*/
  • อิศรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-05
  • จำนวนเรื่อง : 1472
  • จำนวนผู้ชม : 1803893
  • จำนวนผู้โหวต : 332
  • ส่ง msg :
  • โหวต 332 คน
เที่ยวงานศาลาไทยที่ Bad Homburg 4-5 กรกฏาคม2009

"สง่างามและงดงาม ตามรูปแบบเฉพาะ ศาลาอันสวยงามแห่งนี้ ตั้งเด่นอยู่เบื้องหน้าเรา เหมือนดั่งเทพนิยายจากดินแดนอันห่างไกล สีสันอันสว่างไสวทำให้ดูโดดเด่น จากต้นไม้สีเขียวที่รายรอบ และเมื่อการตกแต่งประดับประ

View All
<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


สนใจด้านไหนมากที่สุด
ศิลปะวัฒนธรรม
46 คน
ท่องเที่ยว
98 คน
อาหาร
63 คน
วรรณกรรม/กาพย์กลอน
22 คน
ทั่วไป
28 คน

  โหวต 257 คน
วันจันทร์ ที่ 29 ตุลาคม 2550
Posted by อิศรา , ผู้อ่าน : 1242 , 00:20:14 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ความงามโดยรอบของสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี
       นินดินขนาดใหญ่กว่ามหาปิรามิดแห่งอียิปต์ทางด้านเหนือของเชิงเขาหลีซัน ห่างจากตัวเมืองซีอันไปทางทิศตะวันออก 35 กิโลเมตร เบื้องหน้าเป็นแม่น้ำเว่ย คือ ชัยภูมิของสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี (ฉินสื่อหวงตี้ หรือฉินซีฮ่องเต้ ปี 259-210 ก่อนคริสตกาล) ซึ่งนักโบราณคดีจีนเชื่อว่า อาณาเขตของสุสานทั้งสิ้น 2,180 ตารางกิโลเมตรนี้ แบ่งออกเป็น พระราชฐานชั้นนอกและชั้นใน ซึ่งนอกจากจะบรรจุพระศพของจักรพรรดิแล้ว ยังได้ฝังสมบัติ ข้าวของเครื่องใช้ในพระชนม์ชีพ ตลอดจนนางสนมกำนัล กองทหาร และสัตว์ใหญ่ไปพร้อมกัน เพื่อร่วมในการเดินทางครั้งสุดท้ายของจักรพรรดิฉินองค์แรก

บนศรีษะของหุ่นทหารแต่ละตัวจะมีทรงผมที่แตกต่างกันกว่าร้อยรูปแบบ ทั้งนี้รวมไปถึงเสื้อเกราะ รองเท้า ซึ่งบ่งบอกถึงความละเอียดละออของช่างปั้นจีนยุคโบราณ

ตามความที่บันทึกในต้นสมัยฮั่นโดยนักประวัติศาสตร์ ซือหม่าเชียน พรรณนาว่า ‘โลงศพของจักรพรรดิองค์แรกแห่งแผ่นดินฉิน หล่อขึ้นด้วยทองแดง ตั้งอยู่ ณ โถงใจกลางสุสาน ที่ก่อสร้างและประดับประดาด้วยเพชรนิลจินดาราวกับพระราชวังใต้ดิน... เพดานเลี่ยมไข่มุกและเพชร รูปพระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาว กับอัญมณีที่ประดับบนพื้นโถง รูปสายน้ำ ทะเลสาบ และทะเล..เป็นเสมือนตัวแทนของสวรรค์และพิภพ....สว่างไสวด้วยตะเกียงน้ำมันปลาวาฬ เพื่อความเป็นอมตะ...และกับดักเกาทัณฑ์ที่พร้อมจะปลิดชีพผู้บุกรุก ทุกเมื่อ...’
       
       บันทึกนี้อาจเป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่บอกเล่าถึง สภาพภายในมหาสุสานที่มีอายุใกล้เคียงช่วงเวลานั้นที่สุด ที่นักโบราณคดีจีนเชื่อว่า เชื่อถือได้ และใต้ผืนดินในอาณาบริเวณรอบนอกสุสานที่บรรจุพระศพนี้ คือทัพทหารที่ถวายการอารักขาองค์จักรพรรดิในปรภพ

 
สิ่งมหัศจรรย์ของมนุษยชาติ


 กว่าจะเป็น ‘พิพิธภัณฑ์หุ่นดินเผากองทหารสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี’
       
       29 มีนาคม ค.ศ.1974 14 นาฬิกาเศษ หยังจื้อฟาชาวนาหมู่บ้านซีหยัง พบซากดินเผาชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ ขณะกำลังขุดบ่อน้ำที่ความลึก 3 เมตร ห่างจากสุสานจักรพรรดิฉินสื่อหวงไปทางตะวันออก 1.5 กิโลเมตร
       
       หลายวันต่อมา เจ้าคังหมิน เจ้าหน้าที่ฝ่ายวัฒนธรรมประจำอำเภอหลินถง รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ กว้านซื้อซากโบราณวัตถุที่ชาวบ้านขุดพบ และที่เคยขายออกไปก่อนหน้านี้ ได้ 3 คันรถ หลังจากนั้นกลับไปยังห้องวิจัยเพื่อทำการศึกษา
        ต้นเดือนพฤษภาคม เจ้าคังหมิน จำกัดพื้นที่ 120 ตารางเมตรรอบบ่อน้ำเพื่อทำการขุดหาซากดินเผาเพิ่ม
       
       ขณะนั้นเป็นเวลาประจวบเหมาะที่ ลิ่นอันเหวิ่น นักข่าวหนังสือพิมพ์ซินหัว กลับไปเยี่ยมญาติที่อำเภอหลินถง เห็นสิ่งที่ชาวนาและเจ้าหน้าที่ขุดพบ เมื่อกลับสู่ปักกิ่งนำเรื่องตีพิมพ์ลงใน ‘ชุนนุมเหตุการณ์’ ของสำนักพิมพ์เหรินหมินยื่อเป้า

รูปปั้นหุ่นทหารคุกเข่า เผยให้เห็นลวดลายที่ใต้ฝ่าเท้า ซึ่งยังมีรายละเอียดของส้นรองเท้าอยู่ด้วย

   ต้นเดือนกรกฎาคม รองนายกรัฐมนตรีหลี่เซียนเนี่ยน มีคำสั่ง ให้กองโบราณคดีและคณะกรรมการมณฑลส่านซี ร่วมหามาตรการอนุรักษ์โบราณวัตถุนี้
       
       15 กรกฎาคม ค.ศ.1974 หยวนจงอี เจ้าคังหมิน นำทีมนักโบราณคดี เดินทางเข้าหมู่บ้านซีหยังอีกครั้ง การขุดค้นครั้งสำคัญเริ่มต้นขึ้น ..โลกตกตะลึง..กองทัพหุ่นทหารดินเผา เครื่องสังเวยในหลุมสุสานขนาดมหึมา
       

       1 ตุลาคม ค.ศ.1979  พิพิธภัณฑ์หุ่นดินเผากองทหารสุสานจักรพรรดิฉินสื่อหวง เปิดให้สาธารณชนเข้าชมอย่างเป็นทางการ ได้รับการโจษขานเป็น ‘สิ่งมหัศจรรย์ของโลกลำดับที่ 8 แห่งศตวรรษที่ 20’....กระทั่ง ธันวาคม ค.ศ. 1987 องค์การยูเนสโกลงมติให้เป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรม

ในหลุมขุดค้นที่ 1 ปัจจุบันเป็นส่วนที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดที่เปิดให้สาธารณชนเข้าชม

ณ หลุมขุดค้น
       
       หลุมขุดค้นที่ 1
ปรากฏกองทัพใต้ดินอันทรงพลานุภาพ ประกอบด้วยหุ่นทหารติดอาวุธกว่า 6,000 ตัว รวมถึงหุ่นม้า และรถศึก หุ่นดินเผาทหารและม้าศึกมีขนาดใหญ่เล็กเหมือนของจริง หุ่นทุกตัวมีสีหน้าและทรงผมเป็นลักษณะเฉพาะตัวแตกต่างกัน สูงราว 5 ฟุต 8 นิ้ว ถึง 6 ฟุต 5 นิ้ว ยืนตระหง่านเรียงรายเป็นหมวดหมู่ ในหลุมสุสานรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง 197 ฟุต (62 เมตร) ยาว 689 ฟุต(230 เมตร) ลึก 14.8-21.3 ฟุต(5 เมตร)
       
       นักโบราณคดีจีน ตั้งข้อสังเกตว่า กองทหารอารักขาสุสานของจักรพรรดิฉินสื่อหวงที่พบในหลุมนี้ มีแนวการจัดทัพตามบันทึกในตำราพิชัยสงครามซุนอู่
       
       หลุมขุดค้นที่ 2
ห่างจากหลุมขุดค้นที่ 1 ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 20 เมตร พบในปี 1976 พื้นที่ 6,000 ตารางเมตร แบ่งเป็น 4 ส่วน ขุดพบหุ่นดินเผาทหาร 1,000 ตัว ม้าศึก 500 ตัว และรถม้าทำจากไม้ 89 คัน เปิดให้สาธารณชนเข้าชมเมื่อปี 1994

นักโบราณคดีจีนต้องนำชิ้นส่วนหุ่นดินเผาที่แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเหล่านี้ ค่อยๆนำมาปะผิดปะต่อกัน จนได้เป็นหุ่นทหารที่สมบูรณ์แต่ละตัว เป็นการทำงานที่ต้องใช้ความอุตสาหะอย่างมาก
       หลุมขุดค้นที่ 3 ห่างจากหลุมที่ 1 ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 25 เมตร พบในปี 1976 ขนาด 520 ตารางเมตร พบหุ่นทหาร 68 ตัว กับรถม้า 1 คัน และม้าศึก 4 ตัว รวมถึงกระดูกสัตว์และเขากวาง ซึ่งเข้าใจว่าเป็นเครื่องบูชายัญในพิธีศพ
       
       นักโบราณคดีคาดว่า หลุมที่ 3 นี้อาจเป็นกองบัญชาการกลางควบคุมกองทหาร ตามใบหน้าของหุ่นดินเผาทหาร เสื้อเกราะและอาวุธที่ขุดพบมีสีทาไว้ แต่เมื่อนักโบราณคดีเปิดสุสานครั้งแรก อากาศภายนอกทำให้สีบนตัวหุ่นสลายไปในเวลาอันรวดเร็ว หลุมขุดค้นที่ 3 เปิดให้สาธารณชนเข้าชมในปี 1989
       
       รวมวัตถุโบราณที่ค้นพบทั้งที่เป็นหุ่นทหารดินเผา สรรพาวุธ รถม้าและม้าศึกที่ใช้ในการสงคราม ทั้งสิ้นกว่า 7,400 ชิ้น ในหลุมสุสาน 25,000 กว่าตารางเมตร
       
       จนถึงวันนี้ลึกลงไปใต้สุสานจักรพรรดิจิ๋นซี ยังคงเป็นปริศนาท้าทายนักโบราณคดีทั่วโลก ถึงแม้นักโบราณคดีจีนจะคาดการณ์ได้ว่า สุสานแห่งนี้มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลเพียงใด แต่การขุดค้นความจริงภายใต้สุสาน จำเป็นต้องอาศัยเทคนิควิธีการที่ก้าวหน้ามาก ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ต่อการอนุรักษ์โบราณวัตถุล้ำค่า  ดังนั้นการคิดค้นกระบวนการขุดค้นอันซับซ้อน จึงยังเป็นความหวังของนักโบราณคดีต่อไป. 

ในการขุดสุสานครั้งแรกที่ตัวหุ่นยังมีสีติดอยู่ แต่สีจางลงภายในเวลาอันรวดเร็ว นักโบราณคดีจีนยังคงไม่กล้าขุดสุสานส่วนอื่นๆ เนื่องจากยังหาวิธีอนุรักษ์สีเดิมของหุ่นดินเผาเหล่านี้ไม่ได้

ข้อมูล
       
       มรดกโลกทางวัฒนธรรม ปี ค.ศ.1987
       ที่ตั้ง- ตำบลหลินถง เมืองซีอัน
มณฑลส่านซี
       สร้างในปี- ตั้งแต่ปี 246-208 ก่อนคริสตกาล
       ในรัชสมัยแห่งจักรพรรดิฉินสื่อหวง ใช้เวลาสร้าง 37 ปี
       อาณาเขต- พื้นที่ 120,750 ตารางเมตร
       
       
ข้อมูลท่องเที่ยว
       

       การเดินทาง : เดินทางสู่เมืองซีอัน โดยเครื่องบินภายในประเทศจากสนามบินในเมืองต่างๆได้หลายเมือง  หลังจากนั้นต้องโดยสารรถยนต์ต่อไปยังพิพิธภัณฑ์สุสานฯ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองซีอัน ไปทางตะวันออกราว 2 ชั่วโมง 
       โดยรถประจำทางสาย 306 ขึ้นรถที่บริเวณสถานีรถไฟซีอัน หรือใช้บริการรถโดยสารขนาดเล็ก ราคาตั๋วประมาณ 5 หยวน / คน จอดปลายทางที่พิพิธภัณฑ์สุสานฯ หรือเลือกเช่ารถแท็กซี่ราคาคันละประมาณ 70 - 200 หยวน สามารถจอดแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวระหว่างทางได้ตามอัธยาศัย

       
       ราคาบัตร :
ราคาปรับใหม่เมื่อ 1 เมษายน 2004 ดังนี้
       ตั้งแต่ 1 มีนาคม – ปลายเดือนพฤศจิกายน ราคา 90 หยวน
       ตั้งแต่ 1 ธันวาคม – ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ราคา 65 หยวน

       
       เวลาเปิดทำการ :
เปิดทุกวันไม่เว้นวันหยุด  เวลาจำหน่ายบัตร : 16 มีนาคม – 14 พฤศจิกายน เวลา 8 : 30 – 17 : 30 น. ; 15 พฤศจิกายน – 15 มีนาคม เวลา 8 : 30 – 17 : 00 น.

       
       แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง :
       
สุสานจักรพรรดิจิ๋นซี(秦始皇帝陵) ราคาบัตรผ่านประตู 18 หยวน
       สระหัวชิงฉือ(华清池) บ่อน้ำพุร้อนที่สรงน้ำของจักรพรรดิสมัยราชวงศ์ถัง และนางสนมผู้เลอโฉมหยางกุ้ยเฟย ราคาบัตร 40 หยวน อาจใช้เวลาเดินทางถึงครึ่งวัน
       พิพิธภัณฑ์แหล่งโบราณคดีบ้านโพ (半坡遗址博物馆) ราคาบัตร 20 หยวน
       เขาหัวซัน (华山) ห่างไปทางตะวันตกของเมืองซีอันราว 120 กม. สามารถเดินทางโดยรถไฟหรือรถยนต์ ใช้เวลา 1 วัน
       (แหล่งท่องเที่ยวข้างต้นอยู่นอกเขตเมืองซีอัน ห่างออกไปเฉลี่ย 2 - 4 ชม. ควรใช้เวลา 1 วัน และจัดโปรแกรมท่องเที่ยวล่วงหน้า)

       
       แหล่งท่องเที่ยวในเมืองซีอัน :
  พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งมณฑลส่านซี (陕西历史博物馆) ราคาบัตร 35 หยวน ; พิพิธภัณฑ์ศิลาจารึกอักษรจีน (碑林博物馆) ราคาบัตร 35 หยวน  ; เจดีย์ต้าเยี้ยนถ่า (大雁塔) ราคาบัตร 20 หยวน(ไม่รวมค่าตั๋วขึ้นเจดีย์ 15 หยวน)  ; สุเหร่าต้าชิงเจิน (大清真寺) ราคาบัตร 12 หยวน (บางจุดห้ามนักท่องเที่ยวเข้า)  สามารถนั่งรถประจำทางสาย 610 ผ่านหน้าประตูใหญ่สถานที่ท่องเที่ยวหลายจุด ค่าโดยสาร 1-2 หยวน

       
       ข้อแนะนำ :
   เมืองซีอันมีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์จำนวนมาก ผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์จีนยุคเก่า สมัยโจวตะวันตก – จิ๋นซีฮ่องเต้ - ปลายราชวงศ์ถัง ควรใช้เวลาท่องเที่ยวอย่างน้อย 3-4 วัน  นอกจากนี้ อาหารว่าง(เสี่ยวชือ-小吃)ที่ซีอันมีหลากหลายนับร้อยๆชนิด รสชาติอร่อยเลื่องชื่อควรหาโอกาสไปชิม
        
       ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมที่
  http://www.bmy.com.cn/index_eng.htm

เผยปริศนาในสุสานจิ๋นซี

ซินหัวเน็ต/ไชน่าเน็ต – 29/11/46 สุสานใต้ดินของจักรพรรดิองค์แรกแห่งแผ่นดินจีนที่เรารู้จักกันในนามฉินสื่อหวงหรือจิ๋นซีฮ่องเต้นั้น ขณะนี้ได้มีการสำรวจขั้นต้น พบว่า โครงสร้างภายในสุสานที่ทำด้วยหินนั้นยังคงปิดผนึกอย่างดี และไม่เคยผ่านการรื้อทำลายมาก่อน โดยโครงสร้างของสุสานดังกล่าวมีรูปแบบการจัดสร้างที่สลับซับซ้อนและมีขนาดมหึมา ยิ่งใหญ่สมกับที่เป็นสุสานของมหาจักรพรรดิในรอบพันปีแห่งแดนมังกร
       
       ต้วนชิงปอหัวหน้าคณะวิจัยแหล่งโบราณคดีศึกษาสุสานจิ๋นซี ได้ออกมาประกาศเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ปริศนาเกี่ยวกับการคงอยู่ของสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี ปฐมกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์จีน(ครองราชย์ระหว่างปี 247-210 ก่อนคริสต์ศักราช)ได้รับการคลี่คลายแล้ว ด้วยการใช้เทคโนโลยีรีโมทเซนซิ่ง และความรู้ด้านภูมิศาสตร์กายภาพที่ทันสมัยที่สุดช่วยในการตรวจสอบ โดยคณะวิจัยได้พบว่า ที่ตั้งของสุสานหรือพระราชวังใต้ดินของจักรพรรดิจิ๋นซีอยู่ภายใต้เนินเขาลี่ซาน เมืองซีอานในมณฑลส่านซี ดังที่เคยคาดการณ์ไว้ ตำแหน่งศูนย์กลางของสุสานแห่งนี้ คือบริเวณยอดเนินเป็นที่ตั้งของโลงบรรจุพระศพและสิ่งของเครื่องใช้ที่ทำพิธีฝังร่วมมาด้วยกัน โครงสร้างโดยรวมของสุสานเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความลึกเฉลี่ย 35 เมตร กว้าง 145 เมตร ยาว 170 เมตร ส่วนห้องบรรจุพระบรมศพที่อยู่จุดกึ่งกลาง มีความสูง 15 เมตร และมีความใหญ่โตราวสนามฟุตบอลขนาดมาตรฐานเลยทีเดียว
       
       การสำรวจครั้งนี้ คณะวิจัยยังได้ค้นพบกำแพงดินรอบบริเวณสุสานซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกำแพงพระราชวังใต้ดินอีกด้วย โดยกำแพงดังกล่าวมีความยาวจากตะวันออกจรดตะวันตก 168 เมตร จากเหนือจรดใต้ 141 เมตร และกำแพงด้านทิศเหนือมีความกว้าง 22 เมตร ทิศใต้กว้าง 16 เมตร จากการตรวจสอบค่าความถ่วงจำเพาะเพื่อหาความหนาแน่นของดินพบว่า กำแพงนี้ผ่านการสร้างด้วยการกระทุ้งดินให้แน่นเป็นชั้นๆ ทำให้มีความแข็งแกร่งอย่างมาก และที่ผนังด้านในของกำแพงนักวิจัยยังพบว่ามีการเสริมหินเข้าไปอีกชั้นหนึ่งด้วย
       
       จากการสำรวจพบว่าสุสานแห่งนี้ยังไม่เคยถูกน้ำท่วม และไม่มีร่องรอยของการพังทลายมาก่อน บริเวณโดยรอบสุสานใต้ดินมีการจัดสร้างเส้นทางระบายน้ำไว้ถึง 3 เส้นทาง “ในประวัติศาสตร์ชนชาติจีน ที่ราบบริเวณนี้ได้เคยมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวระดับ 8 มาแล้ว แต่สุสานจิ๋นซีแห่งนี้กลับยังคงรักษาสภาพดั้งเดิมไว้ได้โดยไม่เสียหายแม้แต่น้อย ย่อมต้องดูจากความแข็งแรงทนทานของกำแพงเมืองนี้เอง!” ต้วนชิงปอกล่าว
       
       นอกจากนั้น จากบันทึกประวัติศาสตร์จีนได้เคยกล่าวถึงสุสานแห่งนี้ไว้ว่า “ให้ปรอทเป็นดั่งทะเลและสายน้ำ” และเมื่อเจ้าหน้าที่วิจัยจากสถาบันวิจัยธรณีวิทยาแห่งชาติ นายหลิวซื่ออี้ได้ทำการตรวจสอบสภาพทางภูมิศาสตร์กายภาพแล้ว พบว่า ภายในเขตพระราชวังใต้ดินมีปริมาณการสะสมของปรอทสูงผิดปกติ โดยสารปรอทส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันตกเฉียงใต้ และส่วนน้อยอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือ ถ้าหากปรอททำหน้าที่แทนสายน้ำและทะเลจริงดังข้อสันนิษฐาน ทิศทางที่มีสารปรอทสูงคือทิศที่ตั้งของทะเลป๋อไห่และหวงไห่ของจีน
       
       “จักรพรรดิฉินสื่อหวงได้เคยเสด็จไปยังอ่าวป๋อไห่ด้วยพระองค์เอง ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ที่จะทรงจำลองภาพดังกล่าวไว้ในพระราชวังของพระองค์ และถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็ถือได้ว่าจีนได้มีการศึกษาค้นคว้าด้านภูมิศาสตร์ตั้งแต่สมัยฉินทีเดียว” หลิวซื่ออี้กล่าว
       
       อนึ่ง โครงการสำรวจสุสานจักรพรรดิจิ๋นซีนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 863 ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆของจีน ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และเป็นครั้งแรกที่โครงการทางโบราณคดีได้รับการเสนอเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการดังกล่าว เนื่องจากเป็นโครงการสำรวจทางโบราณคดีที่ใช้เงินทุนและเทคโนโลยีระดับสูงสุดในการวิจัย
       
       ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี มาจากบันทึกในสมัยต้นราชวงศ์ฮั่นโดยนักประวัติศาสตร์จีนยุคโบราณ ซือหม่าเชียน ที่พรรณนาถึงสภาพภายในสุสานไว้อย่างอลังการ อีกทั้งในปีค.ศ. 1974 ได้มีการขุดพบกองทัพหุ่นดินเผาสมัยฉิน ซึ่งอยู่ห่างจากสุสานจักรพรรดิจิ๋นซีไปทางตะวันออกประมาณ 1.5 กิโลเมตร และจากการศึกษานักโบราณคดีจีนเชื่อว่า กองทัพดินเผาที่ค้นพบ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของทัพทหารที่ถวายการอารักขาองค์จักรพรรดิในปรภพ ตุลาคม ปี 1979 พิพิธภัณฑ์หุ่นดินเผากองทหารสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี ได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมอย่างเป็นทางการ และได้รับการโจษขานให้เป็น ‘สิ่งมหัศจรรย์ของโลกลำดับที่ 8 แห่งศตวรรษที่ 20’ กระทั่งปี1987 องค์การยูเนสโกลงมติให้เป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรม ปัจจุบันมีการค้นพบวัตถุโบราณที่เป็นหุ่นทหารดินเผา สรรพาวุธ รถม้าและม้าศึกทั้งสิ้นกว่า 7,400 ชิ้นในพื้นที่หลุมสุสาน 25,000 กว่าตารางเมตร และมีการคาดคะเนว่าอาณาเขตของสุสานจักรพรรดิจิ๋นซีจะมีพื้นที่กว่า 2,180 ตารางกิโลเมตร


จีนสั่งปิดซ่อมสุสานหุ่นทหารจิ๋นซีฮ่องเต้

สุสานจิ๋นซี๋ฮ่องเต้
       หนังสือพิมพ์สากล - หลังจากที่พิพิธภัณฑ์สุสานฉินสื่อหวง หรือ สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ได้เปิดให้ผู้คนเข้าชมความอัศจรรย์มาเป็นเวลากว่า 13 ปี มาวันนี้สื่อจีนรายงานว่า ในสุสานหลุมที่ 2 จะทำการปิดซ่อมแซมทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป และคาดการณ์ว่าจะเปิดให้เข้าชมอีกครั้งประมาณ เดือนเมษายน 2550
       

       อู๋หย่งฉี หัวหน้าพิพิธภัณฑ์สุสานฯ กล่าวว่า สุสานหุ่นทหารหลุมที่ 2 ได้เริ่มดำเนินการบูรณะ เป็นพื้นที่ประมาณ17,000 ตารางเมตร ตั้งแต่ปี 1988 ทางพิพิธภัณฑ์ได้ใช้วัสดุป้องกันน้ำติดลงไปที่เพดาน แต่ระยะเวลาผ่านไปทำให้วัสดุดังกล่าวเกิดแตกร้าว ส่งผลให้น้ำฝนรั่วลงสู่บริเวณจัดแสดงหุ่นทหารดิน ซึ่งปัญหาดังกล่าวพบเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2001กระทั่งปัจจุบันก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่

หุ่นทหารปิงหมาหย่ง
       หลังจากที่นักวิชาการโบราณวัตถุได้ค้นคว้าศึกษาแล้ว จึงลงความเห็นให้ปิดพิพิธภัณฑ์สุสานฯ หุ่นทหารหลุมที่ 2 ในช่วงโลว์ซีซัน ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเท่าใดนัก เพื่อทำการซ่อมบำรุงเพดาน ที่เกิดปัญหาน้ำฝนรั่ว
       
       หลังจากที่ปิดซ่อมแซม วัตถุโบราณที่อยู่ภายในจะทำการขนย้ายไปยังบริเวณห้องโถงที่จัดแสดงรถม้าแทน โดยจะใช้เวลาซ่อมแซมประมาณ 5 เดือน คาดว่าแล้วเสร็จประมาณวันที่ 20 เมษายน และจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมอีกครั้ง
       
       ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์หุ่นดินเผากองทหารสุสานจักรพรรดิฉินสื่อหวง เปิดให้สาธารณชนเข้าชมอย่างเป็นทางการ เมื่อ 1 ตุลาคม ค.ศ.1979 ได้รับการโจษขานเป็น “สิ่งมหัศจรรย์ของโลกลำดับที่ 8 แห่งศตวรรษที่ 20” กระทั่ง ธันวาคม ค.ศ. 1987 องค์การยูเนสโกลงมติให้เป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรม

โดย ผู้จัดการออนไลน์


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
อิศรา วันที่ : 29/10/2007 เวลา : 01.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phakri

สวัสดียามดึกค่ะคุณเก้าอี้สีแดง เป็นเรื่องเหลือเชื่อน่ะค่ะ ที่เจอสุสาน์ทหาร
สวัสดีค่ะคุณAJ.p ข้อมูลแย่อะมากค่ะ เพราะจับมารวมกันเป็นหน้าเดียวเลยค่ะจะได้ไม่ต้องเปิดหน้าบล็อกอีกหน้าไงค่ะ

สวัสดีค่ะคุณสุวิริโย จิ๋นซีฮ่องเต้สุดยอดจอมจักรพรรดิ จริงๆค่ะ ความสามารถสูงที่ทำได้สำเร็จ

ฝันดีกันทุกคนค่ะ อิศราต้องขอตัวนอนก่อนแล้วพรุ่งนี้ดึกๆของเมืองไทยเจอกันใหม่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สุวิริโย วันที่ : 29/10/2007 เวลา : 01.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/19
 พระภูธรกับบทกลอน, หลักธรรม, การเมือง, และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย...

ยอดเยี่ยมยิ่งใหญ่ครับ สามารถรวบรวมเมืองต่างๆเป็นแผ่นดินจีนได้สุดยอดจอมจักรพรรดิครับ แต่ที่ผมประทับใจที่สุดในองค์จิ๋นซีฮ่องเต้คือปรัชญาในการทำสงคราม "ทำสงครามเพื่อยุติสงคราม" สวัดดีวันใหม่ครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
AJ.p วันที่ : 29/10/2007 เวลา : 01.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TheTaleOfFourTribes
- - " หูยาว จ้าวป่า " - - (นะจ๊ะ)

ข้อมูลเยอะมาก(ยอมรับว่าอ่านไม่หมด...) แต่ก็อ่านส่วนสำคัญๆครับ...การค้นพบก็เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่...แต่การอนุรักษ์ให้คงไว้...สิยิ่งยากกว่า...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เก้าอี้สีแดง วันที่ : 29/10/2007 เวลา : 00.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wanwalitna
++ มิตรภาพและความทรงจำที่ดี ++

เป็นเรื่องที่น่ามหัศจรรย์จริงๆคะ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีแบบนี้ด้วย แต่ก็มีจริงๆ ข้อมูลแน่นมาก เยี่ยมคะ ฝันดีนะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
อิศรา วันที่ : 29/10/2007 เวลา : 00.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phakri

สวัสดีรอบดึกค่ะคุณstayingalive หน้านี้ทำยาวหน่อยค่ะ ไม่อยากเปิดหน้าบล็อกสองหน้าเลยรวมกันเป็นหน้าเดียวเลย

สวัสดีรอบดึกค่ะคุณJui ท่องเน็ตหาอะไรอ่านไปเรื่อยๆค่ะ พอดีไปเจอเลยหยิบมาฝากกันค่ะ เมืองจีนยังไม่เคยมาเที่ยวเลย อย่างดีก็แค่มาเลเซีย เยอรมัน ฮอแลนด์ เท่านั้นค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Jui วันที่ : 29/10/2007 เวลา : 00.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

ขยันไปค้นมาจริงๆ มาเที่ยวแล้วหรือยังครับ ซีอานอาหารอร่อยนะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
stayingalive วันที่ : 29/10/2007 เวลา : 00.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stayingalive

มนุษย์นี่มหัศจรรย์ด้านความคิดดีนะคะ ข้อมูลเยอะแต่ละเอียดดี อ่านจบเหนื่อยเลย ไม่เคยรู้ละเอียดขนาดนี้มาก่อนเลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน