*/
  • อิศรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-05
  • จำนวนเรื่อง : 1472
  • จำนวนผู้ชม : 1802626
  • จำนวนผู้โหวต : 332
  • ส่ง msg :
  • โหวต 332 คน
เที่ยวงานศาลาไทยที่ Bad Homburg 4-5 กรกฏาคม2009

"สง่างามและงดงาม ตามรูปแบบเฉพาะ ศาลาอันสวยงามแห่งนี้ ตั้งเด่นอยู่เบื้องหน้าเรา เหมือนดั่งเทพนิยายจากดินแดนอันห่างไกล สีสันอันสว่างไสวทำให้ดูโดดเด่น จากต้นไม้สีเขียวที่รายรอบ และเมื่อการตกแต่งประดับประ

View All
<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


สนใจด้านไหนมากที่สุด
ศิลปะวัฒนธรรม
46 คน
ท่องเที่ยว
98 คน
อาหาร
63 คน
วรรณกรรม/กาพย์กลอน
22 คน
ทั่วไป
28 คน

  โหวต 257 คน
วันเสาร์ ที่ 1 กันยายน 2550
Posted by อิศรา , ผู้อ่าน : 1362 , 17:16:24 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หน้าที่ 3 - พงศาวดารต้นทางแห่งการค้นหาความจริง
การศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์เพื่อนำมาย่อยและสร้างเป็นภาพยนต์-นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ หลักฐานที่ดูเหมือนว่าเป็นหลักเป็นฐานมากกว่าหลักฐานอย่างอื่นก็คงจะหนีไม่พ้นพงศาวดารที่ถูกจารจารึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

พงศาวดาร คือ การบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ โดยลำดับเหตุการณ์ก่อนหลัง ที่ทางราชสำนักเป็นผู้บันทึกขึ้นโดยจะไม่มีความคิดเห็นของผู้บันทึกสอดแทรกเข้าไปมากนัก ดังนั้นพงศาวดารจึงมักจะเป็นตัวตั้งเริ่มต้นสำหรับผู้ที่ต้องการจะศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ในขณะที่หลักฐานอย่างอื่นมักจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ถนนสายเดิมอาจจะกลับกลายเป็นป่ารกชัฏ เจดีย์ วิหาร และเมืองเก่าอาจจะเปลี่ยนรูปไปเป็นตึกสูงใหญ่ระฟ้าหรือศูนย์การค้ากลางเมืองไปแล้วก็ได้ แต่ข้อมูลในพงศาวดารยังมีปรากฏให้สืบค้นได้

พงศาวดารหลักๆในเมืองไทยมีหลายเล่ม เล่มที่จัดได้ว่าเก่าที่สุดคือ พงศาวดารกรุงเก่า หลวงประเสริฐอักษรนิติ์ เหตุที่เรียกพงศาวดารฉบับนี้ว่าเป็นฉบับหลวงหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ เพราะต้องการจะให้เกียรต์แก่หลวงประเสริฐอักษรนิติ์หรือ พระยาปริยัติธรรมธาดา (แพ เปรียญ) ซึ่งเป็นผู้ค้นพบเอกสารสำคัญชิ้นนี้ โดยเมื่อครั้งที่ยังคงเป็น หลวงประเสริฐอักษรนิติ์ ไปได้จากบ้านราษฎรแห่งหนึ่งแถบเพชรบุรีแล้วเอามามอบให้อสมุดวชิรญาณ เมื่อ ณ วันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๕๐ หนังสือพงศาวดารฉบับนี้เป็นสมุดไทยเขียนตัวตรง ลายมือเขียนหนังสือเหมือนจะเป็นฝีมือครั้งกรุงเก่าตอนปลายหรือครั้งแรกตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ ของเดิมมี 2 เล่มจบ แต่ได้มาเล่ม 1 เล่ม กรรมการหอสมุดวชิราญาณได้ตรวจพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นหนังสือเก่าอย่างไม่มีเหตุผลอย่างใดควรสงสัย จึงได้มีการจัดพิมพ์เผยแพร่

หรืออย่างฉบับคำให้การของขุนหลวงหาวัด และฉบับคำให้การของชาวกรุงเก่า ก็เป็นเอกสารที่ได้มาจากฝั่งพม่า ในสมัยก่อนนั้นหากได้เมืองไหนแล้วก็จะนำตัวของคนในเมืองนั้นมาสอบถามถึงความเป็นมาและจารีตประเพณีต่างๆ เพื่อจดบันทึกไว้เพื่อเป็นหลักฐาน



นอกจากตัวอย่างพงศาวดารที่ยกตัวอย่างดังกล่าวข้างต้นแล้วยังคงมีปรากฏพงศาวดารอีกหลายๆฉบับที่มักถูกอ้างถึงเมื่อมีการพูดคุยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ผู้จดบันทึก และช่วงเวลา เช่น

พงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา
พงศาวดารกรุงเก่า ฉบับ วันวลิต
พงศาวดารกรุงเก่า ฉบับบริติชมิวเซียม
พงศาวดารกรุงเก่า ฉบับพระพนรัตน์
พงศาวดารกรุงเก่า ฉบับพระจักรพรรดิ์พงศ์
พงศาวดารกรุงเก่า ฉบับกรมพระปรมานุชิตชิโนรส

หากเมื่อมาย้อนเปรียบเทียบดูหลักฐานในเรื่องเดียวกันในแต่ละฉบับก็มักจะจดบันทึกรายละเอียดไว้ผิดกัน จนเกิดคำถามว่าแล้วพงศาวดารใช้อ้างอิงและน่าเชื่อถือแค่ไหน ?

มีนักประวัติศาสตร์หลายท่านตั้งข้อสังเกตว่า การศึกษาข้อมูลจากพงศาวดารเองนั้นก็จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการที่ต้องใคร่ครวญ เพราะประวัติศาสตร์โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ชนะมักเป็นผู้เขียนและส่วนใหญ่มักจะใส่ความดีความชอบของตนไป ในประเด็นนี้ ศ.ดร. นิธิ เอียวศรีวงศ์ เขียนถึงวิธีการศึกษาประวัติศาสตร์ไว้ได้ดี โดยเน้นย้ำว่าการศึกษาประวัติศาสตร์จากพงศาวดารนั้นจำเป็นต้องรู้ด้วยว่าสารที่สื่ออกมานั้นสื่ออกมาตรงๆหรือว่าแฝงไปด้วยสภาวะของการยืนอยู่ในฝั่งตรงกันข้าม (หากใครสนใจสามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้จาก กรุงแตกพระเจ้าตากฯและประวัติศาสตร์ไทย)



มาถึงต้องนี้หลายคนก็คงงงๆพร้อมตั้งคำถามกับตัวเองว่า แล้วเราควรจะเชื่อจากพงศาวดารฉบับไหน ...ถ้าต้องการคำตอบแบบฟันธงแล้วก็คงจะเป็นไปได้ยากสำหรับเรื่องราวทางด้านประวัติศาสตร์ เหตุสำคัญอย่างหนึ่งคือการที่ไม่มีใครที่อยู่ในเหตุการณ์จริง การศึกษาทางประวัติศาสตร์จึงเป็นเพียงแค่การเอาเศษปรักหักพังที่กระจัดกระจายอยู่มาจัดเรียงต่อเติมกันเข้าเท่าที่ปัญญาและหลักวิชาที่มีเพื่อให้ได้รูปมากที่สุด ดังนั้น การรับชมภาพยนต์อิงประวัติศาสตร์ การอ่านนวนิยายอิงประวัติศาตร์ หากผู้ชมเชื่อถือไปเสียหมดแล้วภาพยนตร์หรือนวนิยายเหล่านั้นก็คงไม่มีแก่นสาระอะไรมากไปกว่าการนำเสนอความบันเทิง แถมปลูกฝังความเข้าใจผิดๆให้กับผู้รับสารที่เลือกเชื่อทุกอย่างเท่านั้น แต่จุดมุ่งหมายที่แท้จริงของภาพยนต์-นวนิยายอิงประวัติศาสตร คือการได้กระตุกกระตุ้นความนึกคิดของผู้ชมผู้อ่านได้คิดตามและตั้งข้อสังเกต พร้อมกับการได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตนเองด้วยแล้ว ถึงจะถือว่านวนิยายอิงประวัติศาตร์-ภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์
*งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติ ทรัพย์สินทางปัญญา ลิขสิทธิ์ของงานเขียนนี้ เป็นของผู้เขียน ซึ่งได้ให้เกียรติ วิชาการ.คอม ในการนำเผยแพร่ เรามีความยินดี หากท่านจะนำบทความนี้ เผยแพร่สู่คนวงกว้างขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการศึกษา และไม่มีผลในเชิงธุรกิจ กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างถึงชื่อผู้เขียน และ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้ง ที่มีการทำซ้ำงานเขียนนี้ ห้ามนำงานเขียนนี้ หรือส่วนหนึ่งส่วนใด ทำการเผยแพร่ต่อ ในสื่อที่ดำเนินการเพื่อธุรกิจทุกรูปแบบ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้เขียน ขอบคุณค่ะ ที่ช่วยร่วมกันสร้าง สังคมไทย ให้เป็นสังคมแห่งปัญญา

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ทรายรุ้ง วันที่ : 01/09/2007 เวลา : 17.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kartai
เกาะกูด science : กลุ่มเขียนข้าว http://www.oknation.net/blog/scienceteachวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน เนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 6

มาเยี่ยมและมาทักทายค่ะ...แต่ตอนนี้ตาลายอ่านไม่ได้ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน