*/
  • อิศรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-05
  • จำนวนเรื่อง : 1472
  • จำนวนผู้ชม : 1803898
  • จำนวนผู้โหวต : 332
  • ส่ง msg :
  • โหวต 332 คน
เที่ยวงานศาลาไทยที่ Bad Homburg 4-5 กรกฏาคม2009

"สง่างามและงดงาม ตามรูปแบบเฉพาะ ศาลาอันสวยงามแห่งนี้ ตั้งเด่นอยู่เบื้องหน้าเรา เหมือนดั่งเทพนิยายจากดินแดนอันห่างไกล สีสันอันสว่างไสวทำให้ดูโดดเด่น จากต้นไม้สีเขียวที่รายรอบ และเมื่อการตกแต่งประดับประ

View All
<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


สนใจด้านไหนมากที่สุด
ศิลปะวัฒนธรรม
46 คน
ท่องเที่ยว
98 คน
อาหาร
63 คน
วรรณกรรม/กาพย์กลอน
22 คน
ทั่วไป
28 คน

  โหวต 257 คน
วันจันทร์ ที่ 29 ตุลาคม 2550
Posted by อิศรา , ผู้อ่าน : 826 , 10:28:41 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

(ภาพ 1-2-3-4) ภายในศาลเจ้าขงเบ้งประกอบด้วยรูปปั้นโดยจิตรกรฝีมือดีในสมัยราชวงศ์ชิงซึ่งณปัจจุบันกลายเป็นเทพมงคลของชาวจีน

 ตามรอย ‘สามก๊ก’ หรือ สามประเทศ บทละครงิ้วของหลัวกว้านจงซึ่งเขียนขึ้นในยุคราชวงศ์หมิง (ค.ศ.1368-1644) จนกลายเป็น1ใน4 ยอดวรรณกรรมอมตะของจีนมาถึงปัจจุบัน ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่อาศรมสยาม-จีนวิทยาพาคณะสื่อมวลชนจากไทยร่วมศึกษาประวัติศาสตร์จีนและเที่ยวชมมรดกโลกถึงสถานที่จริง
   สุสานเล่าปี่ ศาลขงเบ้ง และบ้านจิ่นหลี่…

หน้ากากสำริดขนาดต่างๆจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ซานซิงตุย สะท้อนให้เห็นอารยธรรมเก่าแก่ของจีน

รูปปั้นสี่วีรบุรุษแห่งสูฮั่นในสามก๊ก ได้แก่ ขงเบ้ง (จูกัดเลี่ยง*),เกียงอุย (เจี่ยงหวั่น*),เฟ่ยอี*,ต่งหยุน* ตั้งอยู่ภายในสวนฝูเล่อซาน เมืองเหมียนหยัง /* = เสียงจีนกลาง

รูปปั้นห้าพยัคฆ์ขุนพลในสามก๊ก ได้แก่ กวนอู(กวนอี่ว์*), เตียวหุย (จางเฟย*), ฮองตง(หวงตง*),จูล่ง(จ้าวหยุน*) และม้าเฉียว(หม่าเชา*) ตั้งอยู่ภายในสวนฝูเล่อซาน เมืองเหมียนหยัง /* = เสียงจีนกลาง

ตูเจียงเยี่ยน ที่กวนเซียง เขื่อนเก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังเปิดใช้งานได้ดีอยู่

หลวงพ่อโตเล่อซาน ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งหนึ่งของจีน

  จุดแรกที่ได้เที่ยวชมคือ ศาลเจ้าขงเบ้ง หรือ อู่โหวฉือ แห่งเมืองเฉิงตู ประกอบด้วยสุสานเล่าปี่ ศาลขงเบ้ง และบ้านจิ่นหลี่ เป็นต้น รวมเนื้อที่ 139,860 ตรม. มีประวัติศาสตร์รวมยาวนานกว่า 1,784 ปี
       
       จากวันนั้นถึงวันนี้ คนจีนเล่าต่อๆกันมาถึง ความยิ่งใหญ่ของขงเบ้งว่าทำให้นักท่องเที่ยวลืมความงามของทัศนีย์ภาพตามธรรมชาติ อาจารย์ถาวร สิกขโกศล ได้อธิบายไว้ว่า ศาลขงเบ้งมีจุดเด่นอยู่ 3 ประการคือ 1.ในสุสานฮุ่ยหลิง เป็นที่ฝังศพของเล่าปี่และท่านผู้หญิงทั้งสอง ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุแห่งยุคสามก๊ก (ค.ศ.220-280)ที่เก่าแก่ที่สุดและส่งผลอันยาวไกลที่สุดของประเทศจีน
       
       2.เป็นศาลแห่งเดียวของประเทศจีนที่บวงสรวงเซ่นไหว้ทั้งฮ่องเต้และขุนนางพร้อมๆกัน
       
       และ 3.มีประวัติศาสตร์ทางโบราณวัตถุและทัศนียภาพที่เปิดให้ชมอย่างต่อเนื่องไม่เคยขาดระยะเป็นเวลากว่า 1,780ปี
       
       สุสานฮุ่ยหลิง และ ศาลเล่าปี่ เริ่มสร้างเมื่อศักราชจางอู่ ปีที่ 3(ค.ศ.223)แห่งราชวงศ์สูฮั่น ในสมัยเหนือใต้ได้ทำการย้ายศาลขงเบ้งจากเมืองเซ่าเฉิงมาอยู่ที่นี้ สุสานฮุ่ยหลิง ศาลเล่าปี่ และศาลขงเบ้งทั้ง 3 จึงตั้งอยู่ในบริเวณใกล้ๆกัน แต่แยกออกจากกันตั้งแต่สมัยราชวงศ์เหนือ-ใต้ (ค.ศ.420-589)จนถึงราชวงศ์หยวน(ค.ศ.1271-1368) และถูกทำให้รวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในสมัยราชวงศ์หมิง(ค.ศ.1368-1644) รวมทั้งนำเล่าปี่และขงเบ้งมาบวงสรวงเซ่นไหว้ในศาลหลังเดียวกัน แต่ชาวสู่หรือเสฉวน ยังคงนิยมเรียกรวมสามสิ่งนี้ว่า ศาลขงเบ้ง
       
       จากการบูรณะปฎิสังขรณ์ในสมัยฮ่องเต้คังซีปีที่ 11 (ค.ศ.1672)แห่งราชวงศ์ชิง จึงได้จัดแบ่งเป็นศาลองค์หน้าและศาลองค์หลังภายในศาลขงเบ้งอีก โดยได้รักษาไว้จนถึงปัจจุบัน
       
       ปัจจุบันสิ่งก่อสร้างหลักในศาลขงเบ้งหันหน้าไปทางทิศใต้โดยตั้งแต่อยู่ตามแนวกลาง ประกอบด้วย ศาลเล่าปี่ ศาลขงเบ้ง ศาลไตรสัตยพรต และ สวนละครแห่งหอร่วมสัตยาบัน เป็นต้น ทางทิศตะวันตกเป็นสวนสุสานฮุ่ยหลิง และ ห้องนิทรรศการวัฒนธรรมสามก๊ก
       
       ภายในศาลยังมีศิลาจารึก โคลงคู่ ระฆังและกลองหอทิงหลี เรือนเซียงเยี่ย เป็นต้น ซึ่งเป็นเขตทัศนียภาพที่เปี่ยมด้วยเนื้อหาที่น่าสนใจ มีรูปปั้นบุคคลในประวัติศาสตร์สามก๊ก 50 รูปซึ่งเกิดจากฝีมือจิตรกรในสมัยราชวงศ์ชิง (ค.ศ.1644-1911)โดยส่วนใหญ่ รูปปั้นเหล่านี้ยังได้กลายมาเป็นเทพมงคลในสายตาประชาชนตั้งแต่ราชวงศ์ชิงเป็นต้นมา เทพมงคลที่ว่าหมายถึง เทพที่นำมาซึ่งความเป็นมงคล ความผาสุก ปัญญาและโชคลาภ
       
       ตั้งแต่ปี ค.ศ.1780 เป็นต้นมา ศาลขงเบ้งค่อยๆก่อตัวเป็นวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นั้นคือ “วัฒนธรรมสามก๊ก” ซึ่งเกิดจากการประสานของวัฒนธรรมขงจื้อกับวัฒนธรรมการทหารของจีน อันเป็นข้อมูลการศึกษาและตัวอย่างในด้านการปกครองประเทศ การปกครองทหาร การบริหารธุรกิจ การปฎิบัติตนต่อสังคม การปกครองครอบครัวและสั่งสอนลูกหลาน และด้วยสาเหตุนี้เอง จึงมีนักการเมือง นักการทหาร นักการทูต นักธุรกิจ และประชาชนโดยทั่วไปทั้งในและนอกประเทศจีน เดินทางจากพื้นที่ห่างไกลเป็นพันลี้เพื่อมาเยี่ยมชมและศึกษา ทุกๆปีจะมีผู้มาท่องเที่ยวและบวงสรวงเซ่นไหว้ศาลเจ้าขงเบ้งกว่า 1 ล้านคน
       
       นอกจากศาลเจ้าขงเบ้ง “ผู้จัดการรายวัน” ชมพิพิธภัณฑ์ซานซิงตุย ซึ่งเก็บรวมรวมข้าวของเครื่องใช้จากสำริดที่ขุดพบจากเมืองซานซิงตุย สะท้อนให้เห็นถึงอารธรรมเก่าแก่ที่มีมากว่า 3,600 ปี
       
       ชมสุสานบังทองที่เมืองเต๋อหยัง สวนฝูเล่อซาน ที่เมืองเหมียนหยัง
       
       จากนั้นได้ทัศนะศึกษาเขื่อนตูเจียงเยี่ยน ที่กวนเซียง ซึ่งถือเป็นเขื่อนที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังเปิดใช้งานเป็นหนึ่งในมรดกโลกของมณฑลเสเฉวน และที่เมืองนี้มีศาลเจ้าหลี่ปิง หรือ ศาลเจ้าเอ้อหวางเมี่ยวที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อีกแห่ง ต่อด้วยการเที่ยวชมเขาชิงเฉิงซาน ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดลัทธิเต๋าของจีน และเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
       
       ก่อนจะปิดท้ายรายการที่การล่องเรือ นมัสการ หลวงพ่อโตเล่อซาน ที่เป็นมรดกโลกอีกหนึ่งแห่ง พระพุทธรูปองค์ใหญ่ความสูง 71 เมตร องค์พระได้รับการขนานนามให้เป็นพระที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำต้าตู้และหมินเหอ พระพักตร์ของพระองค์นั้นมีความเชื่อว่าแสดงออกถึงความเมตตาที่มีต่อมวลมนุษย์ นอกจากนี้ ยังว่ากันว่า กว่าจะสร้างเสร็จต้องใช้เวลาถึง 90 ปี นับอายุจนถึงปัจจุบันได้ 1,204 ปี
       
       จากตามรอยสามก๊กจนถึงชมมรดกโลก ณ มณฑลเสฉวน ครั้งนี้จึงได้ทั้งความรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญผ่านวัฒนธรรมสามก๊ก ขณะที่ได้สัมผัสกับมรดกโลกที่ยิ่งใหญ่
       หมายเหตุ: สำหรับชื่อตัวละครในวรรณกรรมสามก๊ก ผู้เขียนใช้เสียงภาษาถิ่นตามที่คนไทยคุ้นเคยเป็นหลัก

เปิดอาศรมสยาม-จีนวิทยา
       
       
อย่างที่ทราบกันดีว่า จีนมีอารยธรรมมากกว่า 5,000 ปี ผ่านพ้นวิกฤตมาหลายยุคสมัย มีศิลปะวิทยาการ และประสบการณ์มากมายให้โลกได้เรียนรู้ แต่เนื่องจากปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ ทำให้การศึกษาเกี่ยวกับจีนวิทยาถูกปิดกั้น และ ขาดตอนเป็นระยะเวลานานในสังคมไทย
       
       อาจารย์ถาวร สิกขโกศล ที่ปรึกษาอาศรมสยาม-จีนวิทยา ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจีน กล่าวว่า ที่ตั้งชื่ออาศรมแล้วมีคำว่าสยามตามหลังมาเพราะบางเรื่องพูดถึงเรื่องไทยแล้วอาจต้องค้นคว้าจากจีน
       
       ขณะที่จีนวิทยา หมายถึง ข้อมูล ความรู้ทัศนะ และประสบการณ์ ที่เกี่ยวข้องกับอารยธรรมแห่งความเป็นจีนทั้งหลาย มีมุมมองและจุดเน้นทางแง่มนุษยศาสตร์ ประวัติศาสตร์ อักษรศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม คติชนวิทยา ฯลฯ แตกต่างจากขอบข่ายของ “จีนศึกษา” ซึ่งเน้นไปเชิงสังคมศาสตร์ เศรษฐกิจ การเมือง ฯลฯ
       
       นายประสิทธิ์ ฉกาจธรรม รองผู้จัดการทั่วไป สำนักประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซี.พี.เซเว่นอีเลฟเว่น กล่าวว่า อาศรมสยาม-จีนวิทยาเริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ.2544 แต่เริ่มทำกิจกรรมครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2545 โดยเป็นลักษณะการเสวนาให้ความรู้เรื่อง เปิดโลกวรรณกรรมสามก๊ก จากนั้นก็มีเสวนากันทุกสัปดาห์ตระเวนไปตามสถานที่ต่างๆ อาทิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งล่าสุดจัดเรื่อง เรียนปรัชญาเต๋าไปทำไม
       
       นอกจากเสวนาแล้วยังมีจดหมายข่าวไปตามแหล่งต่างๆซึ่งมียอดพิมพ์ราว 2,000 ฉบับและสมาชิกลงทะเบียนไว้แล้ว 700 คน กลุ่มผู้สนใจศึกษาเรื่องจีนก็ขยายตัวขึ้นสังเกตจากสถานศึกษาที่มีสอนวิชาภาษาจีนจะส่งนักศึกษาเข้ามาร่วมรับฟังทุกครั้งที่จัดเสวนา
       
       “อาศรมสยาม-จีนวิทยาต้องการจะให้เรียนรู้อย่างถูกต้องเป็นระบบ หลังทำจดหมายข่าวแล้วเรายังเคยรวบรวมเป็นพ็อกเกตบุ๊คชื่อ “พลิกม่านไม้ไผ่” จัดทัวร์วัฒนธรรมเริ่มจาก ตามหารากเหง้าชาวแต้จิ๋ว ในปีพ.ศ.2548 ทำมาแล้ว 3 ครั้ง ปีนี้ครั้งที่ 4 จึงเปลี่ยนมาจัดตามรอยสามก๊กเพื่อให้ได้สัมผัสภูมิปัญญาจีนกลับมาไทย” นายประสิทธิ์ กล่าว
       
       สำหรับเป้าหมายการเรียนรู้ต่อไปของอาศรมสยาม-จีนวิทยาได้วางไว้ว่าจะจัดให้ความรู้เรื่อง ขงจื้อ งิ้วแต้จิ๋ว กำเนิดของภาษาตระกูลไท เป็นต้น



โดยผู้จัดการออนไลน์


       


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
อิศรา วันที่ : 29/10/2007 เวลา : 21.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phakri

สวัสดีค่ะคุณส.สนสอาดจิต ขอบคุณค่ะที่ติดตามกันมาตลอดเรื่องเพลงประกอบหาไม่ได้ค่ะเลยหยิบเจ้าพ่อเซียงไฮมาใส่แทน

สวัสดีค่ะคุณJui ขอบคุณค่ะเดี๋ยวจะต่อตอนต่อไปค่ะ

สวัสดีค่ะคุณSupawan รอเดี๋ยวน่ะค่ะจะพาเที่ยวต่อค่ะ

สวัสดีค่ะคุณญิบพันจันทร์ นึกได้แล้วว่าเคยเห็นชื่อที่ไหนมาก่อน ที่แท้ก็หนังสือพิมพ์ชาวไทยนี้เองค่ะ ที่เขียนเรื่อง หมายเหตุแห่งสมัย ดีใจค่ะที่ได้เจอกันในบล็อกโอเคชั่น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 29/10/2007 เวลา : 14.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

บ้านเราวันนี้มากกว่าสามครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Supawan วันที่ : 29/10/2007 เวลา : 11.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ตามมาเที่ยวค่ะ ...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Jui วันที่ : 29/10/2007 เวลา : 10.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

ตามมาอ่านและมาดูครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
BlackandWhite วันที่ : 29/10/2007 เวลา : 10.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/blackandwhite



จะมาตามรอยเรื่อยๆนะครับ ชื่นชอบ สามก๊ก ครับ ได้อ่านได้ดูได้แนวคิดหลากหลายดีครับ

ปล.เพลงประกอบเป็นเจ้าพ่อเซี่ยงไฮซะงั้นนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน