*/
  • อิศรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-05
  • จำนวนเรื่อง : 1460
  • จำนวนผู้ชม : 1718642
  • จำนวนผู้โหวต : 321
  • ส่ง msg :
  • โหวต 321 คน
เที่ยวงานศาลาไทยที่ Bad Homburg 4-5 กรกฏาคม2009

"สง่างามและงดงาม ตามรูปแบบเฉพาะ ศาลาอันสวยงามแห่งนี้ ตั้งเด่นอยู่เบื้องหน้าเรา เหมือนดั่งเทพนิยายจากดินแดนอันห่างไกล สีสันอันสว่างไสวทำให้ดูโดดเด่น จากต้นไม้สีเขียวที่รายรอบ และเมื่อการตกแต่งประดับประ

View All
<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


สนใจด้านไหนมากที่สุด
ศิลปะวัฒนธรรม
46 คน
ท่องเที่ยว
98 คน
อาหาร
63 คน
วรรณกรรม/กาพย์กลอน
22 คน
ทั่วไป
28 คน

  โหวต 257 คน
วันจันทร์ ที่ 10 กันยายน 2550
Posted by อิศรา , ผู้อ่าน : 738 , 19:50:52 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พระธาตุเจดีย์ในประเทศไทย


พระธาตุ หมายถึง อัฐิ (การดูกที่เผาแล้ว) ของพระพุทธเจ้า  พระปัจเจกพุทธเจ้า  และพระอรหันต์ ถ้าเป็นอัฐิของพระพุทธเจ้า เรียกว่า พระบรมสารีริกธาตุ  หรือพระบรมธาตุ   ถ้าเป็นอัฐิพระอรหันต์ เรียกว่า พระธาตุ แต่โดยทั่วไปแล้วจะเรียกรวม ๆ ว่า พระธาตุ
สำหรับพระธาตุในที่นี้  หมายถึงส่วนสำคัญของพระสถูป หรือพระปรางค์ ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ หรือพระธาตุไว้ภายใน    ซึ่งเรียกว่า ธาตุเจดีย์   ซึ่งเป็นหนึ่งในพุทธเจดีย์ทั้งสี่ ซึ่งได้แก่
พระธาตุเจดีย์ เป็นเจดีย์ที่บรรจุพระธาตุ   อินเดีย เรียกเจดีย์ประเภทนี้ว่า สรีริกสถูป  พระธาตุเจดีย์  รวมถึง เจดีย์ที่บรรจุธาตุของพระอรหันต์สาวกด้วย   ถ้าเป็นเจดีย์ที่บรรจุพระธาตุของพระพุทธเจ้า โดยเฉพาะก็จะเรียกว่า พระมหาธาตุ  พระบรมธาตุ  หรือพระบรมสารีริกธาตุ ถ้าเรียกพระธาตุส่วนหนึ่งส่วนใดของพระพุทธเจ้า โดยเฉพาะก็จะเรียกชื่อตามนั้น เช่น
                พระทันตธาตุ  หรือพระทาฒธาตุ  (ฟัน หรือ เขี้ยวของพระพทุธเจ้า)
                พระเกศธาตุ  (เส้นพระเศาของพระพุทธเจ้า)
                พระอุรังคธาตุ (พระธาตุส่วนที่เป็นกระดูกหน้าอกของพระพุทธเจ้า
บริโภคเจดีย์ เป็นพระเจดีย์ที่บรรจุของใช้ที่เกี่ยวกับเนื่องกับพระพุทธเจ้า ได้แก่ อัฐบริขาร  มีบาตรและจีวร เป็นต้น  นอกจากนั้นยังรวมไปถึงสถานที่อันเป็นสังเวชนียสถานทั้งสี่   คือ สถานที่ประสูติ (ลุมพินีวัน)  ตรัสรู้ (พุทธคยา) แสดงปฐมเทศนา (ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน)  และปรินิพพาน (เมืองกุสินารา)  รวมพระแท่นที่บรรทมตอนปรินิพพาน อินเดียเรียกเจดีย์ประเภทนี้ว่า ปาริโภคสถูป
พระธรรมเจดีย์  เป็นพระเจดีย์ที่บรรจุ หรือ จารึก พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า  เช่น หอพระไตรปิฎก และส่วนที่เป็นพระไตรปิฎกเอง ไม่ว่าจะจารึกในรูปแบบใด  เดิมได้เลือกเอาหัวใจพุทธศาสนา จารึกเป็นตัวอักษร ประดิษฐานไว้สำหรับบูชา มีความว่า " เย ธมฺมา เหตุปปฺภวา เตสํ เหตุ ตถาคโต เตสญฺจ โย นีโรโธ จ เอวํ  วาที  มหาสมโณ
อุเทสิกเจดีย์   เป็นเจดีย์ที่ทำเป็นพุทธบัลลังก์ พระแท่นพระพุทธเจ้า  รวมถึงพระพุทธฉายด้วย  อินเดียเรียกเจดีย์ ประเภทนี้ว่า อุทเทสิกสถูป สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชา
รวมความได้ว่า พระเจดีย์ เป็นที่ทำเป็นหรือบรรจุสิ่งที่เนื่องด้วยพระพุทธเจ้า อันเป็นสิ่งที่ควรแก่การสักการบูชา
พระธาตุเจดีย์ เป็นพระเจดีย์ที่รู้จักกันดี และพบกันมากที่สุด  สำหรับประเทศไทยมีอยู่เป็นจำนวนมาก  มีขนาดและอายุแตกต่างกัน พอประมวลได้ดังนี้
พระปฐมเจดีย์

เป็นพระมหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย  การที่ได้ชื่อว่าพระปฐมเจดีย์นั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ ทรงสัณนิษฐานว่า น่าจะเป็นพระเจดีย์เก่ากว่าพระเจดีย์อื่น ๆ ในประเทศสยาม  สันนิษฐานว่าสร้างสมัยทวาราวดี ตั้งอยู่ที่เมืองนครไชยศรีในสมัยก่อน  ปัจจุบันอยู่ในอำเภอเมืองนครปฐม

จากเอกสารเก่าที่บันทึกเรื่องนี้ไว้มีประวัติว่า พระปฐมเจดีย์ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๕๐๐  ก็มี พ.ศ. ๑๐๐๐  ก็มี พ.ศ. ๑๑๘๕ ก็มี พ.ศ. ๑๒๖๔  ก็มี พ.ศ. ๑๖๓๐ ก็มี ความสูง ๔๐ วา ๕ ศอก  มีพระแท่นบรรทม ที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาบรรทม บรรจุพระทันตธาตุ  คือ พระเขี้ยวแก้ว  องค์หนึ่ง  บรรจุพระบรมธาตุ  หนึ่งทะนาน มีปรากฎก่อนพบพระพุทธบาท พระพุทธฉาย กว่าพันปี
 
เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ ในขณะที่ทรงผนวชอยู่และได้ไปนมัสการพระปฐมเจดีย์ ได้ทรงแสดงสภาพพระปฐมเจดีย์ไว้ว่า  เป็นเพระเจดีย์ใหญ่ยอดปรางค์  ตอนหนึ่ง ฐานล่างกลมเป็นรูประฆัง ตอนหนึ่ง น่าจะทำมาหลายคราว คนทั่วไปเรียกว่า พระปทม  เนื่องด้วย เชื่อว่าพระพุทธเจ้าได้เคยเสด็จมาบรรทมที่นั่น   จากฝีมือทำอิฐและก่อ แสดงว่าเป็นของทำมาเก่าแก่หลายครั้ง ที่เนินใหญ่เป็นกองอิฐหักลงมา เมื่อขุดลงไปสักสองสามศอกพบอิฐยาวศอกหนึ่ง หน้าใหญ่สิบสองนิ้ว  หน้าน้อยหกนิ้ว ก่อเป็นพื้น น่าจะเป็นองค์พระเจดีย์เดิมหักพังลงมา  แล้วมีการก่อพระเจดีย์ออกบนเนินเรียงรายอยู่สี่วิหาร 
มีวิหารพระนาคปรก วิหารพระไสยาสน์  วิหารไว้พระพุทธรูปต่าง ๆ  และวิหารพระป่าเลไลย์  วิหารหลวงพระอุโบสถอยู่บนพื้นแผ่นดิน ตั้งแต่หลังเกาะสูงประมาณมีถึงห้าวา  หลังเกาะขึ้นไปเป็นองค์พระเจดีย์กลม ๑๔  วา ๒ ศอก ปรางค์สูง  ๒๐ วา ยอดนพศูลสูง  ๘ ศอก รวมความสูงตั้งแต่หลังเกาะถึงยอดนพศูลสูง ๘  ศอก  รวมความสูง ตั้งแต่หลักเกาะถึงยอดนพศูล  ๔๐ วา ๒  ศอก
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ ได้โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์เป็นแม่กองทำการปฏิสังขรณ์  และเมื่อสมเด็จเจ้าพระยา ฯ ถึงแก่พิราลัย ก็ได้โปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าพระยานิพากรวงศ์มหาโกษาธิบดี เป็นแม่กองดำเนินการต่อไป  ได้จ้างพวกมอญทำอิฐ รวมทั้งทาสลูกหนี้ด้วย โดยคิดหักค่าตัวให้   จ้างจีนมาเผาปูน  และ เป็นช่างก่อ  เอาราษฎรจากเมืองนครไชยศรี  เมืองสมุทรสาคร เมืองราชบุรีและเมืองพนัสนิคม  โดยแบ่งคนออกเป็นสี่ผลัด เดือนละสองร้อยคน  เมื่อก่อพระเจดีย์ได้สูง  ๑๗ วา  ๒ ศอก    
  ต่อมาเกิดฝนตกหนักอิฐที่ก่อทรุดตัวลง  เพราะฐานทักษิณไม่มี จึงต้องรื้อออกทำใหม่ โปรดเกล้า ฯ ให้ถมพื้นที่ลุ่มดอนให้เสมอกัน  ก่อฐานใหญ่รอง  ๕ เส้น  ๑๖  วา  ๓  ศอก องค์พระเจดีย์ถึงยอดนพศูล ตลอดยอดมงกุฏ สูง  ๓ เส้น  ๑  คืบ  ๖  นิ้ว 

 

พระบรมธาตุดอยสุเทพ
พระบรมธาตุดอยสุเทพเป็นปูชนียสถานที่สำคัญยิ่งของเมืองเชียงใหม่  ประดิษฐานอยู่บนดอยสุเทพ สูงจากระดับน้ำทะเล  ๑๐๐๐ เมตร  ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของตัวเมือง ห่างจากตัวเมืองเก่าประมาณ  ๑๐  กิโลเมตร สามารถมองเห็นจากตัวเมืองได้ชัดเจน และเมื่อขึ้นไปอยู่ที่พระบรมธาตุ ก็จะเห็นตัวเมืองเชียงใหม่ได้ทั้งหมด มีบันไดนาคเจ็ดเศียรทอดจากทางขึ้นไปถึงซุ้มประตูวัด จำนวน  ๓๐๐  ขั้น ครูบาศรีวิชัยได้บอกบุญชักชวนชาวเหนือ ให้ช่วยกันสร้างถนนจากเชิงดอยไปจนถึงยอดดอย ณ ที่ตั้งพระบรมธาตุ

 
ตามตำนานกล่าวว่า เป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า  ซึ่งได้เสด็จมายังดอยอุจฉุปัพพต เพื่อฉันภัตตาหาร พร้อมด้วยพระสาวก ณ ที่นี้มีย่าแสะแม่ลูกได้ตักบาตรถวายภัตตาหารแด่พระพุทธเจ้า พระองค์จึงมอบพระเกศาธาตุให้ประดิษฐานไว้ที่ดอยแห่งนี้
ตามประวัติพระเจ้ากือนา กษัตริย์พระองค์ที่ ๘ ของ ราชวงศ์เชียงราย ได้พระบรมสารีริกธาตุส่วนพระเศียร จากพระมหาเถรองค์หนึ่งที่ได้นำมาจากเมืองสุโขทัย ในชั้นต้น พระองค์ได้ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุนี้ไว้ที่วัดสวนดอก 
ต่อมาปรากฎว่า พระบรมสารีริกธาตุได้แสดงปาฏิหารย์  แยกออกเป็น ๒ องค์  ขนาดเท่าเดิม  พระเจ้ากือนา จึงได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุดังกล่าวขึ้นบนหลังช้างทรง และตั้งบารมีเสี่ยงช้าง   ช้างทรงได้เดินขึ้นไปบนดอยสุเทพ ครั้นถึงบริเวณที่ตั้งวัดพระบรมธาตุ ฯ  ปัจจุบัน ช้างทรงนั้นก็กระทืบเท้าส่งเสียงร้องไปทั่วบริเวณ  แล้วล้มลง ณ ที่นั้น    พระเจ้ากือนา จึงให้สร้างพระบรมสารีริกธาตุขึ้น ณ ที่นั้น  เมื่อปี พ.ศ. ๑๙๒๗  เป็นเจดีย์แบบเชียงแสนผสมลังกา

 
องค์พระบรมธาตุประดิษฐานอยู่ใต้ดินลึกลงไป ๘ ศอก ดังนั้นจึงห้ามมิให้สตรีเข้าไปภายในฐานเจดีย์  และก่อนที่จะเข้าสู่ภายในบริเวณองค์พระบรมธาตุ   ต้องถอดรองเท้าไว้ที่เชิงบันไดเสียก่อน
มีงานนมัสการในวันเพ็ญวิสาขฤกษ์ ในวันวิสาขบูชาของทุกปี  โดยชาวเชียงใหม่จะถือคบไฟเดินขึ้นดอย และเวียนเทียนรอบองค์พระบรมธาตุ ฯ
 
นำมาจากหอมรดกไทย



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
kai_hoii วันที่ : 11/09/2007 เวลา : 11.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/witsanukorn

สวยมากครับน่าไปเที่ยวท่ามีโอกาสจะไป
แวะมาเยี่ยมกันบ้างนะขอรับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
อิศรา วันที่ : 10/09/2007 เวลา : 21.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phakri

ยังมีเนื้อหาเพิ่มเติมอีกค่ะยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้ จะค่อยๆโพลส์ลงมาให้อ่านกันอีกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Patong วันที่ : 10/09/2007 เวลา : 21.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Patong

ข้อมูลน่าสนใจทีเดียวค่ะ ไม่ค่อยได้รับรู้เรื่องเหล่านี้สักเท่าไหร่ วันหลังต้องหาอ่านเพิ่มเติมบ้างแล้ว

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อิศรา วันที่ : 10/09/2007 เวลา : 19.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phakri

ด้วยความยินดีที่จะนำความรู้มาฝากเพื่อนๆค่ะ ถ้าขาดตกบกพร่อง ก็ต้องขออภัยมา ณ. ที่นี้ด้วยค่ะ พยายามนั่งแก้ไข เกี่ยวกับข้อความที่ขาดหายไปบ้างแต่ทำไม่เผ็นผลสำเร็จค่ะ งานเลยออกมาแบบที่เห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กัสโต้ วันที่ : 10/09/2007 เวลา : 19.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/custo
LIFE IS BEAUTIFUL WHEN YOU WALK SLOWLY

ขอบคุณความรู้ดี ๆ ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน