• สอนสุพรรณ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ekchit@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-16
  • จำนวนเรื่อง : 578
  • จำนวนผู้ชม : 3662766
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2245 คน
ครูแผน
เพื่อการศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทย ศิลปกรรมสากล และความสัมพันธ์จากอดีตสู่ปัจจุบัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/phaen
วันอาทิตย์ ที่ 30 ตุลาคม 2554
Posted by สอนสุพรรณ , ผู้อ่าน : 3059 , 07:47:08 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน ป้ารุ , อิมกุดั่น และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้



ผังเมืองกรุงเทพฯ โบราณ แสดงเฉพาะคลองโบราณและป้อมปราการ
ที่มา
: สแกนภาพจากหนังสือเรื่อง “น้ำ บ่อเกิดแห่งวัฒนธรรมไทย” โดย ดร.สุเมธ  ชุมสาย ณ อยุธยา พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๙๕

การสร้างเมืองบนฝั่งซ้ายตรงบริเวณที่เป็นโค้งแม่น้ำ เป็นการลอกเลียนประสบการณ์การสร้างเมืองจากกรุงศรีอยุธยา การเลือกโค้งแม่น้ำเป็นที่ตั้งถิ่นฐานเท่ากับว่า คนไทยได้สูตรการสร้างเมืองที่เหมาะสมกับภูมิประเทศและสัญชาติญาณของตนอย่างที่สุดแล้ว

ถ้าเปรียบเทียบการสร้างเมืองตามลำน้ำที่เป็นเส้นตรงกับที่โค้งแม่น้ำ จะเห็นได้ทันทีว่าที่ใดเหมาะสมกว่า ถึงแม้ว่าที่ตั้งบนฝั่งซ้ายจะไม่เป็นโค้งแม่น้ำมากนัก แต่โดยหลักการวางผังเมืองแล้ว ถือว่าคล้ายกับที่กรุงศรีอยุธยา

ใน พ.ศ. ๒๓๒๕ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงสถาปนาเมืองฝั่งซ้ายเป็นราชธานี ซึ่งเหมือนกับพระเจ้าอู่ทองย้ายข้ามฟากเข้าไปอยู่ในโค้งแม่น้ำเพื่อตั้งกรุงศรีอยุธยา เพราะเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดีกว่า สงครามกับพม่าในสมัยนั้นยังไม่หมดสิ้น ถ้าพม่าทำสงครามก็จะยกทัพมาทางตะวันตก ทางฝั่งขวาของแม่น้ำ

นอกจากนี้โค้งแม่น้ำทำให้ฝั่งขวาถูกกระแสน้ำเซาะอยู่เรื่อย ๆ ไม่เหมือนกับฝั่งซ้ายซึ่งน้ำไม่เซาะ แถมยังเป็นพื้นที่ดอนเหมาะในการสร้างพระราชมณเฑียรและวัดวาอาราม ซึ่งเป็นอิฐปูนอยู่ในน้ำไม่ได้ อีกทั้งถัดไปทางด้านตะวันออกของฝั่งซ้ายพื้นที่ต่ำเป็นหนองบึง เหมาะที่จะช่วยกีดกันทัพข้าศึกได้

ชื่อ
“กรุงเทพมหานคร” มีความหมายว่า “มหานครแห่งเทพเจ้าซึ่งตั้งอยู่บนแม่น้ำ (กรุง)”

กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่
“แปลกประหลาดที่สุดในโลก” เพราะเกือบทั้งเมืองเคยลอยอยู่ในน้ำด้วยเรือนแพ มีแต่วัดและวังที่สร้างด้วยอิฐปูนตั้งอยู่บนที่ดอน ส่วนบ้านใต้ถุนโล่งบนฝั่ง มีอยู่อย่างประปรายเท่านั้น ฝรั่งที่ได้สำรวจกรุงเทพฯ ในปลายสมัยรัชกาลที่ ๓ กล่าวไว้ว่า มีเรือนแพอยู่ประมาณ ๗๐,๐๐๐ หลัง

การดำรงชีวิตแบบอยู่บนบกที่กรุงเทพฯ เริ่มแสดงร่องรอยใน พ.ศ. ๒๔๐๐ เมื่อมีการสร้างถนนขึ้นมาเป็นครั้งแรก ตามมาด้วยรถรางใน พ.ศ. ๒๔๓๐ และรถไฟใน พ.ศ. ๒๔๔๓ นอกจากนี้ ในสมัยการล่าอาณานิคม คนไทยจำเป็นต้องเลียนแบบวิถีการดำรงชีวิตจากฝรั่ง ทั้งนี้เนื่องจากฝรั่งวัดความเจริญด้วยเทคโนโลยีและวัฒนธรรมของเขาเท่านั้น หากประเทศใดไม่เจริญในสายตาของเขาแล้ว ก็อาจตกไปเป็นเมืองขึ้นได้

ในเมื่อวัฒนธรรมฝรั่งเป็นวัฒนธรรมของคนที่อยู่บนบก ความขัดแย้งระหว่างวิถีการดำรงชีวิตแบบชาวน้ำและชาวบกก็เกิดขึ้น

มีชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งได้เดินทางมากรุงเทพฯ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ และได้บรรยายสิ่งที่เขาได้เห็นในหนังสือว่าคนไทย
“...ไม่มีเวลาพอที่จะปรับตัวเองให้เข้ากับการปฏิรูปบ้านเมืองซึ่งกำลังมีขึ้นอยู่ทุกขณะ ไม่ว่าในส่วนราชการหรือในชีวิตประจำวันของประชาชน ความเชื่อถือและประเพณีอันล้าสมัยกำลังต้องสลายตัวอยู่แทบทุกวัน

การเปลี่ยนแปลงสภาพของถนนหนทาง อันประกอบด้วยรถรางไฟฟ้าที่แล่นไปมาระหว่างวัดวาอารามและช้างซึ่งผู้คนนับถือ ตลอดจนความชุลมุนวุ่นวายระหว่างรถจักรยานซึ่งวิ่งขนเสลี่ยงที่ใช้คนหามเจ้านาย ทำให้เห็นชัดว่าการสัญจรสมัยใหม่ ขัดแย้งกันอย่างมากกับสิ่งที่คนพื้นเมืองเคยชิน...
”

เราต้องเข้าใจว่า ข้อความนี้เขียนในสมัยที่ฝรั่งเศสก้าวร้าวรุกรานไทย ถึงกับส่งเรือรบเข้ามาปิดแม่น้ำ แต่ก็เป็นข้อความในเชิงมนุษยวิทยาที่น่าสนใจมาก เขากล่าวต่อไปว่ากรุงเทพฯ ประกอบด้วย

“สองเมืองที่ซ้อนกันอยู่ คือเมืองน้ำและเมืองบก ทั้งสองเมืองอยู่ด้วยกันแบบขัด ๆ และต่างทำหน้าที่ซ้ำซ้อนกันเพียงแต่วิธีไม่ตรงกัน ยิ่งกาลเวลาผ่านไปก็ยิ่งจะเห็นความขัดแย้งดังกล่าว อีกไม่ช้าเมืองบกจะต้องชนะเมืองน้ำ และเมื่อนั้นนักภูมิศาสตร์ที่ชอบให้สมญานามแปลก ๆ แก่กรุงเทพฯ เห็นจะต้องเลิกใช้คำว่าเวนิสตะวันออกเสียที”

ในระยะแรก ๆ คนไทยได้รับเอาวัฒนธรรมฝรั่ง ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของชาวบกมาใช้อย่างไม่คล่องตัวนัก แต่ในไม่ช้าก็
“เห่อ” วัฒนธรรมฝรั่ง และในที่สุดสิ่งที่เห่อเหิมก็กลายเป็นสิ่งจำเป็นประจำวันไป สถาปัตยกรรมเริ่มต้นด้วยแบบคลาสสิกของฝรั่ง ตามมาด้วยแบบอย่างอื่น ๆ ซึ่งสรุปแล้วเป็นการสร้างอาคารอยู่ติดกับพื้นดินทั้งสิ้น

ส่วนคนจีนซึ่งมีวัฒนธรรมแบบชาวบกเป็นส่วนใหญ่อยู่แล้ว ก็สร้างห้องแถวซึ่งเป็นอาคารอยู่ติดกับพื้นดิน จนกระทั่งในปัจจุบันห้องแถวจึงปรากฏอยู่ทั่วบ้านทั่วเมืองไปหมด ในเวลาเดียวกันเทศบาลก็ถมคูคลองเพื่อสร้างถนนและฝังท่อระบายน้ำแทน

ประชากรกรุงเทพฯ เพิ่มจำนวนจาก ๔๐๐,๐๐๐ คนเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๐๐ มาเป็นประมาณ ๖ ล้านคน รวมทั้งชุมชนชานเมืองใน พ.ศ. ๒๕๒๗ ระบบทางด่วนและระบบขนส่งมวลชนซึ่งจะต้องยกระดับสูงเกือบทั้งหมด จะต้องเปลี่ยนทัศนียภาพกรุงเทพฯ ซึ่งเพิ่งได้เปลี่ยนรูปลักษณะจากเมืองที่ใช้การสัญจรทางน้ำ มาเป็นเมืองที่ขึ้นกับการสัญจรทางบกเมื่อไม่นานมานี้เอง

นครอันใหญ่มหึมาดังเช่นกรุงเทพฯ ในปัจจุบันเปรียบเสมือนสัตว์ประหลาด ที่ขาดความสัมพันธ์กับภูมิหลังและสิ่งแวดล้อมของตนเอง กรุงเทพฯ ทั้งเมืองสร้างขึ้นบนแผ่นคอนกรีตอันกว้างใหญ่ ซึ่งเกิดขึ้นจากการถมที่ลุ่มด้วยความมุ่งหมายให้เป็นเมืองบนบก

แต่ทุก ๆ ปี เมืองที่สร้างขึ้นโดยฝืนธรรมชาตินี้ ก็ถูกน้ำท่วมกลายเป็นเมืองที่หมดสมรรถภาพ

“...ดังเช่นกรณีสัตว์ทะเลซึ่งถูกบังคับให้ขึ้นฝั่งแล้วแปรร่างเป็นสัตว์บก... ทันทีทันใดมันก็จะขาดสัญชาตญาณที่มีมาแต่เดิม เพราะจะต้องมีขารับน้ำหนักทรงตัวอยู่ แทนที่จะลอยอยู่ในน้ำอย่างสบาย ๆ เหมือนแต่ก่อน

ในลักษณะเช่นนี้ มันจะรู้สึกว่าตัวเองหนักงุ่มง่าม จะขยับตัวไปมาก็ด้วยความลำบากติดขัดไปหมด เพราะในโลกใหม่ของมันนี้ มันไม่สามารถพึ่งสัญชาตญาณอะไรได้อีกแล้ว...
”

ทุก ๆ ปี เมื่อถึงฤดูน้ำหลากและการจราจรในกรุงเทพฯ ติดขัด พวกเด็ก ๆ กลับสนุกสนานเบิกบานใจ ผู้เฒ่าผู้แก่จะขยันรดน้ำต้นไม้กระถาง ซึ่งตั้งเรียงอยู่บนชานบ้านเหนือระดับน้ำท่วม ท่ามกลางการจราจรที่เบียดเสียดเยียดยัดบนถนน คนขับรถสิบล้อจะผูก
“แม่ย่านาง” ไว้บูชาเหนือพวงมาลัย

เพื่อช่วยนำทางให้พาหนะของเขา สามารถฝ่าทะเลอันปราศจากกาลเวลา ไปสู่จุดหมายปลายทางได้...


ที่มา
: เก็บใจความสำคัญเพื่อการศึกษาจากหนังสือเรื่อง “น้ำ บ่อเกิดแห่งวัฒนธรรมไทย” โดย ดร.สุเมธ  ชุมสาย ณ อยุธยา พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๙๔ - ๑๙๙





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ชบาตานี วันที่ : 30/10/2011 เวลา : 16.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

เฮ้อ!!

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ป้ารุ วันที่ : 30/10/2011 เวลา : 16.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

หลังจากที่น้ำลดแล้ว คนกรุงเทพฯอาจจะฝันกลับไปใช้ชีวิตอยู่กับน้ำก็เป็นได้นะคะ
ขอบคุณเรื่องดี ๆค่ะ โหวตทันใด

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 30/10/2011 เวลา : 16.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

คิดหลุดโลกนะคับครู

น่าจะมีจรวด ยานอวกาศ ที่สูบน้ำ แล้วไปทิ้งนอกโลก...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
อิมกุดั่น วันที่ : 30/10/2011 เวลา : 15.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/im
คลิกชื่อ "  อิมกุดั่น " เลือก "สารภาพ" แล้วพบกันที่.. http://www.oknation.net/blog/canvas 

การพัฒนาหลายๆ เรื่อง ไม่อาจรู้ได้ว่านำพาไปสู่สิ่งใดนะคะ ครูแผน
ขอบคุณที่เล่าเรื่องดีๆ เสมอมาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Thaihippy วันที่ : 30/10/2011 เวลา : 08.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Thaihippy

ข้อมูลนี้ร่วมสมัย และ สถานการณ์อย่างยิ่ง

นายเม็ดฝุ่น เองครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ฅนสยาม วันที่ : 30/10/2011 เวลา : 08.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonsiam

โหวต 1 คน โหวตเรียบร้อยแล้ว...

อนาคต..โลกเรา..คงจะเป็นแบบ...water world..มั้งครับ..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หุ่นกระบอก

ไหว้ครูเบิกโรงหุ่นกระบอก

View All
<< ตุลาคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]


หากได้เข้ารับการอบรมศิลปะ ท่านต้องการเรียนในสาขาใด
จิตรกรรมสีน้ำ
257 คน
จิตรกรรมสีน้ำมัน
84 คน
การเขียนลายไทย
302 คน
ลายรดน้ำ
67 คน
ประติมากรรมขนาดเล็ก
49 คน
ภาพพิมพ์แกะไม้
45 คน
เครื่องเคลือบดินเผา
28 คน
พื้นฐานทางศิลปะ
187 คน

  โหวต 1019 คน