• ณัฐ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : peopletribune@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-14
  • จำนวนเรื่อง : 60
  • จำนวนผู้ชม : 198507
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1673 คน
Thailand People Tribune
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine. "ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/peopletribune
วันพฤหัสบดี ที่ 13 ธันวาคม 2550
Posted by ณัฐ , ผู้อ่าน : 1371 , 11:14:54 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สินเชื่อที่ธนาคารพาณิชย์ หรือสถาบันการเงิน ปล่อยกันอยู่ในโลกนี้มีอยู่หลัก ๆ 2 แบบด้วยกัน ครับ

คือ   1. สินเชื่อมีหลักประกัน (Secure Loan) เช่น สินเชื่อบ้าน รถยนต์ ธุรกิจ เกษตรกรรม ฯลฯ ง่าย ๆ คือเราขอสินเชื่อโดยวางทรัพย์สินเป็นหลักประกันไว้ที่ธนาคาร หรือ สถาบันการเงิน

     2. สินเชื่อแบบไร้หลักประกัน (Un Secure Loan) เช่น บัตรเครดิต บัตรผ่อนสินค้า วงวงเงินพิเศษส่วนบุคคล สินเชื่อบุคคล เป็นต้น

 แต่เนื่องจากปัจจุบัน มีการแข่งขันทางด้านการตลาดและดอกเบี้ยในกลุ่มธุรกิจนี้สูง ประกอบกับการกู้ก็ง่าย สะดวกรวดเร็ว แต่ละธนาคารจึงมีชื่อออกมาแปลก เช่น ไอ้โน่น Cash ไอ้นี่ Cash หรือวงเงินโน้น วงเงินนี้ ซึ่งจริง ๆ ก็คือสินเชื่อบุคคลนั่นเอง กล่าวคือเป็นสินเชื่อที่วิเคราะห์จากความสามารถทางเศรษฐกิจส่วนบุคคล(Personal Finance)  โดยไม่มีมูลค่าหลักทรัพย์เข้ามาเกี่ยวข้อง หรือต้องจดจำนองหลักทรัพย์เพื่อเป็นหลักประกัน

หลักการปล่อยสินสินเชื่อหากนำมากล่าว ณ ที่นี้ก็จะยาว เอาง่าย ๆ คือ ดูจากความสามามารถในการชำระคืน ความเป็นหลักแหล่งของถิ่นที่อยู่อาศัย สถานที่ทำงาน ความมั่นคงของอาชีพ

การปล่อยฟ้องกับการประนอมหนี้ มีข้อดีข้อเสียกันไปคนละอย่างครับ


ครานี้เรามาพูดถึงเวลาที่ท่านเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็แล้วแต่ ผมไปบรรยายที่ไหนก็มักจะได้รับคำถามหรือมีสายของประชาชนโทรมาสอบถามกันมากว่าระหว่างที่จะประนอมหนี้ หรือให้ฟ้องควรเลือกแบบไหน


อย่างที่ผมเคยเรียนหละครับว่าการแก้ไขหนี้ตั้งแต่ระดับแสนล้าน จนถึงระดับรากหญ้าไม่กี่พันมีพื้นฐานคล้าย ๆ กันแตกต่างกันแต่วิธีการเท่านั้นครับ กล่าวคือ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขายทรัพย์สิน ขอความเห็นใจเจ้าหนี้ครับ หลายท่านมาปรึกษาผมเมื่อก่อนเคยทำธุรกิจเป็น 5 ล้าน 10 ล้าน วันหนึ่งมีปัญหากับธุรกิจแต่พยายามที่จะอยู่บ้านหลังใหญ่เท่าเดิม ขับรถราคาสูงเหมือนเดิม ใช้มือถือรุ่นใหม่ ๆ เหมือนเดิม อย่างนี้เรียกว่าไม่ยอมเสียแขนขาที่เน่าเพื่อรักษาชีวิต ไม่ยอมเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นทุน


เคยอยู่บ้านหลังใหญ่ ๆ ก็ต้องผันตนเองมาอยู่ห้องเช่า ถ้ามองแบบเศรษฐกิจพอเพียงก็ดีไม่ต้องทำความสะอาดบ้านหลังโต ๆ บางครั้งเป็นหนี้มากมายต้องยินยอมปลดปล่อยทรัพย์สินบางตัวออกไปครับ

ฟ้อง มีเวลาเก็บเงิน ได้ความยุติธรรมสูงสุด แต่มีคดีความและอาจจะถูกอายัดเงินเดือน ทรัพย์สิน ฯลฯ

ประนอม ยังต้องเสียดอก อาจจะ MRR อะไรประมาณนี้ แต่ข้อดีคือไม่ต้องมีคดีความ ไม่ถูกอายัดทรัพย์สิน และถูกตามหนี้ แต่ต้องผ่อนจ่ายทันที

หนี้ที่จะฟ้องธนาคารหรือสถาบันการเงิน จะดูจาก

1. มูลหนี้

2. ระยะเวลาในการค้าชำระ

3. ทรัพยสินลูกหนี้

4. นโยบายของธนาคารหรือสถาบันการเงิน

5. ฟ้องแล้ว เป็นผลดีต่อธนาคารอย่างไร

ขั้นตอนการบังคับดดีนั้นมีความยืดยาวและหลายขั้นตอนผมสรุปคร่าว ๆ ดังนี้ครับ

1. ศาล ออกหมายบังคับคดี หรือแต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับดดี

2. โจทก์ ขอตั้งสำนวน วาง ค่าใช้จ่ายนัดเจ้าพนักงานฯ ดำเนินการ

3. เจ้าพนักงานพิจารณายึดทรัพย์  ส่ง ศาล

4. พนักงานออกปฏิบัติ ตาม ป.ว.พ. 278-285 ,303,304

5. ยึดทรัพย์

6. ประเมิณราคา

7. ขายทอดตลาด


ขั้นตอนการดำเนินคดีมโนสาเร่ 

ลักษณะคดีที่ฟ้องเป็นคดีมโนสาเร่ คดีฟ้องเรียกร้องเงินหรือค่าเสียหายไม่เกิน 300,000  บาท คดีฟ้องขับไล่ออกจากอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะฟ้องไม่เกินเดือนละ 300,000  บาท เขตอำนาจศาลในการฟ้องคดี ศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาคดี

(ก) ฟ้องต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาล เช่น สัญญาทำขึ้นในเขตศาลใดก็ฟ้องต่อศาลนั้น

(ข) ฟ้องต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนา

(ค) กรณีจังหวัดใดมีศาลแขวงเปิดทำการแล้ว ให้ฟ้องต่อศาลแขวงของจังหวัดนั้น เว้นแต่ คดีฟ้องขับไล่ออกจากอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ให้ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดนั้น

เอกสาร ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย

เอกสาร หลักฐานและค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการฟ้องคดี

· บัตรประจำตัวประชาชน 

·  หลักฐานการฟ้องศาล เช่น สัญญากู้ยืม สัญญาเช่าบ้านหรือ สัญญาเช่าที่ดิน ใบเสร็จรับเงิน หรืออื่นๆ (ถ้ามี) เท่าที่เห็นว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะฟ้อง 

·  หนังสือรับรองรายการทะเบียนราษฎร ภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้านของจำเลย (ขอคัดสำเนาและให้เจ้าพนักงานรับรองสำเนา ขอได้ที่ว่าการอำเภอและเทศบาลทุกแห่ง โดยอ้างว่าตนมีส่วนได้เสียตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร เพื่อใช้ในการฟ้องบุคคลต่อศาล กรณีจำเลยเป็นนิติบุคคลก็ขอหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลได้ที่ สำนักงานทะเบียนการค้าจังหวัด ทุกจังหวัด)

·     ค่าขึ้นศาลคดีละ 200 บาท

· ค่านำส่งหมายของเจ้าพนักงานส่งหมายในเขตจังหวัด  คิดตามระยะทางตั้งแต่ 120 ถึงประมาณ 400 บาท ส่วนจังหวัดอื่นคิดตามอัตราของศาลนั้นๆ หากเป็นกรณีที่จะต้องออกคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล ก็จะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการนำส่งคำบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 70 วรรคท้าย ในอัตราข้างต้น  

วิธียื่นฟ้องต่อศาล 

1. ฟ้องด้วยวาจาด้วยตนเองต่อศาลโดยศาลจะบันทึกรายการแห่งข้อหาให้โจทก์

2. ยื่นคำฟ้องเป็นหนังสือ (ตามแบบคำฟ้องทั่วไป) ศาลได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่ศาลไว้ช่วยเหลือในเรื่องนี้ไว้แล้ว

ขั้นตอนการดำเนินการหลังจากยื่นฟ้องแล้ว 

ก. ในวันยื่นฟ้อง 

(1) ศาลจะนัดพิจารณาโดยเร็ว และออกหมายเรียกให้จำเลยมาศาลเพื่อการไกล่เกลี่ย ให้การแก้คดี และสืบพยานโจทก์จำเลยในวันเดียวกัน และแจ้งให้โจทก์ ต้องมาศาลในวันนัดพิจารณา

(2) โจทก์ต้องวางเงินนำส่งหมายให้จำเลย (ซึ่งโจทก์เตรียมมาตามหัวข้อค่าใช้จ่าย ข้างต้น)

ข. ในวันนัดพิจารณา 

(1) ถ้าโจทก์ไม่มาศาล ศาลจะสั่งจำหน่ายคดีของโจทก์จากสารบบความ

(2) ถ้าจำเลยไม่มาศาล ถือว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา และศาลพิจารณาคดีของโจทก์ไปฝ่ายเดียว

(3) ถ้าโจทก์และจำเลยมาศาล ศาลจะทำการไกล่เกลี่ยก่อน เพื่อให้คู่ความตกลงหรือประนีประนอมยอมความกัน หากไกล่เกลี่ยสำเร็จ คู่ความก็ทำสัญญาประนีประนอมยอมความหรือถอนฟ้อง แล้วแต่กรณี

หากตกลงไม่สำเร็จ

 - ศาลจะสอบคำให้การจำเลยแล้วบันทึกไว้

- ศาลจะกำหนดหน้าที่นำสืบว่าจะให้โจทก์ หรือจำเลยนำพยานมาสืบก่อน

- ศาลจะสอบถามการระบุอ้างพยานหลักฐาน

-   ศาลจะสืบพยานและพิพากษาคดีให้เสร็จไปในวันเดียวกันนั้น เว้นแต่มีเหตุจำเป็น ศาลอาจเลื่อนคดีไปได้ไม่เกิน ๗ วัน ขั้นตอนการสืบพยานหลักฐาน ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบได้เอง ศาลเป็นผู้ซักถามพยานก่อนแล้วจึงให้คู่ความหรือทนายความ(กรณีมีทนายความ) ซักถามเพิ่มเติม ศาลจะบันทึกคำพยานโดยย่อแล้วให้พยานลงลายมือชื่อไว้ 

ขั้นตอนหลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว 

1. ศาลจะออกคำบังคับให้ฝ่ายแพ้คดีหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาปฏิบัติตามคำพิพากษาภายในเวลาที่กำหนด แต่ศาลจะไม่กำหนดเวลาให้เกินกว่า 15 วัน โดยฝ่ายชนะคดีหรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่ต้องร้องขอ

2. หากฝ่ายแพ้คดีหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับในข้อ 1. ศาลจะออกหมายบังคับคดียึดทรัพย์ของฝ่ายแพ้คดีหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา โดยตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี เพื่อยึดทรัพย์ออกขายทอดตลาดหรือโดยวิธีอื่น เพื่อจะนำเงินมาชำระแก่ฝ่ายชนะคดีหรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ในการออกหมายบังคับคดี ศาลมีอำนาจเรียก ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นมาไต่สวนเกี่ยว กับทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาก่อนออก หมายบังคับคดีได้

หมายเหตุ อนึ่ง ศาลแขวงนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ว่าด้วยการขาดนัด มาปรับใช้กับคดีมโนสาเร่ด้วย ทั้งนี้จนกว่าศาลฎีกาจะมีแนววินิจฉัยเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนี้เป็นอย่างอื่น  

กฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

มาตรา 323 ผู้ใดล่วงรู้ความลับของผู้อื่น แล้วเปิดเผยความลับนั้น โดยน่าจะเกิดความเสียหายแก้ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องจำคุก ไม่เกิน 6 เดือน ปรับ 1 พันหรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 326 ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยทำให้เสียชื่อเสีย ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง ผู้นั้นผิดฐานหมิ่นประมาท จำคุก 1 ปี ปรับ 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 328 ถ้าหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา กระจายเสียงทุกชนิด บันทึกเป็นอักษร จำคุก 2 ปี ปรับ 2แสนบาท

มาตรา 337 การกรรโชกหรือรีดเอาทรัพย์ โดยข่มขืนใจให้ยอมและยอมจะให้ในทรัพย์ของตน ไม่ว่าจะใช้กำลังหรือขู่จะทำลายเสรีภาพ ชื่อเสียง จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมให้ทรัพย์ ผู้นั้นย่อมผิด จำคุก 5 ปี ปรับ 1 หมื่น ....


ด้วยความปรารถนาดีจาก..Thailand People Tribune


หากต้องการสอบถามปัญหาด้านการเงินการธนาคาร หนี้สิน และกฎหมายเกี่ยวกับหนี้


สามารถติดต่อได้ที่ peopletribune@hotmail.com 

หรือ โพสคำถามไว้ใน Blog นี้ได้ครับ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ณัฐ วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 17.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peopletribune

ขอบคุณ คุณSupawan มากครับที่กรุณาติดตามบทความกันตลอด

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 11.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

อ่านแล้วรู้สึกเป็นห่วงค่ะ ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]