*/
  • อิศรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-05
  • จำนวนเรื่อง : 1460
  • จำนวนผู้ชม : 1720754
  • จำนวนผู้โหวต : 321
  • ส่ง msg :
  • โหวต 321 คน
เที่ยวงานศาลาไทยที่ Bad Homburg 4-5 กรกฏาคม2009

"สง่างามและงดงาม ตามรูปแบบเฉพาะ ศาลาอันสวยงามแห่งนี้ ตั้งเด่นอยู่เบื้องหน้าเรา เหมือนดั่งเทพนิยายจากดินแดนอันห่างไกล สีสันอันสว่างไสวทำให้ดูโดดเด่น จากต้นไม้สีเขียวที่รายรอบ และเมื่อการตกแต่งประดับประ

View All
<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


สนใจด้านไหนมากที่สุด
ศิลปะวัฒนธรรม
46 คน
ท่องเที่ยว
98 คน
อาหาร
63 คน
วรรณกรรม/กาพย์กลอน
22 คน
ทั่วไป
28 คน

  โหวต 257 คน
วันอาทิตย์ ที่ 12 สิงหาคม 2550
Posted by อิศรา , ผู้อ่าน : 2626 , 22:20:44 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โดย ผู้จัดการออนไลน์

เอเจนซี - ตลาดค้าอวัยวะผุดขึ้นมากมายในหลายประเทศทั่วโลก ดึงดูด “ลูกค้า” จากชาติร่ำรวยที่กระเสือกกระสนหาทางต่อชีวิต ขณะที่ประชากรจำนวนมากในประเทศยากจนผันตัวเองมาเป็นพ่อค้าขายชิ้นส่วนในร่างกาย เพื่อเลี้ยงชีพเลี้ยงครอบครัว ถือเป็นวิธีหาเงินที่บางครั้งอาจต้องแลกด้วยชีวิต เพราะบ่อยครั้งที่ไม่ได้รับการเหลียวแลจากทั้งแพทย์และผู้รอรับอวัยวะ นอกจากนั้นยังมีประชาชนอีกส่วนหนึ่งตกเป็นเหยื่อโจรในคราบหมอสุดชั่ว เข้าพบแพทย์หวังตรวจสุขภาพแต่กลับถูกปล้นอวัยวะ
       
       พอล ลี ได้รับตับจากนักโทษประหารชาวจีนคนหนึ่ง กอรอมในอียิปต์หาไตให้น้องสาวได้ในราคา 5,300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ฮากาน ชาวเมืองอิสตันบุล โพสประกาศขายไต 1 ข้างในอินเทอร์เน็ต สนนราคา 30,700 ดอลลาร์
       
       พวกเขาเหล่านี้ไม่ได้ผิดปกติแม้แต่น้อย ปัจจุบันนี้การที่ประเทศร่ำรวยขาดแคลนอวัยวะบริจาคอย่างหนักทำให้ชาวต่างชาติและผู้ป่วยโรคร้ายระยะสุดท้ายพากันเดินทางมายังประเทศที่ยากจนกว่า เช่น จีน ปากีสถาน ตุรกี อียิปต์ โคลอมเบีย และฟิลิปปินส์ เพื่อหาซื้ออวัยวะใหม่ต่อชีวิต
       
       ลี หัวหน้าช่างเทคนิคของรถไฟใต้ดินในฮ่องกง วัย 53 ปี ทราบผลวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับเมื่อเดือนมกราคม ปี 2005 แต่คณะแพทย์ไม่ยอมปลูกถ่ายอวัยวะให้ลีเพราะเกรงว่าเนื้อร้ายจะแพร่กระจายไปส่วนอื่นของร่างกาย
       
       ต่อมา เพื่อนคนหนึ่งบอกลี ว่า มีโรงพยาบาลที่รับปลูกถ่ายอวัยวะตั้งอยู่ที่เมืองเทียนจิน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ลีจึงเดินทางไปที่นั่น ในเดือนเมษายน ปีเดียวกัน ลีจ่ายเงินไป 260,000 หยวน หรือราว 34,380 ดอลลาร์ เพื่อเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะที่ช่วยต่อชีวิต
       
       ลี เล่าว่า โรงพยาบาลแห่งนี้ติดต่อกับนักโทษมากมาย “ไตใหม่ของผมได้มาจากนักโทษประหารคนหนึ่งจากมณฑลเฮยหลงเจียง ผมขอขอบคุณนักโทษผู้บริจาคไตอย่างสุดซึ้ง”
       
       องค์การอนามัยโลก (ฮู) ประมาณการว่า ในแต่ละปีมีการปลูกถ่ายตับ 21,000 ชิ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ กล่าวว่า ในแต่ละปีทั่วโลกต้องการตับอย่างน้อย 90,000 ชิ้น
       
       ขณะที่ความต้องการไตก็เกินกว่าจำนวนไตที่มีผู้บริจาค สิ่งนี้ทำให้การลักลอบค้าอวัยวะเพิ่มสูงขึ้น ส่วนตลาดมืดที่คนรวย และ “นักท่องเที่ยวปลูกถ่ายอวัยวะ” ซึ่งเดินทางไปประเทศยากจนเพื่อซื้ออวัยวะจากผู้ที่มีหนทางอันน้อยนิดแห่งการยกระดับชีวิต ก็ผุดขึ้นมากมายเช่นกัน
       
       ผู้สละไต 1 ข้าง ในแอฟริกาใต้ จะได้รับเงิน 700 ดอลลาร์ ขณะที่ในสหรัฐฯ ค่าใช้จ่ายเพื่อซื้อไต 1 ข้าง จะอยู่ที่ราว 30,000 ดอลลาร์ โดยผู้สละไตไม่ได้รับเงินจำนวนนี้แต่อย่างใด ทั้งนี้เป็นไปตามที่ฮูประมาณการไว้
       
       การขาดมาตรการตรวจสอบความโปร่งใสหรือแม้แต่การปกป้องชีวิตผู้บริจาค ทำให้องค์การระหว่างประเทศต่างเรียกร้องให้มีการปราบปรามการค้าอวัยวะ หรืออย่างน้อยก็ควรออกกฎระเบียบควบคุมธุรกิจนี้
       
       ทว่า แม้ในบางประเทศที่ห้ามการค้าอวัยวะ แต่กฎหมายก็มีช่องโหว่ ทำให้การค้าอวัยวะยังคงรอดพ้นสายตาของเจ้าหน้าที่เรื่อยไป
       
       **ผู้รับสบาย ผู้ให้เสี่ยงตาย
       กระบวนการปลูกถ่ายอวัยวะใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับผู้บริจาคที่ยังมีชีวิตอยู่ กระบวนการนั้นย่อมทำให้ผู้บริจาคเสี่ยงชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีการปลูกถ่ายตับซึ่งมีการตัดบางชิ้นส่วนออกจากตับของผู้บริจาค
       
       ผู้บริจาคอาจเสียเลือดมาก หรือติดเชื้อ หรือแม้กระทั่งตาย
       
       ในทางตรงกันข้าม ผู้รับอวัยวะไม่ต้องวิตกกังวล เพราะไม่ต้องให้ญาติของตนเสี่ยงชีวิตในการบริจาคอวัยวะ
       
       ลุค โนเอล ผู้ประสานงานด้านกระบวนวิธีทางคลินิกของฮู กล่าวว่า วิธีดังกล่าวเสียค่าใช้จ่ายถูกกว่า ญาติของผู้รับไม่ต้องเสี่ยงชีวิต ผู้รับเองก็ไม่ต้องวิตกกังวลต่อชีวิตของคนที่ผู้รับไม่รู้จัก “เมื่อคุณจ่ายเงินไปแล้ว คุณก็ไม่ต้องรับผิดชอบหรือกังวลอะไรอีกแล้ว”
       
       ที่ผ่านมา ทางการจีนสั่งห้ามการซื้อขายอวัยวะมนุษย์ รวมถึงจำกัดการปลูกถ่ายอวัยวะให้กับชาวต่างชาติ โดยอ้างว่าต้องปลูกถ่ายให้กับชาวจีนที่ต้องการอวัยวะปีละ 2 ล้านชิ้นเสียก่อน หากยังมีอวัยวะเหลือจึงค่อยปลูกถ่ายให้กับชาวต่างชาติ
       
       ในแต่ละปีมีการปลูกถ่ายอวัยวะที่จีนเพียง 20,000 ราย ในจำนวนนี้ เป็นการปลูกถ่ายตับ 3,000 ราย และ 95% ใช้ตับจากผู้บริจาคที่เสียชีวิตแล้ว
       
       จีน ยืนยันว่า การใช้อวัยวะจากนักโทษที่ถูกประหารชีวิตแล้วสามารถกระทำได้ เนื่องจากได้รับการยินยอมจากตัวนักโทษหรือครอบครัวของนักโทษ ทั้งนี้ การปลูกถ่ายโดยใช้ตับของผู้บริจาคที่เสียชีวิตแล้ว สนนราคาราว 33,000 ดอลลาร์ ที่จีน
       
       “สิ่งที่สำคัญก็คือความโปร่งใส จำเป็นต้องมีการเปิดช่องทางให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ถ้าจีนทำให้ระบบปัจจุบันตรวจสอบได้และโปร่งใสมากขึ้น ก็จะเป็นเรื่องดี” โนเอล กล่าว
       
       
**ตลาดค้าไต
       
ในเอเชีย วัฒนธรรมความเชื่อที่ว่าควรเก็บรักษาศพผู้ตายให้มีสภาพที่สมบูรณ์ไม่บุบสลาย ถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อแผนรับบริจาคอวัยวะ
       โลฉุงมาน ศาสตราจารย์ด้านศัลยศาสตร์ช่องท้องและตับอ่อน แห่งยูนิเวอร์ซิตี้ออฟฮ่องกง กล่าวว่า หากไม่นับรวมจีน ในเอเชีย มีผู้บริจาคตับก่อนเสียชีวิตน้อยกว่า 200 ชิ้นในแต่ละปี
       
       ขณะที่ปากีสถานซึ่งไม่มีกฎหมายห้ามการค้าอวัยวะมนุษย์นั้น กำลังกลายเป็นตลาดใหญ่ค้าไต ทั้งนี้ เป็นไปตามคำกล่าวของจาฟฟาร์ นักวี ซีอีโอของมูลนิธิไตแห่งปากีสถาน
       
       ทั้งนี้ ไม่มีการยืนยันจำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางมาปากีสถานเพื่อหาไตใหม่ แต่นักวีกล่าวว่า เฉพาะแค่ที่เมืองลาฮอร์ ก็มีศูนย์ถึง 13 แห่งที่รายงานว่ารับปลูกถ่ายไตที่ลูกค้าซื้อมา 2,000 ราย เมื่อปีที่แล้ว
       
       นักวี กล่าวว่า คนไข้ซึ่งเกือบทั้งหมดมาจากยุโรป ซาอุดีอาระเบีย และอินเดีย จ่ายเงินราว 500,000 รูปี หรือประมาณ 8,500 ดอลลาร์ เพื่อซื้อไตใหม่ ขณะที่ผู้ขายไตจะได้รับเงินเพียง 300-1,000 ดอลลาร์ อีกทั้งบ่อยครั้งก็ไม่ได้รับการดูแลรักษาทางการแพทย์หลังเข้ารับการผ่าตัด
       
       ในบางครั้ง เจ้าของก็ไม่ยินยอมสมัครใจมอบไตแต่อย่างใด โดยเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ 9 คน ในจำนวนนี้มี 4 คนเป็นแพทย์ ทั้งหมดร่วมกันลักพาตัวเหยื่อ วางยาแล้วจึงขโมยไตของเหยื่อเพื่อนำไปใช้ปลูกถ่ายอวัยวะ
       
       ทางการเตรียมออกร่างกฎหมายที่มุ่งห้ามการค้าอวัยวะ แต่กลุ่มล็อบบี้ยิสต์ที่มีอิทธิพลก็พยายามล็อบบี้ให้กฎหมายยังคงมีมาตราที่อนุญาตให้มีการบริจาคอวัยวะให้แก่ผู้ที่ไม่ใช่ญาติ ตราบใดที่ไม่ต้องจ่ายเงินตอบแทนผู้ให้
       นักวีกล่าวว่า หากมีมาตราดังกล่าว ก็จะยังคงมีผู้ลักลอบจ่ายเงินเพื่อซื้ออวัยวะ
       
       
**แค่ 15 วันก็ซื้อไตได้แล้ว
       
เรื่องราวของผู้คนที่เร่ขายอวัยวะโดยเฉพาะอย่างยิ่งไต ไม่ใช่เรื่องวิปริตผิดปกติแต่อย่างใดในอียิปต์ เพราะ 30% ของประชากรมากกว่า 73 ล้านคนยังมีฐานะยากจน
       
       กอรอม ผู้ที่ไม่เปิดเผยนามสกุล เพราะการค้าอวัยวะเป็นธุรกิจผิดกฎหมายในอียิปต์ กล่าวว่า ตนใช้เวลาเพียง 15 วัน ในการหาซื้อไตใหม่ให้น้องสาวที่มีอาการไตวาย กอรอมกล่าวว่าแพทย์พบชายคนหนึ่งที่ยินดีขายไตข้างหนึ่งในราคา 30,000 ปอนด์อียิปต์ หรือ 5,300 ดอลลาร์
       
       กอรอม กล่าวว่า แพทย์ได้ค่าเหนื่อย 5,000 ปอนด์อียิปต์ โดยค่าเหนื่อยของแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลจะหักจากเงินที่ผู้ขายอวัยวะได้รับ
       
       ชายผู้นี้ กล่าวว่า บ่อยครั้งที่แพทย์จะช่วยหาผู้ที่เต็มใจขายอวัยวะโดยดูจากรายชื่อคนไข้ของแพทย์
       
       อับเดล กาเดร์ เฮกาซี ประธานคณะกรรมธิการด้านวินัยของสหภาพแพทย์ กล่าวว่า กฎหมายอียิปต์ไม่มีมาตรการลงโทษที่ชัดเจนต่อแพทย์ที่พัวพันกับการปลูกถ่ายอวัยวะที่ผิดกฎหมาย เปิดช่องให้แพทย์กลับมาทำความผิดซ้ำๆ ซากๆ
       
       “กฎหมายบอกว่า การค้าอวัยวะผิดกฎหมายแต่กลับไม่ระบุมาตรการลงโทษที่ชัดเจน พวกเราที่เป็นสหภาพสั่งพักงานแพทย์หลายคนรวมทั้งยึดใบประกอบโรคศิลป์ แต่แพทย์เหล่านั้นก็ยื่นฟ้องต่อศาล ชนะคดีแล้วก็ได้ใบประกอบโรคศิลป์คืน” เฮกาซี กล่าว
       
       สหภาพแพทย์พยายามผลักดันให้รัฐบาลออกกฎหมายควบคุมการปลูกถ่ายอวัยวะ ในร่างกฎหมายฉบับนี้มีทั้งโทษปรับอย่างหนัก และการสั่งจำคุกผู้ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังสั่งห้ามมิให้ปลูกถ่ายอวัยวะระหว่างคนที่มีสัญชาติต่างกัน
       
       ทว่า ร่างกฎหมายยังติดค้างอยู่ในรัฐสภามานานหลายปีแล้ว เนื่องจากแพทย์กับผู้นำมุสลิมอาวุโสหลายคนมีความเห็นแตกต่างกันในประเด็นที่ว่าศาสนาอิสลามอนุญาตให้ปลูกถ่ายอวัยวะในกรณีที่ผู้ให้เสียชีวิตจากการเจ็บป่วยหรือไม่
       
       
**ประกาศขายในอินเทอร์เน็ต
       
ในตุรกี นักเรียนนักศึกษา คนตกงาน และพ่อที่ดิ้นรนหาเลี้ยงชีพ ต่างประกาศขายไตในอินเทอร์เน็ต โดยระบุทั้งอุปนิสัยการดื่ม สูบบุหรี่ รวมทั้งกรุ๊ปเลือด
       
       พ่อค้าจำเป็นเหล่านี้ระบุว่าได้รับคำสั่งซื้อไตจากทั้งเยอรมนี อิสราเอล และตุรกี โดยบางคนตั้งราคาไต 1 ข้าง แพงสุดที่ 50,000 ลิรา หรือราว 38,760 ดอลลาร์
       
       ฮากาน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวัย 27 ปี ที่อาศัยอยู่ในนครอิสตันบุล มีลูกน้อย 2 คน ฮากานเล่าให้สำนักข่าวรอยเตอร์ฟังว่า มีผู้คนจากทั้งเยอรมนีและตุรกี 5-6 คน ต้องการซื้อไตของเขา โดยเสนอราคาซื้อ 10,000-15,000 ลิรา (ราว 11,600 ดอลลาร์) แต่ฮากานตั้งราคาขายไว้ที่ 40,000 ลิรา หรือราว 30,700 ดอลลาร์
       
       ฮากาน ยอมรับว่า การสละไตแลกเงินเป็นเรื่องที่น่ากลัว ตนไม่ยอมบอกภรรยาเพราะรู้ว่าภรรยา จะคัดค้านอย่างแน่นอน
       
       “ผมยอมทำเช่นนี้เพื่อครอบครัว ถ้าผมอยู่คนเดียวก็คงจะไม่เป็นไรหรอก แต่ผมมีลูกที่ต้องเลี้ยงดู 2 คน ไม่มีอะไรที่ผมจะทำเพื่อลูกๆได้อีกแล้วนอกจากขายไต”

ข้อมูลจากผู้จัดการออนไลน์

http://www.manager.co.th/Lite/ViewNews.aspx?NewsID=9500000094594










อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
หมวยนรกไม่ชอบยกล้อ วันที่ : 12/08/2007 เวลา : 23.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/human-error-story

น่าเศร้าจังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
บัวหิมะ วันที่ : 12/08/2007 เวลา : 22.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/diary

ขอบคุณที่แวะไปทักเจ้าค่ะ
http://www.oknation.net/blog/diary/2007/08/12/entry-1

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน