*/
  • อิศรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-05
  • จำนวนเรื่อง : 1472
  • จำนวนผู้ชม : 1803898
  • จำนวนผู้โหวต : 332
  • ส่ง msg :
  • โหวต 332 คน
เที่ยวงานศาลาไทยที่ Bad Homburg 4-5 กรกฏาคม2009

"สง่างามและงดงาม ตามรูปแบบเฉพาะ ศาลาอันสวยงามแห่งนี้ ตั้งเด่นอยู่เบื้องหน้าเรา เหมือนดั่งเทพนิยายจากดินแดนอันห่างไกล สีสันอันสว่างไสวทำให้ดูโดดเด่น จากต้นไม้สีเขียวที่รายรอบ และเมื่อการตกแต่งประดับประ

View All
<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


สนใจด้านไหนมากที่สุด
ศิลปะวัฒนธรรม
46 คน
ท่องเที่ยว
98 คน
อาหาร
63 คน
วรรณกรรม/กาพย์กลอน
22 คน
ทั่วไป
28 คน

  โหวต 257 คน
วันเสาร์ ที่ 11 สิงหาคม 2550
Posted by อิศรา , ผู้อ่าน : 6395 , 00:39:32 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

ข้อควรจำ

อย่าลืมว่าเราใช้ ”er”, “sie”และ “es””sie”Ich suchte ihn überall. ฉันไปตามหาเขาทั่วทุกแห่ง

อ้อ,ฉันเห็นเขาอยู่ที่โน่น

ฉันไม่พบเขาสักแห่งเลยOh,jetzt sehe ich ihn drüben.

ใครบางคนกำลังรออยู่ข้างนอก

Ich möchte ihn bitten,jetzt hierher zu kommen.ฉันขอให้เขามาที่นี่ เดี๋ยวนี้Draußen

บนโน้นอากาศร้อนจัดเกินไป

Ich habe drüben Verwandte. ฉันมีญาติพี่น้องอยู่ที่โน่น (สถานที่อย่ห่างไกลและเป็นหัวข้อในการสนทนา)

Droben

Das habe ich nirgends gesehen.ฉันไม่เคยเห็นสิ่งนั้นที่ไหนมาก่อน (nirgendsแปลว่าไม่มีที่ไหนเลย)

2.กริยาวิเศษณ์บอกที่บอกเวลา ตอบคำถามว่า"เมื่อไหร่" ,"นานแค่ไหน","บ่อยแค่ไหน" Temporale Adverbien (Zeitadverbien)antworten auf die Fragen "wann?", "wie lange?", "wie often?" คำกริยาวิเศษบอกเวลา หมายถึงคำหรือกลุ่มคำที่ไปทำหน้าที่ขยายกริยาเพื่อตอบคำถามว่า เมื่อไร(wann),นานแค่ไหน(wie lange),บ่อยแค่ไหน(wie often) ดูตัวอย่างการใช้ Zeitadverbien ในประโยคต่อไปนี้

Der Patient ist jetzt hier.

เดี๋ยวนี้คนป่วยอยู่ที่นี่แล้ว

เมื่อนายแพทย์ถูกเรียก,แล้วเขาก็มา

Wenn der Arzt angerufen wird,dann kommt er .

Der Patient braucht ihn sofort.

Ich werde ihn sofort anrufen.

ฉันจะไปโทรศัพพ์เรียกเขาทันที

คนป่วยต้องการเขาทันทีทันใด

Der Patient jammerte: "Oh,wann wird der Arzt kommen?"คนป่วยร้องคร่ำครวญ โอ แพทย์จะมาเมื่อไหร่?

Inzwischen rief ich ihn an.

ในระหว่างเวลานั้นฉันก็ได้โทรหาเขา

Er kam sofort เขามาทันที

Ich komme bald. ฉันจะมาในไม่ช้านี้ Dann

Komm doch endlich! มาเร็วหน่อยสิ

Endlich

Er hat es schießlich verstanden. ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าสิ่งที่พูดถึงนั้นคืออะไร(หรือหมายความว่าอะไร)

Ich habe ihm ausrichten lassen,dass er sofort kommen soll. ฉันฝากบอกให้เขามาทันที

Ich warte bis morgen auf ihn.

ฉันจะรอเขาจนกระทั่งพรุ่งนี้

Ich werde bis Mittag arbeiten. ฉันทำงานจนถึงเที่ยง

Mein Vater lebte bis 91. พ่อของฉันมีชีวิตจนถึง 91 ปี

Wir sind bisher noch nicht offiziell informiert worden. จนกระทั่งบัดนี้เรายังไม่ได้รับแจ้งเป็นทางการเลย

Er geht häufig dahin. เขามักจะไปที่นั่นบ่อยๆ

Ich habe ihn in der letzten Zeit selten gesehen.

ระยะนี้ฉันไม่ใคร่เห็นเขาเลย

Er kommt selten hierher. เขามาที่นี่นานๆครั้ง

Er kommt jeden Monat hierher.เขามาที่นี่ทุกเดือน

Er kommt manchmal zu uns.

บางครั้งบางคราว

เขาก็มาเยี่ยมเยือนเรา

3."กริยาวิเศษณ์บอกกริยาอาการ" หมายถึงคำที่ไปทำหน้าที่ขยายกริยาเพื่อตอบคำถามว่า"อย่างไร?"(wie?) เพื่อแสดงกริยาอาการหรือคุณลักษณะต่าง ๆ ที่แสดงออกมา Modale Adverbien(Adverbien der Art und Weise) antworten auf die Fragen "wie?" und "in welchem Maße".ตัวอย่างเช่น

Er macht seine Arbeit gut.

Die Krankenschwester legt den Patienten vorsichtig auf die Seite.. นางพยาบาลพลิกคนป่วยตะแคงเบา ๆ

เขาปฏิบัติงานได้ดี

Der Patient sieht erbärmlich aus.

คนป่วยดูเหมือนอาการหนัก

เขารับประทานยา(ยาน้ำ)ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว

Er trank schnell die ganze Medizin.

เด็กคอยมารดาของเขาอย่างอดทน

Das Kind wartete geduldig auf seine Mutter.

เขาเดินจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

Er verließ schnell das Zimmer.

คนป่วยรู้สึกค่อยยังชั่วขึ้นบ้าง

Der Patient fühlt sich etwas besser .

ซอนย่าดูเหมือนดีขึ้นมากวันนี้

Das Kind ist sehr durstig.เด็กกระหายน้ำมาก

Sonja schheint es heute viel besser zu gehen.

Er ist ganz zufrieden damit. เขาพอใจกับมันมาก

Er ist beinahe gestorben.เขาเกือบสิ้นใจ

Monika versteht sich besonders gut darauf, Obstsalat zu machen.โมนิก้าสามารถทำสลัดผลไม้ได้ดีเป็นพิเศษ

Ich kann mich kaum an ihn erinnern.

ฉันแทบจะจำเขาไม่ได้เลย

Sie kleidete sich recht hübsch.

เจ้าหล่อนแต่งตัวสวยพอใช้

Sie ist ganz traurig. หล่อนเศร้ามาก

4. กริยาวิเศษณ์ที่บ่งบอกเหตุผล เพื่อตอบคำว่า"ทำไม" Kausale Adberbien (antworten auf dieFragen"weshalb?"und"warum?"

Ich habe noch viel zu tun und kann deshalb nicht mit.

Es regnete,darum blieb er zu Hause.

ฉันมีงานที่ต้องทำอีกมากจึงมาด้วยไม่ได้(เราใช้"deahelb"ในความหมาย"จึง"ขยายความของกริยาที่กระทำภายหลังเพื่อแสดงความที่เป็นผลเนื่องจากเหตุข้างหน้า)

เราใช้"darum"เป็นคำกริยาวิเศษณ์ขยายความของกริยา"blieb"ในความหมาย"ดังนั้น" หรือ"เพราะนั้น" เพื่อบอกเหตุ หรือ เพื่อบอกผลหรือข้สรุป เราใช้"darum" ในประโยคเป็น Konjunktionaladverb(สันธานวิเศษณ์)

ฝนกำลังตก,ดังนั้น(หรือเพราะฉะนั้น)เขาจึงอยู่บ้าน

Er wurde krank und mußte deswegen den Vortrag absagen.เขาล้มหมอนนอนเสื่อจึงต้องบอกปฏิเสธการปาฐกถา

Er hatte keine Zeit,darum verschob er seinen Schwiegermutterbesuch auf nächsten Mittwoch.เขาไม่มีเวลาเพราะฉะนั้นเขาจึงเลื่อนการเยี่ยมแม่ยายออกไปเป็นวันพุธหน้า

เราใช้"darum" เป็น"Konjunktionladverb" ชนิดที่เป็น"สันธานวิเศษณ์บอกเหตุผล"หมายถึงคำที่ไปทำหน้าที่เชื่อมประโยคหน้า-หลังให้กลมกลืนกัน และขยายกริยาในประโยคหลังเพื่อบอกเหตุผลสำหรับการกระทำนั้น ๆ ด้วย)

5.กริยาวิเศษณ์คำถาม(Interrogativadverb)เป็นกริยาวิเศษณ์ใช้เพื่อถามคำถามมีดังนี้

1.กริยาวิเศษณ์ที่ใช้ถามเกี่ยวกับเวลา(Interrogativadverbien der Zeit)

2.กริยาวิเศษณ์ ที่ใช้ถามเกี่ยวกับสถานที่(Interrogativadverbien des Ortes)

3. กริยาวิเศษณ์ ที่ใช้ถามเกี่ยวกับเหตุผลของการกระทำ(Interrogativadverbien des Grundes)

4. กริยาวิเศษณ์ ที่ใช้ถามถึงกริยาอาการของการกระทำว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร(Interrogativadverbien der Art und Weise)

Interrogativadverbien (กริยาวิเศษณ์คำถาม)มีชื่อเรียกเป็นภาษาเยอรมันว่า Frageadverbien.

Frageadverbien des Ortes: wo? Woher? Wohin? Wohinaus?

Frageadverbien der Zeit: wann? Seit wann? Bis wann? Wie lange? Wie oft?

Frageadverbien des Grundes: warum? Weshalb? Weswegen?

Frageadverbien der Art und Weise: wie? Wieviel?

กริยาวิเศษณ์ที่ใช้เป็นคำถามจะวางไว้ต้นประโยคเสมอเช่น

1.Wo treffen wir uns morgens?

พรุ่งนี้เราเจอกันที่ไหนดี

คุณมาจากไหนครับ/คะ

4. Wann findet die Feier statt?

พิธีนั้นจะมีขึ้นเมื่อไหร่

2.Wohin gehen Sie?คุณไปไหนครับ/คะ3.Woher kommen Sie?

5.Bis wann sind Sie in Hagen?

คุณจะอยู่ฮาเก้นถึงเมื่อไหร่

6.Seit wann sind Sie in Berlin?

คุณอยู่เบอร์ลินตั้งแต่เมื่อไหร่?

7.Wie oft waren Sie schon in Phuket?

คุณเคยไปภูเก็ตกี่หนแล้ว

8.Wie lange bleiben Sie in Bangkok?

คุณจะอยู่ที่กรุงเทพฯ นานเท่าใด

9.Warum sind Sie nach Deutschland gekommen?

คุณเดินทางมายังประเทศเยอรมันเพื่ออะไร

10. Weshalb hast du das getan?

ทำไม

11. Weswegen weinst du?

ทำไม

12.Wie geht es Ihrem Vater heute?

วันนี้คุณพ่อของคุณสบายดีหรือ

13.Wieviel kostet das?

มันราคาเท่าไหร่

14.Wie machen Sie das?

คุณทำสิ่งนี้ได้อย่างไร

6.คำกริยาวิเศษณ์ที่เกิดจากการผสมกันระหว่างคำกริยาวิเศษณ์(Adverb)กับคำบุพบท(Präposition) ตรงกับภาษาเยอรมันว่า Pronominaladverbien.

Pronominaladverbien setzen sich zusammen aus: Adberb+ Präposition

Pronominaladverbien.ใช้แทนสรรพนามบุรุษที่ 3 (Personalpronomen der 3.Person)ที่ใช้แทนสิ่งของที่เคยกล่าวมาแล้ว และใช้ในหน้าที่กรรรมรองหรือกรรมตรงของบุพบทดังตัวอย่างข้างล่างนี้

A: "Erinnerst du dich an den Garten?"

เธอจำสวนนั้นได้ไหม?

เธอถึงร้องไห้
คุณจึงทำอย่างนี้

B: "Ja,ich erinnere mich daran."

ฉันจำได้(จำได้ครับ/คะ)

Das ist etwas,wofür ich die volle Verantwortung

Wenn du mit der Arbeit rechtzeitig fertig werden willst, mußt du dich dahinter klemmen.

ถ้าเธออยากทำงานให้เสร็จทันเวลาก็ต้องใช้ความพยายามหน่อย

Wonach

Woran

Worauf

warten Sie? คุณรออะไร

Woraus

Worin

---------- กฏหมายใหม่ต่างจากกฏหมายเก่าอย่างไร ---------

Ich werde zwei Nächte im Hotel wohnen.Danach werde ich in ein Apartment ziehen. ฉันจะพักในโรงแรมสองวัน ต่อไปจึงไปอยู่อพาตเม้นท์

Womit

haben Sie Probleme? คุณมีปัญหาเรื่องอะไรบ้าง

übernehmen muß.

มันเป็นสิ่งที่ผมต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ "wofür" เกิดจาก wo+für ทำหน้าที่โยงไหถึงเนื้อความที่อยู่ข้างหน้า

ในภาษาเยอรมันมีคำกริยาวิเศษณ์ 3 คำ ได้แก่ da, wo และ hier ที่ผสมกับบุพบทแล้วรวมกันเข้าเป็น Pronominaladverbien คำผสมชนิดนี้ได้แก่คำว่า damit, danach, dadurch, dagegen, dafür, daneben,darauf,daran,darüber,darunter,daraus

ในประโยคคำถามเท่าที่ปรากฏและใช้กันบ่อย เราอาจใช้กริยาวิเศษณ์คำถาม(Frageadverb) "Wo"ที่อยู่ในรูปผสมกับบุพบท(Pronominaladverbien)เพื่อถามคำถามสำหรับคำนามที่เป็นสิ่งของและเป็นกรรมของบุพบท คำกริยาวิเศษณ์ชนิดนี้ได้แก่คำว่า : womit, wonach, wodurch, wogegen, wofür, woneben, worauf, woran, worüber,worunter, woraus เป็นต้น

ขอให้ดูประโยคตัวอย่างดังต่อไปนี้

Ich interessiere mich nicht dafür. ฉันไม่สนใจเรื่องนั้น

Wie kommen Sie darauf? ทำไมคุณถึงคิดอย่างนั้นละ

"den Garden" ในประโยคที่ A พูดเป็นกรรมตรงของบุพบท an, เพื่อจะได้ไม่ต้องกล่าวคำนาม"den Gerten" ในประโยคคำตอบจึ่งเลี่ยงไปใช้ Pronominaladverbien. "daran" แทน คำว่า "daran"เกิดจากการผสมระหว่างคำกริยาวิเศษณ์(Adverb) da กับบุพบท an แต่มีกฏเกณฑ์ว่าถ้าคำบุพบทขึ้นต้นด้วยสระ ให้เติม r คั่น เพราะฉะนั้น da + an = daran (Beginnt die Präposition mit einem Vokal,wird zur Erleichterung der Aussprache ein -r- eingefügt)

นอกจากนี้ยังใช้ Pronominaladverbien แทนสรรพนามที่ใช้เป็นคำถาม(Interrogativproonomen)ก็ได้ดังตัวอย่างข้างล่างนี้

ประโยคบอกเล่า : Er spricht von seiner Arbeit.เขาพูดถึงเรื่องงานของเขา

ประโยคคำถาม : Wovon spricht er? เขาพูดถึงเรื่องอะไร?

Pronominaladverbien "Wovon" เกิดจากการผสมระหว่างคำกริยาวิเศษณ์ wo และบุพบท von. Wo+ von + Wovon แปลว่า ถึงเรื่องอะไร

นอกจากนี้ยังใช้ Pronominaladverbien แทนประพันธ์สรรพนาม(Relativpronomen)ได้อีกด้วย ประพันธ์สรรพนามคือสรรพนามที่ใช้เชื่อมเนื้อความให้สัมพันธ์กันโดยสรรพนามเหล่านี้จะช่วยอ้างอิงถึงคำที่อยู่ข้างหน้า ดูตัวอย่างข้างล่างนี้

การก(Kasus)คือรูปของคำที่แสดงหน้าที่ความสัมพันธ์กับคำอื่น แบ่งออกเป็น 4ชนิด ดังต่อไปนี้

1.Nominativ

2.Genitiv

3.Dativ

4.Akkusativ

(การกของกรรมตรง)คือรูปของคำที่ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยาหรือบุพบท §
(การกของกรรมรอง)คือรูปของคำที่เป็นกรรมรองของกริยาหรือบุพบท
(สัมพันธการก)คือรูปของคำที่ทำหน้าที่เป็นเจ้าของนามอีกคำหนึ่ง
(กรรตุการก)คือรูปของคำที่ทำหน้าที่เป็นผู้แสดงกริยาหรือผู้ทำ คือคำที่เป็นประธานของกริยาใน)ประโยคนั่นเอง
unterscheidet sich das neue von dem alten Gesetz?

คำสันธาน(Die Konjunktion)

คำสันธาน (Die Konjunktion)มีหน้าที่ใช้เชื่อมคำ(Wörter) ,กลุ่มคำ(Wortgruppen)หรือประโยค(Sätze)ให้เกี่ยวข้องติดต่อกันในความหมายอันใดอันหนึ่ง. Die Konjunktion (Bindewörter) dienen dazu, Wörter ,Wortgruppen(Satzteile)oder Sätze miteinander zu verbinden, um ein bestimmtes Verhältnis dieser Tiele zueinander auszudrücken ดังตัวอย่างต่อไปนี้

Meine Schwester und ihre Freundin spielen Tennis.

น้องสาวของฉันและเพื่อนผู้หญิงของเขาเลนเทนนิส

เพเท่อร์จะมาเยี่ยมเรา,แต่ไม่ใช่วันอาทิตย์

Kolumbus ging an Land,als die Matrosen den Anker geworfen hatten.

โคลัมบัสขึ้นฝั่ง,ขณะที่เหล่ากลาสีทอดสมอเรือ

Weil

เพราะว่า

อากาศเริ่มดีขึ้น,เราจึงตั้งต้นที่จะเดินทาง

Die Frau ist nett,und sie ist hübsch.

ผู้หญิงคนนี้มีความน่ารัก,และหล่อนยังสวยอีกด้วย

Hans und Marie gingen ins Theater.

ฮันส์และมารีได้ไปดูละคร

Du kannst Fleisch oder Fisch haben.

เธอจะทานเนื้อหรือปลาก็ได้

Sie ist dumm,aber schön.

เธองี่เง่าแต่ก็สวย

Er geht ins Kino,aber ich nicht.

เขาไปดูหนัง,แต่ ฉันไม่ไป

Sie kommt,oder vielleicht ihre Schwester.

ไม่รู้ว่าเธอหรือน้องสาวของเธอกำลังจะมา

Alfred geht aus,und Otto bleibt zu Hause.

อัลเฟรดออกไปเที่ยว,แต่อ็อทโท่อยู่บ้าน

Der Vogel singt,und der Hund bellt.

นกร้อง,และสุนัขเห่า

Ich hörte ihn,aber er hörte mich nicht.

ฉันได้ยินเขา,แต่เขาไม่ได้ยินฉัน

Sie ging nicht ins Kino,sondern sie blieb zu Hause.

Josef spielt entweder in seinem Zimmer,oder er ist bei seinem Freund.(Nur eine Möglichkeit kann zutreffen.)

ถ้า

โยเซฟไม่เล่นในห้องของเขาก็ต้องอยู่บ้านเพื่อนของเขา

Josef ist zwar zu Hause, aber er möchte niemanden sehen.(Die Möglichkeit,ihn zu besuchen,ist eingeschränkt.)

โยเซฟอยู่บ้านก็จริง,แต่เขาไม่ต้องการพบใคร

Josef ist in seinem Zimmer,denn er hat Hausarrest.(Der Grund für seinen Aufenthalt im Zimmer wird angegeben.)

โยเซฟอยู่ในห้องของเขา,เพราะเขาถูกกักบริเวณ

Nicht nur

ไม่เฉพาะ

เขา แต่เมียเขาด้วยจะมาที่นี่

Sowohl

ทั้ง

เขาและหล่อนได้มาที่นี่แล้ว

Wede

ทั้งคาร์ล และ อ็อทโท่ไม่เห็นชอบด้วย

(เราใช้ Weder-noch ในความหมายทั้ง….และ….ไม่….ด้วย)

Entweder

2.คำสันธานที่เชื่อมส่วนของประโยคหรือส่วนขยายกับประโยค

Sie heißen deshalb Satzteil- Konjunktionen)ดังตัวอย่างต่อไปนี้

zahlen Sie mir,oder ich verklage Sie. ถ้าคุณไม่จ่ายฉัน ฉันจะฟ้องคุณ (เราใช้ entweder….oder ในความหมายว่าไม่….ก็…)
(Manche Konjunktionen binden Satzteile an den Satz.

Hugo geht als Cowboy zum Karneval.

ฮูโก้แต่งตัวเป็นคาวบอยไปงานคารเนวัล

Er arbeitet wie ein Irrer.

เขาทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง

Er schreit wie ein Irrer.

เขาร้องตะโกนราวกับคนบ้า

Je mehr ich lese,desto verwirrter werde ich.

ฉันยิ่งอ่านมากเท่าไหร่,ฉันยิ่งงงมากเท่านั้น

Je länger ich schlafe,um so müde bin ich.

ฉันยิ่งนอนมากเท่าไหร่,ฉันก็ยิ่งเพลียมากเท่านั้น

3.คำสันธานต่อประโยคกับประโยค(Die unterordnenden Kojunktionen verbinden Nebensätze und Hauptsätze miteinander.) เป็นสันธานที่ใช้เชื่อมประโยคเกี่ยวกับการอ้างถึงสถานที่,เวลาให้เวลาหนึ่งหรือช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือแสดงเป็นนัยเกี่ยวกับความคิดเห็น,เหตุผลหรือความมุ่งหมาย(Sie dienen dazu, ein bestimmtes räumliches,zeitliches oder logisches Verhältnis auszudrücken.)

Die Ppfadfinder setzten die Wanderung fort,als das Gewitter aufgehört hatte.

เมื่อพายุฝนหยุด,เหล่าลูกเสือก็เริ่มเดินทางไกลต่อ

Weil

เพราะว่าเกอร์กไม่สบาย,เราจึงเลื่อนการขี่จักรยานท่องเที่ยว

Als ich in Wien wohnte,ging ich oft ins Theater.Ich ging oft ins Theater,als ich in Wien wohnte.

ขณะ

ที่ฉันอยู่กรุงเวียนนา ฉันไปดูละครบ่อย

Als er eintrat,stand jeder auf.

เมื่อ

เขาเข้ามา,ทุกคนยืนขึ้นหมด
wenn,wann,indem หรือ dadurch daß, daß ,ob, sobald,soweit และ weil

การใช้คำสันธาน

Wenn

หากฉันมีเงินมากกว่านี้(ซึ่งเป็นไปไม่ได้,มีความหมายแสดงว่าสมมุติ),ฉันก็คงจะซื้อรถยนต์ได้

ich mehr Geld hätte, könnte ich mir ein Auto kaufen.

Wenn

เมื่อ

เขากลับมา,เขาจะพักค้างคืนกับเรา

Wenn

ทุกครั้งที่

(เมื่อ)เขามา,เขาจะมาเยี่ยมเราทุกที

Ich weiß nicht,wann er kommt.

ฉันไม่รู้ว่า,เขาจะมาเมื่อไหร่หรือเมื่อไหร่เขาจะมา)

Wann geht er ins Büro? เมื่อไหร่เขาจะไปทำงาน(คำว่าเมื่อไหร่=“Wann” ในประโยคนี้ไม่ใช่คำสันธานแต่เป็นคำ”ปฤจากริยาวิเศษณ์ = Interrogativadverb)

Er bewies seine Freundschaft,indem er mir half.

เขาได้แสดง(พิสูจณ์)ความเป็นมิตรของเขาให้เห็นโดยการช่วยเหลือกัน

(

Er bewies seine Freundschaft, daduch daß er mir half.

เขาได้แสดงความเป็นมิตรให้เห็นโดยการช่วยเหลือกัน

Es sah aus,als ob es regnen würde.

มันดูเหมือนว่าฝนตก

Bevor

ก่อน

คุณจะไปข้างนอก คุณต้องล้างจานก่อน

Da

เพราะว่า

ฉันยังมีเวลา,ฉันจึงโทรไปหาเขา

Ich weiß ,daß sie klug ist.

ฉันรู้ว่าหล่อนฉลาด

Weißt du,ob er da ist?.

เธอรู้ไหมว่าเขาอยู่หรือเปล่า

Sobald

ทันทีที่

ฉันเห็นเขา,ฉันจะโทรไปบอกคุณ

Soweit

เท่าที่

ฉันรู้มา,เดี๋ยวนี้เขาสบายดี

Ich bin in die Berge gefahren,weil das Wetter schön war.

ฉันขับรถไปที่ภูเขา,เพราะอากาศอันดี//

ich informiert bin,geht es ihm gut.
ich ihn sehe,rufe ich Sie an.
ich noch Zeit hatte,rief ich ihn an.
du ausgehtst .mußt du das Geschirr waschen.
er kommt, besucht er uns immer.
er zurück kommt,wird er bei uns übernachten.
Georg krank war, mußten wir unsere Radtour aufschieben.
r Karl noch Otto ist dafür.
er als auch sie waren hier.
er,sondern auch seine Frau möchte kommen.das Wetter besser wird,können wir aufbrechen.

Die Reisegeselschaft mußte umkehren,denn an der Grenze streikten die Zollbeamten.คณะท่องเที่ยวต้องกลับ,

เนื่องจาก

ศุลกากรประท้วงหยุดงานที่ชายแดน

Peter möchte uns besuchen, aber nicht am Sonntag.

หล่อนไม่ไปดูหนัง,แต่อยู่บ้าน

Peter aß Eis,obwohl er Bauchschmerzen hatte.

เพเท่อร์กินไอศครีม,ทั้ง ๆ ที่เขายังปวดท้องอยู่

1.คำสันธานที่เชื่อมคำ (Wörter),กลุ่มคำ(Wortgroppen)หรือมุขประโยค(Hauptsätze)เข้าด้วยกัน(Die nebenordnenden Konjunktion)ดังตัวอย่างต่อไปนี้

คำสันธานที่กล่าวมาแล้วนั้นแบ่งออกเป็นชนิดใหญ่ ๆ ได้ 3 ชนิดคือ

Die Kinder können mit Masser und Gabel essen.

เด็ก ๆ ใช้ช้อนกับซ่อมได้

An Sonntagen und an hohen Feiertagen bleibt die Ausstellung geschlossen.

ในวันอาทิตย์และวันหยุดราชการการแสดงสินค้าปิด

Peter spielt im Garten,und Susane liest ein Buch.

พี่เท่อร์เล่นอยู่ในสวน,และซูซันเน่อ่านหนังสือ

ist dieser Stoff? ผ้านี้ทำด้วยอะไร
ist Ihr Vater gestorben?คุณพ่อของคุณเป็นอะไรถึงเสียครับ
suchen Sie?คุณกำลังหาอะไร
sind wir da! ในที่สุดเราก็มาถึง
ging ich nach Hause.และแล้วฉันก็ได้กลับบ้าน
ist es zu warm.
wartet jemand.
คือคำหรือกลุ่มคำที่บรรยายหรือขยายความหมายของกริยา(Verben),คุณศัพพ์(Adjektive),กริยาวิเศษณ์ด้วยกัน(Adverbien)หรือ ประโยคทั้งหมด(Sätze) เพื่อให้มีความหมายกว้างและชัดเจนยิ่งขึ้น Das Adverb wird vor allem gebraucht, um Verben,Adjektive,andere Adverbien oder ganze Sätze näher zu bestimmen oder zu beschreiben. คำกริยาวิเศษณ์เป็นคำหนึ่งในประเภทของคำที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปคำเมื่อเข้าประโยค คือ ไม่ต้องฝันไปตามเพศพจน์ และการก ของคำนามอย่างคำคุณศัพพ์ (Adverbien können nicht dekliniert werden.)
(Das Adverb)
แปลว่า เขาทั้งหลาย ,พวกเขา, มันทั้งหลาย แทนคำนามเพศชายพหูพจน์ หรือเพศหญิงและเพศชายรวมกัน ”sie” ในประโยคเขียนขึ้นต้นด้วยอักษรตัวเล็ก ถ้าอยู่ต้นประโยคต้องเขียนขึ้นต้นด้วยอักษรตัวใหญ่ แทนคน สัตว์ สิ่งของ และสถานที่ที่เป็นเอกพจน์ เราต้องใช้ ”er” แทนในเมื่อเป็นคำนามเพศชายเอกพจน์เช่น der Tisch = er ,der Stuhl = er, der Briefträger = er, der Bahnhot = er เป็นต้น

แทนคำนามเพศหญิง เอกพจน์

เราใช้ ”sie”

เช่น die Lehrerin = sie , die Lampe = sie, die Toilete = sie

เราใช้ ”es”

das Pferd = es, das Mädchen = es เป็นต้น (er, sie และ es ที่ใช้กับคนแปลว่า เขา แต่ถ้าใช้กับสัตว์และสิ่งของจะแปลว่า มัน บุรุษสรรพนามทั้งสามคำใช้แทนสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ได้ที่เป็นเอกพจน์)

สรรพนามบุรุษที่ 3

ถึงแม้คำสรรพนามที่ใช้ในการพูดจากัน(Personalpronomen) ที่กำหนดขึ้นใช้เพื่อการนี้จะมีไม่มากคำนักก็ตาม แต่ก็มีวิธีใช้ยุ่งยาก เพราะสรรพนามเหล่านี้จะต้องใช้ต่างกันไปตาม บุรุษ พจน์ และการก ของผู้พูดและผู้ฟัง

Deklination des Personalpronomens

คำกริยาจะผันไปตามพจน์และบุรุษของสรรพนามที่ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค

Die Personalpronomen können -wie Substantiv-in allen vier Fällen auftreten.

คำบุรุษสรรพนามมีการก(Fälle)ต่าง ๆเช่นเดียวกับคำนาม(Substantive)

คำ ich, du,es,sie,Sie ว่า ใช้เมื่อเป็นประธานหรือผู้กระทำถ้าเป็นกรรมตรง คือผู้ถูกกระทำให้ใช้คำ mich, dich, ihn' es, sie, uns, euch, ihnen, Ihnen

ถ้าเป็นกรรมอ้อมหรือกรรมรองให้ใช้คำ mir, dir, ihm,ihm, ihr, uns, euch, ihnen, Ihnen ถ้าอยู่ในสัมพันธกรารกคือเป็นเจ้าของใช้คำ mein, sein, ihr, unser, euer, ihr, Ihr ซึ่งต้องผันหรือเปลี่ยนรูปตามเพศและพจน์ของคำนามที่อยู่ข้างหลัง(ดูตารางการผันสรรพนามแสดงเจ้าขอคำ ใช้กับคน ใช้แทนคนตั้งแต่สองคนขึ้นไป เป็นพหูพจน์)

คำ wir, ihr ใช้กับคนใช้แทนคนตั้งแต่สองคนขึ้นไป เป็นพหูพจน์

คำ sie ใช้กับคน สัตว์ และสิ่งของ ใช้ตั้งแต่สองคน สองตัว สองสิ่งขึ้นไป เป็นพหูพจน์

บทชี้แจงเพิ่มเติม

คำกริยาวิเศษณ์

(การผันบุรุษสรรพนาม)
พหูพจน์(Plural) คือคำว่า
แทนคำนามเพศกลาง เอกพจน์เช่น

 

คำกริยาวิเศษณ์

ในภาษาเยอรมันได้แบ่งกริยาวิเศษณ์นี้ออกเป็น 6 อย่างด้วยกัน

1.กริยาวิเศษณ์ที่บอกสถานที่ ตอบคำถามว่า "ที่ไหน", "จากไหน","ไหน" Lokale Adverbien(Ortsadverbien)anworten auf die Fragen "wo?","woher?","wohin?" ดูตัวอย่างการใช้"คำหรือกลุ่มคำที่มาทำหน้าที่ขยายกริยา เพื่อบอกสถานที่หรือเพื่อตอบคำว่า"ที่ไหน?(wo)" ในประโยคต่อไปนี้

Herr Mühlberg girg nach draußen,um einen Spaziergang zu machen. นายมืลแบร์กออกไปข้างนอก,เพื่อเดินเล่นในสวน(นายมืลแบร์กออกไปเดินเล่นในสวน)

Herr Dr.Müller will ihn herein bitten.

นายแพทย์มึลเล่อร์อยากให้เขาเข้ามาข้างใน

Ich kann ihn nirgends finden.


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Sydneychocolatier วันที่ : 11/08/2007 เวลา : 16.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bakingclub
May the Chocolate be with you!!!

Sehr kompleziert!!

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สาวโรงงาน วันที่ : 11/08/2007 เวลา : 04.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mootong

พรุ่งนี้จะมาอ่านใหม่นะ วันนี้ง่วงจังจ๊ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน