*/
  • อิศรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-05
  • จำนวนเรื่อง : 1460
  • จำนวนผู้ชม : 1719709
  • จำนวนผู้โหวต : 321
  • ส่ง msg :
  • โหวต 321 คน
เที่ยวงานศาลาไทยที่ Bad Homburg 4-5 กรกฏาคม2009

"สง่างามและงดงาม ตามรูปแบบเฉพาะ ศาลาอันสวยงามแห่งนี้ ตั้งเด่นอยู่เบื้องหน้าเรา เหมือนดั่งเทพนิยายจากดินแดนอันห่างไกล สีสันอันสว่างไสวทำให้ดูโดดเด่น จากต้นไม้สีเขียวที่รายรอบ และเมื่อการตกแต่งประดับประ

View All
<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


สนใจด้านไหนมากที่สุด
ศิลปะวัฒนธรรม
46 คน
ท่องเที่ยว
98 คน
อาหาร
63 คน
วรรณกรรม/กาพย์กลอน
22 คน
ทั่วไป
28 คน

  โหวต 257 คน
วันศุกร์ ที่ 17 สิงหาคม 2550
Posted by อิศรา , ผู้อ่าน : 667 , 15:37:41 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โดย ผู้จัดการออนไลน์

นักวิจัยเผยสถิติเด็กถูกทำร้ายปีละเกือบ 1 ล้านคนโดยครึ่งหนึ่งถูกทำร้ายจากผู้เป็นพ่อและคนในครอบครัว ชี้เหตุเพราะโครงสร้างสังคมไทยส่งเสริมให้ผู้ชายเป็นใหญ่ ส่วนผู้หญิงถูกทำร้ายปีละ 1.5 ล้านคน โดยร้อยละ 80 โดนทำร้ายหรือถูกข่มขืนจากสามีหรือคู่รัก พร้อมระบุบางรายถูกทำร้ายขณะตั้งครรภ์ นอกจากนี้ยังพบสถิติเด็กถูกทำร้ายเข้าขอความช่วยเหลือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ วอนสังคมไทยหันกลับมาส่งเสริมความรักในครอบครัวเช่นในอดีต
       
       สถาบันครอบครัวเป็นสถาบันพื้นฐานของสังคมไทย ที่ปลูกฝังและบ่มเพาะความรัก ความอบอุ่นระหว่างพ่อแม่ลูก และถือเป็นสถาบันที่ปลอดภัยที่สุด แต่ปัจจุบันเกิดปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังจะเห็นได้จากข่าวทางสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงที่กระทำต่อสตรี ความรุนแรงในคู่สามีภรรยา ความรุนแรงต่อเด็ก และความรุนแรงในกลุ่มวัยรุ่น
       
       อาจารย์เพ็ญจันทร์ ประดับมุข ผู้ทำวิจัยเรื่องความรุนแรงในครอบครัว โดยการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เปิดเผยว่า ในอดีตสังคมไทยมีอุดมคติว่าสถาบันครอบครัวเป็นสถาบันที่ปลอดภัย สงบสุข แต่ปัจจุบันพบว่าสังคมไทยมีแนวโน้มของความรุนแรง การบาดเจ็บ และเสียชีวิต จากการทำร้ายกันเพิ่มมากขึ้น โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ กรมตำรวจ กระทรวงสาธารณสุข ต่างระบุตรงกันว่าปัจจุบันเด็กหลายคนถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง และเด็กถูกทำร้ายจากในบ้านมากกว่านอกบ้าน ทั้งจากผู้เป็นพ่อแม่ คนรู้จัก หรือสามีภรรยาที่อยู่ร่วมกัน
       
       
“ขณะนี้สถาบันครอบครัวอาจเป็นสถาบันที่อันตรายมากที่สุด ทั้งนี้มีรายงานจากต่างประเทศระบุว่าในแต่ละปีมีผู้หญิงอย่างน้อย 1.5 ล้านคนถูกข่มขืนหรือถูกทำร้ายทางร่างกายจากสามีหรือคู่รัก โดยเกือบครึ่งหนึ่งของผู้หญิงเหล่านี้ ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ และหลายรายถูกทำร้ายขณะตั้งครรภ์ ส่วนปัญหาความรุนแรงในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ขวบ จากทั่วโลกพบว่าเด็กจำนวน 1 ใน 5,000 คนเสียชีวิตจากการถูกทำร้ายทางร่างกายและทางเพศ รวมทั้งถูกทารุณกรรม”
       
       ส่วนประเทศไทยพบว่ามีผู้หญิงราว 1 ใน 3 ถูกทำร้ายจากสามี โดยข้อมูลจากองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานด้านเด็กและสตรีระบุมีผู้หญิงที่มารับบริการบ้านพักฉุกเฉิน เนื่องจากถูกทำร้ายจากคนในครอบครัว สูงถึงร้อยละ 80 ซึ่งในจำนวนนี้ กว่าครึ่งถูกทารุณเป็นประจำ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากองค์การมูลนิธิพิทักษ์สิทธิเด็ก ระบุว่ามีเด็กที่ถูกทารุณมารับบริการเพิ่มขึ้นทุกปี จากข้อมูลปี 2544 พบว่า เด็กที่ได้รับความช่วยเหลือส่วนใหญ่ร้อยละ 39 เป็นเด็กที่ถูกข่มขืน และ ร้อยละ 31 เป็นเด็กที่ถูกทำร้ายจากคนในครอบครัว ซึ่งในจำนวนนี้กว่าร้อยละ 43 เป็นเด็กผู้หญิงที่มีอายุต่ำกว่า 9 ปี และเกือบครึ่งถูกทำร้ายจากผู้เป็นพ่อและญาติ
       
       อาจารย์เพ็ญจันทร์ กล่าวถึงกรณีที่สามีตบตีภรรยาว่าเป็นการทำทารุณกรรมในรูปแบบที่สามัญที่สุดในครอบครัวและพบเห็นได้มากที่สุด ซึ่งความรุนแรงเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ถูกกระทำโดยตรง ทั้งการบาดเจ็บทางร่างกาย จิตใจ จนบางรายอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ นอกจากนี้อาจส่งผลระยะยาวต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต พัฒนาการ และการปรับตัว รวมทั้งค่าใช้จ่ายด้านการรักษาในอนาคต
       
       “ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวประกอบด้วยหลายปัจจัย ดังนี้ 1.)ระดับบุคคล เกิดจากความเจ็บป่วยทางจิตของผู้ลงมือกระทำ การใช้สารเสพติด การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2.)สังคมจิตวิทยา เกิดจากโครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนเป็นครอบครัวเดี่ยวเพิ่มมากขึ้น เด็กขาดการดูแลเอาใจใส่ อบรมพฤติกรรมที่ถูกต้อง ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบเมื่อโตขึ้น หรืออาจเกิดจากความเครียดเรื่องความยากจน ครอบครัวล้มเหลว และ3.)สังคมวัฒนธรรม เนื่องจากโครงสร้างทางสังคมที่เอื้อต่อการเกิดความรุนแรง ความไม่เป็นธรรมของโครงสร้างทางสังคมที่ยึดถือกันตั้งแต่ในอดีตว่าผู้ชายเป็นใหญ่ กลายเป็นวัฒนธรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทั้งนี้เป็นเพราะสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจากสังคมเกษตรกรรม มาเป็นอุตสาหกรรมและกลายเป็นสังคมยุคเทคโนโลยี ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างครอบครัว เช่น การอพยพของแรงงานเข้าสู่เขตเมืองมากขึ้น สมาชิกในครอบครัวมีเวลาให้แก่กันน้อยลง อัตราการหย่าร้างมากขึ้น ปัญหาเรื่องโรคระบาดและยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น เป็นต้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีผลกระทบต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนทั้งสิ้น”
       
       ความรุนแรงในครอบครัวเป็นปัญหาที่สังคมไทยได้ละเลยมาเป็นเวลานาน โดยขาดการให้ความสำคัญต่อการป้องกันและแก้ไขฐานะปัญหาอาชญากรรมประเภทหนึ่ง ซึ่งหากแท้ที่จริงแล้วปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัวเป็นปัญหาที่สมาชิกในสังคมสามารถตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมได้ง่ายกว่าอาชญากรรมประเภทอื่น ในขณะเดียวกันหากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง อาจส่งผลให้เกิดวงจรของการใช้ความรุนแรงในครอบครัวหมุนเวียนกันต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เป็นอุปสรรคต่อการสร้างสรรค์และพัฒนาสังคมต่อไป
       
       อาจารย์เพ็ญจันทร์กล่าวต่อว่าสิ่งหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาความรุนแรงในสังคมไทยได้คือ การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง และวัฒนธรรม สังคมต้องตระหนักและเห็นความสำคัญ โดยไม่คิดว่าเป็นปัญหาเฉพาะสมาชิกในครอบครัวเท่านั้น ทั้งนี้อาจเป็นเพราะที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่มีการทำวิจัยเรื่องนี้อย่างจริงจัง และสังคมไทยยังมองว่าเรื่องความรุนแรงเป็นเรื่องส่วนตัวที่เต็มไปด้วยช่องว่างและยากที่จะเข้าถึงนั่นเอง
       
       เรื่อง...สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)

ข้อมูลจากผู้จัดการออนไลน์



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนว่างงาน วันที่ : 17/08/2007 เวลา : 19.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Cantona

รับทราบครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน