PenPhat
อยากชวนคุยสัพเพเหระ สารพัดเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองและโลกหล้า :)
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/penphat
วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน 2563
Posted by PenPhat , ผู้อ่าน : 360 , 12:06:25 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

องค์กรวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) ขององค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าจัดกลุ่ม “เนื้อสัตว์แปรรูป” เช่น ไส้กรอก เบคอน แฮม ฯลฯ มีสารก่อมะเร็งในกลุ่มเดียวกับบุหรี่ แอลกอฮอล์ แร่ใยหิน และสารหนู  ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก และมีคำถามตามมาอีกมากว่า ถ้ามันอันตรายขนาดนั้นจะปล่อยให้มีการวางขายให้ผู้บริโภคทั่วโลกได้รับประทานทำไม

รัฐบาลออสเตรเลียโดยนายบาร์นาบี จอยซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ถึงกับออกแถลงการณ์ตอบโต้รายงานชิ้นนี้ของ WHO ว่าเป็นเรื่องตลกและไม่สมเหตุสมผลที่จะเปรียบเทียบความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งจากการบริโภคไส้กรอกกับการสูบบุหรี่  ขณะที่รัฐบาลเยอรมนี โดยนายคริสเตียน ชมิดต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอาหารและเกษตรกร กล่าวตำหนิว่า ประชาชนอาจกังวลโดยใช่เหตุ หากจัดเนื้อแปรรูปอยู่ในกลุ่มเดียวกับแร่ใยหินหรือบุหรี่ พร้อมแนะนำประชาชนของเขาว่า "ไม่จำเป็นต้องกลัวที่จะรับประทานไส้กรอก (bratwurst) มันก็เหมือนกับทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณ บางอย่างที่มากเกินไปก็มักไม่ดีต่อสุขภาพเสมอ" ไม่เพียงเท่านั้น สภาเนื้อแคนาดา ก็เป็นอีกองค์กรหนึ่งที่ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งและปฏิเสธไม่ยอมรับรายงานฉบับนี้  ส่วนแถลงการณ์ของสมาคมเนื้อสัตว์อเมริกาเหนือ (NAMI ) ถึงกับโจมตี IARC และ WHO ว่าบิดเบือนข้อมูล

เห็นแรงกระเพื่อมทั่วโลกขนาดนี้ ต้นเหตุอย่าง WHO ก็คงสัมผัสได้ถึงผลกระทบจากการรายงานของตน จึงออกแถลงการณ์ตามมาว่า รายงานดังกล่าวเพียงต้องการรณรงค์ให้ประชาชนบริโภคเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ "ด้วยความพอดี" เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเท่านั้น ไม่มีความประสงค์ให้ประชาชนยุติการบริโภคเนื้อสัตว์เป็นการถาวรแต่อย่างใด

 คาน่า วู สมาชิกขององค์กรระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยโรคมะเร็งและนักวิจัยวิทยาศาสตร์อาวุโสของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดกล่าวย้ำว่า “องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยโรคมะเร็งไม่ได้วัดระดับความเสี่ยงของสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งและแม้ว่าบุหรี่จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับเนื้อสัตว์แปรรูป แต่ระดับความเสี่ยงโดยตรงจากบุหรี่นั้นสูงกว่ามาก”

WHO คงลืมไปว่าองค์กรของตนเป็นองค์กรระดับโลก การสื่อสารหรือเผยแพร่รายงานใดออกมาจำเป็นต้องได้รับการกลั่นกรองให้สามารถสร้างความเข้าใจกับผู้คนได้อย่างไม่ต้องมีการตีความ หรือคาดเดาอะไรอีก เคสเนื้อแปรรูปนี้ จึงเป็นตัวอย่างของการสื่อสารที่ส่งผลเสียต่อเครดิตของ WHO ไม่น้อย... ความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารดังกล่าว ยังคงตกค้างในความรู้สึกของคนทั่วโลก สร้างรอยแผลให้กับเกษตรกรคนเลี้ยงสัตว์ ผู้ผลิตเนื้อสัตว์แปรรูป รวมไปถึงผู้บริโภคที่ตื่นกลัวกับคำเตือนดังกล่าว ขณะเดียวกันก็กลายเป็นเครื่องมือในการโฆษณาให้กับกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสัตว์และกลุ่มรณรงค์รับประทานอาหารมังสวิรัติเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับประเทศไทย โชคดีที่นักวิชาการของไทยเราก็ว่องไวรวดเร็ว ช่วยตีความและสื่อสารสิ่งที่ถูกต้องให้คนไทยคลายความตระหนกลงได้ อาทิ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  รศ.ดร.ชนิพรรณ บุตรยี่ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ศ.นพ.อิศรางค์ นุชประยูร ที่ปรึกษาชมรมเพื่อนมะเร็งไทย ฯลฯ ต่างออกมายืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าเนื้อสัตว์แปรรูปไม่ได้อันตรายเทียบเท่าบุหรี่ อีกทั้งเนื้อสัตว์ยังเป็นแหล่งธาตุอาหารสำคัญทั้งโปรตีน ธาตุเหล็ก สังกะสี วิตามินบี 12 และโอเมกา 3 ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย

ดังตัวอย่างข้อความของ ศ.นพ.อิศรางค์ นุชประยูร ที่ระบุว่า “ถ้าจะลดจำนวนคนเป็นมะเร็ง การลงทุนลงแรงรณรงค์ไม่ให้คนเข้าถึงบุหรี่จะมีประสิทธิภาพกว่ามาก รองลงมาคือการงดเหล้าและลดน้ำหนัก การงดเนื้อสัตว์ ไม่สามารถป้องกันมะเร็งได้อย่างชะงัด อย่างมากก็แค่ลดความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่ไม่ลดความเสี่ยงมะเร็งอื่น ดังนั้น ถ้าชอบกินก็ควรกินต่อไป แต่ลดลงบ้างแล้วกินผักเพิ่ม ผลไม้เพิ่มเยอะๆ” ยิ่งเห็นภาพชัดเจน

โดยข้อเท็จจริงแล้ว คนไทยเราไม่ได้บริโภคไส้กรอกกันเป็นอาหารหลักหรือมากเท่ากับคนในชาติตะวันตก เช่น เยอรมัน อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ดังนั้น การบริโภคไส้กรอกในปริมาณที่เหมาะสม และรับประทานอาหารที่หลากหลายยึดหลักการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รวมทั้งเนื้อ นม ไข่ ผัก และผลไม้ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน ก็ส่งผลถึงการมีสุขภาพที่ดีของทุกคนได้แล้ว./




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน