*/
  • พี่ก๊วย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-09-16
  • จำนวนเรื่อง : 123
  • จำนวนผู้ชม : 375520
  • จำนวนผู้โหวต : 297
  • ส่ง msg :
  • โหวต 297 คน
BrazilMiss

Miss flight in Brasil

View All
<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม 2563
Posted by พี่ก๊วย , ผู้อ่าน : 680 , 13:25:35 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน แม่หมี , อดุลย์ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 
    จังหวะนี้เป็นช่วงหลังชนฝา สถานการณ์ตอนนี้ ทัพหน้าเราเริ่มยันไม่อยู่แล้ว หลายจังหวัดทะลุถึงทัพหลวง ถ้าเป็นสมัยพระเจ้าตากก็คือ ทุบหมอข้าวออกรบ ถ้าไม่ชนะเป็นอันจบสิ้น  ฉันขอใช้เวทีนี้ออกมาบอกเบื้องหลังและความนัยก่อนที่จะสายเกินไป (ข้อมูลที่ได้มาจากการลงพื้นที่ต่าง ๆ และแหล่งข่าวที่ฉันเชื่อถือ ทั้งที่สามารถอ้างอิงได้และขอปกปิดชื่อ)   

   ฉันไปเกาะสมุยเกาะพงันเกาะเต่าในโครงการความปลอดภัยด้านสุขภาพในการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ เรื่องหลักคือแมงกะพรุนพิษ ปรากฏว่าได้เข้าไปช่วยเรื่องโรคโคโรนาไวรัสเต็มตัวอีกด้วย

 

มีการระดมกำลังช่วยเหลือกันที่เกาะพะงันและเกาะเต่า นำโดยผู้อำนวยการโรงพยาบาล

 

    ในการประชุมด่วนพื่อการรับมือ การเฝ้าระวังและควบคุมป้องกันโรคโคโรนาไวรัส ณ ที่ว่าการอำเภอเกาะสมุยมีท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นประธาน มีทุกภาคส่วนทั้งอำเภอ ไม่ว่าท่าเรือ สนามบิน ธุรกิจต่าง ๆ โดยจัดที่นั่งในห้องห่างกัน 1 เมตร เปิดประตู หน้าต่าง ใส่หน้ากากอนามัย มีแต่ท่านประธานเท่านั้นที่ได้พัดลม 1 ตัว ส่วนหน่วยงานที่มีคนเกินให้นั่งข้างนอกห้อง ไม่มีแถวซ้อน

 

 

       เป็นการประชุมที่ร้อนแรงแต่ได้เรื่องชัดเจนตรงเป้า ฉันนำเสนอประเด็นที่พบว่ามีความเข้าใจผิดหรือปฏิบัติผิด ส่วนหนึ่งเกิดจากสื่อที่ออกมาไม่ได้ให้ความรู้ความเข้าใจ  และมีหลายเนื้อหาที่ขัดแย้งกัน จึงน่าเห็นใจผู้ปฏิบัติระดับล่างและชุมชนอย่างยิ่งที่เขาจะสับสนหรือกลัว เพราะโรคนี้เป็นเรื่องใหม่ ไม่มีองค์ความรู้มาก่อน ระบาดในเวลารวดเร็วและวงกว้าง ทำให้ตั้งตัวไม่ทัน  ที่สำคัญและน่าชื่นชมคือ ข้อตกลงที่จะช่วยกันคัดกรองกันทั้ง 3 เกาะ และต้องรู้ได้ว่าคนที่ขึ้นเกาะอยู่ที่ไหน ดังนั้นจึงต้องรวมสรรพกำลังของทุกภาคส่วนทำความเข้าใจกับชุมชน  
     การตั้งจุดตรวจที่ท่าเรือ ต้องหาฮวงจุ้ยดี ๆ คือ ที่ต้องมีพอที่จะตั้งสองส่วนย่อยและไม่ร้อน ส่วนแรกวัดอุณหภูมิ มีระยะห่างกัน มีที่นั่งพักถ้าอุณภูมิเกินเพื่อวัดซ้ำ ถ้าไม่ผ่าน ต้องไปสัมภาษณ์เพิ่มเติมที่ส่วนสอง ควรมีป้ายให้ข้อมูลชัดเจนและใช้ข้อความแง่ดีอย่างน้อย 3 ประเด็น คือ 1 บอกว่าเป็นจุดตรวจคัดกรองโรคโคโรนาพร้อมคำอธิบายกระชับได้ใจความ  ข้อ 2 ความห่วงใยและประโยชน์ที่เขาจะได้รับ  ข้อ 3 ถ้าสงสัยว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการดังนี้สามารถติดสอบถามหน่วยใด 

 

ไม่จำเป็นต้องมีอาคารหรูหรา ปรับประยุกต์เอาใช้เต็นท์หรือร่มเงาไม้ ถ้าไม่มีพัดลมก็ให้เจ้าหน้าที่อยู่เหนือลม

 ท่าเรือนี้ ดูพระอาทิตย์และทิศทางเราเลือกต้นไม้เก่าแก่อายุมากมีผ้าสีผูกโดยรอบ
 

 

 

 

     การวัดอุณหภูมิต้องเหยียดแขนตรงให้มากที่สุด อย่าเอาเครื่องวัดอุณหภูมิไปจิ้มหน้าผาก ให้เว้นระยะพองามคือวัดได้ แม้แต่พนักงานโรงแรมก็ทำได้ วัดแขกที่เข้ามารับประทานอาหารเช้าร่วมกันพร้อมมีเจลแอลกอฮอล์ตั้งตรงจุดก่อนเข้าห้องอาหาร เปลี่ยนช้อนกลางเป็นระยะ และแขกสามารถมากดใช้แอลกอฮอล์ล้างมือได้
 
         งานทัพหน้าเราคือทีมสอบสวนควบคุมป้องกันโรคมีตั้งแต่หมอระบาดวิทยา เจ้าหน้าที่ระบาดวิทยา เจ้าหน้าที่สาธารณสุข พยาบาล และ เจ้าหน้าที่ควบคุมป้องกันโรคและเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ออกไปค้นหาผู้ป่วย เก็บข้อมูลย้อนหลังไป 14 วัน แล้วไปตามผู้สัมผัสในแต่ละวัน แยกผู้สัมผัสออกเป็นกลุ่มเสี่ยงมากกับกลุ่มเสี่ยงน้อย แล้วตามผู้สัมผัสอีก งานยังไม่เสร็จแค่นั้นเพราะต้องเฝ้าระวังติดตามต่อในกลุ่มนี้จนครบกำหนด ส่วนข้อมูลจะส่งมาให้เหล่าเสนาธิการซึ่งมีหมอระบาดฯ ร่วมวิเคราะห์แปลผลแต่ละวัน เพื่อชี้เป้าว่า เกิดกับใคร ที่ไหน อย่างไร ส่งไปให้แม่ทัพตัดสินใจซึ่งรวมถึงหมอระบาดฯด้วย ลองนึกภาพดูว่า ผู้ป่วย แต่ละรายที่เห็นมีงานมหึมาถาโถมเท่าไหร่ เมื่อประชาราษฎร์ยังไม่รับผิดชอบตัวเอง หรือยังพาไส้ศึกเข้าบ้านเข้าเมืองอีก แต่อาจจะทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงกาลก็เป็นได้
         เอาตัวอย่างชีวิตจริงพลทหารให้เห็นบ้างนะคะ

 

     นี่ยังไม่นับที่ขาดแคลนรวมไปถึงแอลกอฮอล์ (แต่ไทยส่งออก) อีกนะ สมัยฉันลงไปทำเรื่องภัยพิบัติสึนามิ  มีคนใช้ถุงขยะสีดำตัดรูก้นถุงสวมครอบตัวกันน้ำเลือดน้ำหนองซึมติดตัว อุ๊แม่เจ้า... ไม่นึกว่าจะมีอย่างนี้เกิดขึ้นกับ COVID-19

 

 

      ส่วนทัพหลังคือหมอพยาบาลเจ้าหน้าที่ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ  คือถ้าเป็นภาวะปกติเวลาฉันตรวจผู้ป่วยแค่หมอ 1 คน ก็ตรวจได้เฉียดร้อยในแต่ละวัน รักษาผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาลได้เป็นสิบ ๆ  แต่ถ้าเป็นโรคโคโรนาไวรัส มันกลับตาลปัตร เพราะผู้ป่วย 1 คน ใช้หมอ พยาบาลที่รักษา รวมทั้ง พยาบาลที่ส่งของแยกต่างหาก มีทีมที่คอยสังเกตการปนเปื้อนอีก ถ้าพลาดถูกกักตัวทันที ผลที่ตามมาคือกำลังพลขาด ต้องหาหมอ พยาบาลมาที่อื่นมาทดแทน อย่างกรณีสั่งปิดโรงพยาบาลบันนังสตา เพราะมีหมอ 8 คน และถูกกักตัว 7 คน รวมบุคลากรถูกกักตัวทั้งสิ้น 21 คน    (https://www.thebangkokinsight.com/318984/ )  นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อครอบครัวเหล่านักรบชุดขาวและผู้ป่วยอื่น ๆ ด้วย โดยเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉิน ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องได้รับการรักษาต่อเนื่อง
     ที่ว่าทะลวงมาถึงทัพหลวงนั้น มีพอให้เห็นเป็นระยะ อย่างเหตุการณ์เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรปราการติดเชื้อ COVID-2019 (https://www.thairath.co.th/news/politic/1804974) ท่านเข้าร่วมหลายที่ประชุม  และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการและบุคคลใกล้ชิดอีก 20 คน ต้องกักตัวเองอยู่ที่บ้านเพื่อรอดูอาการเช่นกัน  (https://www.thebangkokinsight.com/318750/)  อาจจะต้องบัญชาการรบทางออนไลน์กันละทีนี้ พ่อเมืองสาธารณสุขมีคนเดียว

      มาดูว่ามันระบาดอย่างไร จากข้อมูลพบว่าในกลุ่มผู้ป่วยที่รายงานครั้งแรกไม่มีประวัติเชื่อมโยง พบว่าเริ่มเพิ่มมากขึ้น ในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เดินทางมาจากต่างประเทศ แต่ที่น่าห่วงคือผู้ที่ทำงานในสถานที่แออัดเพิ่มขึ้น และเริ่มพบเหล่านักรบชุดขาวบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อ

    มาดูข้อมูลกลุ่มผู้ป่วยที่รายงานว่ามีประวัติเชื่อมโยงกับผู้ป่วยก่อนหน้านี้ซึ่งมีจำนวนมากกว่ากลุ่มแรก ในกลุ่มนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ติดจากสนามมวยกับสัมผัสผู้ป่วยที่รายงานก่อนหน้านี้  ส่วนผู้ที่ติดจากสถานบันเทิงก็เด่นไม่แพ้กัน ที่น่ากลัวคือมาจากสถานบันเทิงหลายที่  นอกจากนี้ที่ตามมาติด ๆ และเป็นปัญหาไม่เฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะมีการเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัด คือผู้ที่ไปร่วมพิธีทางศาสนาในต่างประเทศไม่ว่าจะมาเลเซีย และอีกระลอกคืออินโดนีเซีย  ชักเริ่มจะเหมือนเกาหลีใต้เข้าไปแล้วละนะ แต่เขาจัดการได้ดี เรานี่สิยังลูกผีลูกคน

     ตอนนี้ยังเหลือผู้ที่เสี่ยงอีกเป็นพัน ๆ ที่ไปสนามมวยและสถานบันเทิง เขาอาจจะยังไม่รู้ตัว ไม่มีอาการ หรือ กล้วไม่กล้าออกมาติดต่อเป็นระเบิดลูกใหญ่  ที่จะทำให้เกิดการแพร่ไปอย่างรวดเร็วจากกลุ่มก้อนขยายเป็นวงกว้าง

   ฉันอยากให้กำลังใจและขอร้องให้ติดต่อหมอพยาบาล หรือหน่วยคัดกรองในพื้นที่ที่อยู่นะคะ เพื่อประโยชน์ของท่าน ครอบครัวและส่วนรวม  เพื่อนฝูงญาติมิตรที่ได้มีโอกาสอ่านเรื่องนี้ช่วยสนับสนุนให้มาติดต่อนะคะ

 

 

      ดูจากการระบาดที่สนามมวยน่าจะมี 2 กลุ่มหลัก ๆ คือเซียนมวยกับพิธีกร  กลุ่มเซียนมวยน่าจะมาจากการอยู่ใกล้ชิด ตะโกน สัมผัส และ มีการสังสรรค์กัน  ส่วนกลุ่มพิธีกรน่าจะสัมพันธ์กับการใช้ไมโครโฟน การพากย์ การประกาศ เพราะน้ำลายกระเด็นไปแปะได้ รวมถึงการจับไมโครโฟนซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครล้างมือก่อนหลังจับไมโครโฟนอยู่แล้ว  ทำให้ฉันนึกถึงกลุ่มที่ติดจากการไปคาราโอเกะ ผับ บาร์ ซึ่งมีพฤติกรรมใกล้ชิด ตะโกน สัมผัส กัน  ฉันต้องสอนบ่อยบางทีก็เจอไมค์เหม็น ไม่รู้ว่ามันอาบน้ำครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ บางไมค์ก็ราวกับว่ามันหูตึง ต้องเอาปากไปชิดเสียจนถ้าเป็นคนก็ต้องเสียผีกันทีเดียวเชียว  เคยได้ยินคำโบราณว่าคุยจนน้ำลายแตกฟอง ก็เพิ่งมาเข้าใจตอนเป็นหมอนี่แหละ มีหลักฐานยืนยันให้ได้เห็นภาพง่าย ๆ จาก จากศึกษาของญี่ปุ่น เขาทดสอบละอองลอยที่กระจายออกจากปากคนจาม 1 คน เพียงครั้งเดียว โดยใช้กล้องพิเศษจับภาพ อุ๊แม่เจ้า… จามแค่ครั้งเดียวสามารถปล่อยออกมาประมาณ 1 แสนอนุภาค แถมยังแสดงภาพจำลองว่าภายในเวลาเพียง 12 นาที ละอองลอยก็กระจายทั่วห้องแล้ว การพูดคุยธรรมดาระยะห่าง 1-2 เมตร ก็น่าหวาดเสียวอยู่นะ สถานที่ปิดทุกแห่งจึงเสี่ยงมาก  วิธีกำจัดละอองลอยก็แค่เปิดหน้าต่าง ประตูให้ลมธรรมชาติพัดผ่าน(https://o365cmu-my.sharepoint.com/:v:/g/personal/lakkana_t_cmu_ac_th/EWDKo2PWMN1HpOUKajsrnYoBKA2U-SZg5bEsxuoDcPm-QQ?e=WbaSgI )

     

      แล้วประชาราษฎร์ทำอะไรอยู่  มีข้อมูลจากทีมเสนาธิการบางส่วนบางตอน มาให้เห็นเป็นหลักฐาน แต่ก่อนอื่นขอขอบคุณแทนทีมเสนาธิการที่พ่อแม่พี่น้องเข้ามาตอบให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์  การวิเคราะห์ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เป็นภาพรวมเพื่อช่วยในการวางแผนการควบคุมป้องกันและสื่อสารความเสี่ยงในประเด็นที่ยังไม่เข้าใจกัน ผู้มี่เมตตาตอบมี 146,414 คน นับตั้งแต่ 25 มีนาคม 2563 รวม 30 ชั่วโมง (ที่มา กรมควบคุมโรค) เห็นแล้วอดใจหายไม่ได้ พบว่ามีผู้ตอบถึงร้อยละ 23  หรือ 1 ใน 4 บอกว่ามีอาการป่วยหรือไม่แน่ใจ

 

 

แล้วยังกระจายอยู่ทั่วไทย เป็นใครมิรู้ได้

 

ผู้ตอบประมาณครึ่งเดียวที่บอกว่ากักตัวเต็มที่ตามมาตรการถ้ากลับมาจากต่างประเทศ

 

ราวร้อยละ 60 เท่านั้นที่บอกว่าถ้ามีอาการป่วยเล็กน้อยจะหยุดพักผ่อนหรือทำงานอยู่กับบ้าน หนำซ้ำในข้อสถานที่อโคจรหรือสิ่งไม่ควรทำก็ยังมีอยู่

ที่น่ากลัวจากบทเรียนประเทศอิตาลีคือลูกหลานที่แข็งแรงนำมาแพร่เชื้อให้พ่อแม่ปู่ย่าตายายซึ่งถ้าป่วยแล้วจะมีอาการรุนแรงและอัตราตายสูง 
    ภาครัฐต้องบูรณาการและคิดให้รอบครอบ รอบด้าน และคิดให้ทะลุก่อนออกมาตรการอะไรมาแต่ละเรื่อง เพราะประชาชนอยู่ในภาวะการที่ทำให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลได้ จนเกิดปรากฏการณ์เบียดเสียดกันไปเอาหน้ากากอนามัยที่กระทรวงสาธารณสุข ไปสถาณีขนส่งเพื่ออกจากกรุงเทพ  ไปธนาคารเอาเงินเยียวยา  เพิ่มโอกาสแพร่กระจายเชื้อ 

        แล้วอนาคตประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ถ้าทุกคนทุกเพศทุกวัยร่วมมือร่วมใจกันทั้งประเทศ การกล่าวโทษ ชิงชัง ประณาม ไม่ได้ช่วยอะไรหนำซ้ำยังทำให้แย่ลง  ณ จังหวะนี้ แค่ทำตัวให้แข็งแรง ทำหน้าที่ของตนให้ดี แยกตัว เก็บตัวที่บ้าน แต่สามารถติดต่อให้กำลังใจกันทางไกลได้ ใส่หน้ากากอนามัยหรือผ้าให้ถูกต้อง ล้างมือให้ถูกต้องจริง ๆ  (เบื้องหลังการต่อสู้โคโรนาไวรัส (COVID-19)... ศึกนี้ยังไม่จบ เตรียมรบระลอกสอง  http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay/2020/02/08/entry-1   โรคโคโรนาไวรัส19 (COVID-19)...ไทยทำดีจริงหรือ เตรียมรบระลอกสาม  (http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay/2020/02/28/entry-1)

เราก็จะผ่านพ้นวิกฤติรักษาบ้านเมืองเราได้ จะบอบช้ำเล็กน้อยหรือสะบักสบอมขึ้นกับพวกเราทุกคนค่ะ

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
แม่หมี from mobile วันที่ : 01/04/2020 เวลา : 15.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ขอบคุณหมอ พยาบาล และเจ้าที่ทุกคนค่ะ
ขอบคุณที่เสียสละทุกอย่างในชีวิตเพื่อสู้กับโรคนี้ ขอบคุณมากๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 28/03/2020 เวลา : 18.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

คุณหมอ wullopp
ขอบคุณค่ะ ทางรองผู้ว่าและท่านนายอำเภอให้ความสำคัญเรื่องนี้ค่ะ มาคุมจัดห้องด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
wullopp วันที่ : 28/03/2020 เวลา : 17.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

เห็น การประชุม แบบ 1 เมตร
ใส่ หน้ากาก
เปิด หน้าต่าง แล้ว

น่าจะเป็น แบบอย่าง ของคนทั้งประเทศได้เลย

ขอบคุณ อาจารย์ ครับ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน