*/
  • อิศรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-05
  • จำนวนเรื่อง : 1472
  • จำนวนผู้ชม : 1801474
  • จำนวนผู้โหวต : 332
  • ส่ง msg :
  • โหวต 332 คน
เที่ยวงานศาลาไทยที่ Bad Homburg 4-5 กรกฏาคม2009

"สง่างามและงดงาม ตามรูปแบบเฉพาะ ศาลาอันสวยงามแห่งนี้ ตั้งเด่นอยู่เบื้องหน้าเรา เหมือนดั่งเทพนิยายจากดินแดนอันห่างไกล สีสันอันสว่างไสวทำให้ดูโดดเด่น จากต้นไม้สีเขียวที่รายรอบ และเมื่อการตกแต่งประดับประ

View All
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


สนใจด้านไหนมากที่สุด
ศิลปะวัฒนธรรม
46 คน
ท่องเที่ยว
98 คน
อาหาร
63 คน
วรรณกรรม/กาพย์กลอน
22 คน
ทั่วไป
28 คน

  โหวต 257 คน
วันศุกร์ ที่ 2 พฤศจิกายน 2550
Posted by อิศรา , ผู้อ่าน : 1230 , 22:27:10 น.  
หมวด : แฟชั่น

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โคแก่กับหญ้าอ่อน


เอื้อเฟื้อต้นฉบับโดย คุณป้อมดอนเมือง
เอื้อเฟื้อไฟล์เอกสารโดย ทีมงานคุณสมชัย
- ๑ -
ตอนสายวันนั้น
“คาดิลแล็ค” เก๋งคันใหญ่ซึ่งขับโดยเจ้าคุณปัจจนึก ฯ และมีเจ้าแห้วนั่งอยู่ข้างหลัง ได้แล่นมาหยุดหน้าคฤหาสน์หลังหนึ่งทางถนนสาธร ริมถนนมีรถยนต์เก๋งและรถบรรทุกจอดอยู่ประมาณ ๒๐ คัน ที่หน้าประตูใหญ่หน้าบ้าน มีธงตราหมากรุกสีดำขาวผืนใหญ่ปรากฏอยู่
บริษัทเลหลังแห่งหนึ่งได้โฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ว่า จะทำการเลหลังทรัพย์สมบัติต่าง ๆ ของคหบดีคนหนึ่งจากรายการข้าวของต่าง ๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์ มีหลายอย่างที่ทำให้เจ้าคุณปัจจนึก ฯ สนใจมาก เป็นต้นว่าเครื่องลายครามและโบราณวัตถุ ซึ่งท่านเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ของเราเป็นนักสะสมและชอบซื้อของเลหลัง ตามที่เขามีการเลหลังกันแทบทุกอาทิตย์
ท่านเจ้าคุณจัดแจงดับไฟเครื่องยนต์เรียบร้อยแล้วหันมามองดูเจ้าแห้วซึ่งกำลังนั่งพิงพนักรถและหลับอย่างสบาย
“อ้าว—หลับแล้วรึ เฮ้ย—ปู้โธ่ อ้ายเวรนี่”
เจ้าแห้วสะดุ้งเฮือกลืมตาโพลง แล้วยิ้มแห้ง ๆ
“รับประทานอีกนิดเดียวผมถูกแทงตายแน่ โอย รับประทานเคราะห์ดีเหลือเกินที่ตำรวจวิ่งมาช่วยผม”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ทำตาปริบ ๆ
“อะไรของมึงวะอ้ายแห้ว”
“แฮ่ะ – แฮ่ะ รับประทานฝันไปครับ”
“นี่มึงถึงกับฝันเชียวรึวะอ้ายแห้ว”
เจ้าแห้วยักคิ้วแล้วอมยิ้ม
“ครับ รับประทานพอรถออกจากบ้านผมก็หลับเรื่อยมา รับประทานเมื่อคืนนี้คุณหญิงท่านปวดท้องไม่สบาย ผมต้องเฝ้าพยาบาลรับประทานกว่าจะได้นอนก็ร่วมตีสี่ ง่วงเหลือเกินครับ” พูดจบเจ้าแห้วก็อ้าปากหาว
ดัง ๆ เสียงลั่นรถ
“เฮิ้ว – – – “
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ กลืนน้ำลายเอื๊อก
“เวลามึงจะหาวเอามือปิดปากเสียก่อนซิวะอ้ายเวร คนที่อ้าปากหาวดัง ๆ อย่างมึงน่ะ เขาเรียกว่าขี้ข้าม้าครอก” แล้วท่านก็เผลอตัวหาวออกมาดัง ๆ โดยไม่ทันยกมือปิดปาก
“เฮิ้ว…….”
เจ้าแห้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“รับประทานผมจะจำไว้ครับที่ใต้เท้าว่าคนที่อ้าปากหาวดัง ๆ โดยไม่ยกมือปิดปาก รับประทานอะไรนะครับขี้ข้าม้าครอก…….”
ท่านเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ทำหน้ากะเรี่ยกะราดชอบกล
“แต่บางที ผู้ดีเขาก็เผลอตัวแหกปากหาวดัง ๆ อย่างข้าเหมือนกัน มันปิดไม่ทันนี่หว่า” แล้วเจ้าคุณก็เผลอตัวหาวขึ้นอีก “เวิ้วว…..”
เจ้าแห้วหัวเราะงอหาย
“รับประทานเมื่อคืนใต้เท้าท่าจะนอนดึก”
“อือ, กูนอนไม่ค่อยหลับโว้ย ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรยิ่งแก่ตัวยิ่งนอนน้อย กว่าจะหลับตั้งตีสามเห็นจะได้ ไปเถอะวะ เข้าไปดูเขาเลหลังสักหน่อย เผื่อจะได้เครื่องลายครามอะไรดี ๆ บ้าง เอ็งช่วยแบกมาขึ้นรถก็แล้วกัน”
ทั้งสองต่างพากันลงมาจากรถ
“รับประทานเจ้าคุณเข้าไปก่อนเถอะครับ ผมจะปิดกระจกรถเสียก่อน”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ พาตัวเดินเข้าไปในคฤหาสน์ใหญ่หลังนั้น แลเห็นประชาชนไม่ต่ำกว่าสองสามร้อยคน ยืนออกันอยู่ที่หน้าตึก กระทาชายนายหนึ่งแต่งกายเรียบร้อยผูกเน็คไท แต่ไม่ได้สวมเสื้อชั้นนอก ยืนเด่นอยู่บนโต๊ะสี่เหลี่ยมหน้าตึก มือถือฆ้อนไม้อันกระทัดรัด เขาคือเจ้าหน้าที่เลหลัง ซึ่งกำลังร้องประกาศเลหลังเครื่องรับวิทยุเครื่องหนึ่ง
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ เดินตรงเข้ามา ท่านคิดในใจว่าเจ้าของบ้านนี้อาจจะประสบความพินาศล่มจม จึงสั่งให้บริษัทเลหลังขายทอดตลาดทรัพย์สมบัติของเขาที่มีอยู่ เพื่อต้องการเงินสดไปใช้ ทางขวามือของตัวตึกมีข้าวของอันมีค่าวางอยู่เกลื่อนกลาด ซึ่งล้วนแต่เป็นของอันมีราคาทั้งสิ้น ประชาชนต่างรุมล้อมมองดูของเหล่านี้ ถ้าชอบใจก็จะได้สู้ราคาเมื่อเจ้าหน้าที่ประกาศการเลหลัง
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ หยุดยืนมองดูตุ๊กตาจีนตัวหนึ่งสูงประมาณศอกเศษ และตั้งอยู่บนโต๊ะกลมขนาดเล็ก ท่านรู้สึกพอใจในความงดงามในฝีมือปั้นตุ๊กตาตัวนี้มาก เป็นตุ๊กตานางฟ้าแบบจีน หน้าตากระจุ๋มกระจิ๋ม
เจ้าแห้วเดินย่องเข้ามาหยุดยืนข้าง ๆ เจ้าคุณปัจจนึก ฯ
“รับประทานใต้เท้าท่าจะชอบตุ๊กตาตัวนี้”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ไม่ทันหันมามองดูเจ้าแห้วก็เข้าใจว่าเสียงที่กล่าวถามนี้คือนักซื้อของเลหลังเช่นเดียวกับท่าน จึงตอบยิ้ม ๆ
“ครับ สวยมากทีเดียว ฝีมืออย่างนี้เป็นฝีมือเก่ายากที่จะหาได้”
“รับประทานเห็นจะแพงนะครับ”
“ผมเข้าใจว่าอย่างต่ำก็ในราวสองพันบาท แต่อย่างไรผมก็จะลองสู้ราคาดู ผมชอบสะสมเครื่องลายครามของเก่าครับ” แล้วท่านก็หันมามองดูหน้าเจ้าแห้ว พอเห็นเป็นเจ้าแห้ว เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ก็แยกเขี้ยว ยกมือเขกกบาลเจ้าแห้วเต็มเหนี่ยวเสียงดัง โป๊ก “อ้ายเปรต นึกว่าคนอื่นหลงคุยด้วยเป็นคุ้งเป็นแคว”
“นั่นน่ะสิครับ รับประทานผมก็แปลกใจเหมือนกันใต้เท้าเคยพูดกับผมว่ามึงกู หรืออย่างจะน่าเอ็นดูหน่อยก็เอ็งข้า แกฉัน ไง๋ถึงพูดผมพูดครับกับผม” แล้วเจ้าแห้วก็หัวเราะชอบใจ
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ชายชราคนหนึ่งได้พาตัวเดินตรงเข้ามาหาเจ้าคุณปัจจนึก ฯ และยกมือไหว้อย่างนอบน้อม ท่านเจ้าคุณทำหน้าตื่น ๆ ถึงไม่เคยรู้จักกันมา แต่เมื่อฝ่ายหนึ่งทำความเคารพให้ เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ก็รีบรับไหว้ ลักษณะท่าทางและการแต่งกายของชายชราผู้นี้สง่าและภาคภูมิ ถึงแม้ว่าใบหน้าจะเศร้าหมองก็ตาม เจ้าคุณปัจจนึก ฯ เชื่อว่าต้องเป็นผู้ดีมีสกุลแน่ ๆ
“อ้า—สวัสดีครับ” ท่านเจ้าคุณพูดอ้อมแอ้ม “ผมนึกไม่ออกจริง ๆ ครับว่าท่านเป็นใคร”
ชายชราเจ้าของร่างบอบบางก้มศีรษะเล็กน้อยแล้วแนะนำตัวเอง
“ผม—หลวงนิรทรัพย์นิรันดรขอรับ ผมเป็นเจ้าบ้านนี้เอง”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ยิ้มเศร้า ๆ ยื่นมือให้จับ
“โอ—ยินดีมากครับคุณหลวง ที่ผมได้รู้จักกับคุณหลวง”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ ฝืนหัวเราะเสียงกร่อย
“อย่ายินดีเลยครับใต้เท้า ผมเป็นคนที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปแล้ว ที่ให้บริษัทเลหลังมาขายทอดตลาดทรัพย์สมบัติของผมก็เพื่อจะเอาเงินไปใช้หนี้ ม่ายงั้นผมก็จะถูกฟ้องล้มละลาย”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ มองดูคุณหลวงนิรทรัพย์ ฯ อย่างเห็นใจ
“อย่าไปนึกเสียอกเสียใจให้มากเลยครับคุณหลวง ทุกอย่างเมื่อมีอุบัติก็ต้องมีวิบัติเป็นธรรมดา ข้าวของเงินทองมันเป็นของนอกกาย ไม่ตายเราก็คงจะหาได้ใหม่ คนเราไม่พ้นชวดฉลูขาลเถาะมะโรงมะเส็งมะเมียมะแม เชื่อผมเถอะครับคุณหลวง เอ – แต่ว่า….คุณหลวงรู้จักผมหรือครับ ถึงได้เข้ามาทักผม”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ ยิ้มเล็กน้อย
“ครับ ผมรู้จักใต้เท้ามานานแล้ว ครั้งหนึ่งผมเคยเห็นใต้เท้าที่สมาคมจีนไทยพี่น้องกัน แล้วก็อีกครั้งหนึ่งผมเห็นใต้เท้าที่สโมสรเศรษฐีแห่งประเทศไทย เพื่อนของผมคนหนึ่งได้บอกผมว่าใต้เท้าคือพระยาปัจจนึก ฯ ธนบดีผู้มั่งคั่งคนหนึ่งของประเทศไทย”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ หัวเราะหึ ๆ
“เห็นหน้ากันเพียงสองครั้งคุณหลวงไม่น่าจะจำผมได้เลยนะ”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ เกือบจะหัวเราะออกมาดัง ๆ
“ประทานโทษ ผมจำศีรษะของใต้เท้าได้ขอรับ เห็นแต่ไกลในระยะร้อยเมตรก็ยังจำได้ ผมยืนอยู่บนตึกชั้นบนพอใต้เท้าเลี้ยวเข้าประตูบ้านผมเข้ามา ผมก็จำได้ทันที เลยรีบลงมาต้อนรับใต้เท้า เชิญบนตึกเถอะครับถึงแม้ว่าที่นี่มีการเลหลัง แต่ไม่ได้หมายความว่าผมถูกยึดทรัพย์หรือถูกฟ้องล้มละลายนะครับ คฤหาสน์นี้ยังเป็นของผมอยู่โดยสมบูรณ์ ผมยินดีต้อนรับใต้เท้ากับบุตรชายของใต้เท้าอย่างเต็มใจ”
เจ้าแห้วยืดหน้าอกขึ้นทันที ค่อย ๆ หันหน้ามาพูดกับเจ้าคุณปัจจนึก ฯ เบา ๆ
“เชิญสิครับ คุณพ่อ”
ท่านเจ้าคุณยกหลังมือขวาตบหน้าเจ้าแห้วเต็มแรงเสียงดังฉาด
“นี่แน่ะ ใครเป็นพ่อมึง”
เจ้าแห้วสูดปากลั่น ยกมือคลำแก้มซ้ายของเขา
“รับประทานคุณหลวงท่านเข้าใจผิด ผมกลัวคุณหลวงท่านจะอายก็แกล้งสวมรอย ติ๋งต่างว่าผมเป็นลูกชายใต้เท้า”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ หัวเราะก้าก
“แกเป็นลูกฉันได้อย่างไรกันวะอ้ายแห้ว หน้าตาผิวพรรณของแกไม่มีทีท่าว่าจะเป็นลูกเจ้าคุณเลยแค่ท่านขุนก็ไปไม่ไหวแล้ว”
“แหม” เจ้าแห้วร้องลั่น “หน้าตาผมต่ำเอามากอย่างนั้นเชียวหรือครับ”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ อดหัวเราะไม่ได้
“ก็บุคลิกลักษณะของมึงน่ะมันบอกว่าขี้ข้านี่หว่า”
“ขี้ข้า” เจ้าแห้วพูดอย่างน้อยใจ ยกมือจับขอบกางเกงทั้งสองข้าง แล้วพูดโดยเร็ว “รับประทานขี้ข้านุ่งกางเกงชากสะกิ้นแบมบูอย่างนี้เชียวหรือครับ รับประทานนี่ – นี่เชิ้ทแอโร่ตัวละแปดสิบบาท รับประทานเข็มขัดเส้นละหกสิบบาท รองเท้าหนังนอกทรงอังกฤษ รับประทานคู่ละสองร้อยห้าสิบ” แล้วเจ้าแห้วก็ล้วงกระเป๋าหยิบซองบุหรี่ออกมา “รับประทานสูบบุหรี่คูลอย่างนี้น่ะหรือครับ ขี้ข้า รับประทานใส่น้ำหอมโกตี้เสียด้วย ขี้ข้ามีใช้ที่ไหนกัน”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ หัวเราะงอหาย คำพูดของเจ้าแห้วทำให้ท่านขบขันที่สุดแทนที่จะโกรธ
“อ้ายแห้วเอ๊ย…..ลาที่มันเอาหนังราชสีห์คลุมตัวของมันน่ะ จริงอยู่ ใคร ๆ ก็ต้องเข้าใจผิดคิดว่ามันเป็นราชสีห์ถ้าหากว่ามันนอนนิ่งเฉย ๆ แต่ถ้ามันลุกเดินเพียงสองสามก้าวหรือส่งเสียงร้องขึ้น ใคร ๆ ก็ต้องรู้ว่าลา ถูกละ เอ็งแต่งตัวหรูหราราวกับเสี่ยใหญ่แต่เอ็งรู้หรือเปล่าว่ากิริยาท่าทางของเอ็ง มันไม่มีแววแห่งความเป็นผู้ดีเลย คนที่เขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าราคาถูกหรือขาดปะบางคน ข้าได้ยินเขาพูดเพียงประโยคเดียวข้าก็รู้ว่าเขาเป็นผู้ดี ขอให้เอ็งเข้าใจเสียใหม่ ผู้ดีไม่ได้หมายความว่า จะต้องนุ่งกางเกงชากสะกิ้นสวมเสื้อแอโร่ใส่น้ำหอมโกตี้ สูบบุหรี่คูล เขาหมายถึงกิริยามารยาทโว้ย”
“ว้า” เจ้าแห้วคราง “รับประทานแล้วเมื่อไรผมถึงจะเป็นผู้ดีกับเขาได้เสียทีล่ะครับ”
“ข้าคิดว่ายากมาก กามันก็ต้องเป็นกา หงส์มันก็ต้องเป็นหงส์”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ กล่าวถามเจ้าคุณปัจจนึก ฯ เบา ๆ
“คุณคนนี้ไม่ใช่บุตรชายของใต้เท้าหรอกหรือครับ มีคนเขาบอกผมว่าใต้เท้ามีบุตรชายดูเหมือนสองคน”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ รีบปฏิเสธ
“ไม่ใช่ – ไม่ใช่คุณหลวง สองคนน่ะลูกเขยไม่ใช่ลูกชาย”
เจ้าแห้วพูดเสริมขึ้น
“คนหนึ่งเป็นหมอครับ อีกคนหนึ่งเป็นคหบดี รูปหล่อทั้งคู่แหละครับ”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ พยักหน้ากับหลวงนิรทรัพย์ ฯ
“อ้ายหมอนี่เป็นคนใช้ของผมครับคุณหลวง แต่มันติดจะเบ่งอยู่สักหน่อย แต่งกายโอ่อ่าภาคภูมิเสมอ ไปไหนกับผม ใครไม่รู้ก็ต้องคิดว่าเป็นลูกหรือหลานผม”
เจ้าแห้วพูดสอดขึ้น
“รับประทานชาติก่อนเราคงเคยเป็นพ่อลูกกันนะครับ”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ หัวเราะก้าก
“ใครเป็นพ่อและใครเป็นลูกกันจ๊ะ”
เจ้าแห้วว่า “ใครก็ได้ครับ อื๋อ – รับประทานผมเป็นลูกซีครับ”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ ยิ้มให้เจ้าคุณปัจจนึก ฯ
“เชิญใต้เท้าขึ้นไปชมของดี ๆ บนตึกดีกว่าครับ ผู้ที่มีเกียรติอย่างใต้เท้าไม่ควรจะมายืนดูอยู่ข้างล่างนี่ เชิญเถอะครับ”
“ครับ ขอบคุณมาก คุณหลวง”
ต่อจากนั้น เจ้าของบ้านก็พาเจ้าคุณปัจจนึก ฯ กับเจ้าแห้วขึ้นบันไดไปบนตึก และเลยเข้าไปในห้องโถง ท่านเจ้าคุณได้แลเห็นข้าวของอันมีค่าอีกหลายชิ้นวางอยู่เกลื่อนกลาด เตรียมพร้อมที่จะทำการเลหลัง หลวงนิรทรัพย์ ฯ กับเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ได้โอภาปราศรัยกันอย่างกันเอง คุณหลวงเล่าให้ฟังว่าท่านเป็นนักธุรกิจคนหนึ่ง จำหน่ายสรรพสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีถิ่นกำเนิดในเมืองไทย และทำโดยฝีมือของคนไทย ห้าง “สยามภัณฑ์” ของหลวงนิรทรัพย์ ฯ เปิดทำการค้ามาห้าปีแล้ว กิจการค้าไม่เคยเจริญรุ่งเรืองเลยเพราะคนไทยด้วยกันไม่มีใครนิยมใช้สินค้าไทย เขามักจะถือกันว่าถ้าใครใช้ของคนไทยแล้วคนนั้นนอกจากจะฐานะไม่ดีแล้ว ยังเป็นคนเปิ่นล้าสมัย หลวงนิรทรัพย์ ฯ คร่ำครวญให้ฟังว่า ห้าปีที่ผ่านมานี้ แผนกเสื้อผ้าของห้าง “สยามภัณฑ์” ขายผ้าซิ่นได้ไม่ถึงยี่สิบผืน และขายผ้าทอที่ทำในเมืองไทยได้ไม่เกินสิบเมตร ส่วนสินค้าอื่น ๆ เช่นเครื่องดนตรีของคนไทย ซอด้วง, ซออู้, จะเข้ ไม่ปรากฏว่าขายได้เลย เพราะหนุ่มสาวสมัยนี้เห็นว่าดนตรีไทยล้าสมัยฟังไม่เพราะหู
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ เห็นพ้องด้วย
“จริงครับ คุณหลวง ผมเองมีความคิดอย่างคนโง่ ๆ ว่า ถ้าหากว่าเราไม่นำลัทธิชาตินิยมขึ้นมาใช้ในไม่ช้าชาติเราก็คงจะแย่ เรากำลังยกย่องบูชาฝรั่งแลเห็นฝรั่งเป็นเทวดาไปหมด วัฒนธรรมประจำชาติเรากำลังจะสูญสิ้นไปทุกวัน ในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะไม่ได้ยินเสียงดนตรีไทยอีกแล้ว แม้กระทั่งปัจจุบันนี้ก็เห็นจะมีแต่ที่กรมศิลปากรเท่านั้นที่คนแก่อย่างเราจะหาฟังได้”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ ว่า
“ผมคิดผิดจริง ๆ ที่ผมตั้งห้างสยามภัณฑ์ คราวนี้ผมจะปรับปรุงตัวเองให้ทันสมัยและเหตุการณ์ ผมจะจำนำที่ดินและบ้านหลังนี้ไว้กับเพื่อนของผมคนหนึ่งและผมจะวิ่งเต้นเปิดห้างจำหน่ายสินค้าต่างประเทศที่ ทันสมัยเป็นต้นว่าเครื่องสำอาง แต่งหน้าคนแก่ให้กลับเป็นสาว เครื่องใช้ไม้สอยที่ทันสมัย เครื่องเกมกีฬาต่างประเทศ เสื้อผ้าแพรพรรณต่าง ๆ สินค้าไทยเลิกกันที”
“ถูกครับ – คุณหลวงคิดถูกถ้าทำได้อย่างนี้”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ พาเจ้าคุณปัจจนึก ฯ กับเจ้าแห้วเข้าไปนั่งในห้องสมุดอันหรูหรา
“หนังสือต่าง ๆ ในห้องสมุดนี้ ล้วนแต่เป็นบทพระราชนิพนธ์ของพระมหาธีรราชเจ้าเป็นส่วนมาก นอกจากนี้ก็เป็นบทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่หนึ่งที่สองและที่สามแล้วก็วรรณคดีต่าง ๆ ของอดีตจินตกวี ผมไม่ได้สั่งให้เขาเลหลังหรอกครับ แต่ถ้าใต้เท้าพอใจ ผมจะเสนอขายให้ใต้เท้าในราคาถูกที่สุด”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ยิ้มเล็กน้อย
“ขอบคุณครับ เรื่องหนังสือกับผมไม่ใคร่จะชอบกันหรอกครับ ผมเป็นนักโบราณคดี ผมชอบสรรพโบราณวัตถุมาก คุณหลวงมีอะไรที่จะอวดผมบ้างล่ะ”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ ว่า “ผมเสียใจเหลือเกินครับใต้เท้าของโบราณต่าง ๆ ของผม ก็มีเครื่องลายครามกังไสอยู่เพียงไม่กี่ชิ้น ผมให้เด็กขนไปไว้หน้าตึกหมดแล้ว เท่าที่ใต้เท้ายืนดูอยู่นั่นแหละครับ”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ มองดูนาฬิกาข้อมือที่ข้อมือของหลวงนิรทรัพย์ ฯ ซึ่งเป็นนาฬิกาเก่าแก่ เรือนเงินหน้าปัดใหญ่แบบเรียบ ๆ และยี่ห้อชั้นนำ
“นาฬิกาของคุณหลวงเรือนนี้ผมชักชอบเสียแล้ว เลหลังให้ผมเถอะครับ”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ สะดุ้งเฮือก
“ฮ้า – นี่มันของใช้ส่วนตัวของผมนี่ครับใต้เท้า”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ยิ้มแหย ๆ
“ผมนึกว่าคุณหลวงจะขายก็จะขอซื้อไว้ ขายน่า…..ผมให้พันบาท”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ หัวเราะก้าก
“ขายไม่ได้หรอกครับ ใต้เท้า นาฬิกาข้อมือของผมเรือนนี้เป็นนาฬิกาข้อมือรุ่นแรกที่ส่งเข้ามาขายในประเทศไทย เจ้าคุณพ่อของผมท่านใช้มานานจนกระทั่งท่านถึงแก่กรรมไป ผมก็เอามาใช้ต่อ ไม่เคยปรากฏว่าต้องซ่อมแซมแก้ไขอะไรเลย เวลาก็เที่ยงตรงดีมาก” พูดจบหลวงนิรทรัพย์ ฯ ก็ถอดนาฬิกาข้อมือออกส่งให้ เจ้าคุณปัจจนึก ฯ
ท่านเจ้าคุณยกนาฬิกาขึ้นมองดูด้วยความสนใจ ยิ่งมองท่านก็ยิ่งชอบนาฬิกาเก่าแก่เรือนนี้ ตามนิสัยของผู้ที่รักของเก่า
“อือ – ฝีมือเขาทำประณีตเรียบร้อยดีมาก อ้ายนาฬิกาสมัยนี้ไม่ได้ความเลยครับคุณหลวง ขายให้ผมน่า ผมให้พันห้าร้อย”
“โธ่ – ใต้เท้า นาฬิกาเรือนนี้ผมเอาไว้ดูต่างหน้าเจ้าคุณพ่อของผม แล้วก็มันเที่ยงตรงดีไม่เคยทรยศต่อผมเลย ผมขายให้ใต้เท้าไม่ได้หรอกครับ”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ เก็บนาฬิกาใส่กระเป๋าเสื้อเชิ้ตของท่าน แล้วล้วงกระเป๋าหยิบสมุดเช็คกับปากกาขึ้นมาแล้วว่า “ไม่รู้ละ ผมให้สองพันบาท ขายไม่ขายผมเอาละ”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ ซ่อนยิ้มไว้ในหน้า
“ผมขายให้ใต้เท้าไม่ได้จริง ๆ ครับ มีคนให้ผมตั้งสี่พัน ผมยังไม่ยอมขาย เมื่อสองสามวันนี้เจ้าคุณคเชนทร์ ฯ มานั่งอ้อนวอนผม จะให้สี่พันบาท ผมกลุ้มใจเต็มทนที่ต้องปฏิเสธท่าน”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ เม้มปากแน่น
“เอายังงี้ก็แล้วกัน วันหน้าวันหลังคุณหลวงยังจะได้พึ่งผมอีก ผมให้ห้าพันบาท ขายให้ผมก็แล้วกัน”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ นิ่งนึก ความจริงนาฬิกาข้อมือเรือนนี้ เขาซื้อมาจากเวิ้งนครเขษมราคาสี่สิบบาทเท่านั้น คุณหลวงเคยผูกนาฬิกาอย่างดีราคาเกือบสี่พันแต่พอฐานะตกต่ำก็ขายมันไป และซื้อนาฬิกาโปเกเรือนนี้มาใช้แทน
“แหม – ผมเกรงใจใต้เท้าเหลือเกิน แต่ว่า…..เอาเถอะครับ สำหรับใต้เท้าผมก็หวังจะเป็นที่พึ่งของผมต่อไปข้างหน้า ขอให้ผมอีกห้าร้อยก็แล้วกันครับ อย่าให้ผมขาดทุนเลย”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ยิ้มแป้น
“ตกลงครับ เมื่อคุณหลวงขออีกห้าร้อยบาทจะเป็นอะไรไปเล่า”
แล้วท่านก็เซ็นเช็คสั่งจ่ายเงินห้าพันห้าร้อยบาท เมื่อเซ็นชื่อเรียบร้อยถูกต้องดีแล้วก็ฉีกออกจากเล่มส่งให้หลวงนิรทรัพย์ ฯ
คุณหลวงยกมือไหว้ รับเช็คมาถือไว้ด้วยความตื่นเต้นยินดี
“ขอบคุณครับ ใต้เท้า”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ล้วงกระเป๋าหยิบนาฬิกาโปเกออกมาพิจารณาดูอีก แล้งส่งให้เจ้าแห้วซึ่งนั่งพับเพียบอยู่ข้าง ๆ ท่าน
“เอ้า – เอ็งชมเป็นเป็นขวัญตาเสียซี นาฬิกาแบบนี้เก่าแก่มาก อ้า – ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า”
เจ้าแห้วถอนใจหนัก ๆ ยิ่งมองดูก็ยิ่งเห็นว่านาฬิกาข้อมือเรือนนี้มาจากห้างเวิ้งนครเขษม ตรงข้าม เอส. เอ. บี. เจ้าแห้วเงยหน้าขึ้นมองดูหลวงนิรทรัพย์ ฯ แล้วกล่าวถามเบา ๆ
“รับประทานมีเครื่องไหมครับ”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ นัยน์ตาเหลือก
“แล้วกัน ไม่มีเครื่องมันจะเป็นนาฬิกากันได้อย่างไรจ๊ะเธอ”
เจ้าแห้วหัวเราะ
“รับประทานผมเคยเห็นนาฬิกาในห่อกรอบเค็มไม่มีเครื่องนี่ครับ รับประทานมีเข็มมีหน้าปัด แต่เครื่องไม่มี”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ ขมวดคิ้วย่น แสดงสีหน้าไม่พอใจ
“เธอไม่รู้จักของดีและของเก่าแก่ เธอรู้หรือเปล่าว่านาฬิกาแบบนี้น่ะ ราคาของมันอาจจะถึงหมื่นบาท ก็ได้”
เจ้าแห้วยกมือขวาจี้สีข้างตัวเองแล้วหัวเราะลั่น
“รับประทาน อ้า – เมื่อสองสามวันนี้ผมไปพบเรือนหนึ่งที่เวิ้งนครเขษม แบบนี้แหละครับ รูปลักษณะเหมือนกันมาก เดินเสียงดังพอ ๆ กับรถไฟ รับประทานเจ๊กมันจะเอาสองร้อย รับประทานผมต่อสามสิบบาทเจ๊กมันให้ ผมเลยวิ่งหนี”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ รีบดึงนาฬิกาข้อมือมาจากมือเจ้าแห้ว
“เอ็งมันเด็กหนุ่มไม่รู้จักอะไรหรอก คนผู้ใหญ่อย่างข้าถึงจะรู้ว่านาฬิกาเรือนนี้เป็นนาฬิกาเก่าแก่มีราคามาก”
เจ้าแห้วยกมือไหว้
“จริงครับ วันหลังผมผ่านไปทางเวิ้ง รับประทานผมจะซื้อเรือนนั้นมาให้ใต้เท้า จะได้เข้าคู่กับเรือนนี้ผูกเสียสองมือเลย”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ขมวดคิ้วย่น
“พ่อมึงน่ะสิ ผูกนาฬิกาสองมือ”

ที่มาของข้อมูลจาก  http://www.geocities.com/samgler13/cokae1.html


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
คนคิดมาก วันที่ : 02/11/2007 เวลา : 23.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/iceberg

ยอดเลยครับ ผมอ่าน พล นิกร กิมหงวน มาตั้งแต่ปกอ่อนเล่มละสิบบาท ซื้อเหมาๆ มาจากสนามหลวง มาได้อ่านจากที่นี่อีกครั้ง ในตอนที่ไม่เคยอ่าน ขอบคุณมากมาก จะติดตามนะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
khongpu วันที่ : 02/11/2007 เวลา : 23.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khongpu
ค้างพลู

จบแล้วหรือคะ กำลังสนุกเลย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ต้อง วันที่ : 02/11/2007 เวลา : 23.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/justthinking
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพิ่มเติมกันได้ทาง message นะครับ "Don't try to be nice,be yourself!"

อยากอ่านเหมือนกันครับ แต่ยังไม่มีโอกาสเลย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อิศรา วันที่ : 02/11/2007 เวลา : 23.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phakri

อดใจรออ่านตอนต่อไปค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 02/11/2007 เวลา : 22.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

รับประทานขอรับ ............
หาหนังสือคงยากแล้วนะคับ
ชอบอ่ะ
พล หล่อมาก
นิกร พระเอกยี่เก เวลาเมียงอนต้องร้องลิเก หุหุ
กิมหงวน อาเสี่ยฉีกแบงค์
หุหุ หมอดิเรก ไปไหนเสียล่ะเนี่ย
ส่วนภรรเมีย กลัวจำสับสน และจำชื่อไม่ได้หมดซะด้วย
นันทา นวลละออ แล้วใครอีกหว่า
รับประทานช่วยบอกเพื่อนไอ้แห้วทีเถิดขอรับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน