• ณัฐ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : peopletribune@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-14
  • จำนวนเรื่อง : 60
  • จำนวนผู้ชม : 198509
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1673 คน
Thailand People Tribune
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine. "ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/peopletribune
วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554
Posted by ณัฐ , ผู้อ่าน : 2639 , 15:06:25 น.  
หมวด : ตำรวจ-อาชญกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ณัฐ โหวตเรื่องนี้

เมื่อวานได้ดูข่าว  คุณรังสิมา รอดรัศมี ส.ส. ประชาธิปัตย์ จ.สมุทรสงคราม มีรายการใช้บัตรเครดิตมาจาก USA ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเดินทางไปประเทศดังกล่าว ผมเห็นว่าน่าจะมีประโยชน์ ถ้าผมนำวิธีการปลอมแปลงบัตรเครดิต รวมถึงวิธีการป้องกัน(ซึ่งคงยาก) แต่ถ้าเป็นวิธีแก้ไข เมื่อเกิดเหตุการณ์กับตัวท่าน หรือรู้เท่าทัน รวมถึงข้อกฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ ระหว่าง ธนาคารกับลูกค้า และการตรวจสอบ น่าจะเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่าน บ้าง ไม่มากก็น้อย

เรามาดูกันก่อนครับ ว่าบัตรที่อยู่ในกระเป๋า เรา ๆ ท่าน ๆ ถูกขโมย ข้อมูลไปได้อย่างไร ตอนไหน


- คำตอบคือ ทุกเวลา ครับ มีตั้งแต่การขโมยโดย Copy ข้อมูลบัตรของท่านไว้ ผ่านเครื่อง Skimmer ซึ่งเป็นเครื่องตัวเล็ก ๆ ที่สามารถรูดข้อมูลในแถบแม่เหล็กของท่าน และเก็บไว้เพื่อ Copy ลงบัตรที่แก๊งค์ทุจริต จัดเตรียมไว้ แล้วนำบัตรของท่านออกใช้จ่าย


- การถ่ายข้อมูล จากเครื่องรูดบัตร(Electronic Data Capture หรือ EDC) วิธีนี้อาจจะโดยการร่วมมือของพนักงานร้านค้า หรือการขโมยเอาแบบดื้อ ๆ


- ลักขโมยข้อมูล จากการเจาะข้อมูลทางสายโทรศัพท์ วิธีการนี้ต้องใช้คนที่มีฝีมือในด้าน การสื่อสาร


- การขโมยข้อมูล คนภายใน เอง วิธีนี้จะเกิดยากหน่อย เพราะทุกธนาคารพยายามป้องกันอย่างดี

เมื่อได้ข้อมูลเบื้องต้นแล้ว แก๊งค์ทุจริต พวกนี้จะนำข้อมูล Copy ลงบัตรเครดิตพลาสติก ที่จัดเตรีมไว้ ซึ่งข้อมูลหน้าบัตร กับตัวเลข Bin No. (Bank ID No. คือ เลข 6 หลัก แรกของบัตรเดรดิต) อาจจะไม่ตรงกัน แต่ท่านอย่าลืมว่า เวลาที่ท่านใช้บัตร น้อยครั้งที่พนักงานขาย หรือเจ้าของร้านจะตรวจสอบ ของแค่รูดผ่าน ได้รหัสอนุมัติ(Approve Code) ร้านค้าก็ขึ้นเงินได้อยู่แล้ว (เนื่องจากเป็นไปตามข้อตกลง และสัญญา ระหว่างร้านค้า กับธนาคาร)

หลายท่านเข้าใจว่า เมื่อถูก Copy ข้อมูลแล้ว แก๊งค์เหล่านั้นจะนำข้อมูลออกขาย หรือ ทำการปลอมบัตร เพื่อนำออกใช้ทันที ซึ่งต้องตอบว่าไม่เสมอไป ครับ 

 เพราะบางครั้งแก๊งค์ดังกล่าวอาจจะเก็บข้อมูลไว้ เป็นปี ๆ กว่าจะนำออกใช้ เพราะท่านอย่าลืมว่าบัตรเครดิตแต่ละใบมีเดือน ที่หมดอายุ (Exp.Date) ซึ่งแต่ละใบ บางครั้ง 4-6 ปี ด้วยซ้ำ  ดังนั้นแก๊งค์เหล่านั้นไม่จำเป็นต้องรีบนำข้อมูลที่ขโมยได้มาใช้ คือ รอให้ตายใจซะก่อน  ถามว่ามีใครรู้ไม๊ว่าตนเองถูก Copy ข้อมูลไปแล้ว  คำตอบคือ "ไม่มี" แต่ธนาคาร เจ้าของบัตร จะช่วยท่านตรวจสอบ ดังที่เมื่อท่านเดินทางไปประเทศที่มีความเสี่ยงในการปลอมบัตรเมื่อ ท่านกลับมา จะมีเจ้าหน้าที่ธนาคารโทรหาท่านเพื่อออกบัตรเครดิต ใบใหม่ให้แก่ท่าน

แล้วจะป้องกันอย่างไร?
- ต้องบอกว่ายากมากครับ เพราะการขโมยข้อมูลบัตรเครดิตเหมือนการก่อการร้าย เราจะไม่รู้เลยว่าพวก นี้จะอยู่ที่ไหน มาไม้ไหน อาจจะเป็นพนักงานขาย เจ้าของร้าน ฯลฯ  แต่เราสามารถป้องกันได้เบื้องต้น คือ พยายามใช้บัตร ในร้านค้าที่มีความน่าเชื่อถือ


- บัตรที่ ณ เวลานี้ยังไม่มีเทคโนโลยี การปลอมแปลง คือ บัตรประเภท Chip Card ซึ่งต้นทุนในการผลิตสูง ด้วยการแข่งขันทางการตลาดที่รุนแรง ประเทศเราธนาคารจึงไม่ผลิตให้ลูกค้า

ทำอย่างไรเมื่อท่านมีรายการใช้จ่ายผิดปรกติเกิดขึ้นในบัตรเครดิตของท่าน?
- โทรเข้า Call Center ของธนาคารผู้ออกบัตร แจ้งปฏิเสธรายการใช้จ่ายธนาคารจะทำการ Lock บัตร เครดิตของท่าน Block "F" (Fraud Card) โดยออกบัตรเครดิตใบใหม่(เลขที่ใหม่) ให้แก่ท่าน และธนาคารจะทำการตรวจสอบ หากสามารถพิสูจน์ได้ว่าท่านไม่ได้ใช้จ่ายรายการนั้น ๆ ธนาคารจะ ทำการคืนวงเงิน
ให้แก่ท่าน ยิ่งถ้าเป็นรายการที่มาจากต่างประเทศยิ่งสามารถพิสูจน์ได้ง่าย เช่น ท่านอยู่ในเมืองไทย แต่มีรายการใช้จ่ายจาก อเมริกา อย่างนี้เป็นต้น


- รายการที่ถูกปลอมแปลงโดยการ Skimming 100% ธนาคารผู้ออกบัตร ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ แม้จะมีลีลา แตกต่างกันของแต่ละธนาคาร แต่ทั้งทางพฤตินัย และนิตินัย ธนาคารผู้ออกบัตรต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ครับ!

วิธีการป้องกัน ตนเองในด้านอื่น ๆ
1. ควรกำหนดวงเงินบัตร แต่เพียงพอในการใช้จ่าย ซึ่งบางท่านเข้าใจว่าการมีวงเงินบัตรสูง ๆ จะทำให้ท่านเป็นผู้มีเครดิตดี และเก็บไว้ใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน ซึ่งก็จริง แต่ในทางกลับกันเมื่อท่านถูกการปลอมแปลง ท่านย่อมเสียหากเยอะ เป็น  ธรรรมดา  แบบเดียวกับคนที่ชอบเก็บของมีค่า หรือเงินสดไว้ที่บ้านเยอะ ๆ ท่าน
ย่อมมีความเสี่ยงเยอะ ตามไปด้วย


2. พยายามตรวจสอบวงเงินคงเหลืออยู่เป็นนิตย์ เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดี มาใช้เงินของท่าน เปรียบเหมือนท่าน นับเงินสดในกระเป๋าสม่ำเสมอ


3. เวลามีคนนำบัตรท่านไปรูด พยายามดู และตรวจสอบว่า เค้านำบัตรท่านไปนานเกินไป หรือมีท่าทางผิดปรกติหรือไม่อย่างไร หากสงสัยรีบโทรเข้า Call Center ของธนาคาร ทันที


4. ปัจจุบัน บางธนาคารมีบริการ แจ้งการเคลื่อนไหวรายการผ่าน SMS ซึ่งท่านสามารถสมัครได้ ก็จะช่วยท่านได้ เวลามีรายการไม่พึงประสงค์เข้ามา ท่านก็จะได้รับทราบทาง SMS


5. ท่านที่ใช้บัตรเครดิต แต่เพียงเพื่อจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม ผ่านอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ท่านสามารถเปลี่ยนมาใช้E-Banking ซึ่งปัจจุบัน หลายธนาคารให้บริการออกเลขที่บัตรให้ท่าน โดยไม่ออกบัตรเครดิต ท่านสามารถ ทำรายการต่าง ๆ บนเน็ตได้ โดยไม่ต้องถือบัตรเครดิต

หวังว่า คงเป็นประโยชน์กับทุกท่านนะครับ หากท่านใดมีข้อสงสัย สามารถโพสคำถามไว้ได้นะครับ


ยินดีตอบให้ ด้วยความเต็มใจ ครับ





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28          



[ Add to my favorite ] [ X ]