*/
  • พี่ก๊วย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-09-16
  • จำนวนเรื่อง : 123
  • จำนวนผู้ชม : 372583
  • จำนวนผู้โหวต : 297
  • ส่ง msg :
  • โหวต 297 คน
BrazilMiss

Miss flight in Brasil

View All
<< กุมภาพันธ์ 2020 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563
Posted by พี่ก๊วย , ผู้อ่าน : 1284 , 07:51:41 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน wullopp , แม่หมี และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 โรคโคโรนาไวรัส19 (COVID-19)...ไทยทำดีจริงหรือ เตรียมรบระลอกสาม ถ้าไม่ช่วยกันมีอันต้อง..

 

          มีเรื่องร้อน ๆ ตามมาติด ๆ ไม่ว่าจะเป็นลามไปทุกทวีปแล้ว  อิตาลี คุณลุงคุณป้า เครื่องบินและการปิดโรงเรียนที่ทำงาน จนไปถึงการประกาศเป็นโรคติดต่อร้ายแรงโรคที่ 14

          ข่าวจริงบ้าง ข่าวลือบ้าง ที่สำคัญสร้างความระส่ำระสายหายะนะ ให้ชาติบ้านเมืองยามนี้ ที่น่าเศร้าใจคือคนไทยทำร้ายกันเอง  ฤาว่าจะเสียกรุงตามรอยประวัติศาสตร์จากคนในชาติ

          คนไทยตายจากอุบัติเหตุปีหนึ่งหลายหมื่นติดอันดับโลก จมน้ำตายก็เพียบ ฆ่ากันตายนับไม่ถ้วน เป็นโรคพิษสุนัขบ้าตายทุกราย (อัตราป่วยตาย Case fatality rate) และเป็นไข้หวัดใหญ่ตายก็เยอะ กลับไม่เห็นตระหนก   แต่โรคโคโรนาไวรัส19 (COVID-19) มีอยู่ 40 ราย ยังไม่มีใครตาย กลับสร้างความพินาศมากมาย ไม่ใช่จากโรค แต่จากจิตตื่นกลัว

  

ไทยทำการเฝ้าระวังควบคุมป้องกันได้ดีจริงหรือ?

      ดีจริง จากเหตุผลสามประการ

 1) ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ที่ระบุว่า ประเทศไทยก็ติด 1 ใน 10 ประเทศที่มีความพร้อมรับมือโรคระบาดดีที่สุด ได้แก่ สหรัฐ สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย แคนาดา ไทย สวีเดน เดนมาร์ก เกาหลีใต้ และฟินแลนด์  (แหล่ง: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ แถลงข่าวเรื่องสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 19 เมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 26 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับช่วงเช้าวันที่ 27 ก.พ. ตามเวลาไทย https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/868216?utm_source=slide_topnews&utm_medium=internal_referral)

 

2) ดูได้จากขัอมูลเชิงประจักษ์

        ไทยได้คัดกรองช่วง มกราคม - 25 กุมภาพันธ 2563 ราว 3 ล้าน กว่า เจอผู้ป่วยยืนยัน 40 ราย ไม่มีใครตาย  

 -       ทางอากาศ คัดกรองเที่ยวบินสะสมตั้งแต่ 3 มกราคม ถึง 25 กุมภาพันธ 2563 รวม 13,424 เที่ยวบิน ผู้เดินทางได้รับการคัดกรองสะสมรวม 2,776,929 ราย พบผู้ป่วยที่มี อาการเข้าได้ตามนิยามการคัดกรอง 74 ราย

-       ทางเรือตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 23 กุมภาพันธ์ 2563 มียอดการคัดกรองเรือสะสม 431 ลำ มีผู้เดินทางได้รับการคัดกรองสะสมรวม 95,734 ราย พบผู้ป่วยที่มี อาการเข้าได้ตามนิยามการคัดกรอง 2 ราย

-       ทางบก ตั้งแต่ 1 ถึง 25 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้เดินทางได้รับการคัดกรองสะสมรวม 614,526 ราย

-       การคัดกรองผู้มาต่ออายุหนังสือเดินทางที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แจ้งวัฒนะ ตั้งแต่ 30 มกราคม ถึง 26 กุมภาพันธ์ 2563 รวมทั้งสิ้น 61,095 ราย    (ตารางที่ 1)

 

ที่มา รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ฉบับที่ 54 วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563

 https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/file/situation/situation-no54-260263.pdf

 

  

 3) ดูได้จากการทำงาน

        กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานต่าง ๆ ได้เฝ้าระวังคัดกรอง  ออกไปสืบสวนโรค และป้องกันควบคุมโรค (Surveillance, outbreak investigation, prevention and control) ตั้งแต่แรกเริ่ม จาก

 

- ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศดำเนินการคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้าออกประเทศ ทั้งท่าอากาศยาน ท่าเรือ และพรมแดน รวม 46 แห่ง ประกอบด้วย ท่าอากาศยาน 6 แห่ง ท่าเรือ 6 แห่ง และด่านพรมแดนทางบก 34 แห่ง

 - สถานพยาบาลทำการคัดกรองผู้ป่วยที่มีอาการไข้ ร่วมกับมีอาการระบบทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ และมีประวัติการเดินทางจากประเทศจีน มาเก๊า ฮ่องกง ไต้หวัน หรือพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่อง ภายใน 14 วัน หรือเป็นผู้ที่ประกอบอาชีพสัมผัสใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวที่มาจากพื้นที่ที่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ สัมผัสกับผู้ป่วยตามเกณฑ์เฝ้าระวัง

 -  มีการเฝ้าระวังในชุมชน เมื่อพบนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากพื้นที่ระบาดของโรค มีอาการไข้ ร่วมกับมีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ให้แจ้งบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ หรือ สายด่วนกรมควบคุมโรค DDC Hotline 1422

 

        นอกจากนั้น กระทรวงสาธารณสุข ได้ขยายนิยามการเฝ้าระวัง ปรับเกณฑ์ พื้นที่เสี่ยง อาชีพเสี่ยง กลุ่มอาการปอดอักเสบในบุคลากรทางการแพทย์ ตามสถานการณ์มาโดยตลอด รวม 4 ครั้ง เพื่อให้ตรวจจับผู้อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังเพิ่มมากขึ้น ขณะนี้ครอบคลุมคนไทยที่กลับจากประเทศระบาดของโรค และเพิ่มพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง

 

 เตรียมรบระลอกสาม  

      ระยะสามคือมีการติดเชื้อจากคนสู่คนภายในประเทศ โดยที่หาปัจจัยเสี่ยงและหาต้นตอการติดเชื้อไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพเกิดการระบาด ตัวอย่างเช่น

      ประเทศเกาหลีใต้ อิหร่าน และอิตาลี เข้าสู่การระบาดระยะ 3 ในอิตาลี มีติดเชื้อทั่วประเทศเพิ่มเป็น 400 ราย เสียชีวิตเพิ่มเป็น 12 ศพ   ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา นอกจากนี้ คนที่เคยเดินทางไปอิตาลีเมื่อไม่นานมานี้ ถูกตรวจพบติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศแอลจีเรีย, ออสเตรีย, โครเอเชีย, กรีซ, โรมาเนีย, สเปน, สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์

  ณ วันนี้ ไทยยังไม่เข้าสู่การระบาดระยะ 3 แต่เตรียมรับระยะสาม 

 ชะลอให้ถึงช้าที่สุดเพื่อให้รับมือไหวและเข้าฤดูร้อนที่ไวรัสไม่ถนัดรบ จะสำเร็จหรือไม่ขึ้นกับคนไทยทั้งชาติ ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่รบตรึงกำลังมาจนเหนื่อยล้าเจ็บป่วย  จากข้อมูลข้างต้น ภาระเยอะมาก ยังไม่รวมงานที่ทำให้เสียเวลาแก่ผู้ทีควรจะได้รับแต่ไม่ได้รับอีก ค่าใช้จ่ายเยอะ ไม่จำเป็น และเหนื่อย

 

ถ้าไม่ช่วยกันมีอันต้อง..

       อย่าให้ถึงกับกรุงแตกเลยนะคะ เพราะ เชื้อเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ไม่ได้ติดง่าย ๆ

 นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค(คร.) แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัส 2019 (COVID-19) เมื่อ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 ว่า

 -       ผู้ป่วย 3 รายล่าสุดที่เป็นปู่ ย่า หลาน อาการปลอดภัย

 -       ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทั้งที่เป็นผู้ร่วมกลุ่มเที่ยว คนในครอบครัวเดียวกัน บุคลากรทางการแพทย์ นักเรียนร่วมชั้นเรียนหลาน และผู้ร่วมเที่ยวบิน มีการติดตามครบแล้วรวม 101 คน ผลการตวรจจากห้องปฏิบัติการไม่ติดเชื้อ 97 คน ส่วนอีก 4 คนเพิ่งทำการเก็บตัวอย่างส่งตรวจ

 -       “กรณีนี้แม้จะมีการติดเชื้อจากต่างประเทศ แต่ มีเพียงหลานที่เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดมาก ๆเท่านั้นที่ติดเชื้อ ส่วนคนในครอบครัวคนอื่น ๆ อีก 4 คน ไม่มีใครติดเชื้อ ประเทศไทยจึงยังถือว่ามีการติดเชื้อในวงจำกัด และยังอยู่ในระยะที่2”  

 -       การติดต่อจากฝอยละอองขนาดใหญ่ในรัศมี 1 เมตร และอยู่ใกล้เป็นเวลา 5 นาที โดยไม่มีการป้องกัน ส่วนผู้สัมผัสเสียงต่ำหมายถึงผู้สัมผัสที่มีโอกาสต่ำในการรับหรือแพร่เชื้อกับผู้ป่วยได้แก่ผู้สัมผัสที่ไม่เข้าเกณฑ์ผู้สัมผัสเสียงสูง ซึ่งจะเห็นได้ว่ากรณีปู่ย่าหลายมีสมาชิกครอบครัวอื่นอีก 4 คน ก็ไม่ได้ติดเชื้อนี้ครบทุกคน มีเพียงหลานที่สัมผัสใกล้ชิดมาก 1 คนเท่านั้นที่ติด เพราะฉะนั้น ยิ่งเป็นคนที่อยู่ไกลยิ่งไม่มีโอกาสติด

 นอกจากนี้จะเห็นว่าในเครื่องบินในพนักงานต้อนรับไม่ติดเชื้อ เวลาระบุผู้ที่เสี่ยงมากจะนับสองแถวหน้าหลังด้านข้าง  ไม่ได้เสี่ยงสูงทั้งลำ

  

เราช่วยกันได้อย่างไร

  

โรคนี้ไม่ได้ติดง่าย อีกทั้งยังป้องกันง่าย

 ตอนนี้ต้องการมากกว่า ‘แรงใจ’ คือ ‘แรงกาย’ ขอช่วยทำหน้าที่ของตนง่ายๆ คือ

 1)    รักษาสุขภาพตนเองให้แข็งแรง 

 2)    แยกแยะได้ว่าตนอยู่กลุ่มไหน (ป่วย เสี่ยงน้อย เสี่ยงมาก)

 3)    ทราบแล้วทำอย่างไรให้ถูกต้องเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

  

บทเรียนจากเรื่องคุณลุงคุณป้าคือ

 

        ท่านอาจจะไม่รู้ ไม่เข้าใจ หรือกลัว ดังนั้นการประณาม รังเกียจเดียดฉันท์ ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น เพราะจะทำให้คนที่ป่วย ผู้สัมผัสใกล้ชิด หรือกลุ่มเสี่ยง ถูกผลักไสหายไปจากระบบเฝ้าระวังคัดกรอง ผู้ที่มีใจเศร้าหมองหดหู่ยิ่งทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง 

         ในทางตรงกันข้ามต้องชื่นชมที่กล้าออกมาบอกและจำกัดบริเวณตัวเอง ใส่หน้ากกาอนามัย ไม่ใช้ของร่วม ล้างมือบ่อย ๆ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อให้ครอบครัวละผู้อื่นตั้ง 14 วัน ดังนั้นควรจะให้ขวัญกำลังใจและช่วยเหลือกัน  ถ้าสังคมรังเกียจ กลุ่มหมอพยาบาลเจ้าหน้าที่ที่ดูแลผู้ป่วยและสัมผัสใกล้ชิดก็จะเป็นเหยื่อของสังคมไปด้วย

 

 

ทำไมถึงประกาศโรคไวรัสโคโรนา-19 เป็นโรคติดต่อร้ายแรง?

 

       โรคติดต่ออันตรายแล้ว 13 โรค ที่ประเทศไทยมีการประกาศ ก่อนหน้านี้ คือ 1.กาฬโรค 2.ไข้ทรพิษ 3.ไข้เลือดออกไครเมียนคองโก 4.ไข้เวสต์ไนล์ 5.ไข้เหลือง 6.โรคไข้ลาสซา 7.โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ 8.โรคติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก 9. โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา 10.โรคติดเชื้อไวรัสเฮนดรา 11.โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงหรือโรคซาร์ส 12.โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส และ 13.วัณโรคดื้อยาหลายขนานชนิดรุนแรงมาก

      กระทรวงสาธารณสุขประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 วันที่ 24 ก.พ.63 เพื่อหารือการประกาศโรคไวรัสโคโรนา-19  เป็นโรคติดต่อร้ายแรงโรคที่ 14 ซึ่ง กำหนดไว้ในหมวด 6 การป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ อาทิ มาตรา 35 กรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ของโรคติดต่ออันตราย ให้คณะกรรมการโรคติดต่อฯมีอำนาจ สั่งปิดสถานที่ต่าง ๆ ไว้เป็นการชั่วคราว สั่งให้ผู้ป่วยหรือผู้ที่สงสัยว่าเป็นโรคหยุดการประกอบอาชีพชั่วคราว และสั่งห้ามผู้ป่วยหรือผู้ที่สงสัยว่าเป็นโรคเข้าไปในสถานที่บางแห่ง เป็นต้น โดยตามพ.ร.บ.นี้ผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ไม่ได้แปลว่าประเทศเข้าสู่การระบาดระยะที่ 3  แต่เพื่อช่วยการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ชะลอหรือยืดระยะเวลาการเข้าสู่ระยะที่ 3 ไว้ให้ได้นานที่สุด 

 

 ช่วยกันทำความเข้าใจและสื่อในแง่ดี

     ถ้าทุกคนทำตามหน้าที่ผู้ป่วย ผู้ดูแล และผู้อยู้ในกลุ่มเสี่ยงปฏิบัติได้ถูกต้อง เราก็ยังทำกิจกรรมได้เหมือนปกติค่ะ เรามาร่วมแรงร่วมใจกันนะคะ

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
แม่หมี from mobile วันที่ : 11/03/2020 เวลา : 13.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

มาอ่านอีกทีค่ะ อ่านจากบุคคลากรทางการแพทย์ ดีกว่าฟังจากปากนักการเมืองหรือผู้บริหารประเทศ มีอะไรก็บอกกันค่ะประชาชนจะได้ระวังตัวและดูแลตัวเองให้ถูกต้อง บางทีก็งง รมต. ว่าอย่าง อธิบดีว่าอีกอย่าง ประชาชนกีงวลมากค่ะ ยิ่งเราภูมิต้านทานต่ำ เราก็ยิ่งจิตตกค่ะ บอกลูกจะตายเพราะเครียดนี่แหล่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
feng_shui วันที่ : 11/03/2020 เวลา : 11.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

เป็นกำลังใจให้ทุกคน โดยเฉพาะบุคคลากรทางการแพทย์ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 06/03/2020 เวลา : 09.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

คุณหมอ wullopp

ขอบคุณมากที่มาให้กำลังใจ จนท. ทั้งหลาย ขณะนี้มีเรื่องเยอะเกี่ยวกับหน้ากากอนามัย ยังหาเวลาเล่าสู่กันฟังไม่ได้ ปั่นงานเสร็จจะรีบแก้ขอสงสัยให้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
wullopp วันที่ : 05/03/2020 เวลา : 14.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอขอบคุณ
ประสบการณ์ตรง-องค์ความรู้

จาก อาจารย์หมอพี่ก๊วย
และ ทุกๆ ท่าน

ด้วย ความเคารพ ครับ...

ความคิดเห็นที่ 4 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พี่ก๊วย วันที่ : 01/03/2020 เวลา : 20.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

แม่หมี
ขอบคุณมากค่ะ ตอนนี้หลุ่มนักระบาดวิทยาและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขก็เฝ้าระวังและออกสอบสวนโรคผู้สัมผัศ และกลุ่มเสี่ยงกันจนเปลี้ยเพียแรงไปเหมือนกัน จีนเขาโดนหนักกว่านี้ยังรวมพลังฝ่าฟันมาได้ เราคนไทยช่วยกันได้ค่ะ แค่ดูแลตนเองให้ดีป้องกันไม่ให้ตนติดเชื้อโรคก็ลดงานไปได้เพียบ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
แม่หมี from mobile วันที่ : 01/03/2020 เวลา : 12.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เป็นกำลังใจให้ทุกคน โดยเฉพาะบุคคลากรทางการแพทย์
ต้องไปรพ.บ่อยๆ เห็นการทำงาน การดูแลผู้ป่วย และการทำความสะอาดเพื่อให้ปราศจากเชื้อโรค หนักหนามาก
ส่วนตัวเองก็จะระวังตัวเองเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 28/02/2020 เวลา : 18.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

คุณอดุลย์
ขอบคุณมากเลยเคย วันนี้เพิ่งข่าว ดูแล้วสลดใจที่คนส่วนใหญ่ตื่นตระหนกมากกว่าตื่นตัว เศรษฐกิจก็แย่ ประสบการส่วนตัวผ่านทั้งโรคเมอร์โรคซา ที่ป่วยตายเยอะกว่าโรคโคโรน่า 19 ยังไม่กระทบมากถึงขนาดนี้ คนไทยต้องรีบตั้งสะติและออกมาช่วยกัน โดยเฉพาะสื่อสารมวลชล :

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อดุลย์ วันที่ : 28/02/2020 เวลา : 10.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/adulmr

ผมได้เห็นผู้ที่เกี่ยวข้อง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลในวงการสาธารณสุข
ทำงานทุ่มเทกันหนักมากครับ

ขนาดไม่มีสถานการณ์ covid-19 โรงพยาบาลก็หนักพออยู่แล้ว
พอมีสถานการณ์นี้เข้ามาแจม
ก็ยิ่งแล้วใหญ่

ขอชื่นชมและให้กำลังใจคนทำงานทุกท่านครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน