*/
  • อิศรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-05
  • จำนวนเรื่อง : 1460
  • จำนวนผู้ชม : 1719040
  • จำนวนผู้โหวต : 321
  • ส่ง msg :
  • โหวต 321 คน
เที่ยวงานศาลาไทยที่ Bad Homburg 4-5 กรกฏาคม2009

"สง่างามและงดงาม ตามรูปแบบเฉพาะ ศาลาอันสวยงามแห่งนี้ ตั้งเด่นอยู่เบื้องหน้าเรา เหมือนดั่งเทพนิยายจากดินแดนอันห่างไกล สีสันอันสว่างไสวทำให้ดูโดดเด่น จากต้นไม้สีเขียวที่รายรอบ และเมื่อการตกแต่งประดับประ

View All
<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


สนใจด้านไหนมากที่สุด
ศิลปะวัฒนธรรม
46 คน
ท่องเที่ยว
98 คน
อาหาร
63 คน
วรรณกรรม/กาพย์กลอน
22 คน
ทั่วไป
28 คน

  โหวต 257 คน
วันพุธ ที่ 5 กันยายน 2550
Posted by อิศรา , ผู้อ่าน : 325 , 17:38:44 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วิปัสสนากรรมฐาน

มันก็เหมือนว่าโลกนี้มันไม่มีถ้าคนเราไม่มี ตา จมูก หู ลิ้น กายใจ สำหรับการรู้ ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกายทางใจ เพราะเรามี ตา หู จมูก ลิ้น กายใจ มันก็จะมีสิ่งที่มากระทบ ออกมารู้แจ้งว่าอะไรเป็นอะไร รู้แจ้งทางตา รู้แจ้งทางหู รู้แจ้งทางจมูก รู้แจ้งทางลิ้น ทางการทางใจว่าเป็นอะไร ที่เรียกว่าวิญญาณที่เกิดขึ้นแล้ว เพราะการกระทบทางข้างนอกคือ รูป รส กลิ่น เสียง มันเข้ากันเป็นคู่ ๆ เรียกว่าวิญญาณ วิญญาณทางตา วิญญาณทางหู วิญญาณทางจมูก ทางลิ้นทางกายนี้

ขณะที่สัมผัสอยู่ทางตานั้น คนนั้นหรือสัตว์นั้นมันไม่มีความเรื่องอะไรเลย มันก็หลงไปตามสัมผัสนั้น มันเป็นสัมผัสที่ไม่มีสติปัญญา เพราะมันไม่ได้ศึกษาตั้งแต่อยู่ในท้อง เพราะมันไม่ได้ศึกษาเลย มันก็ปล่อยไปตามความไม่รู้ มันก็คือเวทนา ที่จะทำให้รู้สึกพอใจหรือไม่พอใจ หรือเฉย ๆ นี้ก็เรียกว่าเวทนาด้วยเหมือนเวทนาโง่ เวทนาที่ไม่มีสติปัญญา เวทนานี้


มันทำให้เกิดความอยากโง่ ถ้าเป็นที่น่าพอใจมันก็อยากเอาอยากมีอยากได้ อยากเป็น ถ้าไม่เป็นที่น่าพอใจ มันก็อยากจะฆ่าเสีย มันก็อยากจะทำลายเสีย อยากจะไม่มีอะไรก็ตาม นี้ก็ยึดมั่นถือมั่นว่าตัวกู และก็มันหนักในปัญญาตัวกูของกู ทนทุกข์ทรมานอยู่ในสิ่งนั้น ขยายความออกไปว่ามันมีอุปทาน ว่าตัวตนว่าของตน อยากได้มาเป็นของตนมีความคิดความในจิตชนนิดนี้ ก็เรียกว่าเป็นคนขึ้นมาแล้ว ด้วยความคิดเท่านั้นแหละไอ้ว่าภพไอ้ว่าชาติด้วยความคิด เมื่อรู้สึกว่าตัวตนขึ้นมาอะไรก็เป็นของตน ในสิ่งที่ตนพอใจ

ส่วนที่ไม่พอใจก็อยากจะฆ่ามันไปเสียทำลายไปเสีย ส่วนต่าง ๆที่อยู่ตามธรรมชาติเอามาเป็นของตน เช่นการเกิด การแก่ การเจ็บ การตายเป็นต้น ของธรรมชาติก็เอามาเป็นของตน จนเป็นทุกข์เกิดขึ้นมา เพราะมีการยึดถือว่าตัวตน ถ้าจะให้ไม่มีความทุกข์เลย ต้องไม่มีการยึดถืออย่างนี้ ทำอย่างไรถึงจะไม่มี นี้คือคำสอนของพระพุทธเจ้าที่สอนเท่านั้น ตา หูจมูก ลิ้น กาย ใจ วิญญาณ รู้เท่าทันอัสสะ อย่าให้อัสสะมันโง่ ให้มีสติสัมปชัญญะ



อันนี้เป็นเหตุที่ทำให้เราศึกษาวิปัสสนากรรมฐาน ฝึกให้มีสติให้มีวิชาไว้มาก ๆ ให้มาทันเวลาที่มีอัสสะ อัสสะฉลาดแล้ว เวทนาก็จะฉลาดมันก็ไม่เกิดความอยาก ตัณหามันก็ไม่เกิด อุปทานไม่เกิดตัวกูของกูมันก็ไม่มีความทุกข์เพราะมันเดินคนละทาง ทางหนึ่งมันเดินไปด้วยความโง่มันก็มีแต่ความทุกข์ ทางหนึ่งด้วยปัญญา ความฉลาดมันก็ไม่เป็นทุกข์ มันก็มีแค่นี้ จะทำได้หรือไม่ได้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง คนโดยมากไม่ต้องการ เพราะอยากอยู่กับความทุกข์ อยากแลกเอาด้วยความทุกข์ แลกเอาอร่อยกับความทุกข์ อย่างที่เป็น ๆ กันอยู่ โดยไม่ต้องพูด อยากแลกไอ้สิ่งที่น่ารักน่าพอใจ ด้วยความทนทุกข์ มันก็เป็นอย่างนี้กันทั้งโลก


ถ้าไม่ต้องการอยากเป็นทุกข์ มันก็ต้องทำกันอย่างตรงกันข้าม ทำอย่างพระพุทธเจ้าแหละ ทำให้ตรงตามความรู้ ขึ้นมานั่งกลางดินในธรรมชาติ ก็จะรู้เอาชนะความทุกข์ได้ ถ้าปฏิบัติตามนี้ก็จะไม่มีความทุกข์เลย จนกว่าจะตาย ไอ้ที่ทนทุกข์มาแล้วรุ่นหลัง ที่เป็นเด็กโง่ ๆ มาจนบัดนี้มันก็เป็นทุกข์ เพราะมันไม่รู้ แต่ต่อไปนี้มันจะรู้ และมันก็จะไม่เป็นทุกข์ยิ่งขึ้น และก็จะไม่เป็นสุขเลยตลอดชีวิต


รู้จักการดำรงชีวิต ที่ไม่เกิดความยึดมั่นถือมั่น ดำรงชีวิตไว้ทางสายกลาง คำว่าสายกลางนี้มันก็เหมือนกัน ไม่ใช่เป็นคำที่เอาไว้หัวเราะเยาะกันเล่น เป็นของวัดวาอารามฉันไม่ต้องการไอ้สายกลาง เพราะมันรู้ว่าสิ่งทั้งปวงเป็นอย่างไร มันก็ไม่หลงรักหลงเกียจ ทางสายกลางอย่างนี้ คุณก็คงไม่เคยได้ยิน อย่างนี้มาก็ได้ แต่จับใจความให้ถูกนะ มันชอบอย่างนั้น มันชอบความทุกข์อย่างนั้น ก็มีอุปมาอีกคือความทุกข์ เปียกเราเรียกกามอารมณ์ว่า เปียก เป็นการทนทรมานทุกข์อย่างไหม้เกรียม อย่าให้เปียกและอย่าให้ไหม้เกรียม


นั้นแหละคือให้มันอยู่ตรงกลาง พูดอย่างนี้ ฟังอย่างธรรมดา ๆ ง่าย ๆ อย่างนี้ดีกว่า ได้อยู่ตรงกลางระหว่างกลาง พูดทางวิทยาศาสตร์สักหน่อยว่า ไม่โพทีป แต่เป็นเน็กทีป แต่อยู่ตรงกลาง ไม่เป็นความรัก

จิตมันไม่มีความทุกข์เลย เป็นอิสระเป็นพระอรหันต์

ไม่เป็นความชังอย่างนี้ ที่เรียกว่าผู้ตรงกันข้าม เช่นว่าแพ้กับชนะ เป็นคำคู่ เราไม่อยู่แพ้หรือชนะ แต่อยู่ตรงกลาง คำว่าขาดทุนหรือกำไลนี้ ก็เป็นคำคู่อีกคู่หนึ่ง เราไม่ขาดทุนหรือกำไร แต่เราอยู่ตรงกลาง จนกระทั่งระเอียดสูงสุดขึ้นไปว่าไม่ดีไม่ชั่ว ไม่เอาทั้งดีและก็ไม่เอาทั้งชั่ว คืออยู่ตรงกลาง คือไม่สุขไม่ทุกแต่อยู่ตรงกลาง ไม่บุญไม่บาปแต่อยู่ตรงกลาง คือไม่ยึดมั่นถือมั่นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ให้มันเป็นตัวตนขึ้นมา มีจิตใจอยู่ตรงกลางนี้ เขาเรียกว่ามีจิตมันว่าง ความดับทุกข์มันเข้าถึงความว่าง ไม่ยึดมั่นถือมั่นสิ่งใด ๆ โดยความเป็นของตน


เรื่องมันมีอยู่อย่างนี้ จะทำได้หรือไม่ได้ จะชอบหรือไม่ชอบ แต่แล้วมันก็น่าหัวที่จะลงทุนศึกษาพระพุทธศาสนากันทำไม แล้วข้างที่อยู่ในระดับที่ว่าชอบ ชอบดีไม่ชอบชั่ว แต่ชอบดีก็แบกดีไป จนกว่าไม่เอาทั่งชั่วทั่งดี มันจะอยู่ตรงกลาง ถึงจะไม่เป็นทุกข์เลย ถ้ายังไปเกี่ยวข้องทั้งชั่วและดีอยู่ มันก็จะเป็นทุกข์ ไปตามแบบของมัน จะไม่เป็นทุกข์เลยนั้นจะต้องอยู่เหนือความหมายที่เป็นคู่ ๆ เหล่านี้หมด คือไม่ได้ไม่เสีย ไม่แพ้ ไม่ชนะ ไม่ขาดทุน ไม่กำไร ไม่ดีไม่ชั่วไม่บุญไม่บาป ไม่สุขไม่ทุกข์ กระทั่งว่าไม่มีความเป็นหญิงไม่มีความเป็นชาย


เหล่านี้ทั้งหมดเลยทุกคู่ทุกคู่ นี้เรียกว่าจิตมันไม่มีความทุกข์เลย เป็นอิสระเป็นพระอรหันต์ มันมากเกินไปลงมาเป็นชาวบ้าน แต่ขอให้มีความทุกข์น้อยมีสติสมบูรณ์ไม่หลงรักหลงเกียจแค่นั้นก็พอ มันจะมีความทุกข์น้อย มีสติคอยระวังตนเสมอ ไม่หลงรักในสิ่งที่ยั่วให้รัก ไม่หลงเกลียด ในสิ่งที่ยั่วให้เกลียด ไม่โกรธไม่กลัวไม่ทุกข์เลยมันก็มีประโยชน์อย่างยิ่ง ข้อนี้มันหมายความว่าผู้ที่ไม่มีอุปทาน คือไม่ยึดมั่นถือมั่น เป็นของตนและไม่เห็นแก่ตัวเดี๋ยวนี้เรากำลังมีจิตที่เห็นแก่ตัว หรือรักในสิ่งที่ได้มาเป็นประโยชน์ของตน

ที่ว่ารักชาติโกหกกันทั้งนั้นแหละ มันหวังเอาชาติเป็นประโยชน์ของตัวมัน จึงได้รักชาติ มันไม่ได้รักโดยแท้จริง มันไม่ได้รักพ่อแม่อะไรโดยแท้จริง มันหวังเพื่อประโยชน์สิ่งนั้น มันจึงรัก เพราะมันมีความเห็นแก่ตัว จิตใจมันเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว พอไม่มีความเห็นแก่ตัวนี้ซิมันจึงจะรักจริง เพราะมันไม่มีความเห็นแก่ตัว มันจึงรักคนอื่นได้ รักบิดามารดาได้ และก็จะรักได้ทั้งหมดแหละ เมื่อมันรักผู้อื่นได้อย่างอัตโนมัติ อย่างนี้มันก็จะทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นได้ ไม่ต้องสงสัย มันจะเคลื่อนไหวในทางที่เป็นประโยชน์ตนเองหรือประโยชน์ผู้อื่น เพราะมันไม่มีความเห็นแก่ตัว ไอ้คนเห็นแก่ตัวมันยังคิดว่านอนเสียดีกว่า จะไปทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นให้เหนื่อยทำไม


คนขี้เกียจนี้เป็นเรื่องขิงคนที่เห็นแก่ตัว ถ้ามันไม่เห็นแก่ตัวมันก็สนุก ในการทำงานที่เป็นประโยชน์ นั้นก็ทำประโยชน์ทุกเวลานาที ตัวเองไม่มีความสุข ก็เป็นประโยชน์แก่ทุกคนทุกฝ่าย เรื่องมันก็จบ ถ้าพูดอย่างอย่างคายเพื่อให้มันประหยัดเวลา พูดสั้น ๆ ตรง ๆ ถ้าพูดอย่างเทศน์ อย่างธรรมะ หรือพูดกันอย่างอื่น

เดี๋ยวนี้ต้องพูดเพื่อประหยัดเวลา เพราะมันมีเวลาน้อย ก็เพราะว่าท่านทั้งหลาย เห็นว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ ไม่อยากให้เสียเวลา จัดเวลาให้ศึกษาธรรมะนิดเดียวแหละ ไปจัดเวลาอย่างอื่นเสียมากกว่า มันจึงต้องพูดลัดพูดสั้นอะไรกันบ้าง เดี๋ยวนี้มานั่งกลางดิน ก็เพราะว่าธรรมะมันเกิดมาจากดิน พระพุทธเจ้าท่านก็นั่งกลางดิน และก็รู้เรื่องทุกข์ เรื่องที่มันเกี่ยวกับธรรมชาติ ท่านก็มาศึกษาเรื่องธรรมชาติ


เรื่องกฎของธรรมชาติ เรื่องหน้าที่ของธรรมชาติ เรื่องผลเกิดจากหน้าที่ ที่นี้คงจะชอบดินกันบ้าง ชอบนั่งกลางดินกันบ้าง ดินมันจะได้พูดกลอกหู ให้ฟังว่า อย่าหลงใหลกันไปมากนัก อย่าโลภมากนัก อย่าโกรธมากนัก แผ่นดินมันจะพูดอย่างนั้น ต้นไม้จะพูดอย่างนั้น ก้อนหินจะพูดอย่างนั้น แต่พอไปสถานเริงรม กลับไม่มีใครพูดอย่างนี้ มันพูดให้หลงใหลมากขึ้น เมื่อชอบธรรมชาติคือชอบความจริงเกี่ยวกับธรรมชาติ ที่เอาเนื้อตัวของเราเป็นธรรมชาติ เป็นกฎธรรมชาติ เป็นหน้าที่ของธรรมชาติ เป็นผลของธรรมชาติ ทั้งเนื้อทั้งตัวมันมีอยู่ ๔ อย่าง นี้มันก็จะเจริญงอกงามเต็มที่ เลือดเนื้อโลหิตนี้ก็เป็นธรรมชาติ

ความเห็นแก่ตัว

และกฎธรรมชาติที่ว่า อวัยวะนั้นต้องทำอย่างนั้น อวัยวะนี้ต้องทำอย่างนี้ อวัยวะนี้ต้องหดเท่านี้ต้องขยายเท่านี้ มันเป็นกฎของธรรมชาติ ที่นี้มันก็มีการทำหน้าที่ของอวัยวะทุกอวัยวะทั้งหมดของคนนี้ คือหน้าที่ของธรรมชาติ ก็จะไม่มีความทุกข์ ถูกต้องแล้วไม่มีความทุกข์ มีชีวิตที่ไม่มีความทุกข์เลย และก็เป็นประโยชน์ มากที่สุด เพราะว่าจิตมันสูงขึ้นมาขนาดนี้แล้วมันไม่มีความเห็นแก่ตัว จึงเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด เป็นศัตรูร้ายกาจที่สุดของมนุษย์

ไอ้ความเห็นแก่ตัว มันก็จะเห็นแก่ผู้อื่นโดยอัตโนมัติเอง ความเห็นแก่ตัวมันรัดไว้มันดึงไว้ ไม่ให้เห็นแก่ผู้อื่น พอความเห็นแก่ตัว มันหมดไปมันก็เห็นแก่ผู้อื่นโดยอัตโนมัติ มันก็จะทำประโยชน์ให้แก่กันและกัน อยากจะพูดว่าสันชาติญาณบ้างอย่าง ที่มันถูกต้องอย่างนี้ มันก็ต้องการจะช่วยผู้อื่น แต่สันชาติญาณนั้น เต็มไปด้วยกิเลส มันก็จะไม่ทำตรงนี้ ก็จะเห็นได้ว่าสัตว์ทั้งหลาย สัตว์เดียรฉานนี้ มีการช่วยซึ่งกันและกัน สัตว์เดียรฉานมีการยึดมั่นถือมั่นน้อย เพราะมันโง่มันยึดถือไม่เป็น


ดังนี้มันจึงมีความเห็นแก่ตัวน้อย ถ้าไก่ตัวหนึ่งมีเห็บตัวหนึ่ง เกาะหงอนมันก็จะให้ไก่ตัวอื่นจิก คุณไม่เคยเลี้ยงไก่ คุณไม่เคยเห็น แต่ที่นี้เราเห็นทุกวัน ไก่ทุกตัวจะไม่มีเห็บที่หงอน มันจิกเอาไม่ได้หลอก นอกจากจะมีไก่ตัวอื่นจะคอยจิกให้ แม้แต่สัตว์เดียรฉาน ที่มีความเห็นแก่ตัวน้อย มันก็ยังทำประโยชน์ ให้แก่ผู้อื่น ในขนาดนี้แหละ


เรากำจัดศัตรูร้ายกาจที่สุดของมนุษย์คือความเห็นแก่ตัว โลกนี้ก็จะมีสันติภาพ อย่าให้สนใจสิทธิมนุษยชนอะไรกันให้มากนัก สนใจความเห็นแก่ตัว ไม่เห็นแก่ตัว ให้มันมากขึ้นหน่อยเถอะ มันจะเข้ารูปเข้ารอยกับธรรมชาติ มันจะเป็นไปด้วยการสลายออกไปของกิเลส ที่เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ มันก็ไม่มีความสุข ก็พร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่น อย่าไปสนุกไปเลย โลกนี้คือโลกที่อยู่ในเป้าหมาย เดี๋ยวนี้คนในโลกไม่มีเป้าหมายอย่างนี้ แม้แต่องกรสหประชาชาติ ก็ไม่เคยนึกอย่างนี้

แต่อย่าพูดมากไปเลย มันจะเป็นการกล่าวดูหมิ่นผู้อื่น พูดแต่เพียงว่าคนในโลกแม้แต่องค์กรที่มีปัญญามีอำนาจก็ไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้ มีแต่ทำลายความเห็นแก่ตัว ในจิตของมนุษย์ ให้หมดไปเสียจากโลก และก็ได้พูดมาพอสมควรแล้ว ตามโอกาสที่มี ก็ขอแสดงความยินดีที่ได้มานั่งกลางดินพูดกัน และขอบคุณทุกคนที่สนใจฟัง

            


*งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติ ทรัพย์สินทางปัญญา ลิขสิทธิ์ของงานเขียนนี้ เป็นของผู้เขียน ซึ่งได้ให้เกียรติ วิชาการ.คอม ในการนำเผยแพร่ เรามีความยินดี หากท่านจะนำบทความนี้ เผยแพร่สู่คนวงกว้างขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการศึกษา และไม่มีผลในเชิงธุรกิจ กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างถึงชื่อผู้เขียน และ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้ง ที่มีการทำซ้ำงานเขียนนี้ ห้ามนำงานเขียนนี้ หรือส่วนหนึ่งส่วนใด ทำการเผยแพร่ต่อ ในสื่อที่ดำเนินการเพื่อธุรกิจทุกรูปแบบ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้เขียน ขอบคุณค่ะ ที่ช่วยร่วมกันสร้าง สังคมไทย ให้เป็นสังคมแห่งปัญญา


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
บุญชัย วันที่ : 05/09/2007 เวลา : 23.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boonchai
 

มารับปัญญาครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน