• ณัฐ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : peopletribune@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-14
  • จำนวนเรื่อง : 60
  • จำนวนผู้ชม : 198509
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1673 คน
Thailand People Tribune
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine. "ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/peopletribune
วันพฤหัสบดี ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553
Posted by ณัฐ , ผู้อ่าน : 10902 , 17:51:23 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ณัฐ โหวตเรื่องนี้

ระยะหลังมีหลายคนพูดถึง เครดิตบูโร(Credit Bureau) กันมากโดยเฉพาะหลังปี พ.ศ.2540 ที่ประเทศไทยหลังวิกฤตเศรษฐกิจที่มีสถาบันการเงินหลายแห่งมีอันต้องล้มหายตายจากไป  จากการปล่อยสินเชื่อที่ด้อยคุณภาพ จึงทำให้ธนาคารและสถาบันการเงินระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น จึงมีการร่วมทุนกันตั้งบริษัทข้อมูลเครดิตไทย และพัฒนาเป็น บริษัทระบบข้อมูลกลาง ภายหลังมีได้มีการตั้ง ต่อมาในปี พ.ศ.2548 ได้มีการควบรวมกิจการระหว่าง บริษัทข้อมูลเครดิตไทย และบริษัทข้อมูลเครดิตกลาง โดยใช้ชื่อบริษัทว่า บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ เพื่อความเป็นเอกภาพในการดำเนินธุรกิจและประโยชน์สูงสุดแก่ สมาชิกซึ่งก็คือธนาคารและสถาบันการเงิน นั่นเอง

ทุกธนาคาร และสถาบันการเงินมีหน้าที่ต้องส่งข้อมูลเครดิตให้กับ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ โดยข้อมูลที่ส่งจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ นามสกุล ว.ด.ป.เกิด เลขที่บัตรประชาชน เพศ ที่อยู่ที่แจ้งกับสถาบันการเงิน และประวัติการชำระหนี้ ในส่วนที่เป็นประวัติการชำระหนี้  แต่จะไม่ได้ส่งข้อมูลทางด้านเงินฝาก(ดังนั้นมหาเศรษฐี ไม่ต้องกลัวข้อมูลด้านเงินฝากจะถูกเปิดเผย กว่าจะผลักดันกฎหมายนี้ได้ คงใช้เวลาอีกนาน)

ตอนนี้ปัญหามีอยู่ว่า หากเรามีประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดี หรือเป็นหนี้เสียของธนาคารหรือสถาบันการเงิน แล้วข้อมูลเครดิตโชว์ข้อมูลดังกล่าวก็คงไม่เป็นปัญหาเพราะเกิดจากตัวผู้บริโภคเองที่ไม่ได้รักษาประวัติทางการเงิน แต่เป็นเหมือนตราบาปสำหรับการขอสินเชื่อในระบบ เพราะร้อยละ 99.99 ของธนาคารพาณิชย์มักจาก Play Safe คือ ปลอดภัยไว้ก่อน  หากเช็คสอบประวัติการชำระเงินหรือ เครดิตบูโรแล้วปรากฎว่ามี  ประวัติไม่ดี(Blacklist) ธนาคารและสถาบันการเงินก็จะไม่อนุมัติสินเชื่อ  ถึงแม้ว่าผู้บริหารธนาคารจะออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเป็นเพียงแค่ส่วนประกอบ  แต่เจ้าหน้าที่อนุมัติสินเชื่อ(Credit Analyze) ที่ทำหน้าที่เท่านั้นที่จะทราบดี ว่าจริง ๆ แล้วนโยบายของแต่ละธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้น ๆ เป็นอย่างไร

กลับเข้ามาสู่เรื่องราวของประวัติเสีย(Balcklist) ที่เราไม่ได้เป็นผู้ก่อ แต่เกิดจากความผิดพลาดของสถาบันการเงิน ที่ไม่ตรวจสอบรายงาน(Report) ก่อนทำการส่งบางกรณีเกิดจากการชำระหนี้หมดแล้ว  แต่การปฏิบัติการส่งข้อมูลเครดิตผิดพลาด บางกรณีเกิดจากกรณีถูกทุจริตต่าง ๆ(Fraud Case) เช่น ถูกปลอมเอกสารเพื่อขอสินเชื่อ ถูกปลอมเอกสารในการสมัครบัตรเครดิต และถูกขโมยข้อมูลของบัตรเครดิต(Credit Card Skimming)  ซึ่งเมื่อเกิดกรณีดังกล่าวเป็นหน้าที่ของฝ่ายป้องกันทุจริตของธนาคารหรือสถาบันการเงิน  ต้องประสานงานเพื่อยับยั้งการส่งข้อมูลเครดิตที่ไม่ถูกต้อง หรือที่เรียกกันในวงการธนาคารว่า Dispute Transaction คือ มีการตั้งยอดมูลหนี้ที่เกิดจากการทุจริต  เพื่อการตรวจสอบจนกว่าจะตรวจสอบเสร็จสิ้น  ตามธรรมเนียมปฏิบัติจะไม่มีการคิดดอกเบี้ย และไม่นำยอดดังกล่าว มาลดจำนวนวงเงินเครดิตลูกค้า

หากท่านตรวจสอบแล้วเห็นว่าเราไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการส่งข้อมูลเครดิตของธนาคารหรือสถาบันการเงิน เราสามารถโต้แย้งได้โดยตรง  หรือสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้  ทั้งทางแพ่งและอาญา  เนื่องจากกฎหมายการส่งข้อมูลเครดิตนั้นมีบทลงโทษทางอาญาด้วย  เผอิญผมได้มีโอกาสนั่งร่วมประชุมสมัยที่จะมีการควบรวมกิจการระหว่าง 2 บริษัทข้างต้น ในฐานะสมาชิกของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ  ทำให้พอทราบว่าจริง ๆ แล้วทางผู้บริหารของธนาคารพาณิชย์พยายามโต้แย้ง  ไม่ให้มีคดีอาญาสำหรับโทษของการส่งข้อมูลหรือไม่ส่งข้อมูล  เพราะพูดง่าย ๆ CEO ขี้เกียจติดคุก  แต่ที่ผ่านมายังไม่มีผู้บริโภคคนใดดำเนินคดีกับสถาบันการเงิน เพราะคนไทยชอบคิดไปเองว่า อย่าเอาไม้ซีก ไปงัดไม้ซุง  นั่นเป็นเหตุผลที่ประชาชนไทยมักอยู่ในมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนที่ต่ำมาก เพราะทุกคนไม่รู้สิทธิ์ของตนเอง หรือ รู้แต่ไม่กล้าดำเนินการ

ท่านที่มีปัญหาเรื่อง ข้อมูลเครดิต สามารถปรึกษาฟรี ได้ที่ peopletribune@hotmail.com





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28            



[ Add to my favorite ] [ X ]