*/
  • พี่ก๊วย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-09-16
  • จำนวนเรื่อง : 125
  • จำนวนผู้ชม : 411176
  • จำนวนผู้โหวต : 299
  • ส่ง msg :
  • โหวต 299 คน
BrazilMiss

Miss flight in Brasil

View All
<< กุมภาพันธ์ 2020 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563
Posted by พี่ก๊วย , ผู้อ่าน : 1465 , 23:04:32 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน แม่หมี , อดุลย์ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

    มีประเด็นร้อนถล่มโซเซียลเรื่องประชาชนผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ไม่พอใจที่ทีมแพทย์ไทยนำโดยหมอระบาดวิทยา ในเรื่องตรวจผู้โดยสารเพื่อเฝ้าระวังเชื้อ "ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่" ช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา ให้ตกเป็นจำเลยของสังคม ในตอนแรกดูเสมือนหนึ่งไม่ตรวจผู้โดยสารอย่างทั่วถึง ทำให้ทางกระทรวงสาธารณสุขต้องออกมายืนยันว่า ไม่มีการหยุดคัดกรองและจะเริ่มคัดกรองเที่ยวบินที่มาจากเมืองอื่นๆ ด้วย (https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/864164)

"นักระบาดวิทยา" ซีลคุมโรคผู้ปิดทองหลังพระถ้ำหลวง: รายงาน  โดย...  พวงชมพู ประเสริฐ  

“…. และรักษาพยาบาลอาการเจ็บป่วยจนสามารถใช้ชีวิตตามปกติเท่านั้น แต่ในมุมหนึ่งภารกิจเฝ้าระวังโรคติดต่ออุบัติใหม่ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะพื้นที่ถ้ำดังกล่าวมีค้างคาวแหล่งรังโรคสำคัญอาศัยอยู่ด้วย มีความเสี่ยงที่จะเกิดการติดโรคจากสัตว์สู่คน จนกลายเป็นการระบาดของโรคสู่บุคคลอื่นๆ ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังคือ “ทีมระบาดวิทยา” ที่เปรียบประหนึ่งหน่วยซีล (SEALs) ในการควบคุมโรค  ( https://www.komchadluek.net/news/edu-health/338175

และล่าสุด ในวันพระมาฆบูชานี้ บางช่วงบางตอนของ Ead Lorprayoon ออกมาให้กำลังใจ

“หันมาชื่นชมกันเองบ้างเถอะครับ !  ทหารนั้นมีหน้าที่ต่อสู้กับการรุกรานของศัตรูที่มองเห็น แต่บุคลากรทางการแพทย์ต่อสู้เหมือนกันแต่เป็นศัตรูที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และ กองบัญชาการแนวหน้าการต่อสู้คราวนี้คือบุคลากรของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งอนาคตจะเป็นยังไงก็ตามถึงตอนนี้ยังไงก็ขอชื่นชมในความสำเร็จเบื้องต้นของเขาไว้ซะหน่อยก่อนครับ
นโยบายของกระทรวงที่ออกมาเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้นถึงการตัดสินใจที่ดี รวมกับการโหมทำงานด้วยความเสียสละเสี่ยงกับการติดโรค เพื่อปกป้องคุ้มครองสุขภาพของประชาชน”

“โอกาสจะได้ชมกระทรวงฯกับข้าราชการที่ทำงานเบื้องหลัง ไม่ค่อยมีให้มากนักถึงเวลานี้ไม่ให้กำลังใจกันเพื่อให้พอมีกำลังใจทำงานกันต่อไปได้ ทั้งๆที่เงินเดือนน้อยนิด ก็ไม่รู้จะชมกันเมื่อไหร่ละ จึงขอกราบชื่นชมการทำงานของท่านทั้งหลายที่กำลังช่วยกันทำงานอย่างแข็งขันเหน็ดเหนื่อยเสี่ยงภัยอยู่ขณะนี้ ในฐานะคนไทยคนหนึ่งนะครับ
เวลาก่นด่ารัฐบาลไม่ว่าจะชุดไหน คนที่โดนหางเลขไปด้วยก็คือข้าราชการทั้งหลายที่พยายามทำงานตามนโยบายของท่านนักการเมืองแต่ละชุด ดังนั้นถึงเวลาทำดีกันก็ช่วยชมบ้างหรือจะให้ดีกว่านั้นจะช่วยสมทบทุนไปแจกขนมให้ของหวานทานกันเล่นๆ บ้างก็คงไม่มีใครว่าอะไร เพราะคนไทยน่ารักสวยหล่อนิสัยดีมีคุณภาพขยันทำงานยังมีอีกมากนะครับ หรือใครว่าไม่จริง.”  (https://www.facebook.com/1308865620/posts/10221997327104784/?d=n)

      ภารกิจมากมายที่หมอระบาดวิทยา นักระบาดวิทยา เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และอาสาสมัครได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้คนยามมีภัยสุขภาพในหลายศตวรรษที่ผ่านมา ไม่ว่า โรคซาร์ส ไข้หวัดนก โรคเอดส์  โรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน โรคไม่ติดต่อ อุบัติเหตุ โรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพ  มลพิษอากาศแรกเริ่มที่แม่เมาะ  รวมไปถึงการจัดตั้งระบบเฝ้าระวังโรคและการสอบสวนโรคโดยหน่วยเคลื่อนที่เร็วในเหตุการณ์วิปโยคจากคลื่นสึนามิ แต่กลับไม่เป็นที่รู้จัก จนกระทั้งมีประเด็นในโลกโซเซียลช่วงหลัง ๆ นี้ อาทิเช่น การตายจากแมงกะพรุนกล่อง เด็กติดถ้ำขุนน้ำนางนอน และ ไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ระบาด

"นักระบาดวิทยา" ซีลคุมโรคผู้ปิดทองหลังพระถ้ำหลวง: รายงาน  โดย...  พวงชมพู ประเสริฐ  

“…. และรักษาพยาบาลอาการเจ็บป่วยจนสามารถใช้ชีวิตตามปกติเท่านั้น แต่ในมุมหนึ่งภารกิจเฝ้าระวังโรคติดต่ออุบัติใหม่ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะพื้นที่ถ้ำดังกล่าวมีค้างคาวแหล่งรังโรคสำคัญอาศัยอยู่ด้วย มีความเสี่ยงที่จะเกิดการติดโรคจากสัตว์สู่คน จนกลายเป็นการระบาดของโรคสู่บุคคลอื่นๆ ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังคือ “ทีมระบาดวิทยา” ที่เปรียบประหนึ่งหน่วยซีล (SEALs) ในการควบคุมโรค  ( https://www.komchadluek.net/news/edu-health/338175 )

 

แล้วหมอระบาดวิทยาทำอะไรเมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19)?

      ทั้งแพทย์ สัตวแพทย์ นักระบาดวิทยา และเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ออกสู้รบสกัดกั้นภัยสุขภาพ โดยนำเอาระบบเฝ้าระวังโรคที่ครูบาอาจารย์ระบาดวิทยา (อาจารย์นายแพทย์สุชาติ เจตนเสน อาจารย์ประยูร กุนาศล และอาจารย์ธวัช จายนียโยธิน ที่ร่วมบุกเบิกงานระบาดวิทยาของประเทศ  https://www.youtube.com/watch?v=tsZLpehKmus ) ก่อตั้งมานานนมแต่มีความยืดหยุ่นสูงมาก แม้มีโรคอุบัติใหม่เข้ามาเราสามารถปรับรับมือได้ และเครือข่ายกองทัพเราครอบคลุมทั้งประเทศตั้งแต่ระดับบริหาร ปฏิบัติการณ์ จนถึงอาสาสมัคร

มีการกำหนดยุทธศาสตร์การรบ เราจัดทัพและระดมกำลังพลประจำจุดรบอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าทัพหน้าตามด่านและหัวเมือง ทัพหลังส่งการสนับสนุน

 

 

เหล่าเสนาธิการ วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการวางแผนและสื่อสาร  

 

 

 

 

 

กองบัญชาการเชื่อมโยงติดต่อผู้เชี่ยวชาญในหน่วยงานต่าง ๆ  ระดมยุทโธปกรณ์ ไม่ว่าแบบคัดกรอง แบบสอบสวนโรคติดตามผู้สัมผัส (ภาษาไทย อังกฤษ และจีน)

 

 

รวมไปถึงอาวุธหนักอย่างเครื่องวัดอุณหภูมิแบบติดตั้ง เครื่องวัดอุณหภูมิแบบมือถือ อาวุธเปียกอย่างแอลกอฮอล์ จนถึงเกราะ (หน้ากาก ถุงมือ ชุดป้องกัน) ตามยศความเสี่ยง

 

เมื่อคัดกรองได้ผู้ป่วยก็ส่งไปตรวจยืนยันรักษาในที่เตรียมไว้เฉพาะในพระนคร ติดตามและกักกันผู้สัมผัสใกล้ชิดตามระดับความเสี่ยง

 

ยามน่าสิ่วหน้าขวานเรากลับเพลี่ยงพล้ำให้แก่ข่าวลือ ข่าวปลอม ที่กระหน่ำซ้ำเติมจนเราแทบกระอักเลือด

 

         ใช่ว่าจะสิ้นไร้ไม้ตอก เรามีทั้งบู้และบุ๋น ตามหลักการสื่อสารความเสี่ยงยามสถานการณ์ตึงเครียด 3 รู้  “รู้แรก คือ ออกจากปากเราเป็นคนแรก ไม่ใช่รู้จากผู้อื่น” “รู้เรื่อง คือเรื่องจริงตามหลักฐานเชิงประจักษ์และข้อมูลองค์ความรู้เท่าที่มีอยู่” และ “รู้รับรอง  คือ น่าเชื่อถือบอกต่อได้”

และหลักศาสนา “พูดแต่ความจริง” “พูดความจริงให้ถูกกาลเทศะ”  และ“ไม่พูดความจริงที่ไร้ประโยชน์”

 

(https://program.thaipbs.or.th/TobJote/episodes/67101)

 

 

เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน มีการปรับแผนรบตรึงกำลังหน้าด่าน

 

 

 

หัวเมืองเรามีพ่อเมืองซึ่งของสาธารณสุขมียศศักดิ์ว่า นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด 

หัวเมืองเหนืออย่างเชียงใหม่งานเข้าเมื่อเกิดเรื่องนักท่องเที่ยวชาวจีนตายในช่วงนี้พอดี 

 “นายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์  เปิดเผยว่า ที่จังหวัดเชียงใหม่ มีการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข จังหวัดเชียงใหม่ กรณีโรคติดต่อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ เป็นประจำเพื่อปรับเปลี่ยนแผนการทำงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตามที่กระทรวงสั่งการมา โดยวางแผนแนวทางการจัดหาพื้นที่ของสถานพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่……”

“ ……ติดเชื้อไวรัสโคโรนานั้น 1 ใน 5 อยู่ที่เชียงใหม่ ได้รับการดูแลอย่างดี ขณะที่ผลชันสูตรศพ นทท. จีนที่ตายในรีสอร์ตยันไม่พบเชื้อ” ( http://www.interfetpthailand.net/course_index.php?1c092a1b53a7a471fe7c04735dad699b=course_thai_phd)

ตามมาด้วยข่าวดี

นายแพทย์ สามารถ ถิระศักดิ์. นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม  และคณะแพทย์ผู้ทำการรักษา

“ได้มีการเปิดการแถลงข่าวผลการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่น จนสำเร็จซึ่งถือเป็นคนไทยคนแรกที่ติดเชื้อและหายขาด…”

“…สะท้อนความสำเร็จในหลายๆภาคส่วนที่ร่วมกันจนมาถึงวันนี้ ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข ได้เน้นย้ำว่าไม่ได้มีการดูแลเฉพาะเพียงคนไข้เท่านั้นแต่ได้มีการดูแลสุขภาพของคนรอบข้างทั้งเรื่องสุขภาพและการดูแลทางสภาพจิตใจทั้งหมด ซึ่งจนถึงวันนี้ทั้งผู้ป่วย ญาติ รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์นั้นไม่ได้มีใครที่มีการติดเชื้อเพื่อเติม”

ทั้งสองท่านได้ผ่านหลักสูตรระบาดวิทยาและการบริหารจัดการทีม สำหรับแพทย์หัวหน้าทีมและผู้สอบสวนหลัก (Field Epidemiology and Management Training ย่อว่า FEMT) ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

 

 

แล้วหมอระบาดวิทยาคืออะไร?

แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสาขาที่หมอเลือกเรียนในอัตราที่น้อยมากตลอดมาเมื่อเทียบสาขาอื่นเพราะจบไปทำงานสาธารณสุขที่ได้คำขอบคุณเป็นการตอบแทน จนบางทีมีเรียกว่า ‘หมอละบาท’

นายแพทย์ครรชิต ลิมปกาญจนารัตน์ หมอระบาดวิทยารุ่น 1 ได้เขียนถึง    โครงการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านเฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกันแขนงระบาดวิทยา (Field Epidemiology Training Program ย่อว่า FETP) โดยกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2523 จากความร่วมมือของกระทรวงสาธารณสุข องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) และศูนย์ควบคุมโรคแห่งชาติ (CDC) สหรัฐอเมริกา  มีปรัชญาของการฝึกอบรมคือ การเรียนรู้งานระบาดวิทยาผ่านการฝึกปฏิบัติในภาคสนาม มีพระพี่เลี้ยงเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาของโรคในสาขาต่างๆ

      ทั้งนี้ไทยได้ประยุกต์แนวคิดดังกล่าวถือเป็นประเทศแรกนอกประเทศสหรัฐอเมริกา (ในสหรัฐอเมริกามีชื่อโครงการว่า  Epidemic Intelligence Service Program)  นำมาจัดตั้งหลักสูตรฝึกอบรมแพทย์/สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญภาคสนาม และก้าวหน้าไปสู่การฝึกอบรมแพทย์นานาชาติในปี พ.ศ. 2541  (เน้นสมรรถนะทางระบาดวิทยา เพื่อรับมือกับโรคติดเชื้ออุบัติใหม่)   มีองค์การอนามัยโลกและ ASEAN รับรอง ผลผลิตเป็นที่ยอมรับในเวทีระดับนานาชาติจนกระทั่งได้รับหนังสือชมเชยจากผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาของ CDC   ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่ามีมาตรฐาน นอกเหนือไปจากนั้นแล้ว แพทย์ที่จบไปยังเป็นกำลังสำคัญในการผลิตนักระบาดวิทยาให้กับประเทศของตน 

      ปีนี้ พ.ศ. 2563 ประเทศไทยได้ฝึกอบรมแพทย์ทางระบาดวิทยามาครบ 40 ปี สร้างนักระบาดวิทยาที่มีบทบาทเคียงบ่าเคียงไหล่กับบุคลากรทางสาธารณสุขแขนงต่าง ๆ ในการป้องกันควบคุมโรคของประเทศตั้งแต่ เฝ้าระวัง สอบสวนโรค วิจัย และผลักดันนโยบาย

องค์ประกอบที่สำคัญสู่ความสำเร็จคือเจตนาที่ดีงาม ความเพียรของสมาชิกครอบครัวแพทย์ FETP ในประเทศไทยตลอดจนการสนับสนุนจากอาจารย์ผู้ใหญ่และกัลยาณมิตรทั้งในและนอกประเทศ (https://www.doctor.or.th/clinic/detail/8440 )

         ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์  (John Hopkins University และ Nuclear Threat  Initiative) ได้นำเสนอผลการวิจัยระดับความเข้มแข็งด้านความมั่นคงด้านสุขภาพ (Health Security) ของทุกประเทศทั่วโลก ในการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนวาระความมั่นคงด้านสุขภาพโลก  (Global Health Security Agenda (GHSA) Steering Group Meeting)  ณ สำนักงานคณะผู้แทนถาวรราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำสหภาพยุโรป กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม (13 พฤศจิกายน 2562) โดยประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความเข้มแข็งด้านความมั่นคงด้านสุขภาพเป็นอันดับที่ 6 จากทั้งหมด 195 ประเทศ เป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศเดียวที่ถูกจัดให้อยู่ใน 10 อันดับสูงสุดและเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย (73.2 จาก 100 คะแนน) ได้รับการยกย่องว่าเป็นประเทศที่มีความพร้อมในการรับมือต่อการระบาดของโรคมากที่สุด (อันดับ 1  สหรัฐอเมริกา 83.5 คะแนน  2. สหราชอาณาจักร 77.9 คะแนน 3. เนเธอร์แลนด์ 75.6 คะแนน 4. ออสเตรเลีย 75.5 คะแนน 5. แคนาดา 75.3 คะแนน) (คะแนนเฉลี่ยของโลก 40.2 คะแนน)  

         เขาจัดอันดับโดยดูจาก 6 ด้าน ได้แก่ 1.การป้องกันโรค 2.ความสามารถในการตรวจจับโรคและรายงานที่รวดเร็ว 3.การตอบโต้ที่รวดเร็ว 4.มีระบบสุขภาพที่เข้มแข็ง 5.มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพของประเทศ มีแผนงบประมาณด้านป้องกันควบคุมโรคและดำเนินงานตามแนวปฏิบัติสากล และ 6.มีความเสี่ยงต่อภัยคุกคามด้านชีวภาพต่ำ   ซึ่งเกี่ยวกับงานระบาดวิทยาหลายด้าน (https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/24600  และ https://www.thailand-business-news.com/health/77060-thailand-ranks-sixth-for-worlds-strongest-health-security.html )

 

ด้วยว่า ศึกครั้งนี้หาจบใหม่   ระลอกสองกำลังจะตามมา!

    จากการแถลงของ เดวิด เฮย์มานนส์ (David Heymann) นักระบาดวิทยาซึ่งเป็นหัวหน้าปฏิบัติการควบคุมการระบาดของไวรัสซาร์ส ประจำองค์การอนามัยโลก  เมื่อ 4 ก.พ. นี้ ใจความสรุปได้ว่า หยุดเที่ยวบินจีน ก็หยุดโคโรน่าไม่ได้ และชี้แนะว่า สิ่งสำคัญที่จะช่วยหยุดการระบาดของเชื้อโรคคือระบบสุขภาพของประเทศที่ได้มาตรฐานสากลและเข็มแข็ง  เพื่อที่จะสามารถติดตามกลุ่มผู้ป่วยได้อย่างท่วงทัน ทั้งนี้โรคเดียวกันแต่ระบาดในประเทศที่มีศักยภาพในการควบคุม ย่อมจัดการกับปัญหาได้ดีกว่า สำหรับประเทศไทยมีการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโรคได้ดีกว่า ส่วนจีนได้ได้เพิ่มการใช้จ่ายด้านสาธารณสุขและพัฒนาระบบสาธารณสุขขึ้นมาก  (https://www.newsringside.com/24321/?fbclid=IwAR18Q18fPBcFawqJSNisLyyGrjzPrXCGbN1D_BPQEYsf2RCeHpWKbpq7tb0

      ตามการวิเคราะห์และประสบการณ์ผู้เชี่ยวชาญในไทย เราต้องเตรียมแผนตรึงกำลังในสถานพยาบาลต่าง ๆ โรงพยาบาล และสถานที่ที่มีคนมารวมกันอยู่เป็นหมู่มากเช่น โรงเรียน ค่ายทหาร และคุก เป็นต้น

 

และเริ่มออกแนวทางการสู้ศึกมาบ้างแล้ว

 

เหนื่อยไหม?

ด้วยความเป็นครอบครัวที่ช่วยเกื้อหนุนกัน และมีกัลยาณมิตรจากหน่วยงานต่าง ๆ มากมาย ทำให้เราก้าวย่างไปได้ยามเหนื่อยล้า

 

 

            แต่ศึกนี้ใหญ่หลวงนัก ที่น่ากลัวกว่าอื่นใดคือความตระหนกของประชาราษฎร์ การปล่อยข่าวปลอมอัปมงคล เรารับศึกสองด้านไม่ไหว ด้วยกำลังพลหยิบมือต่อเจ็ดสิบกว่าล้าน ขอพลังคนไทยทั้งประเทศ ช่วยดูแลตนเองให้แข็งแรง รักษาสุขอนามัย เมื่อป่วยก็ป้องกันการแพร่กระจาย บริโภคข่าวสารที่ถูกต้อง ไม่ตื่นกลัวไปกักตุนซื้อหน้ากากใส่กันโดยไม่มีความจำเป็น เกิดปัญหาหน้ากากขาดแคลน ราคาเพิ่มสูง และทำให้บุคลากรทางการแพทย์ขาดหน้ากากใช้งาน องค์การอนามัยโลก ให้คำแนะนำว่า ถ้าไม่ได้ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโรคนี้ไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ เพื่อป้องกันโรค เนื่องจากการติดต่อหลักเป็นแบบสัมผัสใกล้ชิด(เช่นทางละอองน้ำลายจากการไอจาม สารคัดหลั่ง) ทั้งนี้ยังเตือนว่า การใส่หน้ากากอนามัยอย่างเดียวนั้น ไม่เพียงพอต่อการป้องกันเชื้อไวรัส ต้องดูแลสุขอนามัยอย่างอื่นด้วย (https://www.who.int/publications-detail/advice-on-the-use-of-masks-the-community-during-home-care-and-in-health-care-settings-in-the-context-of-the-novel-coronavirus-(2019-ncov)-outbreak )

 

        โรคระบาดในเพลานี้ ฉันเห็นว่ามีข้อดีอยู่หลายประการ ฮ่องกงยุโรปหยุดประท้วง หยุดทำร้ายกัน มีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้น มีการเรียนรู้และปรับพฤติกรรมสุขอนามัยที่ดีขึ้น และเริ่มมีเมตตาปราณีให้ขวัญกำลังใจหน่วยรบสาธารณสุขและผู้เกี่ยวข้องต่าง ๆ

       ทุกอย่างล้วนอนิจจัง แล้วมันก็จะผ่านพ้นไป จะด้วยดี ไม่ด้วยดี…อยู่ที่เราเอง

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 09/02/2020 เวลา : 08.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

wullopp
ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
wullopp วันที่ : 09/02/2020 เวลา : 07.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอขอบคุณ อาจารย์ที่มอบความรู้... รู้ลึก รู้จริง
สู่ สังคม

เรียนมาด้วยความเคารพ ครับ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน