• ไพฑูรย์ธัญญา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : phaitoon.thanya@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-11
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 53845
  • ส่ง msg :
  • โหวต 44 คน
โดยวิธีของเราเอง
เรื่องของเรา เราต้องเล่าโดยวิธีของเราเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/phaitoon
วันเสาร์ ที่ 25 ธันวาคม 2553
Posted by ไพฑูรย์ธัญญา , ผู้อ่าน : 1518 , 11:18:08 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

    ตอบจดหมาย ไพฑูรย์ ธัญญา

 

 บ้านไผ่ ขอนแก่

 ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๓

 

พี่ไพฑูรย์ ที่เคารพรัก

 ขอบคุณสำหรับความระลึกถึงที่น่าชื่นใจ ผ่านจดหมายในช่องทางสมัยใหม่ แม้มิได้ใช้เส้นสายลายมือแบบที่เราเคยสื่อสารกันเมื่อสมัยก่อน แต่การเคาะแป้นอักษรไทยจากหัวใจ ก็ยังน่าจะถือเป็นช่องทางการสื่อสารหนึ่งที่เราพึงใช้มันได้ 

 ใช่แหละครับ สิ่งที่เราทำอยู่นี้ มิใช่เรื่องใหม่ หลายคนหลายกลุ่มเขาทำกันมานานแล้ว ที่เรามาทำตอนนี้ บางคนบางกลุ่มอาจหาว่าเราทำตามๆ คนอื่นก็ได้ แต่โดยส่วนตัว ผมไม่ได้ติดข้องตรงนั้น ที่เราเลือกเขียนจดหมายถึงกัน แลกเปลี่ยนกัน เพราะระดับหนึ่งเราก็สื่อสารถึงกันอยู่แล้ว การที่ถูกคอกันแล้วชวนกันทำอะไรสักอย่าง มันย่อมเป็นช่องทางหนึ่งของเราเอง หรือแบบที่พี่บอกว่า “โดยวิธีของเราเอง” สิ่งที่เราจะพึงได้ นอกจากเป็นการฝึกวินัย ฝึกทักษะทางภาษา ฝึกการสื่อสารความหมาย ฝึกการเล่าเรื่อง ฝึกฟื้นความทรงจำ ยังอาจแบ่งปันประสบการณ์ บทเรียน ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น แก่ผู้อื่นที่เข้ามาอ่าน เพราะจดหมายแลกเปลี่ยนของเรานั้น ถูกออกแบบไว้ให้เป็นจดหมายเปิดผนึกในบล็อกโอเคเนชั่น

 เรื่องที่พี่กังวลในตัวพี่ ใช่ว่าผมจะไม่กังวลในตัวผม นั่นคือการเขียนพันพัวนัวเนียเรื่องส่วนตัวมากเกินไป ผมก็เตือนตัวเองเสมอ สังวรสำรวมอยู่เสมอ กระทั่งแม้เมื่อผมจะนำเรื่องลงบล็อก หรือลงเฟซบุ๊ค ก็พยายามทำด้วยความระมัดระวัง คัดกรองตัวเองตลอดเวลา ที่จะไม่นำเรื่องส่วนตัวของตัวเองหรือผู้อื่นออกเผยแพร่ แต่ก็นั่นแหละ การเขียนมีทั้งที่เป็น “เรื่องทั่วไป” และ “เรื่องเฉพาะ” จึงยากที่เราจะหลีกเลี่ยงเรื่องส่วนตัวบางอย่าง เพียงแต่ให้เกี่ยวกับเรื่องหรือประเด็น  เพียงแต่ให้พองาม เพียงแต่พอให้นำไปสู่เรื่องทั่วไปนั้นๆ เพียงแต่พอให้เป็นแรงบันดาลใจ สำหรับผู้ที่สนใจในความเป็นเราบ้าง

 แหม...เรียกผมว่า “กวีเอก” ขอเถอะครับ ขัดเขินเกินรับ คำมันใหญ่โตเกินใจผมครับ แม้กระทั่งคำว่า “มหากวี” เวลาถูกเรียกด้วยคำแบบนี้ มันรู้สึกพิกลๆ เหมือนคนสูญเสียความเชื่อมั่น สำหรับผม อยากเป็นแค่คนธรรมดาที่มีหัวใจกวี หรือ “มองโลกด้วยสายตากวี” อย่างชื่อหนังสือเล่มหนึ่งของ ปรีชา ช่อปทุมมา ผมมักรู้สึกว่า บทกวีคือสิ่งสามัญที่มีความพิเศษ เป็นสิ่งพิเศษที่มีความสามัญ มันจึงอาจกลั่นกรองออกจากหัวใจของคนสามัญผู้หนึ่ง จะว่าไปแล้ว แม้ผลงานส่วนใหญ่ของผมจะเป็นบทกวี แต่ปฐมบทของผมก็เริ่มมาจากความรักในศิลปะการประพันธ์ รักศิลปะการใช้ภาษาไทยและภาษาใจ ผมจึงเขียนทั้งบทความ ความเรียง เรื่องสั้น บทกวี กระทั่งคอลัมน์ จะขาดก็แต่นวนิยายเท่านั้นที่ความพยายามของผมยังไปไม่ถึง 

จะว่าไปแล้ว (อีกแล้ว) พี่เองก็คงเช่นกัน คงรักศิลปะการประพันธ์ รักศิลปะการใช้ภาษา พี่จึงมีผลงานครบเครื่อง ทั้งนวนิยาย เรื่องสั้น บทกวี สารคดี ตำราวิชาการ กล่าวในด้านบทกวีนั้น พี่เองก็โดดเด่นในฝีไม้ลายมือ เพียงแต่อาจไม่ได้มีผลงานด้านนี้มากเท่าด้านอื่น

 นั่นแหละ ผู้คนมักติดปากเรียกผมว่า “กวี” เรียกพี่ว่า “นักเขียน” 

ทั้งที่จะว่าไป ผมก็เป็นนักเขียนด้วย และพี่ก็เป็นกวีด้วย...

 สำหรับเรื่องการสื่อสารในช่องทางสมัยใหม่นั้น ผมเองก็ใช่ว่าจะถนัดนัก ที่มีโน้ตบุ๊คใช้กับเขานั้น ก็เพื่อความสะดวกในการทำงานและส่งงาน ส่วนใหญ่ก็แค่นั้น คือพิมพ์งาน เก็บงาน ส่งงาน อย่างอื่นแทบไม่เป็นเลย ท่องเว็บไซต์ก็ไม่ถนัด ก่อนหน้านี้ก็มีพื้นที่ในโอเคเนชั่นบ้าง ก่อนที่จะมาถึงเฟซบุ๊คในวันนี้ ซึ่งรู้จักมันเมื่อกลางปีนี้นี่เอง ผมไปเยี่ยมเพื่อน เห็นเพื่อนเขาเล่น เขาสนุก จึงสนใจ เพื่อนจึงให้ลูกชายวัยรุ่นของเขาสมัครให้เดี๋ยวนั้น เล่นไปเล่นมาแบบขัดๆ เขินๆ กลายเป็นเริ่มคล่องพบช่องทางใหม่ๆ ในตัวมันเอง จากที่คิดว่าแค่เล่นๆ กลายเป็นเริ่มจริงจังขึ้นตามสมควร มันเหมือนกับว่าผมกำลัง “จัดรายการ” หรือ “ทำจุลสาร” เพื่อนำเสนอสิ่งที่น่าสนใจวันต่อวัน หรือสัปดาห์ต่อสัปดาห์ ระหว่างนั้นมันได้ทั้งการตื่นตัวและสมาธิในตัวเอง แม้จะเรียกการนี้ว่า “เล่น” แต่ก็มิได้เล่นไปเรื่อยเปื่อย หากเล่นเพื่อเป็นช่องทางการสื่อสารที่จำเป็นตามสมควร เช่นผมต้องติดต่อขอสัมภาษณ์บุคคล หรือส่งข่าวสารกิจกรรมต่างๆ อย่างน้อยผมก็ใช้ชื่อจริง นามสกุลจริง ยืนอยู่ในที่แจ้ง  มีชื่อและเกียรติระดับหนึ่งเป็นพยาน ผมจึงต้องดูแลตัวเองและพื้นที่ตามกำลัง ยอมรับว่าได้ประโยชน์จากพื้นที่นี้ไม่น้อย ได้คุยกับเพื่อนใหม่ ได้คุยกับเพื่อนเก่า ได้ข่าวสารความรู้ ได้ความรู้สึกทึ่ง ได้ตะลึงพรึงเพริดกับโลกใบที่ไม่เคยคิดถึงมาก่อน เพื่อนคนหนึ่งในเฟซบุ๊คนี่แหละ ซึ่งผมก็ไม่รู้จักหน้าค่าตาหรอก เธอบอกว่าทีแรกก็เล่นๆ ต่อมาก็เริ่มจริงจังขึ้น คือใช้เป็นพื้นที่เผยแพร่ผลงานการเขียนและภาพเขียน เธอเป็นคนเขียนรูปที่ชอบเขียนหนังสือ “เดี๋ยวก็เบื่อๆ ไปเอง” เธอบอก ผมค่อนข้างเห็นด้วย ของพรรค์นี้ ต่อให้สนุกขนาดไหน แต่ “เดี๋ยวก็เบื่อๆ ไปเอง” เหมือนตอนที่เริ่มเล่นบล็อกนั้น ตื่นเต้นมาก พอสักพักก็เบื่อๆ ไปเอง ตอนนี้บางทีเกือบลืมเพราะมีของใหม่ให้เล่น การได้เขียนจดหมายแลกเปลี่ยนกับพี่ ทำให้เกิดความขยันในการกลับเข้าไปดูแลทำความสะอาดพื้นที่นั้นบ้าง ได้แต่หวัง...บล็อกคงไม่น้อยใจเฟซบุ๊ค...นะเออ!

 บางคนว่า พื้นที่เฟซบุ๊คสนองตอบต่อความกระหายตัวตนของบุคคล คนมักอยากสร้างตัวตนให้คนอื่นรับรู้ และสนองตอบต่อการเจ๊าะแจ๊ะ แต่โดยส่วนตัวผมกลับเฉยๆ กับการมีหรือไม่มีตัวตน อาจเป็นเพราะมีอะไรของตัวเองอยู่แล้ว บางทีก็แค่นำผลงานเก่าๆ ที่เคยเผยแพร่แล้วมาเผยแพร่ซ้ำเท่านั้น สิ่งที่คิดไม่ถึงก็คือ บางคนไม่เคยอ่านผลงานของผมมาก่อนเลย พอได้อ่านในพื้นที่นี้ก็ชอบ และเริ่มติดตาม...

นั่นอาจถือเป็นข้อดี แต่กระนั้น ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสีย ผมได้เจอเรื่องไร้สาระน่าเบื่อไม่น้อยเช่นกัน บางคนใช้นามแฝงเข้ามาหลอกด่าเรื่องส่วนตัวแบบไร้เหตุผล หรือแสดง “ข้อคิดเห็น” ที่เขาว่า “เม้นต์” อย่างเมามัน โดยไม่ดูพื้นที่ของ “ข้อเท็จจริง” เลย เป็นเช่นนี้ตั้งแต่พื้นที่บล็อกแล้วครับ 

ส่วนการเจ๊าะแจ๊ะนั้น ผมเองไม่ถนัดอยู่แล้ว ผมจะตอบรับผู้เข้ามาเยี่ยมเยียนทักทายแบบสั้นๆ จนอาจกลายเป็นความไม่น่าประทับใจสำหรับใครๆ เป็นเช่นนี้มาแล้วตั้งแต่พื้นที่บล็อก คือแรกๆ มีคนตื่นเต้นอยากคุยด้วย ขอเป็นเพื่อนจำนวนมาก พอเราไม่มีเวลาตอบละเอียด หรือเข้าไปเยี่ยมเยียนทักทายเขาบ้าง เขาก็ค่อยๆ เงียบร้างห่างหายไป ซึ่งนั่นผมก็ทำใจแล้ว คนเรา...ผ่านเข้ามาได้ ก็ผ่านออกไปได้     

 พูดถึงเรื่องเวลา สิ่งที่พี่ว่าก็น่าคิด เวลาที่มีน้อยลงของคนเรา หรือของตัวเอง อยู่ๆ ก็มีช่องทางใหม่ให้เจียดเวลาให้มัน สำหรับผม ไม่อยากใช้ว่า “โจรขโมยเวลา” อย่างที่พี่ใช้ เพราะหากสมัครใจจะเจียดเวลา ชีวิตมันคงไม่เบาหวิวจนเหลือทนนัก (แน่ะ...) เพียงแต่รู้สึกว่าเคยมีเวลารดน้ำต้นไม้สองชั่วโมง อาจเหลือชั่วโมงครึ่งหรือหนึ่งชั่วโมง เพราะต้องเจียดเวลามานั่งนำเสนอเรื่องราวใหม่ๆ หรือลบเรื่องราวเก่าๆ 

 เวลาเท่ากันของคนเรา น่าจะไม่เท่ากันในการใช้เวลาแต่ละคน บางคนใช้เวลาไปกับการการงานอันเคร่งเครียด บางคนใช้เวลาไปกับการหาเงิน บางคนใช้เวลาไปกับการกินดื่ม บางคนใช้เวลาไปกับการดูหนังฟังเพลงอ่านหนังสือ บางคนใช้เวลาไปกับการเดินทางไปไหนต่อไหน บางคนใช้เวลาไปกับการนั่งเฝ้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อรอคอยอะไรสักอย่างที่จะโผล่ออกมาให้ตื่นเต้นเฉพาะหน้า สำหรับผม เนื่องจากการงานส่วนหลักในชีวิตคือการเขียนหนังสือ ชีวิตจึงมักอยู่กับโต๊ะทำงานที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์วางอยู่ เขียนหนังสือบ้าง ดูหนังบ้าง ฟังเพลงบ้าง ค้นคว้าข้อมูลความรู้บ้าง พอเหนื่อยอยากพักผ่อน ก็ต้อง “คลิก” ไปที่พื้นที่ที่ตัวเองไปเปิดไว้ เพื่อสำรวจตรวจตรา จะเรียกว่าเป็นการพักผ่อนหย่อนใจอย่างหนึ่งก็ได้ กระทั่งบางคนเขาแซวเล่นว่า “ติดเฟซบุ๊คหรือเปล่า?” ไม่ติดหรอกครับ แค่อาจจะ...

หลายครั้งที่ผมปิดช่องทางสื่อสารทั้งหมดในบ้าน หยุดติดตามข่าวการเมืองอย่างต่อเนื่องเหมือนหลายปีที่ผ่านมา เพราะมันเครียด มันบอบช้ำ และน่าเบื่อ ผมจะข้ามห้วยไปอยู่ในสวนไผ่ รดน้ำต้นไผ่ และทำอะไรต่อมิอะไรเพียงลำพังหลายชั่วโมงอย่างมีความสุข โดยไม่รู้สึกเหนื่อย ไม่รู้สึกว่าเสียเวลา อาจเป็นเหมือนที่พี่ได้ใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือนั่นแหละ

เรื่องเวลาอีกนั่นแหละ มีคนแนะนำให้ผมเปิดเว็บไซต์ส่วนตัว ผมเองก็เคยมีความคิด แต่คิดไปคิดมา ก็กลัวเรื่องเวลา กลัวจะไม่มีเวลาให้กับนักอ่านที่เขาอาจเข้ามาพูดคุยด้วย หรือถึงพอมีเวลา ก็กลัวความเป็นคนเชื่องช้าของตัวเอง เวลาวันๆ หนึ่งของผมช่างผ่านไปรวดเร็วมาก เช้าส่งลูกไปโรงเรียน ทำโน่นนิดนี่หน่อย อ้าว..เย็นลูกกลับจากโรงเรียนแล้ว... 

ผมทึ่งจัง หลายคนที่มีเวลาทั้งทำงานประจำ เขียนหนังสือ และพูดคุยกับผู้อ่านในเว็บไซต์ แต่ก็เอาล่ะ ทำได้เท่าที่ทำได้ อย่างน้อยที่เรามีเวลามาเขียนจดหมายสื่อสารกันสักอาทิตย์ละฉบับนั้น น่าจะเป็นการเจียดเวลาที่เป็นประโยชน์ตามสมควร ทั้งเรื่องภาษและสมาธิ  

 อยู่ๆ พี่ก็ข้ามจากเรื่องหลวงพระบางมาที่เรื่องดินฟ้าอากาศ และเรื่องการเมืองแบบนักเล่นการเมืองไทยๆ ไม่เป็นไรครับ ข้ามไปก่อนก็ได้ แม้เราจะชาร์ตแบ็ตเตอรี่กันจากที่นั่น เราก็อาจแวบไปคิดถึงเรื่องอื่นๆ ได้เสมอ แบบนึกอะไรได้ ก็ว่าเรื่องนั้นก่อน อีกหน่อยหลวงพระบางก็คงกลับมา

 เรื่องดินฟ้าอากาศ เป็นที่รับรู้กันอยู่แล้วถึงความแปรปรวนแบบโลกกำลังป่วย... 

 เรื่องการเมืองและนักเล่นการเมือง ผมน่าจะรู้สึกไม่ต่างจากพี่นะ มันช่างน่าเบื่อน่าเกลียดน่ากลัวเสียจริง อะไรกันนักกันหนาหนอ “ผู้แทนประชาชน” ?

 ผมขอยุติการบ่นเรื่องนี้ เพราะเกรงจะไม่เป็นมงคล อีกอย่าง ผมเขียนยาวเกินพื้นที่สองหน้าแล้ว ขอพักก่อน แล้วค่อยมาว่ากันอีกทีครับ...

 

สบายดีนะครับ

ไพวรินทร์ ขาวงาม

 

  

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
เสือยอด วันที่ : 23/05/2011 เวลา : 14.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weerasud

รออ่านตอนรวมเล่มดีกว่าครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
เสือยอด วันที่ : 23/05/2011 เวลา : 14.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weerasud

รออ่านตอนรวมเล่มดีกว่าครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
เสือยอด วันที่ : 23/05/2011 เวลา : 14.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weerasud

รออ่านตอนรวมเล่มดีกว่าครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
เสือยอด วันที่ : 23/05/2011 เวลา : 14.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weerasud

รออ่านตอนรวมเล่มดีกว่าครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เสือยอด วันที่ : 23/05/2011 เวลา : 14.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weerasud

รออ่านตอนรวมเล่มดีกว่าครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เสือยอด วันที่ : 23/05/2011 เวลา : 14.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weerasud

รออ่านตอนรวมเล่มดีกว่าครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ไพวรินทร์ วันที่ : 11/02/2011 เวลา : 07.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paiwarinkhaongam
มือเปื้อนดิน  จะปั้นดิน  เป็นดวงดาว  ใจเหน็บหนาว  จะเคี่ยวหนาว  เป็นเปลวไฟ

พี่ไพฑูรย์ครับ
ผมถึงกับนอนฝันถึงสองครั้งสองครา
ฝันเป็นตุเป็นตะ ชัดเจน
ว่าเราเจอกัน แล้วคุยกันเรื่องจดหมาย
๕๕ รออยู่นะครับ
แม้รู้ว่าพี่งานเยอะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
pimkawee วันที่ : 07/01/2011 เวลา : 20.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pimkawee
อังคาร จันทาทิพย์

สวัสดีปีใหม่ครับอาจารย์ ขอให้มีความสุขนะครับ
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมเยือนนะครับ--แวะมาชวนไปอ่านบทกวีใหม่ด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 05/01/2011 เวลา : 09.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

เอาบทกวีมาฝากครูนะครับ

ถ้าครูคือช่างปั้นในวันนี้

ก้อนดินที่ครูปั้นนั้นมีค่า

ล้วนหลายหลากจากท้องไร่-ท้องนา

ถึงร่มรายชายป่าอารยธรรมฯ

จะปั้นเป็นเช่นไรได้เช่นนั้น

จะสร้างสรรค์หรือจะขยี้ขยำ

ฝากวิญญาณสำนึกอันลึกล้ำ

ขณะคลุกดินคลำในกำมือฯ

ดินบางก้อนอาจเหมาะจะปั้นหม้อ

บางก้อนก่อปั้นอิฐคอนกรีตทื่อ

บางถ้วยชามงามศิลป์ระบิลระบือ

จักปั้นปรือฉันใดให้ตรองดูฯ

อย่าปั้นวัวปั้นควายให้กลาดเกลื่อน

แต่ปั้นปราชญ์ปรุงเมืองให้เรืองหรู

ปั้นคุณธรรมความคิดจิตใจฟู

ปั้นความรู้ความรักหลักความดีฯ

ปั้นดินให้เป็นดาวถ้า-เป็นได้

ย่อมเป็นความภูมิใจในศักดิ์ศรี

ปั้นคนให้เป็นคนพ้นราคี

ปั้นชีวีความหวังรุ่งรังรองฯ

ก้อนดินในอุ้งมือที่ถือกำ

คือก้อนตาดำดำ-งามผุดผ่อง

เมื่อปั้นรักปั้นชมให้สมปอง

อย่าให้ต้องเสียชื่อมือชั้นครูฯฯ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
หวานคำ วันที่ : 04/01/2011 เวลา : 21.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kukiet


เขียนกลอนกวีไม่แกร่งกล้า
ใจสั่งมาให้เขียนจนเวียนหัว
อยากอวยพรปีใหม่กล้าๆกลัวๆ
ถ้ามีมั่ว อย่าว่า นะ อาจารย์

ปีกระต่าย เริ่มศก เถลิงศรี
ขอให้มี พรชัย ทุกสถาน
เกียรติภูมิ ก้องไกล ไปแสนนาน
ฝากผลงาน กวีไว้ ได้ชื่นชม

ดำริใด ได้สม อารมย์สุข
ให้ห่างทุกข์ สุขใจ ไกลขื่นขม
สมองใส ผลิตงาน อันภิรมย์
เงินทองถม เทมา อย่าขาดเลย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 31/12/2010 เวลา : 21.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ขอพระพุทธรัตน์กำจัดทุกข์
ประสบสุขโชคดีทุกสมัย
ขอพระธรรมรัตน์กำจัดภัย
ให้ห่างใกลอย่ามีมาบีฑา
ขอพระสังฆรัตน์กำจัดโศก
ให้ห่างโรคโชคดีทุกทิศา
ให้โชคลาภมั่งมีจงมีมา
ดั่งคงคาไหลลงท่าสู่วารี
มิตรที่เคยแหนงหน่ายกลายเป็นรัก
ใครพบใครก็รักเสริมศักดิ์ศรี
ขอชีวิตพบเจอแต่สิ่งดี
ตั้งแต่นี้และต่อไปสมใจเทอญ

ขออวยพร
ข้าพเจ้าบล้อกเกอร์
พันธุ์ สังหยด

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ไพฑูรย์ธัญญา วันที่ : 25/12/2010 เวลา : 21.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phaitoon

ไพวรินทร์
ผมปรับแก้ใหม่แล้วครับ ตอนนี้เท่าที่ดูมันไม่ทับขอบแล้ว

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ไพวรินทร์ วันที่ : 25/12/2010 เวลา : 12.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paiwarinkhaongam
มือเปื้อนดิน  จะปั้นดิน  เป็นดวงดาว  ใจเหน็บหนาว  จะเคี่ยวหนาว  เป็นเปลวไฟ

ทำไมขอบมันทับตัวหนังสือไม่รู้ครับพี่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

อย่าลืมยากลาย

ลูกทุ่งปักษ์ใต้

View All
<< ธันวาคม 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]