• pen
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pennation@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-15
  • จำนวนเรื่อง : 313
  • จำนวนผู้ชม : 509406
  • ส่ง msg :
  • โหวต 405 คน
เรือนปากกา บ้านแม่ริม
"ปากกาคืออาวุธ จับประยุทธ์เพื่อสัจจะธรรม ความจริงคือคำมั่น พันธเกียรติเพื่อปวงชน"
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/pen
วันพุธ ที่ 23 มกราคม 2551
Posted by pen , ผู้อ่าน : 3082 , 08:18:27 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จั่วหัวด้วยภาษาเช่นนี้ท่านอย่าเพิ่งตกใจไป ค่อยๆอ่านไปแล้วท่านจะเข้าใจเอง

…

เนื่องด้วยช่วงนี้สถาบันการศึกษาหลายแห่งได้จัดงานฉลองรับปริญญา บรรดาปัญญาชนและครอบครัวผู้ปกครองทั้งหลายต่างมีความสุขแช่มชื่นด้วยจบการศึกษาหลังจากที่ต้องตรากตรำเรียนจนสำเร็จในแต่ละวิชาเอกที่ตนได้ร่ำเรียนมา การสังสรรค์เสวนาฉลองในวาระสำคัญนี้จึงเป็นสิ่งที่คู่กันมา ซึ่งบัณทิตจบใหม่ทั้งหลายก็มักจะจัดเลี้ยงแสดงความยินดี ต่างวาระและต่างทุนทรัพย์ของเจ้าของงาน 

การที่ได้มาซึ่งปริญญาในแต่ละสาขาวิชานั้นประกอบด้วยหลายปัจจัยและหลายกลไกขับเคลื่อนโดยตัวผู้เรียนนั้นเป็นจุดศูนย์กลาง แต่ก็อย่าลืมถึงฟันเฟืองที่ผลักดันความสำเร็จนั้นก็คงหนีไม่พ้น “บุพการีและครอบครัว” ที่เป็นส่วนสนับสนุนสำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จทางการศึกษา และคุณค่าของปริญญาใช่ว่าจะมาจากตัวผู้เรียนแต่เพียงอย่างเดียว หากเป็นการผสมผสานของทุกภาคส่วนในครอบครัวและสถานศึกษาที่จะผลักดันให้ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว

แต่ในทุกวันนี้กลายเป็นเอา “ปริญญา” เป็นตัววัดคุณค่าเฉพาะ “ตัวบุคคล” จนลืมให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ครอบครัว” ซึ่งละเลยและให้ความสำคัญในลำดับท้ายๆ

พูดมาถึงตรงนี้ท่านทั้งหลายต่างสงสัยว่ามันเกี่ยวอะไรกับ “หมาใจดำ”

เจ้าเรือนจะนำเรียนต่อไปนี้ขอรับ 

…

ด้วยเพื่อนบ้านเจ้าเรือน มีครอบครัวเล็กๆครอบครัวหนึ่ง ประกอบด้วย พ่อที่ทำหน้าที่เป็น “สัปปะเหร่อ”ประจำตำบลและ มีแม่ “ขายลูกชิ้นทอด” ตามหน้าโรงเรียนวัด โดยครอบครัวนี้มีลูกชายเพียงคนเดียวซึ่งสำเร็จการศึกษาเป็นบัณทิตวิทยาลัยมีชื่อเสียงในตัวจังหวัดมาสดๆร้อนๆ  

และเนื่องด้วยฐานะและลักษณะครอบครัวนี้ต้องอยู่อาศัยด้วยความจำกัดจำเขี่ยเพื่อส่งให้ลูกเรียนจบ ซึ่งเจ้าเรือนและเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงต่างเฝ้ามองพัฒนาการมาโดยลำดับ และแอบชื่นชมในความวิริยะอุตสาหะของครอบครัวเล็กๆนี้ที่ช่วยกันส่งเสียให้ลูกเรียนจบเป็นหน้าเป็นตาให้วงศ์ตระกูล ทั้งที่พ่อและแม่ต่างดิ้นรนจนสำเร็จทั้งที่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินกับเจ้าหนี้นับสิบรายเพื่อมาส่งเสียให้ลูกเรียนก็ยอม

นับว่าความรักและความเอาใจใส่ลูกไม่แพ้ใครเท่าที่เจ้าเรือนรู้จัก 

เย็นวันหนึ่ง เจ้าเรือนเห็นแม่บัณฑิตเดินมาหาบิดาเจ้าเรือนเพื่อขอยืมสตางค์เนื่องด้วยจะให้ลูกชายเป็นค่ากิจกรรมในการรับปริญญาเพิ่ม ซึ่งเป็นเงินจำนวนหนึ่งนี้บิดาเอ่ยซักถามไปเล็กน้อยเนื่องด้วยมากเกินปรกติที่เคยหยิบยืม แต่ก็มิได้ว่าอะไรและก็ให้สตางค์พร้อมคำอวยพรถึงบัณฑิตใหม่

ถ้านึกถึงเงินที่พ่อแม่ และเจ้าเรือนให้ไปก่อนหน้านั้นก็หลายพันอยู่ 

...

พอถึงวันรับปริญญา บิดาเจ้าเรือนผิดสังเกตเนื่องด้วยทั้งครอบครัวบัณทิตทำตัวปรกติและจะออกไปทำงานทั้งๆที่เป็นวันที่น่าจะไปร่วมแสดงความยินดีกับบัณทิตใหม่ 

“ถ้าฉันไปกลัวลูกมันจะอายเสียเปล่าๆ” คำตอบที่ได้ยินจากปากพ่อแม่บัณทิตทำให้เจ้าเรือนได้ยินถึงกับจุกอกและนับถือครอบครัวนี้ว่าช่างเจียมเนื้อเจียมตนเหลือเกิน

“แล้วเย็นนี้จะได้เจอกันไหม จะไปแสดงความยินดีด้วย” บิดาเจ้าเรือนถามต่อ

“ดีจ๊ะ จะทำกับข้าวมื้อรับบัณทิตใหม่ที่บ้าน เชิญคุณตากับคุณเพ็นที่บ้านด้วยเย็นนี้เลย” แม่บัณทิตพูดด้วยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความสุข

เย็นวันนั้นทั้งครอบครัวบัณทิตและครอบครัวเจ้าเรือนต่างพร้อมหน้าพร้อมตากันที่บ้านบัณฑิตเพื่อเตรียมเลี้ยงฉลอง พ่อและแม่ถึงแม้จะไม่ได้ไปร่วมงานแต่ก็ยังสวมเสื้อผ้าชุดที่ดีที่สุดที่มี “ชุดเดียว” ในบ้าน เพื่อจะรอนั่งกินข้าวกับลูกชาย ซึ่งเจ้าเรือนก็แอบตำหนิบัณทิตในใจว่าทำไม “ถึงไม่เอาพ่อแม่ไปร่วมงานปริญญาด้วย” ซึ่งก็ไม่ได้เอ่ยปากไปเพราะจะเป็นการเสียบรรยากาศของการร่วมรับประทานอาหารเย็นในวันนั้น

ผ่านไปครึ่งค่อนคืน ยังไม่มี่แววว่าบัณทิตจะกลับเข้าบ้าน.. 

ด้วยหยดน้ำตาของผู้เป็นแม่ และสีหน้าผู้เป็นพ่อที่ถอนหายใจยาวๆและมองไปที่ประตูรั้วอย่างเงียบๆ มื้อค่ำมื้อพิเศษนั้นจึงต้องเลิกราไปโดยปริยาย

และด้วยความเป็นห่วง ก่อนกลับบิดาเจ้าเรือนได้ขอให้เจ้าเรือนไปตามหาบัณทิตว่าอยู่ที่ไหนกันจนล่วงเลยเวลาที่จะกลับมาหาครอบครัว 

…

เจ้าเรือนควบมอเตอร์ไซต์คู่ชีพลัดเลาะไปถึงในเมือง  นึกในใจถึงแหล่งชุมนุมของเหล่าวัยรุ่นในแถบนั้นที่มักจะไปสังสรรค์ยามค่ำคืนเพื่อจะตามหา

ซึ่งก็เป็นตามคาด

บัณทิตที่ครอบครัวต่างรอคอยให้กลับบ้าน “เมาหมดสภาพ” อยู่กลางร้าน สภาพเสื้อผ้าและชุดครุยบัณฑิตเลอะเทอะจน “ไม่เหลือสภาพของบัณฑิต” ที่พ่อแม่ต่างรอคอยเลย

น้ำใจที่จะให้พ่อแม่ แม้กระทั่งด้วยการถ่ายรูปร่วมกันสักใบในวันรับปริญญา คงหาไม่ได้ ณ สภาพเวลานั้น

ที่น่าเศร้าใจยิ่งกว่าตรง “ใบประกาศปริญญา” หุ้มปกกำมะหยีสภาพ “บู้บี้หมดสง่าราศี”

กำลังใจและหยาดเหงื่อของครอบครัวที่ลงแรงไปเป็นได้แค่เพียง “ที่รองแก้วเหล้า”...

ด้วยเงินนับพันที่ละลายไปกับงานเลี้ยงคราวนี้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เจ้าเรือนไม่นึกเสียดายเลยถ้ามันไม่ใช่หยาดเหงื่อของบุพการี เพียงแต่เสียใจว่าทำไม “คนที่บัณฑิตน่าจะไปแสดงความยินดีมากที่สุด” กลายเป็นกลุ่มเพื่อนไม่กี่คนในวงสุราแทนที่จะเป็น “คนในครอบครัว” ที่คอยเกื้อหนุน

แล้วคำตอบที่เจ้าเรือนได้รับก็คงมาจากขวดเหล้าที่บัณทิตคนนั้นกอดแทนที่จะเป็นวงแขนพ่อแม่ 

 

เป็นขวดเหล้าสีใสติดป้ายรูปหมายิ้มยียวนกวนอารมณ์ ข้างในขวดว่างเปล่าเนื่องจากไปเติมเต็มกระเพาะและวิญญาณของบัณทิตที่นอนหมดสภาพเบื้องหน้าเจ้าเรือน

แกะขวดเหล้าออกจากมือบัณทิตแล้วก็พลิกดู

เหล้ายี่ห้อ “หมาใจดำ”

ทำให้เจ้าเรือนได้คำตอบในใจ... 

... 

เรือนปากกา บ้านแม่ริม
Pen
23 มกราคม 2550

 

หมายเหตุ 

“หมาใจดำ” หรือ “เหล้าดอกไม้ หมาใจดำ” 

เป็นเหล้าพื้นเมืองในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ทำมาจากดอกมะพร้าว ดีกรีความแรงถึง 40 ดีกรี สัณฐานใสไม่มีสี รสสัมผัสคล้ายเหล้าว้อดก้าแต่มีกลิ่นแรงกว่าเหล้าใสปรกติ ลักษณะเหล้า “หมาใจดำ” คล้ายเหล้า “หวาก” ในภาคใต้ เนื่องด้วยดีกรีความแรง ราคาถูก และสามารถทำเป็นเหล้าปั่นได้ ทำให้เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นในจังหวัดเชียงใหม่ในขณะนี้




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 25/01/2008 เวลา : 17.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konto
It's not where you start. It's where you finish.

สำนึกของคน เนาะ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
เวียงตาล วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 23.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/knui

ผมอ่านแล้วเศร้าใจจริงๆ ผมว่าไม่ใช่หมาใจดำหรอก ลูกใจดำมากกว่า แต่ขอภาวนาให้ลูกชายคิดได้และครอบครัวจงมีความสุข

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
รุสสกี้ วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 20.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/russky
รุ่งอรุณ.....ที่นี่เงียบสงบ

สุดๆเลย

พูดไม่ออก

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ลุงฟาง วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 15.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/semtele


....แต่ตัวนี้ในใจดีนะ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 11.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ที่น่าเสียดาย คือเรื่องแบบนี้ สังคมไทยมองเป็น"เรื่องปกติ"
ผมเคยเขียนว่า น่าเสียดายที่"ว่าที่บัณฑิต"หลายคน ต้องเสียชีวิตเพราะ"เมาแล้วขับ"..ก่อนวันรับปริญญา
ชอบเรื่องนี้มากครับ เจ้าเรือนที่นับถือ..

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 10.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

นึกขึ้นมาได้ วันนี้เป็นวันครบรอบ 20 ปีพอดีที่พี่รับปริญญษจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ก่อนหน้านั้นร่วม 2 อาทิตย์ พี่มาร่ำสุราเลี้ยงกับเพื่อนเต็มคราบทุกวันเลย แต่เย็นวันสำคัญจริง ๆ หลังจากได้กรายครุยเบื้องพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว พี่อยู่ที่ครอบครัวครับ คุณพ่อ คุณแม่ คุณตา คุณยาย นต้องชาย น้องสาว ล้วนขึ้นมาจากกรุงเทพ กินสุกี้กันที่หน้ามอ เพื่อนที่รับปริญญาด้วยกันแต่ไม่มีพ่อแม่มา และพวกรุ่นน้องอีกร่วม 10 คนก็มาร่วมแจมกับสุกี้นี้ด้วย ไม่มีเหล้าครับงานนี้

กาละเทศะ เป็นสิ่งที่บัณฑิตพึงยึดถือตลอดไป

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ปิรันย่า วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 09.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nanahahe
ฉันเป็นไม้ขีดหนึ่งก้าน จะขอจุดเทียนสักล้านเล่ม...


@;-- เรื่องของหมา พาคนยุ่ง
ความเฟ้อฟุ้ง มุ่งสังสรรค์
ลืมพ่อแม่ ผู้ปลูกปั้น
บัณฑิตนั้น ช่างน่าอาย

สังคมเป็นอย่างนี้แหละค่ะ ลูกๆเราก็ต้งระวังเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
KBandid วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 08.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bandid

มีหัวไว้กั้นสองหู

มีความรู้ไปเพื่ออะไร

ชั่ว ดี ยังแยกไม่ได้

เรียนไปทำไมคะ "หมาใจดำ"

สวัสดีเจ้าเรือนค่ะ


ความคิดเห็นที่ 21 (0)
minmint วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 08.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paradiso

minmint เชื่อว่านี่เป็นเพียงตัวอย่างความใจจืดของลูก ที่มีต่อบุพการี ยังมีอีกมากมายที่เข้าประเด็นเดียวกันนี้ หรืออาจหนักกว่านี้ เพียงเพราะค่านิยมผิด ๆ จึงทำให้หลงผิด.... วิชาจริยธรรมก็ช่วยไม่ได้.

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
Dogstar วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 07.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dogstar

คุณpen เรื่องนี้เศร้าจริงๆค่ะ เห็นด้วยกับคุณชาลี
เลี้ยงเสียข้าวสุกเปล่าๆdogstar ว่าเด็กสมัยนี้เนรคุณ
และทําร้ายพ่อแม่ตั้งแต่ออกจากบ้านมาใช้ชีวิตตามหอพักแล้ว
มีตัวอย่างที่หอ แต่แบบที่คุณเล่าอ่านแล้วเจ็บปวดแทน
เนรคุณพ่อแม่
ตอนรับปริญญาเองนะคะ ตื่นแต่เช้าอาบนํ้าแต่งตัวใส่รองเท่า
คู่เก่าที่ขัดจนมันวับ(กลัวมันกัดกับบีบเท้า) ถุงน่องถูกบังคับให้สวม
ม้วนเก็บในกระเป๋าไว้ใส่ทีกลัง แม่ถักเปียให้dogstarผมตึงเปรียะ
จนยักคิ้วแทบไม่ได้ เรียบแน่นผูกโบว์สีดํา
ไม่ได้แต่งหน้ามีแต่แป้งเด็กอัดแข็งในตลับกลมๆ
จําได้ว่ามีฝาปิดสีฟ้าเขียวๆไว้ผัดหน้าตอนบ่ายเผื่อจมูกมันเท่านั้นค่ะ
แม่แต่งตัวสวยเช้งไปทําผมล่วงหน้ามาแล้ว พ่อลางานหนึ่งวัน
เป็นตากล้องและเป็นสารถีและเป็นคนจ่ายสตางค์ค่าโน่นค่านี่จิปาถะ
จําได้ว่าค่าฟิลม์ ค่าล้างอัดรูป(14ม้วน) จําได้ว่า โกดัก กับฟูจิขายดีที่สุด
ได้ดอกไม้2-3ช่อไม่หรูหราผูกโปว์มีตุกตายัดนุ่นแบบปัจจุบันหรอกค่ะ
ตอนนั้นเรียบง่ายกว่างานรับปริญญาเดี๋ยวนี้มาก(นึกถึงความหลังค่ะ)

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
Jui วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 07.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

ระบบการศึกษาไม่ได้สอนให้คนคิดเป็น
ดังนั้นสังคมถึงเกิดปัญหาบ่อยๆ
เหมือนพฤติกรรม"หมาใจดำ"ที่คุณเขียน

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
feng_shui วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 05.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

เรียน ท่านเจ้าเรือน
รู้สึกถึงเรื่องราวหลายๆอย่างเลยค่ะ
ว่าแต่ หมาใจดำนี่ มันจี๊ดจริงๆค่ะท่านเจ้าเรือน
ยังนึกถึงรส ชาดของมันสมัยไปชิมของชาวบ้านสมัยออกค่ายครั้งอยู่ม.ช.ได้เลย

อรุณสวัสดิ์ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
kittinunn วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 05.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kittinunn
Fight for what we believe in.

นึกถึงบทความที่ชื่อว่า "บัณฑิตปัญญาอ่อน" ของอาจารย์ไชยยันต์ ไชยพร ในทันใด

เดี๋ยว Ctrl+V มาให้อ่าน

-----------------------------------------------------------
เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดให้มีพิธีพระราชทานปริญญาบัตร แก่บรรดาผู้สำเร็จการศึกษา ในระดับต่างๆ ผมเองในฐานะ ที่เป็นอาจารย์จุฬาฯ มาได้สิบปี และก็จบการศึกษา ระดับปริญญาตรี จากจุฬาฯด้วย ด้วยเหตุนี้เอง ผมจึงมีโอกาส สังเกตการณ์ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ มาโดยตลอด

แน่นอนว่า การสำเร็จการศึกษาเป็นสิ่งที่ทุกคนมีความปีติยินดี ไม่ว่าจะเป็นเจ้าตัวผู้สำเร็จการศึกษา ตลอดจนญาติสนิทมิตรสหายทั่วไป ดังนั้น ในวันงาน ผู้คนที่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีจึงมีจำนวนไม่น้อย ทำให้เกิดการคับคั่งแออัด ไม่ว่าจะเป็นฝูงคนและจำนวนรถราที่เพิ่มขึ้น

จากการประเมินตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมพบว่า ผู้คนให้ความสำคัญกับงานวันรับปริญญามากขึ้น จนดูเหมือนว่า มันเทศกาลพิเศษอะไรสักอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ ทั้งๆ ที่การจบการศึกษาในสมัยนี้ก็ไม่ใช่เรื่องพิเศษเมื่อเปรียบเทียบกับสมัยก่อน ซึ่งคนจบการศึกษาสูงมีน้อย และเป็นเรื่องยาก

งานรับปริญญาในปัจจุบันมีองค์ประกอบมากมาย เช่น การจ้างตากล้อง ซึ่งสมัยก่อนมีน้อยรายที่จะจ้างช่างถ่ายภาพอาชีพ นอกจากมีตากล้องแล้ว ยังมีตากล้องถ่ายวิดีโอด้วย การถ่ายภาพก็ไม่ได้ถ่ายเพียงม้วนเดียว แต่บางรายเป็นสิบม้วน ไม่เข้าใจว่า จะถ่ายอะไรกันนักกันหนา

นักศึกษาญี่ปุ่นที่อยู่ในความดูแลของผมสงสัยมาก ว่า คนไทยถ่ายอะไรกันมากขนาดนั้น และทำไมชอบถ่ายรูปตัวเองเดี่ยวๆ มากมาย !!

นอกจากการถ่ายรูปอย่างบ้าคลั่งแล้ว ต่อมาก็คือ ช่อดอกไม้และของที่ระลึก นับวันความบ้าคลั่งช่อดอกไม้ก็ยิ่งมากขึ้น ช่อยิ่งโต ดอกไม้ยิ่งแพง ดูจะทำให้ผู้รับได้หน้าได้ตา บางคนได้มากเสียจนไม่รู้จะเอาไปวางที่ไหน ดูแล้ว ไม่ต่างกับศพบางศพที่ได้รับพวงหรีด

สมัยก่อน ยังไม่มีประเพณีให้ของที่ระลึกในวันรับปริญญา สมัยนี้ มีพ่อค้าแม่ค้ามาตั้งแผงข้างรั้วมหาวิทยาลัย ขายตุ๊กตาหมี หรือหมาตัวโตๆ ซึ่งก็ไม่รู้ว่า ทำไมจะต้องให้ตุ๊กตากันในวันรับปริญญาด้วย มันบ่งบอกอะไร ?

นักศึกษาญี่ปุ่นคนเดิมให้ความเห็นว่า มันเป็นเรื่องแปลกที่คนไทยยังให้ตุ๊กตากัน ทั้งๆ ที่ก็โตๆ กันแล้ว ผมเดาว่า สาวไทยชอบที่จะทำตัวให้ดู "น่ารักคิกขุอาโนเนะ" อยู่เสมอกระมัง ? ไม่ว่าจะแก่แรดแค่ไหน !

การที่มีพ่อค้าแม่ขายมาวางแผงขายตุ๊กตาข้างรั้วอยู่หลายเจ้านั้น มันยอมหมายความว่า เขาขายสินค้าของเขาได้ ซึ่งก็หมายความว่า มีคนซื้อ ผมสงสัยอย่างยิ่งว่า คนประเภทไหนที่มาซื้อ ? ญาติพี่น้อง เพื่อนของผู้รับปริญญาหรือ ? มาแสดงความยินดี แต่ไม่มีของติดไม้ติดมือ กลัวจะเสียหน้า จึงต้องซื้ออะไรสักอย่าง และบังเอิญมันก็มีคนมาวางขาย และมีอะไรให้เลือกนอกจากดอกไม้ จะให้อะไรที่มันเล็กๆ มองไม่เห็นชัด ก็คงจะไม่ทำให้ผู้รับได้หน้าได้ตาอะไรเท่าไรนัก ดังนั้น ดอกไม้หอบใหญ่และตุ๊กตาตัวโตๆ จึงช่วยให้การโพสท่าถ่ายรูปของเหล่าบัณฑิตดูมีสีสันน่าประทับใจไปตลอดชั่วชีวิต

ผมว่า ถ้ามีใครเอาแหวนเพชรมาให้สาวในวันรับปริญญา เจ้าหล่อนบางคนอาจจะไม่พอใจเท่าได้ดอกไม้ช่อโต หรือตุ๊กตาตัวยักษ์

นอกจากเครื่องเคียง หรือฉากประดับบารมี อันได้แก่ ถ่ายรูป ถ่ายหนัง ดอกไม้ และตุ๊กตาแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ ตัวประกอบ อันได้แก่ เพื่อนๆ ไม่ว่าเพศเดียวกันหรือต่างเพศ อายุไม่เกี่ยง ยิ่งมีความหลากหลายของประเภทคนแล้วยิ่งดี หรือถ้ามีคนดังๆ มาร่วมก็ยิ่งได้หน้าสุดๆ แสดงให้เห็นว่า ผู้รับปริญญาเป็นคนที่มีคนรักคนชอบมากมาย จนทำให้คิดว่า ถ้าสมัคร ส.ส.เสียก็จะดี

ใครมีคนมาร่วมแสดงความยินดีไม่มาก หรือไม่มีเลยในวันรับปริญญา คงจะอาภัพที่สุด และอาจจะอาภัพตลอดไปก็ว่าได้ !

นอกจากมีเพื่อนๆ แล้ว ถ้าจะให้ดี ต้องมีแฟนนานุแฟนมากกว่าหนึ่งคน มาร่วมขบวนรถไฟ ในวันนั้นนอกจากจะรับปริญญาแล้ว เขาหรือเธอจะต้องทำหน้าที่เหมือนพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทยที่จะต้องสับหลีกขบวนรถมิให้ชนกัน ยิ่งมีขบวนรถมากเที่ยวมาสายในวันนั้น และสามารถสับหลีกได้อย่างปลอดภัยสันติ ก็ถือว่า แน่มาก

ใครไม่มีขบวนรถไฟ หรือมีเพียงขบวนเดียว ถือว่ากระจอก แต่ถ้าขบวนเดียวนั้นเป็นขบวน "Orient Express ที่สุดยอดของความหรูหราฟู่ฟ่า ก็อีกเรื่องหนึ่ง

พูดถึงองค์ประกอบมาครบแล้ว เห็นทีถึงตาเจ้าตัวผู้เป็นบัณฑิต

ในวันนั้น บัณฑิตสาวจะต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่หรือตีห้า เพื่อไปเข้าร้านเสริมสวย ทำผม แต่งหน้า พอกหน้า ฯลฯ แต่ผลที่ออกมา ก็คือ ทุกคนดูเหมือนกันหมด ไม่ว่าคนที่สวยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หรือไม่ก็ตาม เพราะมันออกมาเข้มๆ จัดๆ แดงๆ ดำๆ

ผมชื่นชมบัณฑิตสาวบางคนที่ไม่แต่งหน้ามาก แต่ก็มีน้อยเต็มที !

บางคนเข้าร้านเสริมสวยตั้งแต่ตีห้า ออกมาในราวเจ็ด หรือแปดโมงเช้า ข้าวไม่กล้ากิน ไม่กล้าขยับกล้ามเนื้อปากมากนัก กลัวอะไรๆ ที่แต่งพอกไว้ จะเสียรูป ผลสุดท้าย กลายเป็นแร้งเป็นลมไป อะไรที่หวังที่วาดไว้ เช่น ถ่ายรูปกับผู้คน ตามซุ้มประดับต่างๆ ก็พลันกลายเป็นแค่ความฝันที่ฝันไว้ในคืนก่อนหน้าจะแหกขี้ตาตื่นตีสี่ ฝันสลาย อนิจจา

บัณฑิตชายดีหน่อย ไม่ต้องเข้าร้านเสริมสวย แต่ก็อาจจะต้องสวมชุดรับปริญญาตื่นแต่เช้าไปรับแฟนแต่เช้ามืด เพื่อไปส่งที่ร้านเสริมสวย อาจจะต้องไม่ต้องถึงกับเช้ามากอย่างสาวที่จะต้องรับปริญญาเอง แต่ก็จะต้องสวยไม่น้อยหน้าคนอื่น

ตกเย็น ก็พากันไปกินเลี้ยงจนภัตตาคารร้านรวงมันแน่นขนัดไปทั่วบริเวณรอบๆ จุฬาฯ จนถึงบริเวณวงแหวนรอบนอก (จุฬาฯ) ด้วย บางทีเลี้ยงและรับเลี้ยงฉลองกันสามวันสามคืนก็มี

ใครทำให้งานรับปริญญาของตนยิ่งใหญ่ ยิ่งฟู่ฟ่าเท่าไร มันก็เป็นสิ่งยืนยันว่า กว่าจะจบปริญญาตรีได้ มันคงเป็นเรื่องที่แสนจะยากลำบากสาหัสสากรรจ์สำหรับเขาผู้นั้นเสียนี่กระไร !

น่าเห็นใจจริงๆ สำหรับบัณฑิตสติปัญญาไม่แข็งแรงเหล่านี้

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ปอจู วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 03.11 น.
มีไม่กี่ชาติบนโลกใบนี้ที่มี  "ภาษา (พูดและเขียน) เป็นของตัวเอง"และเราคือหนึ่งในนั้น...ภูมิใจมั้ยคะ...?? (ชมรมรักษ์ภาษาไทย)

แล้วจะฝากผีฝากไข้ไหวหรือ ???
หวังว่าน้องเค้าจะพบ จุดเปลี่ยนของชีวิตนะค่ะ
พ่อแม่เค้าจะได้สบาย(ใจ)ขึ้น
สวัสดีค่ะ !!!

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
กิต วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 01.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

เศร้าจังครับ


แต่ก็มีไม่น้อย



ที่เป็นเช่นนั้นน่ะครับ


สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
AJ.p วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 23.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TheTaleOfFourTribes
- - " หูยาว จ้าวป่า " - - (นะจ๊ะ)

สะเทือนใจอ่ะคับ...อ่านแล้ว เฮ้อ!!

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
pook วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 23.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pook17
 Never complain. Never explain.

เฮ้อ ....

หวังให้เยาวชนที่หลงทางคิดได้ในเร็ววัน

หวัดดีค่ะเจ้าเรือน

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
น้องจ๋า วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 23.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nongjar
อย่าแวะทักนะ....เดี๋ยวจะหลงรัก..น้องจ๋า


ความคิดเห็นที่ 11 (0)
musiclover วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 23.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musiclover
Musiclover's พื้นที่เล็กๆในใจคุณ

อ่านแล้วหนูเศร้าใจจัง
ยังจำรอยยิ้มของพ่อแม่ในวันรับปริญญาได้ดี
สัมผัสได้เลยว่าท่านมีความสุขมากๆ
ขอบคุณเจ้าเรือนสำหรับเรื่องนี้นะคะ อ่านแล้วคิดได้จะเอาไปบอกต่อกับน้องหลายๆคน

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ป๋าโด่ง วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 22.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/idongphoto
" follow ป๋าโด่ง ได้ที่ http://twitter.com/idongphoto "

เจ้าเรือนครับ....

อ่านแล้ว....สงสารพ่อแม่เค้าจัง

เข้ากับสำนวน "ขายวัวส่งควายเรียน" รึป่าวครับนี่

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 22.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม


ได้ความรู้ เรื่องหมาใจดำ

ตกลงน้ำหวาก บ้านเรานี่เอง

น้ำตาลโหนด ทากไม้เคียมใส่กระบอก นำไปร่อง

น้ำตาลจากต้น ได้มาทำน้ำหวาก หรือ หมาปากยาว เอย หมาใจดำ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ต้นฝ้าย วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 22.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/123shoot
“If we are to teach real peace in this world, and if we are to carry on a real war against war, we shall have to begin with the children.” Mahatma Gandhi

คนฉลาดไม่ได้แปลว่าดี ... คนดีหลายคนก็ไม่ค่อยทันคน
ผมว่าการศึกษาบ้านเราคงต้องทบทวนกันดูว่าจะให้น้ำหนักกับคนดีหรือคนฉลาดมากกว่ากัน.... เรื่องอย่างนี้เห็นกันอยู่ดาษดื่น..แต่ถ้ามองอีกที อาจเป็นแค่ความไม่รู้เท่าทันสังคมของบัณฑิตจบใหม่ และอาจจะเป็นเช่นนั้นเพราะวัยและความคะนองในช่วงขณะ...

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
jk วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 22.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chakkrish
ผีเสื้อกับดอกไม้ สายน้ำกัชีวิต

ไม่เคยมีงานฉลองปริญญา เลยไม่มีโอกาสรู้จักหมาใจดำ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ดินสอขอเขียน วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 21.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/noieakthai

เฮ้อ...ทำไมใจร้ายจัง ไม่ให้พ่อแม่ไปร่วมงาน "รับปริญญา" เนี่ย มีลูกแบบนี้ด้วย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ศักดิ์ศิริ วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 21.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saksiri2498
โอ...ค่ำคืนครั้งนั้น พระพุทธองค์...ทรงตรัสรู้อริยสัจจ์ ๔


เสียมั๊ย เสียหมด เสียชื่อหมาหมดเลย

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
BlueHill วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 19.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

คุณpen ครับ น้าเศร้าใจแทนครอบครัวของบัณทิตใหม่
เรียนเสียข้าวสุกเปล่า ๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลุงฟาง วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/semtele

......มันอยู่ที่จิตใจคน....

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
dogfriend วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 14.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dogfriend

สวัสดีครับ คุณเพ็ญ

ขอบคุณที่ไปเยี่ยมครับ

ช่างประจวบเหมาะ ที่คุณเขียนบล็อกนี้ และบล็อกที่ผมเพิ่งนำมาเผยแพร่
ผมกำลังอึดอัดกับบัณฑิตจบใหม่หลายๆคน
ที่พวกเขาไม่รู้จักว่า อะไรควร อะไรไม่ควร

ผมรับบัณฑิตจบใหม่มาคนหนึ่งเขามีสมบัติดังนี้
1.ไม่รู้จักหน้าที่
2.มาทำงานสายเป็นประจำ
3.ไม่รู้จักแก้ปัญญา
4.แกล้งโง่

ปัญหานี้เกิดจากความด้อยประสิทธิภาพของการศึกษาไทยหรือไม่ ?

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ฝนเดือน วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 12.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fontree

อ่านแล้วก็เศร้าใจครับคุณเพ็น

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เพลงเขมรไทรโยค พระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

พระนิพนธ์เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินประพาสน้ำตกไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๑ บรรเลงโดย แสนแสบ ฟิลฮาร์โมนิค ออเครสตร้า

View All
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านใช้เน็ตความเร็วเท่าไหร่ในการเล่นอินเตอร์เน็ต (ข้อมูลสำหรับการปรับปรุงระบบมัลติมีเดียและ Blog Cast)
น้อยกว่า 56 k
30 คน
56 k
73 คน
128 k
23 คน
256 k
78 คน
512 k
41 คน
มากกว่า 512
182 คน

  โหวต 427 คน