*/
  • อิศรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-05
  • จำนวนเรื่อง : 1472
  • จำนวนผู้ชม : 1801052
  • จำนวนผู้โหวต : 332
  • ส่ง msg :
  • โหวต 332 คน
เที่ยวงานศาลาไทยที่ Bad Homburg 4-5 กรกฏาคม2009

"สง่างามและงดงาม ตามรูปแบบเฉพาะ ศาลาอันสวยงามแห่งนี้ ตั้งเด่นอยู่เบื้องหน้าเรา เหมือนดั่งเทพนิยายจากดินแดนอันห่างไกล สีสันอันสว่างไสวทำให้ดูโดดเด่น จากต้นไม้สีเขียวที่รายรอบ และเมื่อการตกแต่งประดับประ

View All
<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


สนใจด้านไหนมากที่สุด
ศิลปะวัฒนธรรม
46 คน
ท่องเที่ยว
98 คน
อาหาร
63 คน
วรรณกรรม/กาพย์กลอน
22 คน
ทั่วไป
28 คน

  โหวต 257 คน
วันจันทร์ ที่ 16 กรกฎาคม 2550
Posted by อิศรา , ผู้อ่าน : 881 , 23:57:06 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ขุนแผนส่องกระจก 
ขุนแผนเมื่อรู้เรื่องนางสร้อยฟ้าทำเสน่ห์พระไวยแล้ว ก็สั่งให้นางลาวทองอยู่เฝ้าเรือน แล้วตนกับนางแก้วกิริยา ออกเดินทางเข้ากรุง พอดีพระพิจิตรกับนางบุษบามาถึง จึงถามไถ่กันได้ความแล้ว จึงพากันไปเรือนพระไวย

ขุนแผนเมื่อรู้เรื่องนางสร้อยฟ้าทำเสน่ห์พระไวยแล้ว ก็สั่งให้นางลาวทองอยู่เฝ้าเรือน แล้วตนกับนางแก้วกิริยา ออกเดินทางเข้ากรุง พอดีพระพิจิตรกับนางบุษบามาถึง จึงถามไถ่กันได้ความแล้ว จึงพากันไปเรือนพระไวย
นางศรีมาลารู้ว่าพ่อแม่มา ก็ออกจากห้องมาพบกราบเท้าพ่อแม่ แล้วเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง ทั้งสองคนได้ฟังแล้วก็สงสารนางศรีมาลายิ่งนัก จึงได้ออกปากต่อว่าพระไวย  พระไวยได้ฟังคำต่อว่าก็โกรธ กล่าวตอบว่า ตนมีเมียสองย่อมมีเรื่องก้ำเกินกันเป็นธรรมดา
 

 
 
 

...อันมีเมียสองก็ต้องห้ามตามคำโบราณท่านย่อมว่า
มันเกาะแกะเกินก้ำเป็นธรรมดา ใช่ว่าจะไม่เลี้ยงให้เที่ยงธรรม
ศรีมาลาข้าก็ให้เป็นเมียหลวง ข้าไททั้งปวงไม่เกินก้ำ
ถึงสร้อยฟ้าหล่อนก็ว่าอยู่ในคำทั้งให้ถือน้ำทุกปีมา
เงินทองข้าวของเท่าใดใด ก็มอบไว้ให้หมดทั้งเคหา...
  ขุนแผนทำกระจกมนตร์ 
ขุนแผนได้ฟังก็ให้สติว่า เหมือนนิทานเรื่องท้าวยศวิมล ที่มีมเหสีสองคน ที่เป็นพี่น้องร่วมมารดาเดียวกัน แต่ยังทำกันได้ โดยนางจันทาทำเสน่ห์ จนนางจันท์เทวีถูกขับไล่ ตนเห็นหน้าพระไวยเป็นฝ้าเหมือนทาคราม ก็รู้ว่าพระไวยถูกทำเสน่ห์ยาแฝด ถ้าไม่เชื่อตนจะเสียคน  นางสร้อยฟ้าได้ยินดังนั้นก็ร้อนตัว จึงพูดท้าว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็ขอให้จับคนทำเสน่ห์มา ขุนแผนได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงให้ไปเอากระจกที่พระไวยส่องมา แล้วทำกระจกมนตร์
 
...ขุนแผนผินรับจับกระจก พลางหยิบยกกระดานชะนวนใหญ่
มาขีดเขียนเลขยันต์ในทันใดแล้วลบผงลงใส่กระจกพลัน
โอมอ่านมนตร์ครบจบศีรษะ ขอเดชะพระเวทวิเศษขยัน
ถ้าใครทำมนตร์ยาใจอาธรรม์ จงปรากฏเห็นกันให้ทันตา
ก็เกิดเป็นรูปนิมิตติดกระจกอกต่ออกอิงแอบเข้าแนบหน้า
ใบรักรัดกระสันกันสองราขุนแผนฮาดังลั่นนั้นเป็นไร...
พระไวยเห็นแล้วยังไม่ยอมเชื่อ แล้วยังพูดลำเลิกบุญคุณ ที่ตนได้ทำให้ตอนพ้นโทษ  ขุนแผนได้ฟังก็โกรธยิ่งนัก เข้าไล่ตีพระไวย  นางทองประศรีออกมาเข้าข้างพระไวย หาว่าขุนแผนเล่นกลให้ดู
...ทำไมกับเล่นกลให้คนดูอ้ายแขกตรังกานูก็เล่นได้
มันโยนลูกทองคลีเป็นสี่ใบอมฟืนอมไฟได้แดงแดง ฯ

 

พระพิจิตรกับนางบุษบาก็ออกมาห้าม แล้วนางบุษบา ก็บอกพระไวย ขอพานางศรีมาลาไปอยู่สักหนึ่งปี เมื่อคลอดลูกแล้ว จึงค่อยกลับมา  พระไวยก็พูดประชด ให้รีบขนของไปทันที ต่อเมื่อออกลูกมาได้ห้าคนจึงค่อยกลับ  นางบุษบาได้ฟังก็ไม่พอใจ จึงว่าลูกสาวกระทบพระไวย  พระไวยก็พูดแดกดันกลับมา ขุนแผนฟังอยู่ก็โกรธพระไวย ที่ไม่เคารพผู้ใหญ่
 
...เอ๊ะอ้ายไวยกระไรกล้าต่อหน้ากูข่มขู่ขยี้เล่นเป็นผักยำ
ชี้ข้ามหัวพ่อเป็นตอไม้ แคะไค้ว่าเล่นไม่เป็นส่ำ
นับมึงไม่ได้อ้ายใจดำถ้อยคำหยาบช้าสามานย์...
ว่าแล้วก็จะเข้าทำร้ายพระไวยอีก นางทองประศรีก็เข้าห้าม และพูดเข้าข้างพระไวย  พระไวยก็พูดทำนอง ท้าทายว่าไม่กลัวใครทั้งนั้น ขุนแผนโกรธมาก ประกาศตัดพ่อตัดลูกกัน
...คุณย่ายิ่งตามใจยิ่งได้ที่ ตั้งแต่นี้ขาดกันจนวันตาย
ถ้ากูบรรลัยอย่าไปเผาถึงชีวิตออเจ้าจะสูญหาย
ผีมึงกูก็ไม่ไปกล้ำกราย หมายแต่จะเอาชีวิตกัน...
แล้วขุนแผนก็ทวงดาบฟ้าพื้นคืน แล้วพากันออกมาจากบ้านพระไวย  พระพิจิตรกับนางบุษบาก็ฝากฝังนางศรีมาลาแก่ขุนแผน ขุนแผนก็รับรองแข็งขันว่าจะดูแลแก้ไขให้ ทั้งสองปลอบลูกแล้วจึงลงเรือกลับไปเมืองพิจิตร
เมื่อทั้งสองคนกลับไปแล้ว ขุนแผนก็กลับขึ้นไปบ้านพระไวยอีก ท้าพระไวยให้มาสู้กัน แต่พระไวยหลบอยู่ในห้อง ไม่ยอมออกมา  นางแก้วกิริยาปลอบขุนแผนให้คลายลง แล้วพากันออกจากบ้านพระไวยโดยมีศรีมาลาตามมาด้วย ขุนแผนก็ปลอบนางศรีมาลา พร้อมทั้งให้นางพรายทั้งสองอยู่รักษาป้องกันภัยให้ แล้วจึงเดินทางกลับเมืองกาญจนบุรี
  พลายชุมพลบวชเณร 
พลายชุมพลบวชเณรอยู่ที่วัดกระพังทอง ได้เล่าเรียนหนังสือ ทั้งภาษาขอมและภาษาไทย จนสามารถแปลคัมภีร์ได้อย่างเปรื่องปราด วันหนึ่งพบ ขอมดำดิน จากเมืองหงสา ถือ ลานทองที่บรรจุวิชาไว้ ต้องการถามปัญหาของรามัญ ได้ถามปริศนาเณรพลายชุมพล เณรก็แก้ปริศนานั้นได้ ขอมจึงให้ลานทองนั้นมา ได้เรียนวิชาจากลานทองนั้นจนชำนาญ ได้ความรู้ความสามารถเป็นที่เลื่องลือ ตั้งแต่อายุเพียงสิบห้าปี
 
...เรียนวิชาในลานชำนาญใจ ล่องหนหายตัวได้ดังปราถนา
อยู่คงสารพัดศัสตรา ดำพสุธาก็ได้ดังใจปอง
กำลังรุ่นหนุ่มน้อยแน่งสนิท อิทธิฤทธิลือดีไม่มีสอง
อายุสิบห้าปีเปี่ยมคะนอง สุโขทัยสยองแสยงฤทธิ์ ฯ
อยู่มาคืนหนึ่งหวนคิดถึงย่า บิดามารดา เพราะได้จากมากว่าแปดปีแล้ว ไม่รู้ว่าทุกข์สุขประการใด รุ่งขึ้นจึงจัดแจงผูกหุ่นยักษ์จากฟาง แล้วเขียนสารถึงพ่อ  จากนั้นก็เสกหุ่นยักษ์ขึ้นมา เอาหนังสือผูกคอ  สั่งให้นำไปให้ขุนแผน ที่เมืองกาญจนบุรี  เมื่อยักษ์มนตร์ไปถึง ชาวเมืองต่างพากันตกใจ ขุนแผนได้ยินเสียงอึกทึกตึงตังก็ลงมาจากจวน เห็นเข้าก็รู้ว่าเป็นยักษ์วิชาการ
  ขุนแผนชวนเณรชุมพลายแก้แค้นพระไวย
ขุนแผนเฝ้าคำนึงถึงสารของเณรชุมพลแล้ว จึงเสกผ้าขาวบางขว้างไปเป็นลิง เข้าสู้กับยักษ์จนยักษ์แพ้ กลับกลายเป็นฟาง  ขุนแผนเห็นแผ่นกระดาษอยู่ที่มัดฟาง จึงคลี่ออกอ่านดูก็รู้ว่าเป็นของลูกจากสุโขทัย ถามทุกข์สุขถึงทุกคนก็ให้คิดถึงลูกเป็นกำลัง จึงเขียนหนังสือผูกคอยักษ์มนตร์ ไปให้พลายชุมพลมีความว่า ดีใจที่ลูกอยู่เป็นสุขและได้บวช เล่าความเป็นไปทางอยุธยาที่เกิดเรื่องกับพระไวย แล้วบอกให้พลายชุมพลช่วยพ่อ โดยให้ผูกหุ่นคนปลอมเป็นมอญใหม่ลงมาที่เดิมบาง ใกล้เมืองสุพรรณ ให้เรื่องลือไปถึงอยุธยา พระพันวษาก็คงจะให้พระไวยออกรบ และคงเกณฑ์ให้ตัวขุนแผนมาช่วยด้วย จากนั้นให้ทั้งสองคนช่วยกันรบพระไวย สำหรับผู้อื่นนั้นอย่าไปทำร้าย จากนั้นให้พลายชุมพลหลบกลับไปสุโขทัย
เณรชุมพลอ่านสารของพ่อแล้ว ให้แค้นพระไวยและสงสารพ่อมาก  พอรุ่งเช้าจึงเข้าไปหาตายาย ขอลาไปหาบิดามารดา ตายายได้ฟังก็ตามใจหลาน แล้วไปลาอาจารย์เพื่อสึกจากเณรและจะหาบ่าวไพรติดตามไป แต่พลายชุมพลบอกว่าตนมาคนเดียวยังมาได้ จึงขอแต่ม้าดีขี่ไปก็พอ  พระยาสุโขทัยก็แนะม้าสีกะเลียวให้ ซึ่งเป็นม้าพยศ แต่ประเปรียวมาก พลายชุมพลเสกหญ้าให้ม้ากิน แล้วลองขึ้นขับขี่ได้แคล่วคล่องว่องไว  ตายายเห็นดังนั้นก็ยินดี แล้วมอบดาบให้หลาน
...ดีใจเต้นหรบตบมือ ลูกเสือแล้วหรือจะไม่ได้
เรียกหลานขึ้นมาตาชอบใจ หยิบดาบยื่นให้ในทันที
ดาบนี้แต่ครั้งเจ้าคุณปู่ ท่านฟันหมู่มอญพม่าพากันหนี
จึงให้ชื่อว่าชนะไพรี เป็นของดีสืบมาจนตายาย...
ตกค่ำพลายชุมพลจัดทำบายศรีแล้วไปที่ป่าช้า ทำพิธีเรียกภูตผีโหงพรายมาพร้อมกัน เพื่อใช้ให้กำกับหุ่นมนตร์ของตน
...จัดธูปเทียนชัยขึ้นใส่พานชักสายสิญจน์โยงผ่านป่าช้าชัฏ
ได้ฤกษ์แล้วเบิกโขลนทวาร โอมอ่านพระเวทวิเศษจัด
แล้วหยิบเอาข้าวสารมาหว่านซัด เร่งรัดเรียกผีทุกตำบล...
...เอาแต่โหงพรายร้ายราวี พรุ่งนี้กูจะไปยังสุพรรณ
พวกออเจ้ามาเข้ากระบวนทัพ ไปกำกับหุ่นมนตร์พลขันธ์
รุ่งขึ้นพลายชุมพลไปกราบลาเจ้าขรัวสุโขทัย ทั้งสองคนตายายต่างอวยชัยให้พร  พอได้ฤกษ์ก็ขึ้นม้า ออกจากสุโขทัยพร้อมฝูงพราย
  พลายชุมพลแต่งทัพหุ่น
เมื่อเดินทางมาได้ครึ่งทางก็หยุดม้า  แล้วเกี่ยวหญ้ามาผูกหุ่นได้พันตัว  เมื่อเสกแล้วหุ่นก็มีชีวิตเหมือนคน ถือเครื่องศาสตราวุธครบมือ  พลายชุมพลจึงสั่งหุ่นมนตร์เหล่านั้น ให้โห่เป็นเสียงมอญใหม่ ยกไปเป็นกองทัพ ห้ามฆ่าชาวบ้านชาวเมืองทั้งปวง ให้ทำได้เพียงตีต้อนเท่านั้น  เมื่อถึงเดิมบางก็ให้ตั้งค่ายในป่า
ผู้รั้งเมืองสุพรรณได้ข่าวกองทัพยกมาก็หวาดหวั่น จัดการป้องกันเมืองอย่างมั่นคง แล้วมีใบบอกไปกรุงศรีอยุธยา
...เกณฑ์คนขึ้นประจำใบเสมารักษาป้อมค่ายไว้มั่นคง
รั้วขวากลากมาสนามเพลาะมั่นเหมาะค่ายคูดูระหง
ด่านทางวางรอบเป็นขอบวงให้ม้าใช้สืบส่งคดีมา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน