูกมาก่อนเสมอ

      ฉันเดินออกจากหอผู้ป่วยหนักลงบันไดมาชั้นล่างผ่านผนังตึกสีตุ่นที่บีบทางเดินทอดยาวภายใต้แสงไฟขาวหม่น ความเย็นของอากาศจากความมืดภายนอกแทรกซึมมาตามอาคารพื้นปูนอันเย็นยะเยือกจนสัมผัสได้จากทุกจังหวะเท้าที่เหยียบย่าง จิตที่จ่ออยู่แต่เฉพาะเหตุการณ์ตรงหน้าเพื่อแก้ปัญหาของแม่ในแต่ละจังหวะนาทีวิกฤต  ทำให้ฉันไม่มีที่เหลือให้แก่วิตกจริตหรือร่ำไห้ฟูมฟาย เมื่อความว่างมาเยือน ความเหนื่อยล้าเริ่มถาโถมเพราะยังไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เที่ยง ความคิดประดังประเดจู่โจมเข้ามาว่าจะทำยังไงกับชีวิตดี  ถ้าแม่พิการ ถ้าแม่สมองตาย คิวงานที่แน่นเอี๊ยด ค่าใช้จ่ายที่จะตามมาอีกมาก และวิถีชีวิตที่ต้องเปลี่ยนไปทั้งหมด มันเป็นวันหนึ่งที่ยาวนานเหลือเกิน ลมหนาวพัดวูบเข้ามาปะทะกายดึงสติกลับคืนมาอยู่กับปัจจุบัน สลัดความฟุ้งซ่านปรุงแต่งไปต่างต่างนานาทั้ง ๆ ที่ยังไม่เกิดอะไรขึ้น แหงนมองท้องฟ้าหน้าหนาวที่ไร้เมฆหมอกมาบดบังแสงระยิบระยับของหมู่ดาว อย่างน้อยในคืนอันมืดมิดก็ยังมีแสงดาวส่องทาง ใช่ว่าจะมืดมนอนธการไปเสียหมด  เออนะ... แม้นร่างกายจะอ่อนล้า แต่จิตใจกลับมีพลังอย่างประหลาด มันฮึกเหิมที่จะสู้กับกิเลสต่าง ๆ เพื่อแม่ ฉันกราบพระก่อนนอน ขอคุณพระรัตนตรัยและบุญที่ได้ทำมาช่วยให้แม่ผ่านจุดวิกฤตไปอย่างไม่ทุกข์ทรมาน ไม่ว่าผลจะออกมาเช่นไร ฉันตั้งใจดำเนินวิถีธรรมในวิถีโลกให้มากขึ้นกว่าเดิมและอย่างสม่ำเสมอเพื่อแม่ ไม่อยู่ในความประมาทอย่างที่เคยเป็น ไม่ยึดอดีต ไม่หวังอนาคต ขอแค่ปัจจุบันขณะ ผลย่อมเกิดแต่เหตุ… ‘ทุกสิ่งเกิดขึ้นแล้วดีเสมอ’

      ฉันตื่นแต่ตีสี่กว่า ๆ เพื่อเตรียมตัวมาดูแม่ก่อนไปทำหน้าที่การงาน  ช่วง 48 – 72 ชั่วโมง หลังเกิดอุบัติเหตุ ต้องตรวจประเมินสมองแม่เป็นระยะ พบมีจุดเลือดออกอีกตำแหน่งเพิ่มขึ้น ถึงไม่มากแต่ก็ไม่น่าไว้ใจ หมอให้ยากันชักซึ่งออกฤทธิ์ต้านกับยาที่ใช้รักษาโรคหัวใจ ส่วนยารักษาโรคหัวใจมีฤทธิ์ทำให้เลือดหยุดไหลช้า ซึ่งมีผลต่อการผ่าตัดและภาวะเลือดออกในสมอง แต่ถ้าหยุดยาโรคหัวใจก็จะทำให้เสี่ยงหัวใจวาย ยิ่งไปกว่านั้น เวลาปรับยาต้องดูเรื่องอาหารการกินด้วยเพราะมีผลต้านฤทธิ์ยาเช่นกัน  การจัดอาหารก็ลำบากเพราะฟันปลอมถูกกระแทกผิดรูปและฟันหน้าโยกทำให้เคี้ยวลำบาก ช่องปากก็ช้ำ นอกจากนี้ยังแพ้ยาแก้ปวดที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่แพ้ ส่วนยาแก้ปวดที่ไม่แพ้กลับมีผลข้างเคียงกัดกระเพาะอาหารเลือดออกง่าย  รวมถึงขั้นตอนที่ซับซ้อนของการให้บริการที่ทำให้เกิดปัญหาทั้งในระบบและเชิงระบบ  แม่กรุณาให้โจทย์หินแก่ฉันได้ฝึกจิตจริง ๆ มันแกว่งไปมาระหว่าง ‘ความอยาก’ กับ ‘ความไม่อยาก’

      นับว่าเป็นบุญของแม่จริง ๆ ที่พระอาจารย์ซึ่งเราฝึกปฏิบัติธรรมด้วยมาเชียงใหม่พอดี ท่านเมตตารับนิมนต์มาโปรดแม่ ทำให้แม่มีขวัญกำลังใจฮึดสู้ เจริญภาวนามากขึ้น และท่านกรุณาให้ธรรมอธิบายสภาวะที่แม่ไม่ได้ทรมานไปกับสังขารซึ่งทางวิทยาศาสตร์ตอบไม่ได้ ทำให้เราเห็นผลจากการปฏิบัติจริง และเชื่อมั่นในทางสายนี้

 

 

      ในเรื่องเลวร้าย ถ้ามองให้ดีก็จะมีสิ่งดี ๆ ซ่อนอยู่ถ้าดูเป็น อย่างเช่นตอนอาจารย์ประจำวิชาจ่ายผู้ป่วยให้นักศึกษาแพทย์มาสัมภาษณ์ตรวจร่างกาย ซึ่งแม่ยินดีอย่างยิ่ง มีอยู่คนหนึ่งยืนเกาะขอบเตียงซักถามประเมินอาการทางสมอง

“กี่นิ้ว”

“สาม”

“รู้ไหมว่าที่นี่ที่ไหนครับ”

“โรงพยาบาลค่ะ”

แล้วก็ไปเรื่อย ๆ จนถึงประโยคเด็ด

“หน้าอย่างผมนี้จะเป็นอะไรดี”

“เป็นหมอก็ดีแล้วไงคะ”

“…” นักศึกษาแพทย์ไปไม่เป็น

      เมื่อหมออนุญาตให้แม่เริ่มทานอาหารเหลวได้ ก็ต้องป้อนท่านอน  ทานเสร็จต้องกลั้วปากและใช้สายยางดูดเศษอาหารออก แม่พยายามบอกน้องพยาบาลแล้ว แต่น้องก็ยังยืนยันว่าให้บ้วนออกมาใส่ถาดรอง นึกสภาพผู้เฒ่านอนใส่ปลอกค้ำคอหมุนหัวลำบาก ขาซ้ายโดนดึงขึงติดปลายเตียง ไหล่และแขนขวาขยับไม่ได้   แม่กะจังหวะยาก จึงพ่นพรวดออกไป น้ำเข้าเต็มหน้าน้องพยาบาล ทำเอาฮากันในหอผู้ป่วยหนัก

 

 

 

      ใบหน้าซีกขวาบวมช้ำปูดโปนจนบังลานสายตาแม่เวลาเหลือบมอง เลือดแห้งกรังที่หัวทำให้ผมกระเซิงยุ่งเยิงชี้โด่เด่ไปแบบทางใครทางมัน ถ้ายุงบินหลงเข้าไปคงหาทางออกไม่ถูก ต้องลงหลักปักฐานบนหัวแม่นี่แหละ ถึงกระนั้นก็เถอะ แม่ก็ยังรักสวยรักงามไม่ให้โกนผม เมื่อได้ฤกษ์ยามอาการดีแล้ว น้องพยาบาลจึงมาสระผมให้ เกล้ามวยผมขึ้นดูดีตามสภาพที่เป็น ส่วนสีเล็บต้องขอล้างออกเพราะจะทำให้ไม่เห็นการไหลเวียนเลือดไปยังอวัยวะส่วนปลาย  เมื่อแม่พอแช่มชื่นขึ้นก็ต้องผ่าตัดกระดูกขาที่หักเลย เพราะทิ้งไว้นานจะมีปัญหาต่าง ๆ ตามมาเพิ่มขึ้น   ในวันผ่าตัดฉันต้องสอนหนังสือจึงรีบไปให้ขวัญกำลังใจแต่เช้ามืด บอกแม่ว่าหน้าที่ผ่าตัดเป็นของหมอ ส่วนหน้าที่ของแม่คือดูลมหายใจเข้าไว้  ผ่าอยู่นานมากเหมือนกัน เมื่อออกจากห้องผ่าตัดแม่ต้องนอนอยู่ห้องสังเกตอาการยังย้ายออกมาไม่ได้ ฉันใช้เวลาช่วงตอนเที่ยงก่อนสอนชั่วโมงถัดไปวิ่งมาอีกตึกเปลี่ยนชุดเพื่อเข้าไปดูแม่ แกนอนอยู่บนเตียงที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อวัดสัญญาณชีพ หน้ากากออกซิเจน สายน้ำเกลือ ถุงเลือด และขวดดูดน้ำเหลืองน้ำเลือดจากแผล ฉันก้มกระซิบเบา ๆ ข้างหูให้เจริญสติและแผ่เมตตา  จับมือแม่ไว้ สักพักใหญ่ ๆ แต่แม่ไม่อยากให้ฉันไปไหน ซึ่งก็น่าเห็นใจในความเจ็บ ความกลัว ความวิตก และความอ้างว้างในห้องขาว ๆ ที่หนาวเย็นเต็มไปด้วยเสียงเครื่องมือ ฉันค่อย ๆ แกะมือแม่ออกเพราะเหลือเวลาให้วิ่งไปทำงานอีกไม่กี่นาที กระซิบข้างหูบอกแม่ว่าจะรีบกลับมา ผลการผ่าตัดใส่เหล็กซ่อมกระดูกขาต้นซ้ายที่หักเป็นลิ่มใกล้ข้อเข่าเป็นไปด้วยดีจากฝีมืออันยอดเยี่ยมของอาจารย์หมอและแพทย์ฝึกหัดของโรงเรียนแพทย์แห่งแรกของภาคเหนือ

 

      ทว่าดีใจได้ไม่กี่วัน แม่ก็มีอาการหายใจหอบขึ้น บอกว่ามีไอมีเสมหะปนเลือดสีชมพูแดง พยาบาลที่ดูแลยังเก็บเสมหะไม่ได้ ญาติอย่างเราจึงช่วยกันเก็บและถ่ายรูปไว้ให้ การตรวจค้นหาสาเหตุช่วงแรกมุ้งเน้นไปทางปอดติดเชื้อ แต่ให้ยาฆ่าเชื้อแล้วไม่ดีขึ้น

 

 

“ดีไหมยาย” หมอมักถามเช่นนี้

“……ดี” แม่ก็หายใจฟืด ๆ ตอบว่าดีตามคำถามนำแบบสังคมไทย

อันที่จริงต้องถามอีกแบบจึงจะได้ความ  ฉันจึงขออนุญาตลูกศิษย์รายงานอาการแทนและปรึกษาโดยไม่ก้าวก่ายหน้าที่ซึ่งกันและกัน หมอตัดสินใจส่งตรวจเพิ่มเติม ที่หนักใจคือฉันต้องเดินทางไปภูเก็ตทำงานต่อเพื่อสอนคุณหมอและพยาบาลที่เรียนด้านระบาดวิทยาในการบริหาร มันมีเหตุผลร้อยแปดพันประการวิ่งในหัวว่าอยู่ดูแม่ดีกว่า ในขณะที่มีเหตุผลเพียงน้อยนิดว่าทำไมถึงต้องไปทำตามหน้าที่การงาน เมื่อจิตนิ่งไม่วิ่งตามกิเลส ก็จะรู้ว่าหน้าที่ทั้งสองสามารถทำควบคู่กันไปได้ไม่จำเป็นต้องทิ้งทางใดทางหนึ่ง ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการ 

 

 

 

      ฉันจึงไปภูเก็ตและใช้เทคโนโลยีทุกอย่างในการติดตามอาการและติดต่อประสานการรักษา  คืนนั้นระหว่างนั่งสมาธิก็มีชื่ออาจารย์หมอที่เชี่ยวชาญด้านทรวงอกขึ้นมา ท่านเป็นญาติธรรมอีกคนหนึ่งที่ดีมาก  เนื่องจากเป็นการปรึกษาข้ามหน่วยงาน จึงต้องผ่านระบบระเบียบประเพณีที่ยึดถือกันมา ก็โชคดีที่มีเพื่อนพยาบาลญาติธรรมอีกคนหนึ่งกรุณาช่วยเดินเรื่องให้จนทันเวลา

“ปกติแม่พี่ไม่เคยมีประวัติไอเป็นเลือดนะ คราวนี้มันติดกับเสมหะออกมาไม่มาก แต่หลายครั้งแล้ว” ฉันโทรไปถามความคืบหน้ากับอาจารย์หมอหลังสอนเสร็จ

“อ้าว…ไม่เห็นแม่บอกผมเลย”

“แม่บอกหมอพยาบาลที่มาดูทุกวัน งานคงยุ่งมากจนลืมแจ้งตอนอาจารย์ไปดูกระมังค่ะ”

“เอางี้ ขอวางหูก่อน ผมต้องรีบสั่ง CT scan เพิ่มจะได้ทันกาล”

       ทว่า มีความเห็นต่างว่าไม่ต้องส่งตรวจถึงขนาดนั้น  ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับโรงเรียนแพทย์  ในที่สุดแม่ก็ได้ไปฉีดสารเพื่อถ่ายภาพให้เห็นปอดและเส้นเลือดที่ไปเลี้ยง แต่เกิดปัญหาอีกจากเข็มที่แทงไว้ทำให้เส้นเลือดรั่วฉีดไม่ได้ จะให้ขนผู้ป่วยกลับก็ลำบากมาก ทั้งขาทั้งคอทั้งไหล่และสายระโยงรยางค์ต่าง ๆ ที่สำคัญคือถ้าเป็นโรคแทรกซ้อนรุนแรงแม่อาจตายได้ในเวลาอันรวดเร็ว  โชคดีที่น้องพยาบาลตามไปดูให้ จึงแก้ปัญหาโดยไปขอพยาบาลห้องฉุกเฉินซึ่งชำนาญในเรื่องในการแทงเส้น เรียกกันว่ากระบี่มือหนึ่งมาช่วย ในที่สุดแม่ก็ได้ทำ และผลการวินิจฉัยออกมาเป็นเส้นเลือดที่ปอดอุดกั้นทำให้ปอดขาดเลือดไปเลี้ยง  ทำให้เนื้อปอดตายได้ ต้องรีบรักษาเร่งด่วน เรื่องของแม่จึงเป็นประโยชน์ต่อหมอพยาบาลในการดูแลประเมินผู้ป่วย ฉันได้โอกาสทำบุญอีก นำไปเป็นบทเรียนสอนลูกศิษย์เรื่อง ‘ได้ยินแต่ไม่ได้ฟัง’ ผู้ป่วยอาจจะใช้ศัพท์แสงวิชาการไม่เป็น  หมอพยาบาลจึงต้องตั้งใจฟังในสิ่งที่คนไข้สื่อถึงจะเข้าใจ  ทำนองเดียวกัน ผู้บริหารที่ฟังลูกน้องจริง ๆ จะทำให้เข้าอกเข้าใจและแก้ปัญหาได้ตรงประเด็น บริหารจัดการได้ง่ายขึ้น เป็นการสร้างบุญบารมีดึงดูดคนดีให้เข้ามาช่วย ทั้งนี้การสอนเรื่องบริหารมักจะวิ่งตามสามก๊ก ‘รู้เรา รู้เขา ร้อยรบร้อยชนะ’  แต่ฉันคิดว่าตรงตามพระธรรมคำสอนของพุทธเจ้าที่ว่า ‘ถ้ารู้จักตนเอง ก็รู้จักคนทั้งโลก’ และ ‘เอาใจเขามาใส่ใจเรา’ มากกว่า

 

 

วันต่อมา แม่ดูอิดโรยมากขึ้น ดูเรื่องการรักษาพบว่ายังไม่ได้เติมเลือด หลังจากถามไถ่พยาบาลแล้วจึงทราบว่าหมอสั่งยกเลิก

“อ้าว ทำไมถึงยกเลิกไม่ให้เลือดละคะ”

“เขาว่าจากงานวิจัยการให้เลือดโดยไม่จำเป็นทำให้เกิดผลเสีย” พยาบาลรายงาน

“…”

การวิจัยมีหลากหลายคุณภาพและความน่าเชื่อถือ ตำรามีไว้สำหรับคนส่วนใหญ่ไม่ใช่คนทั้งหมด ตัวเลขจากผลการตรวจมีไว้ประกอบการพิจารณามิใช่ตัวตัดสิน ดังนั้นตัวผู้ป่วยจึงสำคัญสุดที่จะช่วยบอกแนวทางการรักษา แม่จึงให้โอกาสพวกเราได้เรียนรู้อีก ผู้เฒ่าอายุปาเข้าไปแปดสิบ ผ่าตัด ฟันหัก ทานไม่ค่อยได้  และไม่มีน้ำเกลือ  ดังนั้นตัวเลขที่เห็นว่าขาดเลือดเล็กน้อยเพราะขาดน้ำ อันที่จริงมันตกลงมาเรื่อย ๆ ถ้าอ่านย้อนหลังดู หนำซ้ำยังหายใจหอบต้องใส่สายออกซิเจน การให้เลือดน่าจะเหมาะสม เมื่อแม่ซีดลงเรื่อย ๆ เพื่อนพยาบาลที่ทราบอาการของแม่มาตลอดจึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อรายงานผลจนหมอสั่งให้เลือด มิใช่ว่าหมอไม่เก่งดอกนะ เนื่องจากแม่เป็นตั้งแต่หัวจรดเท้าหลายระบบ จึงมีเหล่าผู้เชี่ยวชาญพร้อมแพทย์ฝึกหัดและนักศึกษามาดูแต่ละอย่าง อาทิเช่นหมอกระดูกขาก็ท่านหนึ่ง หมอกระดูกหัวไหล่ก็ท่านหนึ่ง ข้อที่นิ้วเท้าบวมก็อีกท่านหนึ่ง แล้วยังมีหัวใจกับปอดอีกนะ แม้นมันจะอยู่เคียงข้างกันก็เถอะ บทบาทของพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยแต่ละรายจึงสำคัญมาก (Case management) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงพยาบาลของโรงเรียนแพทย์ที่มีผู้ป่วยด้วยโรคซับซ้อน

ฉันตามไปดูแม่อีกเพื่อความแน่ใจ อุ๊แม่เจ้า..พบว่ายังไม่ได้อีก

“รบกวนถามหน่อยนะคะ ทำไมถึงยังไม่ได้เลือดคะ”

“เลือดกรุ๊ปนี้หมด คลังเลือดก็ไม่มี กำลังรออยู่ค่ะ”

“…..” พูดไม่ออก

แก้ง่ายนิดเดียว ฉันจึงได้โอกาสทำบุญอีกรอบ ติดต่อเพื่อนฝูง และน้องหมอที่ทำงานช่วยกระจายข่าว ปรากฏว่ามีมากเกินความต้องการซึ่งสามารถให้ผู้ป่วยรายอื่นได้ด้วย เพื่อนพ้องพี่น้องร่วมงานและลูกศิษย์ลูกหาต่างมาขอบริจาค ขนาดเพื่อนสมัยมัธยมขับรถมาจากต่างจังหวัดเพื่อมาให้เลือด ห้ามยังไงก็ไม่ยอม ผู้ร่วมงานอื่น ๆ ก็เตรียมพร้อมเป็นคลังเลือดเดินได้  น้ำใจที่หลั่งไหลมายากแก่การบรรยายความรู้สึก ได้แต่ขออนุโมทนากับทุกท่าน

 

 

      แม่ป่วยหลายเดือน มีลูกหลานมาคอยดูแลให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอ น้องกับหลานที่อยู่แดนไกลก็โทรมาให้แม่เห็นหน้าเห็นตาทำเอาแกยิ้มหน้าบาน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีญาติธรรม เพื่อนฝูง ผู้ร่วมงานแวะเวียนมามิได้ขาด ไม่ว่าแม่จะย้ายไปอยู่ตึกไหนทำให้แม่มีกำลังใจสู้ต่อความเจ็บป่วย

 

 

 

          ทั้งหมอกับพยาบาลพยายามให้ผู้ป่วยหลังผ่าตัดช่วยเหลือตัวเองให้ได้จะได้ฟื้นตัวเร็ว แต่แม่เป็นผู้เฒ่าวัยแปดสิบผ่าตัดกระดูกต้นขาหักได้ไม่กี่วัน มีเลือดออกที่เยื่อหุ้มสมอง กระดูกคอบางส่วนหัก กระดูกซี่โครงซี่ที่หนึ่งหักทั้งคู่ ฟันเคี้ยวไม่ได้ เอ็นหัวไหล่ขวาขาด จะให้ผู้ป่วยฝึกช่วยเหลือตัวเองคงวิบากยากน่าดู เพราะเหลือแต่มือซ้ายข้างไม่ถนัด ก้มคอไม่ได้ ลำตัวท่อนล่างขยับแทบไม่ได้  เราจึงเตรียมของจำเป็นทุกอย่างใส่ตะกร้าไว้บนเตียงเพื่อให้ง่ายต่อการหยิบจับแต่ก็แก้ปัญหาได้ส่วนหนึ่ง ครั้นจะมาช่วยดูแลทุกรายก็ลำบาก ด้วยอัตรากำลังที่มีอยู่อย่างจำกัด ฉันเลยช่วยหยิบจับช่วยเหลือผู้ป่วยเตียงอื่นไปด้วย   ผู้ป่วยที่มารักษาโรงพยาบาลระดับโรงเรียนแพทย์ก็อาการรุนแรงและเป็นโรคซับซ้อนที่ต้องอาศัยทักษะความชำนาญ  อีกทั้งมีการเรียนการสอนควบคู่ไปกับการให้บริการด้วย การหาจุดสมดุลจึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ ถ้ามีการจัดการด้านโครงสร้างอัตรากำลัง ด้านศักยภาพของคน และ ด้านระบบและเชิงระบบดี ๆ จะช่วยได้มาก

 “….เขาว่าแม่แบบนี้” แม่เล่าให้ฟังอย่างน้อยใจแต่มิได้ตำหนิติเตียนอะไร

“แม่ คนไข้เยอะมาก ยิ่งแผนกนี้นะ ต้องใช้พยาบาลกับผู้ช่วยหลายคนยกคนไข้ แถมยังมีคนไข้หลังผ่าตัดอีก ถ้าจะเหนื่อยจนหงุดหงิด น่าสงสารเขานะ”

“แต่เขาน่าจะฟังคนไข้บ้าง แม่ไม่ได้ว่าอะไร แม่เข้าใจ”

“อดทนอีกหน่อยนะแม่ พออาการดีขึ้น หมอให้ย้ายได้ จะพาไปอยู่ห้องพิเศษ มีลูกหลานและจ้างพิเศษมาดูแลแม่ตลอดเวลา เอาจิตไปจ่อที่ลมหายใจที่ปลายจมูกนะ แผ่เมตตาไปเรื่อย ๆ”

ฉันได้แต่ปลอบแม่ อายุขนาดนี้มาบาดเจ็บสาหัส ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ รอบกายเต็มไปด้วยผู้ป่วยที่ร้องครวญคราง ทนทุกขเวทนาตามผลของการกระทำของตน ถ้าสติหลุดก็ทุกข์ถนัด ยิ่งไร้สตินานเท่าไรก็ยิ่งทุกข์ใจเท่านั้น แม่พยายามประคองสติไว้ให้ได้มากที่สุด และอดทนทุกอย่างเพราะสงสารลูกและเกรงใจไม่ขออะไร จนฉันต้องพูดย้ำแล้วย้ำอีกว่า

“ตอนตายเงินบาทเดียวอมไว้ในปากยังขนไปไม่ได้เลย ทำงานหาเงินมาก็เพื่อใช้เปลี่ยนเป็นอริยทรัพย์ มันไม่ใช่ภาระ ลูก ๆ ยังได้โอกาสปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น อันที่จริงต้องขอขอบคุณแม่ที่มาเจ็บป่วยทุกข์ทรมานเพื่อให้โอกาสเราได้ทำบุญใหญ่หลวงนี้ ทำให้พวกเราได้ปรับปรุงตัวเองด้วย ถือว่าเป็นบุญคุณล้นเหลือ แม่มีหน้าที่อย่างเดียว เจริญสติและแผ่เมตตาให้พวกเราด้วยนะคะ”

 

 

      แม่ยังระลึกถึงเงินที่เอาไปโปรยทานก่อนเกิดอุบัติเหตุด้วยความปิติ ท่านตั้งใจห่อเหรียญด้วยการสานริบบิ้นสีเหลืองสลับสีชมพูจนสวยงามยังกับดอกไม้บานดอกเล็ก ๆ การรำลึกถึงบุญทานที่ทำไว้ใจก็สุข จิตที่ฝึกมาดีย่อมเป็นที่พึ่งแห่งตน

 

 

      แม่ยังให้โอกาสฉันทำบุญอีกครา ตอนหวิดได้ยาที่แพ้ โดยปกติประวัติผู้ป่วยจะหนีบเก็บไว้ด้วยแฟ้มเหล็กห้อยที่ราวรถเข็นเป็นแถบ ผู้ป่วยที่แพ้ยาจะมีคำเตือนติดหน้าแฟ้มและในใบสั่งการรักษาจะมีระบุชื่อยาทุกแผ่น ของแม่ก็มีแต่ทว่าสี่แผ่นสุดท้ายไม่ได้ระบุ เมื่อหมอหรือแพทย์ฝึกหัดสั่งยาที่แพ้เข้าไปในระบบออนไลน์ ก็จะมีหน้าจอโผล่เตือนขึ้นมา ซึ่งสามารถกดผ่านโดยไม่อ่านและสั่งยาที่แพ้ได้ เดชะบุญ น้องพยาบาลที่มาช่วยดูแม่ตรวจเจอจึงบอกฉัน จึงระงับได้ทัน ซึ่งฉันถือโอกาสนำเรื่องนี้ไปชี้แนะแนวทางปรับปรุงแก้ไขระบบแก่ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องจะได้ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับผู้ป่วยรายอื่น ๆ ต่อไป ที่ดียิ่งกว่าคือ ได้ทำบุญให้แม่อีกด้วย

      เรื่องยากับแม่ยังไม่จบ การผ่าตัดต้องปรับยาเพื่อไม่ให้เลือดไหลหยุดยาก เมื่อระยะอันตรายก็ต้องปรับยากลับมาใหม่ให้เลือดไม่หนืดรักษาโรคหัวใจ ฉันแปลความสื่อเป็นภาษาง่าย ๆ ให้แม่เข้าใจ สังเกตอาการเป็น และดูแลตัวเองเป็น แม่จะสังเกตจดจำยาต่าง ๆ และผลการตรวจเลือด เมื่อหมอปรับยาโรคหัวใจให้ เดี๋ยวเพิ่มเดี๋ยวลด เดี๋ยวลดเดี๋ยวเพิ่ม เพราะผลการตรวจเลือดไม่ได้ตามเป้า แกเริ่มแสดงความคิดเห็นจนฉันอดขำไม่ได้

“ปรับขึ้น ปรับลง ปรับจนเซ็ง”

“ถึงแม้ปอดอยู่ข้างหัวใจ กระดูกขากับหัวไหล่ก็คนละที่ ดังนั้นอาจารย์หมอก็คนละคน  แม่โชคดีได้เจอผู้เชี่ยวชาญทั้งนั้นเลย เขาก็เลยดูหลายรอบ เวลาว่างตรงกันก็ไม่มี แม่เลยต้องตรวจหลายอย่าง หลายทีนะ ทีนี้เมื่อผลตรวจออกมาเลขไม่สวย หมอก็ไม่สบายใจ ปรับอีก นึกว่ารักษาหมอก็แล้วกันนะแม่”  ฉันปลอบใจแม่ แม่จึงขำออก

 “เอาสองเม็ด” แม่เคยเสนอขนาดยากับหมอฝึกหัดเพราะชักจะชำนาญว่าทานแค่ไหน ทานอาหารอย่างไรจึงจะปรับระดับเลือดได้ดี อาหารโรงพยาบาลต้องทำกลาง ๆ ถึงจะมีให้เลือกก็ไม่เหมือนทานที่บ้านดังนั้น การปรับยาเมื่อผู้ป่วยกลับบ้านจึงเป็นเรื่องที่ต่างจากสภาวะโรงพยาบาล อาหารบางอย่างมีผลต่อฤทธิ์ของยา จึงต้องระมัดระวัง

“แม่ไม่ต้องกังวลจะผักใบเขียว ถั่ว งา น้ำมันอะไรก็ช่างเถอะ อยากทานอะไรก็ทานตามปกติเหมือนเดิม ถ้าเปลี่ยนอาหารการกินมากต้องบอกนะ จะได้ปรับยาถูก”

“ได้เลย”  แม่ยิ้มออก

 

      ด้วยความที่รักลูกสงสารลูกจึงอยากหายเร็ว ๆ แม่พยายามทำกายบริหารทุกอย่างเพื่อฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรงโดยเร็วที่สุด  จึงทานยาแก้ปวดไปก่อนทำกายภาพบำบัด ฉันพยายามห้ามหลายครั้ง  แกอดทนและพยายามฝึกกำลังขา ฝึกเดิน ซึ่งต้องใช้ไหล่ขวาที่ยังไม่ได้ผ่าตัดช่วยค้ำยัน

 

 

 

     

      พอจะเดินได้บ้าง แม่ก็ต้องเข้าโรงพยาบาลอีกรอบมาผ่าไหล่เพราะกายภาพไม่ดีขึ้นและผลการตรวจ MRI พบว่าเอ็นยึดกล้ามเนื้อหัวไหล่ฉีกขาดเยอะ  แม่ว่าเสียงเครื่องนี้มันดังน่ากลัวมาก ถ้าต้องทำอีกรอบคงตายแน่  ท่ามกลางสิ่งร้าย ๆ มักจะมีสิ่งดี ๆ ซ่อนตัวอยู่เสมอ อาจารย์ฝีมือเยี่ยมใจดีกรุณาผ่าให้ เพื่อนหมอศัลยกรรมตกแต่งอาสามาช่วยผ่าแผลเปลือกตาล่างที่ดึงรั้งจนปิดไม่สนิทให้กลับมาดูดี เสียดายถ้าเป็นเปลือกตาบนแม่จะได้เหลาเต้งตาสองชั้นสวยเวอร์ (สว.) เชียวหละ

 

 

 

หลังผ่าก็ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษเพราะเพียงยืนแค่ปล่อยแขนแนบลำตัวเฉย ๆ ก็สามารถทำให้เอ็นขาดได้ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายและยุ่งยากมากในการผ่าตัดแก้ไข เจ้าอุปกรณ์ที่ว่านี้มีหมอนโค้งเข้าเอวทำให้ข้อศอกกางออก และมีสายคล้องไหล่ขึ้นไปเพื่อไม่ให้ลงน้ำหนัก ยังมีลูกบอลสีแดงให้บีบบริหารกล้ามเนื้อมือ ปัญหาก็คือขนาดเล็กสุดที่สั่งมายังใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดหญิงไทยวัยชรา จึงต้องปรับแต่งอุปกรณ์เพื่อไม่ให้แขนชา  ดู ๆ ไปเหมือนตำรวจเหล็ก (Robocop) สูงวัย ดูเท่ไปอีกแบบ

 

 

      

      วันที่หมอให้กลับบ้านได้ แม่ดีใจมากรีบแต่งตัวรอแต่เช้า เกือบจะเป็นแม่สายบัวแต่งตัวเก้อ เพราะต้องยืนยันคำสั่งหมออีกทีและมีหลายขั้นตอนที่ต้องทำ แม่บอกว่าทนได้ รอวันนี้มาตั้งนานแล้ว แค่นี้เรื่องขี้ประติ๋ว

 

 

กว่าจะได้กลับก็เย็น ตอนออกจากโรงพยาบาลฉันเห็นกองยาแล้วแทบสลบ มันมากเสียจนทนอิ่มแทนข้าวได้เลย

 

 

 

      หลังผ่าแม่ต้องมาทำกายภาพอีกเดือนครึ่ง ท่านขอไปทำเองที่บ้านเพิ่มเพราะอยากหายเร็ว ๆ การเข้าออกโรงพยาบาลครึ่งค่อนปีทำให้ทั้งเบื่อทั้งคิดถึงบ้าน เข้าใจในความรู้สึกของคนที่คล่องแคล่ว พบปะญาติมิตรและเพื่อนฝูงทำกิจกรรมต่าง ๆ อยู่บ้านสวนอันร่มรื่น อากาศบริสุทธิ์ ดูพระจันทร์ฉาย ทักทายพระอาทิตย์ แต่ต้องมานอนทรมานในเตียงแคบ ๆ ในห้องสี่เหลี่ยมรายล้อมไปด้วยคนเจ็บไข้ได้ป่วยและทุกข์ทรมาน  พี่จึงมาทำอุปกรณ์ออกกำลังกายเลียนแบบเครื่องมือแพง ๆ ได้เนียนเข้ากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่บ้าน

 

 

ฉันหาวิทยุเครื่องเล็กให้นอนฟังใต้ต้นไม้ระหว่างออกกำลังกาย สบายใจเฉิบ

 

 

 

      รอยยิ้มบนใบหน้าของแม่ทำให้โลกดูสดใส จิตใจฉันเบิกบานห้าวหาญพร้อมต่อสู้กับทุกอย่างแม้นว่าหนทางนี้ยังอีกยาวไกล… มิใช่สิ... ทุกอย่างอยู่ที่ใจต่างหาก มิใช่ปัจจัยรอบข้างที่ดึงมาอ้างเพื่อปัดความรับผิดชอบ หลอกตัวเองว่าเป็นเหตุสุดวิสัยบ้าง อ้างเขาบ้าง คิดว่าข้าแน่อยู่นาน จนพานพบโจทย์ใหญ่ จึ่งได้ใคร่ครวญเห็นใจตนว่าไม่พ้นวังวนกิเลส  ต้องฝึกฝนจิตตนอีกเยอะ …. ช่างโชคดีที่แม่เฉียดตาย

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
BlueHill วันที่ : 16/09/2016 เวลา : 22.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

รอยยิ้มบนใบหน้าของแม่ทำให้โลกดูสดใส จิตใจฉันเบิกบานห้าวหาญพร้อมต่อสู้กับทุกอย่างแม้นว่าหนทางนี้ยังอีกยาวไกล

ประทับใจประโยคนี้จริงๆ สะท้อนถึงความผูกพันอย่างที่มิอาจอธิบายเป็นคำพูดออกมาได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
สำรวจฟ้า วันที่ : 16/09/2016 เวลา : 17.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

เป็นบุญที่มีบุคคลใกล้ชิดมาช่วยดูแลทั้งแพทย์ทั้งเพื่อนๆ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 16/09/2016 เวลา : 08.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

สวัสดีครับคุณหมอพี่ก๊วย
...
ขอบคุณสำหรับบทเรียนที่มีคุณค่าที่นำมาแบ่งปัน
เป็นบุญที่ได้รับรู้ครับ ซึ่งมีประโยชน์สำหรับหลายๆคน สามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตได้เป็นอย่างดี
...
ขอให้คุณแม่ของพี่หมอก๊วยกลับมาสุขภาพแข็งแรงเป็นปกติโดยไวครับ

ความคิดเห็นที่ 8 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พี่ก๊วย วันที่ : 15/09/2016 เวลา : 15.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

february26

ดีใจที่ข้อมูลมีประโยชน์กับผู้อ่านค่ะ และ ขอบคุณแทนคุณแม่ด้วยค่ะ

สิงห์นอกระบบ

ขอบคุณแทนคุณแม่ด้วยค่ะ

ผ่าลอกต้อกระจกนั้น ทำแต่เนิ่น ๆ ดีมากเลยค่ะ หลายคนช้า พ่อแม่ตาบอดเลยก็มี

ni_gul
ขอบคุณแทนคุณแม่ด้วยค่ะ และขอให้คุณแม่สุขภาพดีขึ้นด้วยนะคะ ต้องไปตามแพทย์นัดสมำเสมอเพื่อดูมะเร็งค่ะ


แม่หมี
ขอบคุณแทนคุณแม่ด้วยค่ะ

ดีใจค่ะที่ประสบการณ์เป็นประโยชน์ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
แม่หมี วันที่ : 14/09/2016 เวลา : 13.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านไปก็ลุ้นไป ขอให้คุณแม่พี่หมอก๊วยปลอดภัย

กระบวนการรักษา และกำลังใจที่เข้มแข็งของคุณแม่ ทำให้ก้าวข้ามผ่านวิกฤตมาได้

ขอให้คุณแม่กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมนะคะ

ขอบคุณพี่หมอก๊วยที่นำประสบการณ์มาแบ่งปันกัน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ni_gul วันที่ : 14/09/2016 เวลา : 13.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
แยกแยะยินยล เพื่อปรับปรุงตน และเพื่อประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน

พอเล่าถึงเสียงครางระหว่างทางไปโรงพยาบาล นิกุลนึกถึงเสียงครางระหว่างนอนสลบไสลของคุณแม่นิกุลหลังผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ สลบอยู่ยังครางฮือๆ เป็นระยะๆ ทั้งคืนทั้งวันเลย ใจคอคนฟังค่อนข้างทรมานใจนะคะ เข้าใจเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ni_gul วันที่ : 14/09/2016 เวลา : 13.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
แยกแยะยินยล เพื่อปรับปรุงตน และเพื่อประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน

อ่านไปด้วยใจระทึก สุดท้ายชื่นชมทั้งคนไข้และคุณหมอพี่ก๊วย
อวยให้กับอุปกรณ์กายภาพทำเองค่ะ ตอนคุณแม่นิกุลไหล่ติด คุณแม่ก็ทำเองแบบนี้เหมือนกัน
ขอบคุณที่เล่าเรื่องมีคุณประโยชน์อย่างนี้ ดีใจกับคุณแม่และคุณหมอพี่ก๊วยด้วยนะคะ (ยาเยอะจัง)

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 14/09/2016 เวลา : 11.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ยินดีที่คุณแม่คุณหมอฯหายป่วย ขอให้คุณแม่แข็งแรง เป็นมิ่งขวัญของลูกหลานนานนานครับ
ช่วงนี้ก็ดูแลคุณแม่ลงมาจากเชียงใหม่ ผ่าลอกต้อกระจกครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
february26 วันที่ : 14/09/2016 เวลา : 09.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

สวัสดีครับพี่ก๊วย

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ข้อมูลที่มีประโยชน์นะครับ และ ขอให้คุณแม่พี่ กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม ไวนะครับ

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 13/09/2016 เวลา : 18.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

sevenine
พอคิดได้ใจมันก็ไม่ค่อยหวั่นไหวแล้วค่ะ ว่ากันไปตามเหตุปัจจัยไปเรื่อย ๆ
แม่ใจเด็ดมากค่ะ และขอขอบคุณในคำอวยพรค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
sevenine วันที่ : 13/09/2016 เวลา : 14.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jamon

ดีใจกับพี่ก๊วยที่สบายใจได้แล้วในตอนนี้ และชื่นชมแม่พี่ก๊วยมากที่เป็นคนเข้มแข็งจริงๆ ขอให้แม่หายเต็มร้อยเร็วๆนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน