*/
  • อิศรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-05
  • จำนวนเรื่อง : 1472
  • จำนวนผู้ชม : 1802617
  • จำนวนผู้โหวต : 332
  • ส่ง msg :
  • โหวต 332 คน
เที่ยวงานศาลาไทยที่ Bad Homburg 4-5 กรกฏาคม2009

"สง่างามและงดงาม ตามรูปแบบเฉพาะ ศาลาอันสวยงามแห่งนี้ ตั้งเด่นอยู่เบื้องหน้าเรา เหมือนดั่งเทพนิยายจากดินแดนอันห่างไกล สีสันอันสว่างไสวทำให้ดูโดดเด่น จากต้นไม้สีเขียวที่รายรอบ และเมื่อการตกแต่งประดับประ

View All
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


สนใจด้านไหนมากที่สุด
ศิลปะวัฒนธรรม
46 คน
ท่องเที่ยว
98 คน
อาหาร
63 คน
วรรณกรรม/กาพย์กลอน
22 คน
ทั่วไป
28 คน

  โหวต 257 คน
วันศุกร์ ที่ 2 พฤศจิกายน 2550
Posted by อิศรา , ผู้อ่าน : 907 , 23:06:19 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เอื้อเฟื้อต้นฉบับโดย คุณป้อมดอนเมือง
เอื้อเฟื้อไฟล์เอกสารโดย ทีมงานคุณสมชัย
- ๒ -
การสนทนาสิ้นสุดลง เมื่อสาวใช้ของหลวงนิรทรัพย์ ฯ คนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง หล่อนเป็นหญิงสาวอายุประมาณ ๑๘ ปีเศษ สวยสคราญตายิ่งนัก ปากแก้มคิ้วคางกระจุ๋มกระจิ๋ม ลักษณะท่าทางราวกับลูกผู้ดีมีสกุล แต่งกายเรียบ ๆ นุ่งผ้าถุงสีดำ สวมเสื้อคอปกสีขาว กิริยาแฉล้มแช่มช้อยหล่อนทรุดตัวนั่งคุกเข่าคลานเข้ามาวางถาดเงินบรรจุแก้วน้ำผลส้มสามแก้วลงบนโต๊ะ แล้วก็ลุกขึ้นเดินก้มตัวออกไป เจ้าคุณปัจจนึก ฯ มองดูอย่างสนใจ
“ลูกสาวคุณหลวงหรือครับ”
“อ๋อ ไม่ใช่หรอกครับใต้เท้า เด็กรับใช้ของผมเอง”
ท่านเจ้าคุณนัยน์ตาเหลือก
“คนใช้…เป็นความจริงหรือครับคุณหลวง เด็กคนนี้หน้าตาไม่บอกว่าจะเป็นคนใช้ใครเลย ผมนึกว่าเป็นลูกหลานของคุณหลวงเสียอีก”
เจ้าแห้วเอื้อมมือเขี่ยขาเจ้าคุณปัจจนึก ฯ แล้วพูดเบา ๆ
“รับประทานเลหลังเอาไปเถอะครับ”
ท่านเจ้าคุณสะดุ้งเฮือก ทำตาเขียวกับเจ้าแห้ว
“มึงจะให้กูเลหลังคน มีอย่างที่ไหนวะ”
เจ้าแห้วขมวดคิ้วย่น
“รับประทานของมันเซ้งกันได้นี่ครับ” เจ้าแห้วพูด
หลวงนิรทรัพย์หัวเราะก้าก
“จริง – จริงทีเดียว นายแห้ว จะเป็นคนหรือของก็ตาม ก็ซื้อขายกันได้ทั้งนั้น” แล้วเขาก็เปลี่ยนสายตามาที่เจ้าคุณปัจจนึก ฯ “เด็กนี้เรียบร้อยมากเชียวครับ ใต้เท้าสงบเสงี่ยมเจียมตัวน่าสงสาร ผมขึ้นไปเชียงใหม่เมื่อปีก่อนนี้ ไปหาซื้อผ้าเชียงใหม่, เครื่องเงิน, เครื่องเขิน, และสินค้าพื้นเมืองบางอย่างเอามาขาย แม่ของเด็กคนนี้พาเด็กคนนี้มาขายผม”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ถามโดยเร็ว
“ขายไว้เท่าไหร่ครับ”
“อ้า – ง่า – หกพันบาทครับ ใต้เท้า”
“โอ – สำหรับเด็กคนนี้หกพันบาทไม่แพงเลยคุณหลวงหน้าตาน่าเอ็นดูดีมาก”
เจ้าแห้วเงยหน้าขึ้นพูดกับเจ้าคุณปัจจนึก ฯ
“รับประทานขอเซ้งเอาไปเถอะครับ”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ยกมือเขกศีรษะเจ้าแห้วค่อนข้างแรง
“นี่แน่ะ มึงอย่ายุ่งกับกูหน่อยเลยวะ” แล้วท่านก็พูดกับหลวงนิรทรัพย์ ฯ “คุณหลวงโชคดีที่มีเด็กคนใช้หน้าตาน่าเอ็นดูอย่างนี้ เด็กคนใช้ที่บ้านผมไม่ได้ความเลย แต่ละคนหน้าตาเหมือนกับชามสังคโลก อ้ายที่พอดูได้หน่อย อายุผ่าเข้าไปตั้งสี่สิบแล้ว”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ พูดขึ้นอย่างหน้าตาเฉย
“ผมเซ้งให้ใต้เท้าเอาไหมล่ะครับ”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ทำคอย่น
“หา – คุณหลวงว่าไงนะครับ คุณหลวงจะเซ้งเด็กคนนี้ให้ผม พูดจริง ๆ หรือพูดเล่น”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ หัวเราะเบา ๆ
“เป็นความจริงครับ ใต้เท้า ฐานะของผมเวลานี้ย่ำแย่มากทีเดียว ผมจะปลดคนใช้ออกให้หมด สำหรับเด็กคนนี้ ผมคิดว่าถ้าใครจะขอเซ้งเอาไป ผมก็จะเซ้งให้ในราคาหกพันบาท เท่าที่ผมซื้อมา”
เจ้าแห้วพูดเสริมขึ้นทันที
“ไหมล่ะ รับประทานผมบอกใต้เท้าแล้วว่าของมันเซ้งกันได้ สมัยนี้เป็นสมัยเซ้งนี่ครับ รับประทาน อะไร ๆ ต้องเซ้งทั้งนั้น ตึกแถวยังงี้ห้องหนึ่งริมถนนก็ต้องสามหมื่นบาทเป็นอย่างน้อย”
ท่านเจ้าคุณหันมามองดูหลวงนิรทรัพย์ ฯ แล้วกล่าวอย่างเป็นการเป็นงาน
“ผมเอาละคุณหลวง ผมยินดีรับเซ้งเด็กคนนี้เอาไปเลี้ยง”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ ชะโงกตัวมาถามเบา ๆ
“เลี้ยงอย่างไหนครับ ใต้เท้า”
“เอ๊ะ, นั่นมันเรื่องของผมนี่ครับ คุณหลวง ผมเซ้งเอาไปแล้ว ผมจะไปเลี้ยงเป็นลูกเป็นเมียหรือเป็น สาวใช้หรือเป็นแม่อ้ายแห้วก็เป็นเรื่องของผมนี่ครับ”
เจ้าแห้วพูดเสริมขึ้น
“รับประทานอันหลังไม่ต้องนะครับ แม่ผมก็ตายไปนมนานแล้ว รับประทานผมไม่เคยปรารถนาที่จะมีแม่ใหม่อีกเลย” แล้วเจ้าแห้วก็ลุกขึ้นนั่งคุกเข่ายกมือป้องปากพูดกระซิบกระซาบกับเจ้าคุณปัจจนึก ฯ “รับประทานผมคิดว่าเด็กคนนี้เหมาะกับใต้เท้ามากทีเดียวครับ ความจริงใต้เท้าก็ยังไม่แก่จนเกินไปนัก รับประทานยังสดชื่นกระชุ่มกระชวย ควรจะมีอีหนูเล็ก ๆ ไว้บีบนวดเส้นสายบ้าง”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ปัดมือเจ้าแห้วเต็มแรง
“อย่ากระซิบเลยวะ เสียงกระซิบของมึงน่ะคุณหลวงแกได้ยินหมดแล้วละ”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ หัวเราะลั่นห้อง ยกแก้วน้ำผลส้มส่งให้เจ้าคุณปัจจนึก ฯ แก้วหนึ่ง และอีกแก้วหนึ่งส่งให้เจ้าแห้ว
“ที่ผมเรียนถามใต้เท้าเมื่อกี้นี้ว่าใต้เท้าจะเอาบัวแก้วไปเลี้ยงอย่างไหนนั้นก็เพื่อจะพิจารณาในจำนวนเงินเซ้งนั่นเอง ถ้าใต้เท้าเอาไปเลี้ยงอย่างคนใช้ ผมคิดหกพันบาท แต่ถ้าใต้เท้าจะไปเลี้ยงอย่างว่า…..ผมคิดเพียงห้าพันบาทเท่านั้น”
“อ้าว – ลดให้พันบาทเชียวรึ คุณหลวง”
“ครับ เพราะเด็กจะไปได้ดีมีความสุข ผมก็ลดเงินค่าตัวให้ เอาไปเถอะครับใต้เท้า เด็กคนนี้เป็นเด็กดี
จริง ๆ ร้อยวันพันปีไม่เคยปริปากพูดกับใคร”
“เอ๋” เจ้าแห้วอุทานขึ้นดัง ๆ “รับประทานเป็นใบ้กระมังครับ คนเราลงไม่พูดกับใครมันก็เป็นใบ้เท่านั้น เดี๋ยวเจ้าคุณท่านเอาไปเลี้ยงท่านซื้อแหวนเพชรให้ แม่บัวแก้วก็ได้แต่พูด แบ๊ะแอะ – แบ๊ะแอะ – แอ้ – โอ้”
เจ้าคุณปัจจนึกฯ ยกเท้าถีบเจ้าแห้วเต็มแรงแล้วพูดเสียงหัวเราะ
“ทะลึ่งฉิบหายเลยอ้ายนี่”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ กล่าวกับเจ้าคุณอย่างนอบน้อม
“เป็นอันว่าใต้เท้าจะเอาบัวแก้วไปเลี้ยงเป็นนางบำเรอใช่ไหมล่ะครับ”
เจ้าคุณปัจจนึกฯ หน้าแดงระเรื่อ พูดอ้อมแอ้มไม่เต็มเสียง
“แหม – ผมอายคุณหลวงเสียแล้ว”
เจ้าแห้วพูดเสริมขึ้นอีก
“รับประทานอย่าอายเลยครับ สมัยนี้ด้านได้อายอด คนคดคือคนดี คนมั่งมีคือเทวดา คนไม่มีเงินตรา ไม่มีใครคบ คนประจบเอาตัวรอด”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ทำตาเขียวกับเจ้าแห้ว
“ออกไปนั่งริมห้องนั่นไป๊ เดี๋ยวถีบตายห่าเลย ผู้ใหญ่เขาจะพูดกัน เสือกไม่เข้าเรื่อง มึงนี่เสียนิสัยเสียแล้ว”
เจ้าแห้วยกมือไหว้
“อย่างนี้เขาเรียกว่านิสัยเสียครับ ไม่ใช่เสียนิสัย” แล้วเจ้าแห้วก็รีบถอยออกไปให้พ้นรัศมีเท้า เจ้าคุณปัจจนึกฯ หันมายิ้มกับหลวงนิรทรัพย์ ฯ “คุณหลวงที่รัก ขอให้นึกว่าผมเป็นเพื่อนของคุณหลวงก็แล้วกัน ผมดีใจมากที่เรามีความเป็นกันเองภายในเวลารวดเร็ว ผมถามอะไรหน่อยได้ไหมคุณหลวง”
“ได้ครับ ผมตอบแบบเปิดอกทีเดียว”
ท่านเจ้าคุณยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“เด็กบัวแก้วคนนี้ นิวแฮนด์หรือครับ”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ ขมวดคิ้วย่น
“อ๋อ – เพิ่งออกจากอู่ใหม่ ๆ เลยครับ ทุกสิ่งทุกอย่างใหม่ถอดด้ามทั้งนั้น ยางสี่เส้นใหม่เอี่ยม แบ๊ตตารี่อัดไฟเต็มที่ เบาะนุ่มสะอาด แตรเสียงเพราะนุ่มนวล กินน้ำมันน้อยมาก”
เจ้าแห้วชักสงสัย
“รับประทานคุณหลวงพูดถึงเรื่องรถยนต์หรือแม่บัวแก้วครับ”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ สะดุ้งเฮือก ยิ้มให้เจ้าคุณปัจจนึก ฯ
“ขอโทษทีครับเจ้าคุณ ผมเผลอไปครับ นึกว่าใต้เท้าถามถึงรถยนต์คันใหม่ของผมซึ่งซื้อไว้ให้ลูกชายที่จะกลับมาจากเมืองนอกในสองสามวันนี้”
ท่านเจ้าคุณหัวเราะชอบใจ
“ผมถามคุณหลวงถึงเด็กบัวแก้ว เด็กคนนี้น่ะยังไม่มีอะไรเลยใช่ไหมครับ”
“ครับ—ครับ ถูกแล้ว”
“ถ้าเช่นนั้นผมตกลงจ่ายเงินให้คุณหลวงห้าพันบาทเดี๋ยวนี้” แล้วเจ้าคุณก็พูดเป็นเสียงกระซิบ “ผมจะเอาไปเลี้ยงเป็นเมียครับ”
“ผมขอสนับสนุนใต้เท้า เด็กคนนี้สามารถที่จะให้ความสุขแก่ใต้เท้าได้อย่างดีทีเดียว เป็นคนสุภาพอ่อนหวานน่ารักมาก ไม่เคยมีปากมีเสียงกับใคร การบ้านการเรือนขยันขันแข็ง ใต้เท้าจะรับตัวไปอยู่ที่บ้านเลยหรืออย่างไรครับ”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ สั่นศีรษะ
“ที่บ้านผมเห็นจะอยู่ไม่ได้ เพราะผมอยู่รวมกับเพื่อนของผมแล้วก็ลูกหลานเต็มบ้านยั้วเยี้ยไปหมด ผมคิดว่าผมจะหาบ้านเช่าเล็ก ๆ ให้บัวแก้วอยู่ตามลำพัง หาสาวใช้ไว้ให้สักสองคน ช่วยรับใช้และเป็นเพื่อนแก้เหงา แล้วผมก็แอบไปหา”
“ก็ดีเหมือนกันครับ ใต้เท้า นับว่าบัวแก้วมีโชคอย่างน่าประหลาด มันคงจะมีความสุขในคราวนี้ ใต้เท้าเอาไปเลี้ยงเถอะครับ อ้า – ใต้เท้าจะรับตัวไปวันนี้หรืออย่างไรครับ”
“ยังก่อนคุณหลวง ผมต้องฝากคุณหลวงไว้ที่นี่สักวันสองวัน แต่ว่าส่วนเงินห้าพันบาท ผมจะจ่ายเช็คให้เดี๋ยวนี้”
อ๋อ – ไม่เป็นไรครับใต้เท้า ไม่เป็นไร” แล้วเขาก็พูดเสียงอ่อนลง “แต่ถ้าได้ก็ดีเหมือนกันครับ”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ว่า “ผมจะต้องวิ่งเต้นหาเช่าบ้านและซื้อเครื่องเรือนเสียก่อนจึงจะมารับบัวแก้วไป แต่ไม่เกินพรุ่งนี้เย็นหรอกครับ” พูดจบเจ้าคุณก็ล้วงกระเป๋าหยิบเช็คและปากกาออกมา จัดแจงเซ็นสั่งจ่ายเงิน
ภายในห้องเงียบกริบ เจ้าแห้วร้องเพลงเบา ๆ
ตาแก่อยากมีเมียสาว
ถือไม้เท้ายักแย่ยักยัน
ที่นี่เขาเลหลังกัน
เจ้าคุณของฉันท่านหลังคน….
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ หันควับมาทางเจ้าแห้ว เมื่อท่านเซ็นชื่อเสร็จพอดี ท่านยกปากกาหมึกซึมขว้างหน้าเจ้าแห้วเต็มเหนี่ยว แต่เจ้าแห้วก้มศีรษะหลบได้อย่างหวุดหวิด
“อ้ายสันดาน” เจ้าคุณเอ็ดตะโรลั่น “ทำไมมึงมันทะลึ่งวะอ้ายแห้ว เก็บปากกามานี่”
เจ้าแห้วหน้าจ๋อย ถือปากกาคลานเข้ามาส่งให้เจ้าคุณปัจจนึก ฯ อย่างนอบน้อม ท่านเจ้าคุณขยับเท้าจะเตะแต่เจ้าแห้วรีบเผ่นออกไปเสียก่อน เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ฉีกเช็คออกจากเล่มส่งให้หลวงนิรทรัพย์ ฯ
“คุณหลวงช่วยพูดเกลี้ยกล่อมให้บัวแก้วเข้าใจเสียด้วยนะครับ บอกแกเถอะว่า ผมจะให้ความสุขอย่างเต็มที่ ผมจะรีบไปหาบ้านเช่าเดี๋ยวนี้ เห็นจะหาไม่ยากหรอกครับแพงหน่อยก็เอา เดือนละสองสามพันมีว่างเยอะแยะแถวบางกะปิ ไม่ไกลจากบ้านผมเท่าไร ถ้าผมจัดการเรื่องบ้านเรียบร้อยแล้ว ผมจะมารับบัวแก้วไป ทันที”
“ครับ – ครับ ไม่เป็นไรครับใต้เท้า สำหรับเด็กคนนี้ผมรับรองว่าจะไม่มีอะไรขลุกขลักเลย เพราะเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย ผมพูดอะไรก็เชื่อถ้อยฟังคำผมเสมอ”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ยิ้มแห้ง ๆ
“ผมตั้งใจมาเลหลังของ กลับเลหลังได้คนไป แฮะ – แฮะ ผมไปละครับ ผมอาจจะมารับบัวแก้วเย็น วันนี้ก็ได้ถ้าผมหาเช่าบ้านได้ทัน”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ กับหลวงนิรทรัพย์ ฯ ต่างยกมือไหว้ซึ่งกันและกันพร้อม ๆ กัน แล้วเจ้าแห้วก็กระพุ่มมือไหว้หลวงนิรทรัพย์ ฯ อย่างนอบน้อม
“ผมกราบลาละครับ คุณหลวง” เจ้าแห้วพูดยิ้ม ๆ “อ้า – รับประทานสาวใช้ของคุณหลวงที่เลวกว่า บัวแก้วและพอจะไปวัดไปวากับเขาได้ รับประทานมีพอเลหลังให้กับผมสักคนไหมครับ”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ หัวเราะชอบใจ
“มี, นายแห้ว เธอจะเอาเรอะ”
“ถ้าราคาย่อมเยาว์ รับประทานผมก็พอจะสู้”
“เธอจุใจในราคาสักเท่าใดล่ะ”
เจ้าแห้วนิ่งคิดอยู่สักครู่
“รับประทานสักสามสิบบาทเป็นไงครับ”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ หยุดยิ้มทันที
“นั่นมันกะหรี่ไม่ใช่สาวใช้ หากเธอต้องการละก็ฉันมีอยู่คนหนึ่งเป็นแม่ครัวที่ซื่อสัตย์ของฉัน ฉันจะเซ้งให้เธอเอาไหมล่ะ เอาพันบาทเท่านั้น”
เจ้าแห้วยิ้มเอียงอาย
“รับประทานสวยไหมครับ”
“ก็ไม่เลวจนเกินไป รับรองว่าเธอเห็นเธอจะต้องชอบแน่”
เจ้าแห้วนิ่งนึก ทำตาปริบ ๆ อยู่สักครู่
“ประทานโทษ รับประทานอายุสักเท่าไรครับ”
“ย่างเข้า ๗๕ ปีนี้”
“โอ๊ย –“ เจ้าแห้วร้องลั่น “รับประทานเอามาทำศพน่ะซีครับ ฮี้..รับประทานผมนึกว่าคุณหลวงพูด จริง ๆ”
ทั้งสามคนต่างลุกขึ้น พากันเดินออกไปจากห้องสมุดพอผ่านห้องโถง เจ้าแห้วก็แลเห็นหญิงสาวคนหนึ่งรูปร่างอวบอัดสวยพริ้ง อายุไม่เกินยี่สิบปียืนอยู่ข้างบันไดขึ้นชั้นบนของตัวตึก เจ้าแห้วเอื้อมมือเขี่ยแขนหลวง นิรทรัพย์ ฯ แล้วกล่าวขึ้นเบา ๆ
“คุณหลวงครับ”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ หันมาทางเจ้าแห้ว
“อะไรจ๊ะ”
เจ้าแห้วมองดูแม่สาวงามผู้นั้นอย่างตะลึงลาน
“รับประทานคนนั้นเซ้งให้ผมเถอะครับ”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ มองตามสายตาเจ้าแห้ว แล้วสะดุ้งโหยง
“เมียกู”
เจ้าแห้วทำคอย่น
“รับประทานไม่บอกด้วย แหม – คุณหลวงมีเมียสาวซะด้วยนะ สำคัญนัก รับประทานยังงี้เลหลังได้ราคานะครับ”
หลวงนิรทรัพย์ ฯ ทำหน้าชอบกล
“ยัง – ยังก่อน ฉันเพิ่งอยู่กับหล่อนไม่ถึงหกเดือน เอาไว้อีกสักห้าหกปี ถ้าฉันเลหลัง ฉันจะบอกให้แกรู้”
เจ้าแห้วหัวเราะชอบใจ
“รับประทานอีกห้าหกปีอย่าเลหลังให้ผมเลยครับ ขายเชียงกงดีกว่า”
การสนทนาสิ้นสุดแต่เพียงเท่านี้ หลวงนิรทรัพย์ ฯ เดินออกมาส่งเจ้าคุณปัจจนึก ฯ กับเจ้าแห้วที่หน้าตึกและยืนมองดูจนกระทั่งท่านเจ้าคุณพาเจ้าแห้วออกไปพ้นบ้าน
เมื่อเจ้าคุณปัจจนึก ฯ โคเฒ่าจะได้ลิ้มรสหญ้าอ่อน ท่านเจ้าคุณก็รู้สึกสดชื่นตื่นเต้น มีความคึกคักเข้มแข็งราวกับว่าท่านเป็นเด็กหนุ่มอายุในราวยี่สิบขวบ เจ้าคุณพาเจ้าแห้ววิ่งเต้นหาบ้านเช่าได้หลังหนึ่งภายในเวลาชั่วโมงเดียวเท่านั้น ถูกละ คนมีเงินจะทำอะไรก็สะดวกดาย ไม่มีอะไรขัดข้องบ้านหลังนั้นเป็นบังกาโลชั้นเดียว งดงามทันสมัย มีบริเวณว่าง มีรั้วรอบขอบชิด สิ่งปลูกสร้างภายในบ้านสวยงามมาก อยู่ในถนนซอยแห่งหนึ่งทางบางกะปินั่นเอง เจ้าของบ้านปลูกไว้ให้ชาวต่างประเทศเช่า เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ตกลงเซ็นสัญญาเช่าเรียบร้อย มีกำหนดเช่าในระยะเวลาสามปี เจ้าของบ้านเรียกค่าแป๊ะเจี๊ยะแปดพันบาท ค่าเช่าบ้านเดือนละ สองพันบาท จ่ายล่วงหน้าสามเดือนก่อน ท่านเชื่อหรือยังว่าบ้านเช่าในพระนครมีมากมาย แต่ไม่ได้ปลูกไว้ให้ คนจนเช่า
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ พาเจ้าแห้วไปที่บริษัทจำหน่ายเครื่องเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่ง สั่งซื้อเตียงนอน ที่นอนหมอนมุ้งโต๊ะเก้าอี้รับแขกชุดขนาดกระทัดรัด โต๊ะกินข้าวและไซบอร์ดตู้เย็นขนาด ๔.๗ คิวหนึ่งตู้ ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วก็ให้คนของบริษัทนำของเหล่านี้ไปส่งที่บ้านนั้นโดยเร็ว
ในวันนี้ “คาดิลแล็ค” เก๋ง ถูกใช้งานมากที่สุดเกี่ยวกับการสร้างความสุขของท่านเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ในราว ๒๐.๐๐ น. เศษ เจ้าแห้วก็กลับมาถึงบ้าน “พัชราภรณ์” โดยรถจักรยานสามล้อเครื่องคันหนึ่ง
จากการซื้อเครื่องใช้ไม้สอยภายในบ้าน ถ้วยโถโอชามของใช้กระจุกกระจิกที่จำเป็น แม้กระทั่งหลอดไฟฟ้าเจ้าแห้วยักยอกเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ไว้ได้ในราวพันบาท และเจ้าคุณได้ให้เจ้าแห้วอีกพันบาทเป็นค่าปิดปากเจ้าแห้วในเรื่องนี้
เจ้าแห้วก้าวลงจากรถจักรยานสามล้อเครื่องอย่างสง่าผ่าเผย ส่งธนบัตรราคาสิบบาทหนึ่งฉบับให้คนขับรถ แล้วก็พาตัวเดินเข้าไปในบ้าน “พัชราภรณ์” ความจริงบ้านที่เจ้าคุณปัจจนึก ฯ เช่าให้บัวแก้วอยู่นั้น อยู่ห่างจากบ้านในราว ๒ กิโลเมตรเท่านั้นเอง ขณะนี้ท่านเจ้าคุณกำลังมีความสุขกับแม่สาวน้อยชาวเวียงเหนือที่ท่านไปเลหลังมาจากหลวงนิรทรัพย์ ฯ ท่านสั่งให้เจ้าแห้วกลับบ้านมาก่อน
เจ้าแห้วเดินร้องเพลงมารหัวใจเรื่อยเปื่อยมาทางถนนโรยกรวด พอผ่านเรือนต้นไม้ก็แลเห็นเจ้านายทั้งสี่คนกำลังนั่งสนทนากันอย่างครื้นเครง เจ้าแห้วจึงพาตัวเดินเข้าไปในเรือนต้นไม้
นายพัชราภรณ์แลเห็นหน้าเจ้าแห้วก็ชักฉิว
“เฮ้ย ไปมุดหัวที่ไหนมาวะ หายหน้าไปตั้งแต่เช้า”
เจ้าแห้วอมยิ้ม
“รับประทานผมไปกับท่านเจ้าคุณปัจจนึก ฯ นี่ครับ”
สีหน้าของพลคลายความเคร่งเครียดลงทันที
“งั้นเรอะ ไม่รู้นี่หว่า ถ้าจะไปเที่ยวบางปูกันมากระมังถึงได้กลับจนป่านนี้ คุณอาล่ะ”
เจ้าแห้วยกมือปิดปากหัวเราะคิกคัก ทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้เหล็กตัวหนึ่ง มองซ้ายมองขวา แล้วป้องปากเอียงหน้าเข้ามาจะพูดกับพล แต่แล้วนายพัชราภรณ์ก็เอ็ดตะโรขึ้น
“นั่งข้างล่างโว้ย หนอยแน่ วันนี้ตีเสมอ เดี๋ยวก็โดนหรอก”
เสี่ยหงวนพูดขึ้นทันที
“นั่งบนเก้าอี้นั่นแหละอ้ายแห้ว ข้าคิดว่าแกคงจะมีเรื่องสำคัญยิ่งที่จะเล่าให้พวกเราฟังเป็นแน่ทีเดียว”
เจ้าแห้วมองไปรอบ ๆ เรือนต้นไม้ แล้วจุ๊ย์ปาก
“เรื่องสำคัญยิ่งเชียวครับ อุ๊ย–น่าขัน วันนี้ท่านเจ้าคุณปล่อยทีเด็ดเลยครับ ท่านให้ค่าปิดปากผม พันบาท ห้ามไม่ให้ผมบอกให้พวกคุณรู้ อุ๊ย – รับประทานเรื่องนี้ประหลาดมากเชียวครับ”
นิกรถอนหายใจหนัก ๆ คว้าขวดโซดาฟาดกระบาลเจ้าแห้วค่อนข้างแรงเสียงดังป๊อก
“พูดให้มันรู้เรื่องสิวะ คุณพ่อไปทำอะไรมายังงั้นหรือ”
เจ้าแห้วยิ้มแป้น
“รับประทานพวกคุณอย่าบอกท่านเจ้าคุณให้ทราบเชียวนะครับว่า รับประทานผมเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ถ้าท่านทราบว่าผมเปิดเผยความลับของท่าน รับประทานผมคงแย่อย่างน้อยก็กระบาลแบะ”
คราวนี้คณะพรรคสี่สหายต่างพากันมองดูเจ้าแห้วเป็นตาเดียว
ดร. ดิเรกพูดขึ้นด้วยเสียงหัวเราะ
“คุณพ่อถ้าจะไปปล่อยแก่ที่ไหนมาละกระมัง”
“เปล่าครับ รับประทานท่านไม่ได้ไปเที่ยวซุกซนตามดงกะหรี่หรอกครับ แต่ว่ารับประทานเจ้าคุณท่านเซ้งผู้หญิงสาวไว้คนหนึ่ง รับประทานสวยมากเชียวครับ”
“เฮ้” เสี่ยหงวนอุทานขึ้นดัง ๆ “ผู้หญิงน่ะมีการเซ้งกันเหมือนกันหรือวะอ้ายแห้ว”
เจ้าแห้วมองดูเสี่ยหงวนด้วยหน้าตาขึงขัง
“รับประทานจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็เซ้งได้ทั้งนั้น รับประทานคุณนวลลออยังเคยพูดกับผมบ่อย ๆ ว่าอยากจะเซ้งอาเสี่ยให้ใครไปเสีย แต่ก็ยังสงสารตาดำ ๆ“ แล้วเขาก็มองดูนิกร “รับประทานคุณไพก็บอกกับผมว่าจะเซ้งคุณเหมือนกัน”
นิกรเอียงคออมยิ้ม
“มาเซ้งกันยังไงวะ กูไม่ใช่หมานี่หว่า เล่าเรื่องคุณพ่อให้ข้าฟังต่อไปเถอะ อย่าพูดนอกลู่นอกทางเลยน่าข้ากำลังอยากจะรู้ว่าคุณพ่อไปทำอะไรมา”
เจ้าแห้วเล่าเรื่องของสาวบัวแก้ว ให้สี่สหายฟังโดยละเอียด พล, นิกร, กิมหงวน, และดร. ดิเรกตื่นเต้นสนใจไปตามกัน ตอนสุดท้ายเจ้าแห้วเล่าให้ฟังว่า ขณะนี้เจ้าคุณกำลังร่วมห่อลงโรงกับแม่สาวบัวแก้วอยูที่บ้านซอยกลางและไล่ให้เขากลับมาบ้านก่อน ตอนสุดท้ายเจ้าแห้วกล่าวว่า
“รับประทานรู้แล้วก็เหยียบเสียนะครับ มันเป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน ท่านกำชับผมนักหนาว่าไม่ให้ แพร่งพรายเรื่องนี้ให้พวกคุณทราบ รับประทานท่านกลัวว่าพวกคุณจะล้อท่าน หรือแอบไปตีท้ายครัวเอาบัวแก้วของท่านไป”
สี่สหายมองดูกันด้วยความตื่นเต้น พลกล่าวกับ ดร. ดิเรกเบา ๆ
“เป็นไปได้หรือวะหมอ คุณอาท่านอายุร่วม ๗๐ ปีแล้ว”
“อ๋อไร๋น์ – ไม่แปลกอะไรเลย คุณพ่อท่านยังแข็งแรงร่างกายยังสมบูรณ์อยู่ อ้า–พระราชบิดาของท่านมหาราชาจันทรกุมารเมื่อก่อนสิ้นชีพ พระองค์มีพระชนมายุถึง ๘๕ ชันษา พระองค์ทรงพระมีเมียเด็ก ๆ เสมอ”
นิกรยกมือเกาศีรษะ
“ลำบากนักก็อย่าพูดราชาศัพท์เลยวะหมอ ทรงพระมีเมีย…พ่อมึง”
ดร. ดิเรก หัวเราะ
“พระบิดาของท่านมหาราชาจันทรกุมารชอบมีเมียเด็ก ๆ กระทั่งพระองค์สิ้นชีพ คนแก่ที่มีเมียเด็ก ๆ เป็นของธรรมดาเสียแล้วสำหรับสมัยนี้ พวกเราปล่อยให้คุณพ่อท่านมีความสุขเถอะวะ รู้เรื่องแล้วก็นิ่งเฉยเสีย ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ท่านจะได้ไม่อายพวกเรา”
นิกรพูดโพล่งขึ้นทันที
“ไม่ได้ เรื่องนี้เป็นตายอย่างไรเป็นต้องทะลึ่งให้ถึงที่สุด”
เสี่ยหงวนพูดเสริมขึ้น
“บึ่งรถไปดูท่านดีไหมวะ พวกเรา ให้อ้ายแห้วพาไป”
“แล้วกัน” เจ้าแห้วเอ็ดตะโร “ขืนพาไปรับประทานผมก็ถูกกระทืบเท่านั้น รับประทานเพียงแต่ท่านทราบว่าผมเล่าให้พวกคุณฟัง ผมก็แย่แล้ว อย่าเชียวนะครับ อย่าให้ท่านทราบเป็นอันขาดว่าพวกคุณรู้เรื่องนี้จากผม”
คณะพรรคสี่สหายหัวเราะขึ้นพร้อม ๆ กัน เสี่ยหงวนพยักหน้ากับเจ้าแห้ว
“ขึ้นไปเอาเบียร์มาให้อีกสามขวดเถอะวะ อ้ายแห้ว แล้วบอกเมีย ๆ พวกเราด้วยว่า กับข้าวบนโต๊ะในห้องกินข้าวให้คนยกเอาไปเก็บเสียเถอะ ข้าสี่คนกินอะไรต่ออะไรไปจนอิ่มแล้ว”
นิกรเอ็ดตะโรขึ้นทันที
“ไม่ต้อง ไม่ต้อง ไม่ต้องอ้ายแห้ว ตั้งทิ้งไว้อย่างนั้นแหละ ใครไม่กินประเดี๋ยวข้ากินเอง”
เจ้าแห้วเดินยิ้มกริ่มออกไปจากเรือนต้นไม้ สี่สหายนั่งวิพากษ์วิจารณ์กันถึงเรื่องเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ต่างคนต่างแปลกใจและขบขันไปตามกันที่ท่านเจ้าคุณมีเมียเด็ก ๆ
คืนวันนั้นเอง เจ้าคุณปัจจนึก ฯ กลับมาถึงบ้าน “พัชราภรณ์” ในราว ๒.๐๐ น. เศษ ด้วยความสุขกายสบายใจอย่างล้นเหลือ บัดนี้เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ได้ โอ.เค.ซิกาแร๊ตกับแม่สาวงามบัวแก้วเรียบร้อยแล้ว
ที่มาของข้อมูล http://www.geocities.com/samgler13/cokae2.html


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
pnokeox วันที่ : 03/11/2007 เวลา : 12.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pnokeox
แล้วแต่จะจัด..

อ่านทีไรก็หนุก.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
SOMBOONTIEW วันที่ : 02/11/2007 เวลา : 23.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somboontiew
เราจักทำเวบหลวงปู่ทิม วัดพระขาว ด้วยใจต้องการบูชาพระคุณ หลวงปู่ www.luangputim.com

สวัสดีวันศุกร์ ขอให้มีความสุข

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวที่มีมาแบ่งปันกัน
อากาศเริ่มเย็นแล้ว ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ

มาชวนไป.......................





ชมจันทร์กันครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน