*/
  • อิศรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-05
  • จำนวนเรื่อง : 1472
  • จำนวนผู้ชม : 1802615
  • จำนวนผู้โหวต : 332
  • ส่ง msg :
  • โหวต 332 คน
เที่ยวงานศาลาไทยที่ Bad Homburg 4-5 กรกฏาคม2009

"สง่างามและงดงาม ตามรูปแบบเฉพาะ ศาลาอันสวยงามแห่งนี้ ตั้งเด่นอยู่เบื้องหน้าเรา เหมือนดั่งเทพนิยายจากดินแดนอันห่างไกล สีสันอันสว่างไสวทำให้ดูโดดเด่น จากต้นไม้สีเขียวที่รายรอบ และเมื่อการตกแต่งประดับประ

View All
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


สนใจด้านไหนมากที่สุด
ศิลปะวัฒนธรรม
46 คน
ท่องเที่ยว
98 คน
อาหาร
63 คน
วรรณกรรม/กาพย์กลอน
22 คน
ทั่วไป
28 คน

  โหวต 257 คน
วันเสาร์ ที่ 3 พฤศจิกายน 2550
Posted by อิศรา , ผู้อ่าน : 814 , 14:00:56 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เอื้อเฟื้อต้นฉบับโดย คุณป้อมดอนเมือง
เอื้อเฟื้อไฟล์เอกสารโดย ทีมงานคุณสมชัย
- ๓ -
วันคืนผ่านพ้นไปด้วยความสุขของเจ้าคุณปัจจนึก ฯ
“แต่งตัวจะไปไหนครับ คุณพ่อ”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ไม่ได้เตรียมคำพูดไว้ จึงพูดออกมาอย่างส่งเดช
“ว่าจะไปดูงิ้วสักหน่อย”
นายจอมทะเล้นกลั้นหัวเราะแทบแย่
“ดีเหมือนกันครับ ดูงิ้ว ดูแล้วได้ความรู้ในทางประวัติของชาติจีน ไปดูที่ไหนครับ”
เจ้าคุณพูดอ้อมแอ้มไม่เต็มเสียง
“แถวเทียนกัวเทียนนั่นแหละ ชื่อโรงอะไรก็จำไม่ได้ แฮ่ะ – แฮ่ะ เมื่อกลางวันพ่อไปธุระ เห็นชื่อเรื่องมันดีก็อยากจะไปดูแก้เหงา”
“เรื่องอะไรครับ คุณพ่อ”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ นิ่งนึกอยู่สักครู่ ก็พูดกับลูกเขยของท่าน
“จั้บตือพะเจ้กโฮ้ว เป็นประวัติซิยินกุ้ย น่าดูมากทีเดียว” แล้วเจ้าคุณก็แกล้งชวนนิกร “ไปกับพ่อไหมล่ะ”
นิกรสั่นศีรษะ
“เชิญเถอะครับ ผมไม่ชอบดูงิ้วหรอกครับ”
“แล้วแกชอบดูอะไรล่ะ”
“ผมชอบดูโคแก่กินหญ้าอ่อนครับ”
เจ้าคุณเสียวสันหลังวาบ แต่แล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้มองดูขนมในถาด
“นั่นอะไรวะ”
“ขนมครับ เมียผมเขาใจดีขึ้นมา เขาทำขนมเลี้ยงกันทั้งบ้าน เขาใช้ให้ผมเอาขนมขึ้นมาให้คุณพ่อ ทานเสียหน่อยซีครับ”
“ขนมอะไรวะ”
“บัวแก้วครับ”
ท่านเจ้าคุณทำตาปริบ ๆ
“กล้วยบวชชีมองเห็นอยู่ทนโท่ พ่อมึงบอกว่าบัวแก้ว”
นิกรแกล้งทำหน้าเซ่อ ๆ
“เอ๊ะ, อย่างนี้ไม่เรียกว่าบัวแก้วหรือครับ แล้วบัวแก้วล่ะมันเป็นยังไง”
ท่านเจ้าคุณทำตาปริบ ๆ ซักสงสัยว่าเจ้าแห้วอาจจะเปิดเผยความลับของท่าน แต่แล้วเมื่อเห็นนิกรทำหน้าเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ก็เข้าใจว่านิกรไม่รู้จริง ๆ
“อ้ายเวรเอ๊ย อายุจนป่านนี้แล้วยังไม่รู้จักขนมบัวแก้ว”
นิกรรีบพูดโพล่งขึ้นทันที
“โอ – ผมนึกได้แล้วครับ คุณพ่อ ขาว ๆ ท้วม ๆ จมูกโด่งนะครับ มีไฝที่แก้มซ้ายหนึ่งเม็ด หน้าตาติ๋ม ๆ บอกว่าเป็นคนทางเหนือ อ๊ะ – ไม่ใช่ครับ”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ยืนนิ่งเฉย เม้มปากแน่น
“เอาขนมวางไว้นั่น แล้วแกไปเรียกอ้ายแห้วมาหาพ่อหน่อย” ท่านพยายามพูดด้วยเสียงปกติ
นายจอมทะเล้นวางถาดขนมลงบนโต๊ะเล็ก ๆ ข้างหน้าต่าง แล้วก็เดินลอยหน้าเฉิบ ๆ ออกไปจากห้อง แกล้งร้องขึ้นด้วยเสียงอันดัง
“บัวแก้วแม่เอ๊ย หวานเย็นจ้ะ”
เจ้าคุณโกรธจนลืมตัว ร้องตะโกนลั่น
“อ้ายฉิบหาย”
นิกรหยุดชะงัก หมุนตัวกลับหันหลังมามองดูพ่อตาของเขา แก้ลงทำหน้าตาขึงขัง
“เอ๊ะ ไม่ซื้อก็อย่าซื้อซีครับ ทำไมต้องด่าด้วย” แล้วนิกรก็หัวเราะงองาย เดินไปจากที่นั้น
ท่านเจ้าคุณเริ่มไม่สบายใจ กลัวว่าคณะพรรคสี่สหายจะรู้เรื่องส่วนตัวของท่าน ท่านเดินมาที่หน้าต่างหยิบช้อนตักกล้วยบวชชีใส่ปาก แล้วก็เดินวนเวียนไปมารอบ ๆ ห้อง สักครู่หนึ่งเสี่ยหงวนก็เดินหน้าเซ่อเข้ามาในห้อง มือขวาถือถาดใส่ชามแก้วเช่นเดียวกัน
อาเสี่ยยักคิ้วให้เจ้าคุณปัจจนึก ฯ แล้วพูดยิ้ม ๆ
“ขนมครับ คุณอา พวกเมีย ๆ ผมเขานึกใจดียังไงขึ้นมาก็ไม่ทราบ วันนี้ทำขนมเลี้ยงกันใหญ่ นวลลออให้ผมเอามาให้คุณอาครับ”
ท่านเจ้าคุณฝืนยิ้มอย่างแห้งแล้ง
“เออ – ขอบใจโว้ย ขนมอะไรวะ”
อาเสี่ยเปิดฝาชามแก้วขึ้น แล้วยื่นขนมให้ท่านดู
“บัวแก้วครับ”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ แยกเขี้ยว
“ปุ้ดโธ่ อ้ายเวร, ข้าวเหนียวเปียกลำไยแท้ ๆ มึงบอกได้ว่าบัวแก้ว”
อาเสี่ยยิ้มหวานจ๋อย
“อ้ายกรมันสั่งผมให้บอกอย่างนี้นี่ครับ”
ท่านเจ้าคุณฝืนแสดงสีหน้าให้เป็นปกติ
“วางไว้นั่นแหละ อ้ายหงวน แล้วก็แกออกไปได้”
“แหม,” อาเสี่ยคราง “พูดมะนาวไม่มีน้ำเลยนะคุณอา ผมอุตส่าห์เอาขนมขึ้นมาให้” แล้วเสี่ยหงวนก็วางถาดใส่ขนมลงบนโต๊ะข้างเตียงนอน เขาชำเลืองมองดูท่านเจ้าคุณปัจจนึกฯ แล้วเดินยิ้มกริ่มออกไปจากห้อง
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ มีกิริยาหงอยเหงาทันที เข้าใจว่าเจ้าแห้วต้องเปิดเผยความลับของท่านแน่นอน ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่สบายใจ และไม่อยากจะไปหาบัวแก้วในคืนวันนี้ เพราะกลัวจะถูกสะกดรอย ท่านเดินมานั่งบนเก้าอี้นวมตัวหนึ่ง ผิวปากเบา ๆ ปลอบใจตัวเอง ทันใดนั้นเอง ท่านสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงแจ๋ว ๆ ของคุณหญิงวาดร้องขึ้นดัง ๆ ที่หน้าห้องของท่าน
“ขนมแม่เอ๊ย….ถั่วดำสาคูเปียกกล้วยบวชชี ข้าวเหนียวเปียกลำไย ขนมบัวแก้ว หญ้าอ่อนกินไหมเอ๊ย ร้อน ๆ จ้ะ”
แล้วคุณหญิงวาดก็เดินยิ้มเข้ามาในห้องเจ้าคุณปัจจนึก ฯ สี่นางติดตามเข้ามาด้วย ทุกคนถือขนมคนละถ้วยตรงเข้ามาห้อมล้อมท่านเจ้าคุณ เจ้าคุณปัจจนึก ฯ รีบลุกขึ้นยืนและยิ้มแห้ง ๆ ความสุขความสดชื่นที่เกิดขึ้นแก่ท่านสูญสิ้นไปหมดแล้ว เสียงจ้อกแจ้กจอแจของสี่นางดังลั่นห้อง คุณหญิงวาดยกมือขวาตีก้นเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ค่อนข้างแรง
“เป็นอะไรไปคะ เจ้าคุณ ยืนสลึมสลือ” ท่านพูดเสียงหัวเราะ “เด็ก ๆ กับดิฉันช่วยกันทำขนมเลี้ยงคนในบ้านตั้งหลายอย่าง เอาขึ้นมาให้เจ้าคุณทานอย่างละถ้วย ดิฉันฝีมือชาววังรุ่นเก่านะคะ”
ประไพพูดเสริมขึ้นทันที
“คุณพ่อต้องทานบัวแก้วให้ได้นะคะ ไพเรียนมาจากครูทางเหนือ อยู่เชียงใหม่เสียด้วย ต้องทานนะคะ” แล้วหล่อนก็เปิดฝาชามพลาสติกขึ้น “นี่ไงคะคุณพ่อ”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ จุ๊ย์ปาก
“นี่มันถั่วดำสาคูเปียกโว้ย ไม่ใช่บัวแก้ว”
ประภาพูดขึ้นอย่างกระฟัดกระเฟียด
“ชามนี้สิคะ บัวแก้ว”
ท่านเจ้าคุณมองดูขนมในชามของลูกสาวคนโต
“นี่มันขนมบัวลอยโว้ย”
ประภาพูดเสียงหนัก ๆ
“ถูกละค่ะบัวลอย แต่ภาจะเรียกบัวแก้วนี่คะ”
คุณหญิงวาดยิ้มให้เจ้าคุณปัจจนึก ฯ แล้วกล่าวว่า
“ต้องทานให้หมดทุกอย่างนะคะ วันนี้ดิฉันกับพวกเด็ก ๆ ปล่อยฝีมือกันเต็มที่เลย”
ท่านเจ้าคุณฝืนหัวเราะ เดินมาที่เตียงนอนของท่านก้มตัวลงล้วงมือเข้าไปใต้หมอนหยิบยูเอสอาร์มี่ ๑๑ มม. ขึ้นมาควงเล่น แล้วขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพูดกับคุณหญิงวาด
“คุณหญิงครับ วันนี้ผมขออนุญาตยิงคนของคุณหญิงสักคนหนึ่งได้ไหม”
คุณหญิงวาดนัยน์ตาเหลือก หน้าขาวซีด ตัวเนื้อสั่นงันงกเมื่อเห็นยูเอสอาร์มี่กระบอกนั้น แทนที่จะตอบคำถามของเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ท่านกลับหันมาทางสี่นางแล้วพูดเร็วปรื๋อ
“เปิดโว้ย ใครอยู่ช้าตายห่าไม่รู้นะ ขุนช้างอาละวาดแล้ว” แล้วท่านก็โกยอ้าวออกไปจากห้องโดยไม่ลืมดึงนันทาออกไปด้วย สามนางตามติดออกไปทันที เป็นธรรมดาอยู่เองที่ทุกคนจะต้องรักตัวกลัวตาย
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ เดือดดาลเหลือที่จะกล่าว ท่านไม่เคยโกรธใครเหมือนกับเจ้าแห้วที่เปิดเผยความลับของท่าน ท่านเจ้าคุณหายใจถี่เร็ว นัยน์ตาขวาง ริมฝีปากแบะยื่น เดินพล่านไปมารอบห้องและควงปืนพกเล่น ท่านกำลังถามตัวเองว่า ฆ่าคนตายโดยเจตนาจะติดคุกสักเท่าใด
ทันใดนั้นเอง เจ้าคุณประสิทธิ์ ฯ ก็เดินอมยิ้มเข้ามาในห้อง และแกล้งร้องขายขนม
“ลูกบัวต้มน้ำตาลจ้ะ” แล้วท่านก็สะดุ้งโหยง ขมวดคิ้วย่นทำตาปริบ ๆ “เอ๊ะ – ไม่ใช่โว้ย ไม่ใช่ลูกบัวเฉย ๆ บัวลอยหรือบัวแก้ว…. ต้องไปถามอ้ายแห้วดูให้แน่เสียก่อน” แล้วท่านก็หมุนตัวกลับเดินออกไปจากห้องเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ทันที
ไม่ต้องสงสัยว่าท่านเจ้าคุณจะโกรธแค้นสักเท่าเพียงใด ท่านร้องตะโกนสุดเสียง
“อ้ายแห้ว กูยิงมึงทิ้งแน่นอน”
ครั้นแล้ว เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ก็วิ่งตื๋อออกไปจากห้องของท่าน เสียงตึงตังโครมครามดังลั่นบ้าน คณะพรรคสี่สหายเห็นเจ้าคุณถือปืนพกวิ่งลงมาในท่าทางที่ดุร้ายน่ากลัวก็นิ่งตะลึงพรึงเพริดไปตามกัน
เจ้าคุณยกปืนพกขึ้นจ้องหมายศีรษะคุณหญิงวาด แล้วกล่าวขึ้นด้วยเสียงกระชาก ๆ
“บอกผมเดี๋ยวนี้คุณหญิง อ้ายแห้วอยู่ไหน ถ้าไม่บอก ผมยิงคุณหญิงเด็ดขาด”
คุณหญิงวาดนัยน์ตาเหลือก ท่านฝืนยิ้มให้เจ้าคุณปัจจนึก ฯ และแล้วร่างของท่านก็ค่อย ๆ ล้มฟุบอยู่กับโซฟาตัวนั้นนั่นเอง ท่านเป็นลมสิ้นสติไปแล้ว
“ปู้โธ่,” เจ้าคุณปัจจนึก ฯ พูดเอ็ดตะโรลั่น “เพียงแต่พูดขู่หน่อยเดียวเท่านั้นเป็นลมไปแล้ว”
คุณหญิงวาดค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองดูเจ้าคุณปัจจนึก ฯ แล้วพูดเสียงอ่อย ๆ
“ก็มันกลัวนี่คะ” แล้วท่านก็หลับตานิ่งเงียบไป
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ วิ่งออกไปทางหลังตึก เข้าใจว่าเจ้าแห้วต้องอยู่ที่เรือนพักพวกคนใช้อย่างแน่นอน ท่านวิ่งลงบันไดตึกตรงไปที่เรือนคนใช้ด้วยความอารมณ์ดุเดือด
คุณหญิงวาดพรวดพราดลุกขึ้นวิ่งออกมาทางหลังตึกป้องปากร้องตะโกนบอกพวกคนใช้ชายหญิงของท่าน
“โว้ย – ดับไฟโว้ย เอ๊ย – ไม่ใช่ หนีเอาตัวรอดโว้ย ตายไม่รู้นา”
พวกคนใช้ชายหญิงนั่งจับกลุ่มกันอยู่ที่ระเบียงเรือนหน้าห้องพัก เมื่อเห็นเจ้าคุณปัจจึก ฯ ถือปืนพกวิ่งตรงเข้ามา เสียงวี๊ดว้ายก็ดังขึ้น ต่างลุกขึ้นวิ่งหนีกระจัดกระจายไปคนละทิศทาง
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ยิ้มออกมาได้ เมื่อเห็นเจ้าแห้ววิ่งเข้าไปในห้องพักของเขา ท่านเจ้าคุณควงปืนบุกเข้าไปในเรือนคนใช้วิ่งตรงมาที่ห้องเจ้าแห้ว แต่บานประตูห้องนั้นถูกปิดใส่กลอนแล้ว ร่างของเจ้าคุณปัจจนึก ฯ สั่นสะท้านเพราะความโกรธ ใบหน้าของท่านถมึงทึงน่ากลัวท่านขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ถอยหลังออกมาห่างจากประตูราวสี่ห้าก้าว แล้ววิ่งเข้าไปใช้ไหล่โถมกระแทกบานประตูเต็มเหนี่ยว แต่ – อนิจจาเอ๋ย กลอนข้างในประตูไม่ได้ใส่ไว้ ท่านเจ้าคุณจึงเซถลาร่อนเข้าไปในห้องเจ้าแห้วล้มลงกลางห้อง ปากของท่านกระแทกกับพื้นห้องเต็มแรง
“โอ๊ย”
ท่านเจ้าคุณผลุนผลันลุกขึ้นอย่างฉับพลัน รีบวิ่งมาปิดประตูใส่กลอน แล้วท่านก็หัวเราะก้าก เพราะเจ้าแห้วไม่มีทางที่จะหลบหนีไปได้ เนื่องจากหน้าต่างห้องใส่ลูกกรงเหล็กไว้
ภายในห้องปราศจากแสงไฟฟ้า แต่แสงไฟจากห้องใกล้เคียงส่องเข้ามาสลัวรางพอสังเกตสิ่งต่าง ๆ ได้ เจ้าคุณปัจจนึกฯ เค้นหัวเราะลั่นห้อง เมื่อแลเห็นเจ้าแห้วนอนคลุมโปงอยู่ในมุ้งบนเตียงนอนเก่า ๆ
“ฮ่ะ – ฮ้า อ้ายสัตว์แห้ว หมามันจะเกิดมึงแย่งมันมาเกิด กูให้ค่าปิดปากมึงตั้งพันบาท แต่แทนที่มึงจะปิดบังเรื่องส่วนตัวของกูเป็นความลับ มึงกลับประชาสัมพันธ์ให้ใครต่อใครรู้กันทั่วบ้าน…ตาย มึงต้องตาย กูยอมติดคุก อโหสิให้กูด้วยเจ้าแห้ว” พูดจบท่านก็ยกปืนพกขึ้นเล็งยิงไปยังร่างของเจ้าแห้วสองนัดซ้อน ๆ
เสียงกระสุนเหล็ก ๑๑ มม. ระเบิดขึ้นดังสนั่นหวั่นไหวแล้วก็มีเสียงพวกสาวใช้หวีดร้องวี้ดว้ายอยู่ในห้องของตน
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ มองดูร่างของเจ้าแห้วซึ่งสงบเงียบอยู่บนเตียง แล้วท่านก็พยักหน้าช้า ๆ
“ขอให้วิญญาณของมึงจงไปสู่นรก” ท่านพูดเสียงหนัก ๆ แล้วก็เดินมาที่ประตูห้อง ถอนกลอนเปิดประตูออกพาตัวเดินออกไปจากห้องเจ้าแห้วอย่างสมแค้น
ในห้านาทีนั้นเอง คณะพรรคสี่สหายก็แห่กันเข้ามาเต็มห้องเจ้าแห้ว รวมทั้งเจ้าคุณประสิทธิ์ ฯ และ คุณหญิงวาดด้วย
ทุกคนอกสั่นขวัญแขวนเมื่อร่างอันดำตะคุ่มของเจ้าแห้วนอนสงบเงียบอยู่บนเตียง
“โธ่ถังเอ๊ย” คุณหญิงวาดพูดพลางร้องไห้โฮ “เห็นหน้ากันหลัด ๆ ตายเสียแล้ว เอ็งกับข้าขับเคี่ยวกันมานานแล้ว ต่อนี้ไปข้าจะด่าใครเล่า …ฮือ….”
พล พัชราภรณ์ เดินมาที่สวิชไฟ แล้วเอื้อมมือเปิดไฟฟ้าขึ้น
ทันใดนั้นเอง เจ้าแห้วก็ค่อย ๆ คลานออกมาจากใต้เตียงด้วยใบหน้าขาวซีดเหมือนแผ่นกระดาษ
ดร. ดิเรกกลัวว่าเจ้าคุณปัจจนึก ฯ จะย้อนเข้ามาอีกก็รีบปิดประตูใส่กลอนทันที คณะพรรคสี่สหายถอนหายใจโล่งอก
“อ้ายแห้ว” เจ้าคุณประสิทธิ์ ฯ กระซิบพูด “นี่มึงไม่ตายหรอกหรือนี่ แล้วใครวะที่นอนอยู่บนเตียงมึง ฉิบหายแล้ว…นี่ท่าจะเอาผู้หญิงมานอนด้วยละกระมัง ลูกเต้าเหล่าใครก็ไม่รู้ถูกยิงตายเสียแล้ว”
เจ้าแห้วยิ้มแห้ง ๆ ยกมือขวากุมหน้าอกด้านซ้ายของเขา เมื่อรู้สึกว่าหัวใจยังทำงานอยู่ก็โล่งใจ
“โอย – รับประทานผมนึกว่าผมจอดเสียแล้ว อ้ายที่นอนคลุมโปงอยู่บนเตียงน่ะ รับประทานไม่ใช่คนหรอกครับ รับประทานหุ่นน่ะครับ ผมทำสำรองไว้หลายวันแล้ว รับประทานนึกว่าเฉลียวใจอยู่เสมอว่า วันหนึ่งท่านเจ้าคุณจะต้องยิงผมเพราะเรื่องแม่บัวแก้ว” พูดจบเจ้าแห้วก็นั่งลงบนเตียง เอื้อมมือกระชากหุ่นลงมาจากเตียง หุ่นนี้สวมเสื้อกางเกงและใช้ฟางยัด คณะพรรคสี่สหายหัวเราะชอบใจไปตามกัน คุณหญิงวาดรีบจุ๊ย์ปากแล้วโบกมือห้าม
“เบา ๆ หน่อยพวกเรา อย่าเอ็ดตะโรไป เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ท่านกำลังบ้าดีเดือด ถ้าท่านรู้ว่าอ้ายแห้ว ไม่ตาย ท่านจะต้องหวนกลับมายิงอ้ายแห้วอย่างแน่นอน ขณะนี้ท่านกลุ้มใจมาก อารมณ์ของท่านจึงเร่าร้อนอย่างนี้ พวกเราก็ไม่ควรเสือกไปล้อท่านเลย”
ท่านหันมาทางเจ้าแห้ว
“แล้วก็มึงทีเดียวเป็นต้นเหตุเรื่องแม่บัวแก้วน่ะ ไม่ได้ถามสักนิดหนึ่งเล่าเป็นคุ้งเป็นแคว”
ใบหน้าของพลไม่สู้จะสบายใจนัก เขากล่าวเพื่อนเกลอของเขาอย่างเป็นงานเป็นการ
“เลิกโว้ย ทีนี้ใครอย่ากระเซ้าคุณอาเป็นอันขาด ท่านแก่แล้วนี่หว่า ท่านมีเมียเด็ก ๆ ท่านก็อายน่ะซี ท่านไม่ใช่คนแก่ที่หน้าด้านเหมือนเจ้าคุณคุณพระบางคนนี่โว้ยเนื้อหนังตกกระแล้วยังควงเมียสาว ๆ เลิกนะ ประเดี๋ยวจะมีเรื่องคอขาดบาดตายขึ้น คนเราโมโหขึ้นมามันก็ต้องลืมตัวด้วยกันทั้งนั้น”
เจ้าคุณประสิทธิ์ ฯ พูดเสริมขึ้น
“ไป – ไปเถอะพวกเรา อ้ายแห้วต้องซุ่มซ่อนตัวอยู่ที่นี่ อย่าขึ้นไปบนตึกเป็นอันขาด ทางที่ดีควรไปแอบอยู่ในสวนดอกไม้ดีกว่าเพื่อความปลอดภัยของมึง” แล้วท่านก็ยกมือตบบ่าลูกชายของท่าน “แกพยายามเหนี่ยวรั้งเอาตัวเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ออกไปเที่ยวกับแกให้ได้ จะพาไปไหนก็ไปเถอะ”
“ไชโย” นิกรร้องขึ้นดัง ๆ “บุกดงกระหรี่โว้ยพวกเรา”
คุณหญิงวาดยกเท้าเตะลูกแปถูกก้นนิกรเต็มแรง
“นี่แน่ะ บุกดงกระหรี่”
เสียงหัวเราะอย่างครื้นเครงดังขึ้น ครั้นแล้วคณะพรรคสี่สหายกับท่านผู้ใหญ่ทั้งสองก็พากันออกไปจากห้องเจ้าแห้ว
เจ้าแห้วถอนหายใจโล่งอก มีความรู้สึกเหมือนกับตายแล้วเกิดใหม่ เขาหันมาทางหิ้งพระ แล้วยกมือไหว้พระประหลก ๆ ต่อจากนั้นเจ้าแห้วก็เดินย่องออกไปจากห้องนอนของเขา ปีนราวลูกกรงเผ่นแผล็วลงไปจากเรือนโดยไม่ยอมเดินลงทางบันได เพราะทางนั้นมีแสงสว่างจ้า
เจ้าแห้วเดินเรื่อยเปื่อยไปทางด้านหลังอาณาเขตของบ้าน “พัชราภรณ์” ตั้งใจจะไปอาศัยนอนที่กระท่อมท้ายสวนสักหนึ่งคืน เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง แล้วก็นึกฉิวตัวเองที่ชอบพูดมาก ปากพล่อย ชอบเอาเรื่องของคนอื่นมาเป็นอารมณ์ ชอบสอดรู้สอดเห็นกับเรื่องส่วนตัวคนอื่น ซึ่งเจ้าแห้วรู้ดีว่าอุปนิสัยสันดาน เช่นนี้เลวที่สุด และยากที่จะรักษาให้หายได้
ท่ามกลางความมืดซึ่งมีแต่แสงดาวสลัวราง เจ้าแห้วเดินเรื่อยเปื่อยไปตามริมรั้วลัดเข้าสวนดอกไม้ตรงไปทางท้ายสวน เมื่อพ้นเขตสวนดอกไม้ก็เป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าประมาณสามสี่ไร่ บางแห่งมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นครึ้ม บางแห่งก็มีหญ้าคาและต้นไม้ล้มลุกปกคลุมไปทั่ว ซึ่งคนทำสวนเพียงสองคนไม่อาจจะดายหญ้าถางหญ้าให้ทั่วถึง เพราะมัวสนใจทำแต่ทางด้านหน้าบ้านเท่านั้น อาณาเขตหลังบ้านนี้แหละเจ้าแห้วมักจะเลี่ยงมาสูบกัญชา หรือแอบมานอนเล่นในตอนกลางวัน
เมื่อเดินข้ามสะพานข้ามคูเล็ก ๆ พ้นไปได้สักครู่เจ้าแห้วก็สะดุ้งเฮือกสุดตัว เขาแลเห็นใครคนหนึ่งนั่งกอดเข่าอยู่บนเนินดิน เจ้าแห้วพยายามใช้สายตาเพ่งมองดู แล้วก็จำได้ว่านั่นคือเจ้าคุณปัจจนึก ฯ นั่นเอง เจ้าแห้วยืนนิ่งคิดอยู่สักครู่ก็ยิ้มออกมาได้ เขารู้ดีว่าเท่าที่ท่านเจ้าคุณปลีกตัวออกมานั่งอยู่เงียบ ๆ เช่นนี้ก็เพราะท่านเข้าใจผิดคิดว่าเขาถูกท่านยิงตายแล้ว แน่นอนทีเดียว เจ้าคุณปัจจนึก ฯ คงกำลังเกรงกลัวอาญาแผ่นดินในฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา
คิดเช่นนี้แล้ว เจ้าแห้วก็ยกมือปิดปากหัวเราะคิกคัก เขารีบอ้อมไปทางด้านหน้าเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ค่อย ๆ แฝงกายมาตามพุ่มไม้ ในที่สุดเจ้าแห้วก็ยืนอยู่ห่างจากท่านเจ้าคุณประมาณหกเมตรเท่านั้น
เจ้าแห้วแกล้งแสดงตัวเป็นผีทันที คือผีของตัวเองที่ถูกยิงตาย เจ้าแห้วยกมือขยี้ศีรษะให้ผมยุ่งเป็น กระเซิง แล้วทำเสียงคำรามให้น่ากลัว เดินออกมาจากพุ่มไม้ในบทบาทของผีดิบ คือเดินตัวแข็งทื่อไม่แกว่งแขวน เม้มปากแน่นทำตาถมึงทึงให้ดูน่ากลัว
พอแลเห็นเจ้าแห้ว เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ก็เย็นวาบไปหมดทั้งตัว อกสั่นขวัญแขวนและขนลุกซู่ ท่านมั่นใจอย่างยิ่งว่าเจ้าแห้วตายแล้ว ซึ่งท่านกำลังนั่งวิตกอยู่ การยิงในระยะห่างเพียงสามก้าวสำหรับมือปืนอย่าง เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ย่อมไม่ผิดพลาด และกระสุน ๑๑ มม. ก็มีหวังเข้าโลงได้
ความรู้สึกบอกตัวเองว่าท่านถูกผีเจ้าแห้วหลอก ซึ่งตามธรรมดาผีตายโหงย่อมดุร้าย เจ้าแห้วคงมาเรียกร้องเอาชีวิตท่านเช่นเดียวกัน
“อ๋อย..นะโม ตสส ภควโต” เจ้าคุณปัจจนึก ฯ พูดแทบไม่เป็นภาษาคน “ไปสู่ที่ชอบ ๆ เถอะอ้ายแห้ว ข้าฆ่าเอ็งก็เพราะโมโหจนลืมตัว อย่าหลอกหลอนข้าเลย แล้วข้าจะทำบุญตรวจน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้”
เจ้าแห้วแกล้งพูดเสียงคำรามในลำคอ
“รับประทานใต้เท้าใจคอโหดร้ายมาก…ความผิดของผมเพียงเท่านี้ถึงกับยิงผมทิ้ง ผมจะต้องเอาใต้เท้าไปเมืองผีด้วย ยมพบาลสั่งให้ผมมาชวนใต้เท้าไป”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ เกรงกลัวผีเจ้าแห้วแทบจะเป็นลมท่านยกมือขยี้ตาตัวเอง อยากจะคิดว่าหูแว่วและนัยน์ตาฝาด เจ้าแห้วแหกปากหัวเราะลั่น
“รับประทานต่อให้ขยี้จนตาแหก ภาพผมก็ไม่หาย ฮึ่ม..แฮ่ – ผมมาเอาชีวิตใต้เท้า”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ เผ่นพรวดลุกขึ้นเมื่อเห็นเจ้าแห้วเดินทื่อเข้ามา แล้วท่านก็ตะโกนลั่นพร้อมกับออกวิ่งไปโดยเร็ว
“โว้ย…อ้ายแห้วหลอกกูโว้ย ดุซิบหายเลย ตายแผล็บเดียวหลอกแล้ว”
มาของข้อมูล  http://www.geocities.com/samgler13/cokae3.html

นิกรกับเสี่ยหงวนตั้งใจจะล้อท่าน แต่แล้วก็สงสารกลัวเจ้าคุณปัจจนึก ฯ จะกระดากอาย เลยไม่กล้าล้อ อย่างไรก็ตาม นิกรอดที่จะเหน็บแนมไม่ได้ ตอนหัวค่ำคืนวันหนึ่ง ขณะที่เจ้าคุณปัจจนึก ฯ กำลังแต่งตัวเตรียมจะไปหาบัวแก้ว นิกรก็เดินเข้ามาในห้องส่วนตัวของท่าน ในมือของเขาถือถาดเงินเล็ก ๆ ใส่ขนมถ้วยหนึ่ง ซึ่งเป็นถ้วยพลาสติกทันสมัย มีช้อนอยู่ในถ้วยพร้อม

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ราษีไศล วันที่ : 03/11/2007 เวลา : 14.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

หวัดดีครับ ราษีไศล แวะมาทักทายครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 03/11/2007 เวลา : 14.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

คิดถึงพล นิกร กิมหงวนค่ะ สมัยก่อนชอบอ่านเป็นหนังสือที่น้า ๆ ทั้งหลายซื้อมาอ่าน เลยอ่านกับเขาบ้าง

อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่ สบายดีนะคะ วันนี้เจี๊ยบต้องไปเยี่ยมพ่อแม่สามี พรุ่งนี้ถึงจะกลับค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน