• PenPhat
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-06-30
  • จำนวนเรื่อง : 19
  • จำนวนผู้ชม : 11889
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
PenPhat
อยากชวนคุยสัพเพเหระ สารพัดเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองและโลกหล้า :)
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/penphat
วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2563
Posted by PenPhat , ผู้อ่าน : 348 , 11:01:53 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ถอดบทเรียน "ซีพีเอฟ โมเดล" กับแผนรับมือวิกฤติ "โควิด-19" ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในทุกองค์กร

 

วันก่อนเห็น คุณพรรณพร คงยิ่งยง ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SCB ได้เขียนถึงบทความของ Harvard Business Review ที่ว่าด้วยเรื่อง การนำธุรกิจฝ่าวิกฤตไวรัส COVID-19 ใน 7 มิติ จึงลองนำแนวทางดังกล่าวมาเทียบเคียงกับภาคธุรกิจของไทย แล้วก็พบว่า ซีพีเอฟ หรือ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร บริษัทของไทยเรา เป็นตัวอย่างที่ดีที่สามารถวางแผนรับมือ Crisis นี้ได้สอดคล้องกับแนวทางสากลดังกล่าว จึงอยากชวนให้ลองมาวิเคราะห์สิ่งที่บริษัทไทยรายนี้ทำ แบบไล่กันไปทีละข้อ

ทั้งนี้ก็เพื่อให้ธุรกิจอื่นๆนำไปประยุกต์ใช้ ด้วยหวังให้บริษัทไทย-คนไทยและประเทศไทย จะก้าวผ่านวิกฤตไวรัส COVID-19 ไปด้วยกัน

มิติแรก : Communications ข้อนี้ Harvard Business Review ระบุว่า ธุรกิจต้องสื่อสารกับพนักงานและบุคคลภายนอกถึงระเบียบวิธีปฏิบัติในการรับมือ COVID-19 อย่างรวดเร็ว เพื่อความเข้าใจและเตรียมรับมือในสถานการณ์ต่างๆ โดยข้อนี้ CEO ของ CPF ได้ออกประกาศวิธีปฏิบัติตัวของพนักงานและหน่วยงานต่างๆออกมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2563 และออกมาประกาศมาเป็นระยะๆ เช่น ห้ามเดินทางประเทศกลุ่มเสี่ยง หากจำเป็นต้องแจ้งใครอย่างไร รวมถึงหากกลับมาแล้วต้องกักตัวเอง 14 วันตามกำหนด ไปจนถึงห้ามจัดประชุมระดับนานาประเทศที่บริษัทนี้มีกำหนดจัดขึ้นเป็นประจำ รวมถึงห้ามรับคณะเยี่ยมชมกิจการในช่วงนี้ ทำให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติงาน และไม่ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก

มิติสอง : Employee needs ที่สำคัญ บริษัทยังเข้าใจความต้องการของพนักงานในช่วงนี้ นอกจากจะสื่อสารถึงให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น การดูแลสุขภาพ การมอบหน้ากากอนามัยแก่เพื่อนพนักงานผ่านห้องพยาบาล การพ่นยาฆ่าเชื้อในพื้นที่สำนักงาน หรือแม้กระทั่ง ความใส่ใจต่อพนักงานที่กักตัวเอง 14 วัน ด้วยโครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19” ตลอด 14 วัน ให้พนักงานได้รับความสะดวก ไม่ต้องจัดหาอาหารเอง ลดโอกาสออกมาสัมผัสส่วนรวม เป็นการร่วมสนับสนุนความรับผิดชอบต่อสังคมที่ดี และได้ผลอย่างมาก

มิติที่ 3 : Travel และ มิติที่ 4 : Remote work สองข้อนี้ บริษัทฯ ทำได้ชัดเจนมาก ตั้งแต่มิติแรกที่ว่าด้วยเรื่อง Communications แล้ว ตามที่ผู้เขียนได้ติดตามเพจ CPF ก็ได้เห็นการแสดงความห่วงใยพนักงาน มาโดยตลอด รวมถึงคำแนะนำแนวทางการปฏิบัติงานในระหว่างกักตัวด้วย

มิติที่ 5 : Supply-chain stabilization ความมั่นคงทางธุรกิจในช่วงของการรับมือ CRISIS เช่นนี้ จะต้องมีการเตรียมการอย่างรัดกุมและต้องเตรียมโดยตลอดห่วงโซ่การผลิตด้วย

สำหรับ CPF ซึ่งเป็นผู้นำด้านธุรกิจเกษตรและอาหารครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่อาหารสัตว์ (FEED) ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ (FARM) อาหาร (FOOD) และค้าปลีก (RETIAL) ยิ่งมีรายละเอียดที่ต้องคำนึงถึงค่อนข้างมาก ในมิตินี้เชื่อว่า CPF ซึ่งมีหน่วยงานบริหารความเสี่ยง และมีแผนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ หรือ Business Continuity Planning – BCP อยู่แล้ว น่าจะมีการเตรียมพร้อมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีการ VDO Conference แนวทางการเตรียมความพร้อมต่างๆไปยังทุกประเทศทั่วโลกที่บริษัทลงทุนอยู่

มิติที่ 6 : Business tracking and forecasting เมื่อวิกฤติมีแนวโน้มจะทำให้ผลการดำเนินงานสะดุด ไม่สม่ำเสมอ บริษัทจำเป็นต้องทำการประเมินสถานการณ์และคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ควบคู่ไปกับการทำ Crisis Management เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบและป้องกันไม่ให้ลุกลาม ซึ่ง CPF ถือเป็นบริษัทชั้นนำของไทยที่สามารถผ่านด่านความท้าทายในการจัดการธุรกิจมาแล้วหลายครั้ง

มิติสุดท้าย : Being part of the broader solution ในมิตินี้ CEO CPF เคยให้สัมภาษณ์ว่า CPF เป็น Good Citizen ของประเทศไทย เป็นพลเมืองดีที่พร้อมช่วยเหลือประชาชนและประเทศชาติ แม้ในยามคับขันหรือยามปกติ และสิ่งที่ทำให้สังคมชื่นชมองค์กรแห่งนี้ที่สุดในสถานการณ์ COVID-19 ก็คือการใช้ความเชี่ยวชาญของบริษัทในด้าน “อาหาร” ออกมาช่วยเหลือประชาชน โดยขยาย โครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19” จากที่ช่วยเหลือเฉพาะพนักงาน ให้ครอบคลุมไปถึงประชาชนที่เดินทางกลับจากประเทศเสี่ยงแล้วมีความรับผิดชอบต่อสังคม ยอมกักตัวอยู่ภายในบ้าน 14 วัน รวมถึงมอบอาหารสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลของรัฐ ซึ่งต้องเหน็ดเหนื่อยในการดูแลรักษาผู้ป่วยและคัดกรองกลุ่มเฝ้าระวัง

โครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19” จึงเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมที่ออกมาอย่างถูกที่ ถูกเวลา และถูกสถานการณ์ ส่งผลให้ได้รับคำชื่นชมจากทุกภาคส่วน ...เรียกว่าโครงการนี้สอดคล้องกับมิติที่ 7 ของ Crisis Management ที่ Harvard Business Review ระบุไว้อย่างชัดเจน

ในภาวะวิกฤต COVID-19 ที่ไวรัสอณูเล็กๆ ระบาดไปทั่วทุกภูมิภาค และกำลังทำลายโลกทั้งใบ ไม่ว่าจะเป็นชีวิตคน ภาคอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจของโลก เราได้เห็นจำนวนผู้ป่วยเป็นแสนคน ผู้เสียชีวิตหลายพันคน เห็นความล่มสลายของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การล้มละลายของธุรกิจใหญ่อย่างสายการบิน และการตกต่ำของตลาดหุ้นทั่วโลก ฯลฯ

หากคุณคือหนึ่งในภาคธุรกิจไทย อย่างน้อยขอให้ใช้แนวทางนี้เตรียมความพร้อม ซึ่งไม่เพียงจะช่วยให้ธุรกิจอยู่รอด แต่จะช่วยลดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของชาติด้วย ... เพื่อให้เราก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันครับ

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/870924

CR. จอมทัพ ก้องศักดา / กรุงเทพธุรกิจ 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน