*/
  • อิศรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-05
  • จำนวนเรื่อง : 1472
  • จำนวนผู้ชม : 1802627
  • จำนวนผู้โหวต : 332
  • ส่ง msg :
  • โหวต 332 คน
เที่ยวงานศาลาไทยที่ Bad Homburg 4-5 กรกฏาคม2009

"สง่างามและงดงาม ตามรูปแบบเฉพาะ ศาลาอันสวยงามแห่งนี้ ตั้งเด่นอยู่เบื้องหน้าเรา เหมือนดั่งเทพนิยายจากดินแดนอันห่างไกล สีสันอันสว่างไสวทำให้ดูโดดเด่น จากต้นไม้สีเขียวที่รายรอบ และเมื่อการตกแต่งประดับประ

View All
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


สนใจด้านไหนมากที่สุด
ศิลปะวัฒนธรรม
46 คน
ท่องเที่ยว
98 คน
อาหาร
63 คน
วรรณกรรม/กาพย์กลอน
22 คน
ทั่วไป
28 คน

  โหวต 257 คน
วันเสาร์ ที่ 3 พฤศจิกายน 2550
Posted by อิศรา , ผู้อ่าน : 3502 , 14:12:41 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เอื้อเฟื้อต้นฉบับโดย คุณป้อมดอนเมือง
เอื้อเฟื้อไฟล์เอกสารโดย ทีมงานคุณสมชัย
- ๔ -
ในเวลาเดียวกันนี้เอง คณะพรรคสี่สหายกำลังเดินค้นหาเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ทั่วบ้าน พล, นิกร, กิมหงวนและดร. ดิเรก ยืนรวมกลุ่มกันทางขวาของด้านหลังตึก ท่านเจ้าคุณปัจจนึก ฯ วิ่งปุเลง ๆ ตรงเข้ามา สี่สหายต่างเงยหน้ามองดูท่าน เจ้าคุณห้ามล้อพรืดแล้วพูดกระหืดกระหอบน่าสงสาร
“ช่วยอาด้วยพล อ้าย – หะ – แห้วมันหลอก โอย – ดุอะไรอย่างนี้ไม่รู้ แกช่วยพาอาไปโรงพักทีเถอะ อาจะมอบตัวของอาให้ตำรวจเขาในฐานที่อาฆ่าเจ้าแห้วตาย” พูดจบเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ก็ร้องไห้ ล้วงกระเป๋าหยิบปืนพกออกมาส่งให้นิกร “กรเอ๋ย อย่างน้อยศาลคงตัดสินจำคุกพ่อไม่น้อยกว่ายี่สิบปี แล้วไปเยี่ยมพ่อบ้างนะ”
นิกรกลั้นหัวเราะแทบแย่
“จ้างผมทำปิ่นโตส่งคุณพ่อเป็นเดือนก็แล้วกันนะครับ”
ท่านเจ้าคุณสะอื้น ยกหลังมือเช็ดน้ำตา
“แกเอาฉันลงคอด้วยเรอะ”
“โธ่ – กับข้าวกับปลามันแพงนี่ครับ ผมก็ต้องคิดบ้างตามสมควร ส่งคุณพ่อวันละสามเวลา ผมคิดเดือนละห้าพันเท่านั้น”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ สั่นศีรษะ
“ลำบากนักก็ไม่ต้องหรอก กูกินข้าวหลวงดีกว่า”
เสี่ยหงวนพูดกับท่านเจ้าคุณอย่างเป็นการเป็นงาน
“คุณอาไม่ควรจะฆ่าอ้ายแห้วเลย ผมไปดูศพอ้ายแห้วมาแล้วสงสารเหลือเกิน กระสุนนัดหนึ่งถูกหัวสมองพอดี อีกนัดหนึ่งถูกสะดือทะลุออกทางหลัง เลือดโชกไปหมดเชียวครับ”
ท่านเจ้าคุณน้ำตาไหลพราก
“อย่าพูดเลยโว้ย อาสงสารอ้ายแห้วใจจะขาดอยู่แล้ว”
ดร. ดิเรกยิ้มให้พ่อตาของเขา แล้วกล่าวว่า
“ระงับความคิด ที่จะมอบตัวให้ตำรวจก่อนเถอะครับคุณพ่อ ผมรับรองว่าผมจะช่วยชุบเจ้าแห้วให้ฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาภายในคืนวันนี้”
นิกรพูดเสริมขึ้นทันที
“พวกผมสี่คนตกลงกันแล้วครับ ขอค่าชุบอ้ายแห้วเพียงแสนบาท”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ สะดุ้งโหยง
“เปล่า – เปล่า การชุบอ้ายแห้วคนอื่นไม่เกี่ยวเลย ดิเรกมันทำของมันคนเดียวเท่านั้น”
นิกรยิ้มแห้ง ๆ
“นั่นน่ะสิครับ”
ดิเรกกล่าวกับพ่อตาเขาต่อไป
“คุณพ่อต้องสัญญาก่อน ถ้าอ้ายแห้วฟื้นขึ้นมาคุณพ่อจะไม่ทำอะไรมันอีก แม้แต่เพียงจะเตะมันสักหนึ่งที”
“เออ - พ่อสัญญา พ่อรับรองด้วยเกียรติยศว่าพ่อจะไม่ทำอะไรมันเลย เท่าที่พ่อยิงอ้ายแห้วเมื่อกี้นี้ก็เพราะพ่อโมโหจนลืมตัว ซึ่งนิสัยโมโหฉันเฉียวอย่างนี้ ล้วนแต่ทำให้คนเราติดคุกติดตะรางมามากต่อมาก”
นิกรว่า “จริง ๆ นะครับ อย่าไปทำอะไรมันนะครับ”
“เออน่า พ่อเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ต้องรักษาคำพูดสิวะ”
เสี่ยหงวนพูดเสริมขึ้น
“ถ้าจะให้เป็นที่เชื่อถือกันได้แล้ว ผมคิดว่าคุณอาควรสาบานดีกว่า สาบานเสียตามระเบียบเถอะครับ ถ้าหากว่าคุณอาทำอะไรเจ้าแห้วอีก…”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ กล่าวเสียงหนักแน่น
“ขอให้ข้าหัวล้านทุก ๆ ชาติ”
เสี่ยหงวนหัวเราะงอหงาย
“ถ้ายังงั้นไม่ต้องให้ดิเรกมันชุบหรอกครับ ผมแสดงเองดีกว่า ผมจะเรียกอ้ายแห้วมาเดี๋ยวนี้”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ สะดุ้งเฮือก
“ไม่เอา – ข้ากลัวมัน เล่นกะใครไม่เล่น เล่นกะผีมีอย่างที่ไหน”
“ปู้โธ่” อาเสี่ยคราง “มันตายเมื่อไหร่ล่ะครับ อ้ายแห้วมันมีหลวงพ่อสมเด็จวัดระฆัง คุณอายิงมันสองนัดถูกทั้งสองนัด แต่อ้ายแห้วไม่เป็นอะไรเลย” พูดจบกิมหงวนก็ยกมือใส่ปากเป่าเสียงสั่นสวน แล้วเขาก็ร้องตะโกนลั่น “ออกมาโว้ย…หวอปลอดภัยแล้ว”
คณะพรรคสี่สหายหัวเราะขึ้นพร้อม ๆ กัน เจ้าแห้วเดินออกมาจากสวนดอกไม้ และตรงเข้ามาหาสี่สหาย เจ้าคุณปัจจนึก ฯ นัยน์ตาเหลือก กอดเอวพลแน่น “อ้ายพล – ช่วยอาด้วย มันมาแล้ว”
นายพัชราภรณ์หัวเราะก้าก
“อ้ายแห้วมันไม่ตายหรอกครับ คุณอาเข้าใจผิดคิดว่าคุณอายิงอ้ายแห้ว ความจริงคุณอายิงรูปหุ่นที่ อ้ายแห้วมันทำขึ้นต่างหาก”
ก่อนที่ท่านเจ้าคุณจะพูดว่ากระไร เจ้าแห้วก็เดินอาด ๆ ตรงเข้ามาในบทบาทของผีดิบ เสี่ยหงวนก้มลงหยิบก้อนอิฐก้อนหนึ่งขึ้นมาถือเงื้อมือขึ้นทำท่าจะขว้าง ทันใดนั้นเองผีดิบก็ร้องลั่น
“โอ๊ย – รับประทานอย่านะครับ”
กิมหงวนโยนก้อนอิฐทิ้ง แล้วหันมายิ้มกับเจ้าคุณปัจจนึก ฯ
“เห็นไหมล่ะครับ ว่าอ้ายแห้วมันเป็นคนไม่ใช่ผี”
ท่านเจ้าคุณทำตาปริบ ๆ แล้วยิ้มแห้ง ๆ
“มานี่ซิอ้ายแห้ว มา – มึงเป็นผีหรือเป็นคนวะ”
เจ้าแห้วพยายามเก๊กหน้าให้เหมือนผี เดินรี่เข้ามาหาสี่สหายและเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ทำให้นิกรชักจะหมั่นไส้เต็มทน
“มากไปละโว้ย อ้ายแห้ว เดี๋ยวผีก็โดนเตะให้เท่านั้นเอง”
เจ้าแห้วยิ้มกะเรี่ยกะราด แล้วยกมือไหว้เจ้าคุณปัจจนึก ฯ
“รับประทานกลัวแล้วครับ ใต้เท้าเล่นกับผมด้วยปืนอย่างนี้ รับประทานไม่สนุกแน่”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ โผเข้ากอดเจ้าแห้วทันที ความปิติยินดีบังเกิดขึ้นแก่ท่านอย่างล้นเหลือ
“อ้ายแห้ว โอย…สิ้นเคราะห์ไปที กูนึกว่ามึงม่องเท่งเสียแล้ว ข้ากำลังคิดอยู่ทีเดียวว่า ข้าจะต้องติดคุกในฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา เออ – สิ้นเคราะห์กันทีกู” แล้วท่านก็คลายมือที่กอดเจ้าแห้วออก แต่แล้วท่านก็นึกขึ้นได้ว่าเจ้าแห้วเป็นคนนำความลับของท่านมาเปิดเผย
ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของท่านเจ้าคุณเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที แววตาที่มองดูเจ้าแห้วนั้นวาวโรจน์น่ากลัว เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ยิ้มอย่างดุเดือด หันควับมาทางนายจอมทะเล้น
“อ้ายกร เอาปืนมาให้พ่อ พ่อยอมติดตะราง พ่อต้องฆ่าอ้ายแห้วให้ได้”
ดร. ดิเรกรีบโบกมือห้าม
“โน ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ คุณพ่อสาบานไว้แล้วว่าคุณพ่อจะไม่ทำอะไรอ้ายแห้ว”
นิกรยกมือตบบ่าพ่อตาของเขาเบา ๆ
“คนเราเป็นผู้ใหญ่แล้ว เมื่อพูดอะไรออกมาก็ต้องรักษาคำพูดบ้างสิครับคุณพ่อ”
เสี่ยหงวนพูดเสริมขึ้น
“หม่ายน่อ….นิก ๆ หน่อย ๆ ไม่เป็งไรน่อ เรากากี้นั้งน่อ”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ เม้มปากแน่น ยกมือชี้หน้าเจ้าแห้ว
“กูอยากรู้นักอ้ายแห้ว กูยอมติดสินบนมึงพันบาทเพื่อให้มึงปิดปากในเรื่องที่กูไปแอบมีเมียเด็ก ๆ ไว้ แต่แล้วมึงก็พูดมากปากพล่อย เอาความลับของกูมาเปิดเผย มึงทำอย่างนี้มึงเป็นคนหรือหมาวะ”
เจ้าแห้วหันมาถามเสี่ยหงวนเบา ๆ
“รับประทานเป็นอะไรดีล่ะครับ”
กิมหงวนหัวเราะชอบใจ
“อย่าสงสัยเลยวะ สารภาพกับท่านว่ามึงเป็นหมาก็แล้วกัน จะได้หมดเรื่องหมดราวกันเสียที”
เจ้าแห้วเปลี่ยนสายตามาที่เจ้าคุณปัจจนึก ฯ แล้วยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
“รับประทานเป็นหมาครับ”
ท่านเจ้าคุณขบกรามกรอด
“มึงเลวมาก มึงเป็นหมา…แล้วก็หมาขี้เรื้อนเสียด้วยนะจะบอกให้ นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป กูไม่คบมึงอีกแล้วเจ็บใจนัก อ้ายเรารึไว้เนื้อเชื่อใจ ไปไหนก็เอาไปด้วย ผ่าเถอะวะ กูอยากยิงมึงเหลือเกิน” พูดจบเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ก็ผลุนผลันเดินไปจากที่นั้นด้วยความเดือดดาลเจ้าแห้ว ทันใดนั้นเอง นิกรก็ร้องขึ้นด้วยเสียงอ่อนหวาน
“บัวแก้วแม่เอ๊ย…..”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ หยุดชะงัก หันควับมาทางนิกรแล้วท่านก็ก้มลงหยิบก้อนอิฐก้อนหนึ่ง แต่แล้วท่านก็ร้องยี้รีบโยนทิ้ง ความจริงมันไม่ใช่ก้อนอิฐ มันคือขี้หมาก้อนหนึ่ง ซึ่งยังใหม่เอี่ยม ท่านเจ้าคุณพยายามระงับความโกรธเดินอ้อมไปทางหน้าตึก
ท่านเจ้าคุณปัจจนึก ฯ กลุ้มใจอย่างที่สุด เป็นเวลาสามวันที่ท่านไม่กล้าไปหาบัวแก้ว ทั้งนี้ก็เพราะว่าคณะพรรคสี่สหายคอยติดตามดูการเคลื่อนไหวของท่านตลอดเวลา เพียงแต่ท่านแต่งตัวจะออกไปนอกบ้าน สี่สหายก็เข้ามารุมล้อมอยู่ในห้องของท่านและจะขอตามไปด้วย ทั้งนี้ก็เพราะว่าทุกคนอยากเห็นแม่สาวงามบัวแก้ว อีหนูของเจ้าคุณปัจจนึก ฯ นั่นเอง
สามวันมันเหมือนสามปี ท่านเจ้าคุณคิดถึงบัวแก้วของท่านมาก ในที่สุดท่านก็คิดว่าไหน ๆ เรื่องมันก็แดงขึ้นแล้ว ถึงแม้ว่าคณะพรรคสี่สหายจะติดตามท่านไปที่บ้านบัวแก้วก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร
คิดแล้วท่านเจ้าคุณก็รีบอาบน้ำแต่งตัวทันที แต่แล้วเจ้าแห้วซึ่งเป็นแมวมองของสี่สหายก็รีบไปบอกให้ พล, นิกร, กิมหงวนและ ดร.ดิเรกทราบว่าเจ้าคุณปัจจนึก ฯ เตรียมตัวจะออกไปนอกบ้าน
สี่สหายรีบลงมาจากตึกไปหลบซ่อนตัวอยู่ในโรงรถยนต์ รออยู่จนกระทั่งท่านเจ้าคุณเดินเข้ามาในโรงรถและตรงมาที่รถ “คาดิลแล็ค” เก๋ง กลิ่นน้ำหอมอย่างดีจากศีรษะของท่านหอมตลบอบอวล เจ้าคุณสวมกางเกงปาล์มบีชสีเทาเข้มสวมเสื้อเชิ้ตฮาวายปล่อยเอวลายสับประรด ดูท่านหนุ่มกว่าอายุจริงในราวสองสามปี
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ฮัมเพลงเบา ๆ เปิดประตูก้าวขึ้นนั่งประจำที่คนขับ แต่แล้วก่อนที่จะสตาร์ทเครื่อง สี่สหายก็พากันเดินเข้ามาที่รถ นิกรก้าวขึ้นมานั่งเคียงคู่กับท่านแล้วยิ้มอ่อนหวาน
“คุณพ่อจะไปไหนครับ”
“ข้าจะไปขับรถเล่น อ้ายพวกแกนี่ยังไงกันวะ ทำเป็นเด็กทารกไปได้ แกจะตามฉันไปทำไม”
พลกับเสี่ยหงวนและ ดร. ดิเรกพากันขึ้นมานั่งตอนหลังรถ เสี่ยหงวนยักคิ้วให้ท่านเจ้าคุณปัจจนึก ฯ แล้วพูดยิ้ม ๆ
“คุณอาอย่าปิดบังผมเลยครับ พาพวกเราไปรู้จักกับอีหนูบัวแก้วของคุณอาบ้างซี ทีหลังผมจะได้หาไว้สักคน และเอาไปอยู่รวมกับบัวแก้ว จะได้เป็นเพื่อนกันอย่างไรล่ะครับ”
ท่านเจ้าคุณยิ้มอาย ๆ
“ฉันไม่อยากให้พวกแกมายุ่งเกี่ยวกับฉันก็เพราะพวกแกอดกระเซ้าฉันไม่ได้ คิดดูซิวะ ฉันเป็นผู้ใหญ่ เรื่องพรรค์นี้เป็นเรื่องส่วนตัวจะมาล้อเลียนกันเล่นได้หรือ”
พลว่า “ไปเถอะครับ คุณอา ผมรับรองว่าพวกเราจะไม่กระเซ้าคุณอาอีกเลย”
“เออ – ให้คำมั่นสัญญาอย่างนี้ก็พอจะคบกันได้ ยังงั้นก็ไปด้วยกัน อาจะพาพวกแกไปรู้จักกับบัวแก้ว”
ทันใดนั้นเอง เจ้าแห้วก็เดินเข้ามาในโรงรถอย่างรีบร้อน เขาเปิดประตูด้านขวาหน้ารถออก แล้วพูดกับเจ้าคุณปัจจนึก ฯ อย่างนอบน้อม
“รับประทาน ผมขับให้เองครับ”
ท่านเจ้าคุณถอนหายใจหนัก ๆ
“ไม่ต้องมายุ่งกับข้า ข้าขับของข้าเองได้”
เจ้าแห้วหัวเราะ
“รับประทานให้ผมขับให้ดีกว่าครับ ผมจะได้ติดตามไปรับใช้ด้วย รับประทานผมรู้ดีว่าใต้เท้ากำลังจะพาพวกเจ้านายของผมไปที่ซอยกลาง”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ เขยิบตัวมาชิดนิกร แล้วก็พูดกับเจ้าแห้วด้วยเสียงหนัก ๆ
“เอ้า – ขึ้นมาซิ อ้ายเปรต กูเห็นหน้ามึงแล้วกูอยากยิงมึงเหลือเกิน”
“ปู้โธ่” เจ้าแห้วคราง “รับประทานเรื่องมันแล้วมาแล้วตั้งสามวันไม่น่าจะมาผูกใจเจ็บผมเลย” แล้วเจ้าแห้วก็ขึ้นมานั่งประจำที่คนขับ เอื้อมมือปิดประตูเรียบร้อย
“คาดิลแล็ค” เก๋งถูกสตาร์ทเครื่อง และคลานออกจากโรงรถของมันอย่างสง่าผ่าเผย เจ้าแห้วนำรถแล่นออกไปจากบ้าน “พัชราภรณ์”
สี่สหายสนทนากันอย่างครื้นเครง แล้วนายแพทย์หนุ่มก็สัพยอกพ่อตาของเขา
“ถามจริง ๆ เถอะครับ คุณพ่อ อีหนูของคุณพ่อสวยไหมครับ”
ท่านเจ้าคุณยิ้มอาย ๆ
“เรื่องนี้ตอบยากโว้ย โบราณว่า…จะหาคนงามให้ไปถามคนรัก สำหรับบัวแก้วคนอื่นจะรู้สึกอย่างไรนั่นเป็นเรื่องของเขา แต่ในสายตาของพ่อ พ่อคิดว่าถึงเทพธิดาจะมีจริงก็สู้บัวแก้วไม่ได้”
เสียงฮาดังขึ้นพร้อม ๆ กันลั่นรถ เสี่ยหงวนถึงกับตบมือกระทืบเท้าชอบอกชอบใจ
“เด็ดขาด” อาเสี่ยร้องลั่น “คุณอาหาทั้งทีก็ต้องทีเด็ดอย่างนี้ ผมเชื่อครับว่าสวยมาก ซึ่งเจ้าแห้วยืนยันว่าอีหนูของคุณอาทั้งสวยทั้งน่ารัก”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ยิ้มแก้มแทบแตก ท่านหันมาทางนายพัชราภรณ์
“แกอย่ายุ่งกับบัวแก้วไม่ได้นา”
พลหัวเราะชอบใจ
“ไว้ใจเถอะครับ เรื่องเจ้าชู้ผมเลิกแล้ว เลิกอย่างเด็ดขาด เดี๋ยวนี้….ผู้หญิงไม่มีความหมายอะไรสำหรับผมเสียแล้ว”
เสี่ยหงวนยกมือผลักหน้าพลเต็มแรง
“อย่าคุยดีไปหน่อยเลยวะ ที่แกไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงยิงเรือมาหลายเดือนก็เพราะความวัวยังไม่ทันจะหาย แกก็ไม่อยากจะให้ความควายเข้ามาแทรก ถุย..อ้ายหมอฉีดยาให้แกทุกวัน ข้ารู้หรอกน่า”
นายพัชราภรณ์ยิ้มแห้ง ๆ
“ทำไมแกรู้ล่ะ” ถามเบา ๆ
อาเสี่ยเอ็ดตะโรลั่น
“อ้ายแห้วมันบอกข้า”
นายพัชราภรณ์แยกเขี้ยวและขบกรามกรอด ก้มลงหยิบเหล็กงัดยางที่วางอยู่บนพื้นรถขึ้นมา เงื้อขึ้นจะฟาดกะบาลเจ้าแห้วให้สมรัก เจ้าแห้วเห็นในกระจกมองหลังก็ร้องขึ้นสุดเสียง นิกรรีบคว้าข้อมือพลไว้ได้
“อย่า – อย่าโว้ย ถ้าแกตีมันด้วยเหล็กงัดยางอันนี้รถของเราก็คงลงคลอง หรือม่ายก็จูบเสาไฟฟ้าริมถนน”
นายพัชราภรณ์โกรธเจ้าแห้วจนอดหัวเราะไม่ได้
“อ้ายแห้วนี่ปากเหมือนหมา นิสัยระยำที่สุด ชอบสอดรู้สอดเห็นสนใจในเรื่องของคนอื่น ไม่ว่าใครจะมีความลับอะไรอ้ายแห้วรู้หมด แล้วเที่ยวบอกคนโน้นคนนี้” แล้วเขาก็ยกมือเขกศีรษะเจ้าแห้วค่อนข้างแรง “นี่แน่ะ ระวังตัวของมึงไว้ให้ดีนะ”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ หัวเราะก้ากใหญ่
“ในที่สุดฉันก็รู้ว่าเท่าที่แกเป็นคนดี ไม่ไปเที่ยวซุกซนและไม่เจ้าชู้ ก็เพราะแกยังอยู่ในระหว่างพักฟื้นใช่ไหมล่ะ”
พลไม่ตอบได้แต่หัวเราะ “คาดิลแล็ค” เก๋งแล่นบ่ายหน้าไปทางสะพานพระโขนง จากบ้าน “พัชราภรณ์” มาเพียงครู่เดียวก็ถึงจุดหมาย เจ้าแห้วนำรถเลี้ยวเข้าไปในซอยกลางและเข้าไปเกือบจะสุดซอยก็ถึงบ้านของบัวแก้ว
“คาดิลแล็ค” เก๋งแล่นมาหยุดหน้าประตูบ้านหลังนั้นซึ่งเป็นประตูเตี้ย ๆ สูงกว่าศีรษะเพียงเล็กน้อย และรั้วบ้านเป็นรั้วลวดหนาม ทุกคนพากันก้าวลงจากรถ เจ้าคุณปัจจนึก ฯ รีบเดินมาที่ประตูเอื้อมมือผลักประตูออก บานประตูไม่ได้ใส่กลอนข้างใน มันก็เปิดออกอย่างง่ายดาย ท่านเจ้าคุณแปลกใจเล็กน้อย เมื่อเห็นประตู หน้าต่างทุกบานปิดหมด
“เอ๊ะ” ท่านอุทานดัง ๆ “บัวแก้วท่าจะไม่อยู่โว้ย” แล้วท่านก็หันมาทางสี่สหาย “ไป – ไปบนเรือนเถอะ อามีเบียร์แช่เย็นและน้ำอัดลมกับบุหรี่ดี ๆ ไว้ต้อนรับพวกแก แต่ว่าเหล้าไม่มีนะ ถ้าอยากกินให้อ้ายแห้วเอารถออกไปซื้อปากตรอก บัวแก้วน่ากลัวจะไปธุระหรือออกไปซื้อของใช้”
นิกรถามยิ้ม ๆ
“บัวแก้วอยู่คนเดียวหรือครับ”
“อ๋อ, เปล่า มีเด็กคนใช้อยู่ด้วยคนหนึ่ง บัวแก้วหาของหล่อนเอง เป็นเด็กผู้หญิงอายุราว ๑๓ ขวบ”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ พาคณะสี่สหายขึ้นมาบนเรือนบังกาโล คราวนี้ท่านก็แปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นประตูหน้าเรือนเปิดแง้มไว้โดยไม่ได้ใส่กุญแจ เจ้าคุณปัจจนึก ฯ รีบเปิดประตูออกเดินเข้าไปในห้อง คณะพรรคสี่สหายตามเข้ามาด้วย ท่านเจ้าคุณตกตะลึงยืนนิ่งเฉย ท่านได้พบแต่ห้องอันว่างเปล่า ไม่มีข้าวของใด ๆ เลยแม้แต่ชิ้นเดียว เครื่องตกแต่งห้องและเครื่องใช้ไม้สอยอันตรธานไปหมดเหมือนกับบ้านร้าง
“โอ๊ย !” ท่านเจ้าคุณร้องลั่นเหมือนกับถูกยิง “ตายแน่กู โธ่….อีหนู…อีหนูล่องหนไปเสียแล้ว หมด – ขนเสียเกลี้ยงบ้านเลย”
คณะพรรคสี่สหายต่างมองดูหน้ากัน แต่ไม่มีใครพูดว่ากระไร เจ้าคุณปัจจนึก ฯ พาทุกคนเข้าไปในห้องนอน แต่แล้วก็มีแต่ห้องเปล่า ๆ และมีกางเกงชั้นในของผู้หญิงที่ใช้แล้วทิ้งไว้หนึ่งตัว
นิกรตาไว แลเห็นจดหมายฉบับหนึ่งเสียบไว้ที่ฝาห้องก็ปราดเข้าไปหยิบมาดูจ่าหน้าซอง เจ้าคุณ ปัจจนึกฯ รีบเข้ามาแย่งจดหมายจากนิกร ท่านฉีกซองออก ดึงกระดาษในนั้นออกมาอ่าน แต่ยังไม่ทันอ่าน เสี่ยหงวนก็กระตุกเอามาอ่านดัง ๆ

เขียนที่บ้าน
๑๓ กรกฎาคม ๒๔๙๖
เรียน เจ้าคุณที่นับถือ
ขณะที่เจ้าคุณอ่าน จม. ฉบับนี้ หนูได้หนีไปแล้ว หนูเสียใจที่อยู่ร่วมกับเจ้าคุณไม่ได้เพราะเจ้าคุณไร้สมรรถภาพ นอกจากนี้ยังทอดทิ้งให้หนูอยู่เดียวดายตั้งหลายวัน
ลาก่อนค่ะ ลาชั่วกัลปาวสาน
จากหนู
บัวแก้ว

เจ้าคุณปัจจนึก ฯ มีทีท่าเหมือนกับจะเป็นลม ความรัก ความเศร้าเสียดายบังเกิดขึ้นแก่ท่านอย่างล้นเหลือ ในที่สุดท่านก็หัวเราะก้าก
“เราจะเอาความแน่นอนอะไรกับผู้หญิง ฮะ – ฮะ สิ้นสุดกันทีบัวแก้ว”
เจ้าแห้วร้องเพลงขึ้นทันที

เชื่อกระไรใจหญิง
เหมือนน้ำกล๊อกกลิ้ง
ในบ้องกัญชา

สี่สหายหัวเราะครืน เจ้าคุณปัจจนึก ฯ เดินคอตกออกไปจากห้อง คณะพรรคสี่สหายตามออกไปด้วย เป็นอันว่าความสัมพันธ์ของท่านเจ้าคุณกับบัวแก้วได้อวสานลงเพียงเท่านี้


ที่มาของข้อมูล

http://www.geocities.com/samgler13/cokae4.html

เพลงประกอบจาก

http://www.esnips.com/doc/c4ddcb96-232f-4081-bccf-b1152c91f787/เพลงจีน



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
pnokeox วันที่ : 04/11/2007 เวลา : 12.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pnokeox
แล้วแต่จะจัด..

อ่านทุกที ตลกทุกที บางครั้งก็ชื่นใจ..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
วอร์เต วันที่ : 03/11/2007 เวลา : 15.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/leephone


ทำให้คิดถึงเมื่อครั้งเยาว์วัย
อ่าน พล นิกร กิมหงวนครั้งใด
เป็นอันไม่ต้องทำใรไปทั้งวัน(ติดงอมแงม)

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
thesaint วันที่ : 03/11/2007 เวลา : 14.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thesaint
---- การมีสายยางอยู่ในจมูกดูเลวร้าย แต่การดึงออกมามันทำให้ผมแทบบ้า ----


---เป็นการนำมาถ่ายทอดในแบบยาวจริงครับ ๆ ผมเคยดูละครเรื่องนี้สมัยเก็น่าจะทางช่อง 9 ครับ ที่สำคัญไปงานหนังสือที่สิริกิต์ ก็ซื้อแบบเป็นตอนสั้นมา 2 เล่มครับ ---

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน