*/
  • อิศรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-05
  • จำนวนเรื่อง : 1454
  • จำนวนผู้ชม : 1692873
  • จำนวนผู้โหวต : 320
  • ส่ง msg :
  • โหวต 320 คน
เที่ยวงานศาลาไทยที่ Bad Homburg 4-5 กรกฏาคม2009

"สง่างามและงดงาม ตามรูปแบบเฉพาะ ศาลาอันสวยงามแห่งนี้ ตั้งเด่นอยู่เบื้องหน้าเรา เหมือนดั่งเทพนิยายจากดินแดนอันห่างไกล สีสันอันสว่างไสวทำให้ดูโดดเด่น จากต้นไม้สีเขียวที่รายรอบ และเมื่อการตกแต่งประดับประ

View All
<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


สนใจด้านไหนมากที่สุด
ศิลปะวัฒนธรรม
46 คน
ท่องเที่ยว
98 คน
อาหาร
63 คน
วรรณกรรม/กาพย์กลอน
22 คน
ทั่วไป
28 คน

  โหวต 257 คน
วันศุกร์ ที่ 24 ตุลาคม 2551
Posted by อิศรา , ผู้อ่าน : 2170 , 19:51:39 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สัตว์ป่าสงวนเมืองไทย

ตามพระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ .2535 กำหนดให้สัตว์ป่าสงวนมีจำนวน 15 ชนิดดังนี้

  1. นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร ( Pseudochelidon sintarae )
  2. แรด ( Rhinoceros sondaicus )
  3. กระซู่ ( Didermocerus sumatraeansis)
  4. กูปรีหรือโคไพร ( Bos sauveli ) Urbain)
  5. ควายป่า ( Bubalus bubalis )
  6. ละองหรือละมั่ง ( Cervus eldi )
  7. สมันหรือเนื้อสมัน ( Cervus schomburgki )
  8. เลียงผาหรือเยืองหรือกูราหรือโครำ ( Capricornis sumatraensis )
  9. กวางผา ( Naemorhedus griseus )
  10. นกแต้วแล้วทองคำ ( Pitta gurneyi )
  11. นกกระเรียน ( Grus antigone )
  12. แมวลายหินอ่อน ( Pradofelis marmorata )
  13. สมเสร็จ ( Tapirus indicua )
  14. เก้งหม้อ ( Muntiacus feai )
  15. พะยูน หรือ หมูน้ำ ( Dugong dugon )

     

นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร หรือนกตาพอง White-eyed River - Martin

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pseudochelidon sirintrae Thonglon, 1968

ลักษณะ :  นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร เป็นนกในวงศ์นกนกนางแอ่นชนิด ใหม่ล่าสุดของโลกลักษณะแตกต่างจากนกนางแอ่นทั่วไป สีขนตามตัว เป็นสีดำเหลือบเขียวหรือน้ำเงินเข้มบริเวณหน้าผากมีขนาดคล้ายกำมะหยี่ ขอบตาขาว ดูคล้ายตาโปนพองออกมาออกมาขนาดลำตัวประมาณ 15 ซ.ม.

อุปนิสัย :  มีนิสัยค่อนข้างเชื่อง ชอบเกาะนิ่งๆอยู่ตามพื้นดิน ชอบหากินในแหล่งน้ำตื้นๆ

อาหาร :  อาหารของนกเจ้า ได้แก่ แมลง ไส้เดือน

การกระจายพันธุ์ : ไม่มีการพบเห็นชนิดนี้มาเป็นเวลานานกว่า 15 ปี แล้ว ในอดีตเคยอยู่บริเวณบึงบอระเพ็ดในช่วงฤดูหนาวนั้น

การสืบพันธุ์ :  ฤดูจับคู่ผสมพันธุ์และทำรังวางไข่อยู่ในช่วงฤดูร้อน การทำรังโดยขุดอยู่ตามพื้นทราย วางไข่ 2-3 ใบ

 

  

แรด หรือ แรดชวา Lesser One-Horned Javan Rhinoceros

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rhinoceros sondacaicus Desmarest, 1822

ลักษณะ :  แรดเป็นสัตว์กีบ ลำตัวล่ำหนา ขาสั้นใหญ่ ท้าวมีลักษณะกีบนิ้วแข็ง ข้างละ 3 กีบ ใบหูตั้ง ผิวหนังหนามาก มีลายเป็นตุ่มเม็ดขนาดเท่าปลายนิ้ว ทั้งตัว มี นอ ซึ่งเกิดจากการเรียงตัวอัดแน่นของเส้นขน จนแข็งเป็นเขาตัน ไม่มีแกนกระดูก เป็นเขาเดี่ยว แรดตัวผู้จะมี นอ ยาว ตัวเมียส่วนใหญ่จะมีนอโผล่ให้เห็นเป็นปุ่มนูน ขนาดความสูง 1.6-1.75 เมตร ความยาวลำตัว 3.0-3.5 เมตร น้ำหนักตัวประมาณ 1,500 - 2,000 กิโลกรัม ( ตันครึ่ง )

อุปนิสัย :  ชอบอยู่ตามป่าร่มชื้น มีแหล่งน้ำสำหรับนอนแช่ปลักโคลนในตอนกลางวัน สายตาไม่ดี แต่ประสาทรับกลิ่น และฟังดีมาก มีนิสัยหวาดระแวง มีพื้นที่หากินกว่าง ประมาณกว่า 7-10 กิโลเมตร

อาหาร :  อาหารของแรดได้แก่ใบไม้ ยอดอ่อน เครือเถาต่างๆ และลูกไม้ที่หล่นตามพื้นป่า

การกระจายพันธุ์ : เคยมีรายงานพบอาศัยอยู่ตามป่าดิบชื้น บริเวณเทือกเขาตะนาวศรี และทางทิศใต้ บริเวณจังหวัดตรัง กระบี่ พังงา และระนอง แต่เชื่อว่าได้สูญพันธุ์ไปจากป่าในประเทศไทยแล้ว

การสืบพันธุ์ : แรดผสมพันธุ์ได้ตลอดปี ไม่มีฤดูผสมพันธุ์แน่นอน ตัวผู้สามารถผสมพันธุ์ได้ตั้งแต่อายุ 6 ปีขึ้นไป ส่วนตัวเมียตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ระยะตั้งท้องนาน 16 เดือน ออกลูกท้องละ 1 ตัว

กระซู่ Asian Two- Horns or Sumatran Rhinoceros

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dicerrothinus sumatrensis ( Fischer , 1814 )

ลักษณะ :  กระซู่เป็นสัตว์จำพวกแรด เนื่องจากมี นอ แต้กระซู่ มี 2 นอ แต่ขนาดไม่เท่ากัน เป็นสัตว์กีบคี่ มีนิ้วกีบแข็งข้างละ3 นิ้ว ลักษณะทั่วไปคล้ายแรด แต่ตัวเล็กกว่า ขนาดความสูงประมาณ 1.0 - 1.4 เมตร ขนาดตัว 2.4-2.6 เมตร น้ำหนักประมาณ 900 - 1,000 กิโลกรัม ( 1 ตัน )

อุปนิสัย :  ชอบอยู่ตามป่าลุ่มต่ำชื้นรกทึบ ไม่ชอบอยู่ที่โล่ง ตัวเมียมีพื้นที่หากินแน่นอน ซึ่งตัวเมียย้ายไปตามริมห้วย ที่มีน้ำ โป่ง ชอบนอแช่ปลักโคลน สามตาไม่ดี จมูกและหูไวต่อประสาทสัมผัสดีมาก

อาหาร :  อาหารของกระซู่ได้แก่ ใบไม้ ยอดอ่อน เครือเถาต่างๆ และลูกไม้ที่หล่นตามพื้นป่า แต่ไม่ชอบกินหญ้า

การกระจายพันธุ์ : ในประเทศไทยคากว่าน่าจะหลงเหลืออยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว และอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันที่แน่นอน ในเขตรักษาพันธุ์ป่า บาลา-ฮาลา เชื่อว่าเป็นแหล่งที่ยังพอมีกระซู่อยู่

การสืบพันธุ์ : ฤดูผสมพันธุ์อยู่ระหว่างเดือน กรกฎาคม - ตุลาคม มีระยะตั้งท้อง นาน 7-8 เดือน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว

การสืบพันธุ์ : ฤดูผสมพันธุ์อยู่ในเดือนกุมภาพันธ์ -เมษายน ระยะตั้งท่องนาน 240 - 244 วันออกลูกครั้งละ1ตัว

กูปรี หรือ โคไพร Kuoprey or Kouproh

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Bos sauveli ( Urbain , 1973 )

ลักษณะ :  กูปรี เป็นสัตว์จำพวกวัวป่า ลักษณะทั่งไปเป็นสัตว์กีบคู่ ตัวโต โคนขาใหญ่ ปลายหางเป็นพู่ขน มีเขากลวงแบบ Horns ขนาดเท่ากัน โคนเขาใหญ่ ปลายเขาแหลม ไม่มีแตกกิ่ง ยาวประมาณ 1 เมตร ตัวเมียมีขนสีเทา ตัวผู้ทีขนสีดำ ขนาดความสูง 1.70-2.00 เมตร ขนาดลำตัวประมาณ 2.00-2.50 เมตร น้ำหนัก 700-900 กิโลกรัม

อุปนิสัย :  ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง ตัวเมียอายุมากที่สุดเป็นผู้นำฝูง หากินและพักผ่อนอยู่ตามป่าโปร่ง ที่มีดินโป่ง และหนองน้ำ ที่อุดมสมบูรณ์ และหากินกับสัตว์เคี้ยวเอื้องด้วยกัน

อาหาร :  อาหารของกรูปีได้แก่ หญ้าต่างๆ เป็นอาหารหลัก ไม่ชอบผลไม้

การกระจายพันธุ์ : ในประเทศไทยเคยมีกูปรีอาศัยอยู่ตามเทือกเขาพนมดงรัก บริเวณจังหวัดชายแดนติด กัมพูชา ครั้งสุดท้ายพบที่ ป่าดงอีจาน อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ในปี พ.ศ. 2491

การสืบพันธุ์ : ฤดูผสมพันธุ์อยู่ระหว่างเดือน เมษายน ระยะตั้งท้องประมาณ 9 เดือน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ช่วงใกล้คลอดลูก ตัวเมียแม่ลูกอ่อน จะแยกออกจากฝูง ไปหาที่คลอด และเลี้ยงลูกนาน 1 เดือน

ควายป่า หรือมหิงสา Asiatic or Wild Water Buffalo

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Bubalus babalis Linnaeus, 1758

ลักษณะ :  ควายป่าเป็นสัตว์กีบคู่ ลักษณะคล้ายควายบ้าน แตกต่างกันที่ขนาด สีขนเป็นสีเทา หรือสีน้ำตาลดำ บริเวณลำคอมีแถบลายใหญ่ เป็นรูปตัว Y ขาทั้งสี่ข้างตั้งแต่หัวเข่าไปถึงกีบเท้ามีสีออกเทาขาวหม่นๆ คล้ายถุงเท้า มีเขาโค้ง ด้านหลังคล้ายเสี้ยววงพระจันทร์ ขนาดความสูง 1.6 -1.9 เมตร ลำตัวยาว 2.4 - 2.8 เมตร น้ำหนักประมาณ 360-400 กิโลกรัม

อุปนิสัย :  ชอบอยู่รวมกันใหญ่ที่มีแต่ตัวเมีย ตัวผู้มักชอบแยกอยู่ตามลำพัง ชอบอาศัยตามป่าทุ่ง หรือป่าโปร่งที่มีหนองบึงสำหรับนอนปลัก มีความอดทนและดุร้าย

อาหาร :  อาหารของควายป่าได้แก่ หญ้าต่างๆ ใบไม้ และลูกไม้ต่างๆ ชอบออกหากินตอนเย็นและเช้า

การกระจายพันธุ์ : ในประเทศไทย เดิมอาศัยอยู่ตามป่าโปร่งเกือบทุกภาคของประเทศ ยกเว้นภาคใต้ ปัจจุบันได้ถูกล่าจนหมดแล้วมีหลงเหลือเพียงแห่งเดียว ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ประมาณ 40 ตัว

การสืบพันธุ์: ฤดูผสมพันธุ์อยู่ในเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน โดยตัวผู้จะกลับเข้าฝูงเพื่อผสมพันธุ์ระยะตั้งท้องประมาณ 0 เดือน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว

ละอง หรือละมั่ง Brow-antlered Deer or Eld's Deer

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cervus eldi Mcclelland, 1842

ลักษณะ :  ละองเป็นสัตว์กีบคู่ เป็นสัตว์จำพวกกวาง ตัวผู้มีขนคอยาวสีค่อนข้างดำ ตามลำตัวมีขนสีน้ำตาลแกมเหลือง มีเขาแบบเขากวาง ขนาดความสูง 1.2-1.3 เมตรลำตัวยาว 1.5-17 เมตร น้ำหนักตัวประมาณ 95 -100 กิโลกรัม

อุปนิสัย :  ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงตามป่าเต็งรัง ป่าโปร่ง ช่วงอากาศร้อนจะหลบตามใต้ร่มไม้ ตัวผู้จะนอนแช่ปรักตามหนองน้ำ

อาหาร :  อาหารของละมั่งได้แก่ หญ้าต่างๆ และลูกไม้ต่างๆ

การกระจายพันธุ์ : ในประเทศไทยพบเกือบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ในช่วงเวลา 50ปีที่ผ่านมา ละมั่งถูกล่าจนสูญพันธุ์หมด ในปัจจุบันคาดว่า เหลืออยู่บริเวณเทือกเขาพนมดงรัก บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา และเทือกเขาตะนาวศรี ชายแดนไทย - พม่า

การสืบพันธุ์ : ฤดูผสมพันธุ์อยู่ในเดือนกุมภาพันธ์ -เมษายน ระยะตั้งท่องนาน 240 - 244 วันออกลูกครั้งละ1ตัว

สมันหรือเนื้อสมัน Schomburkg 's Deer

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cervus schomburgki ( Blyth,1863 )

ลักษณะ :  สมันเป็นสัตว์จำพวกกวาง เป็นกวางพื้นเมืองเฉพาะถิ่นในประเทศไทยเพราะ พบเพียงแห่งเดียวในโลกมีรูปร่างและขาที่สวยงาม มีขน ตามตัวยาวและหยาบ สีน้ำตาล ไม่มีจุด ขนบริเวณจมูกและส่วนบนของหางข้างดำ ความสูงประมาณ 1 เมตร

อุปนิสัย :  ชอบอาศัยอยู่รวมกันเป็นครอบครัวเล็กๆตามป่าทุ่ง หรือที่ราบลุ่มริมแม่น้ำ กลางวันมัก หลบแดด และซ่อนตัวตามป่าละเมาะ และมักอาศัยหากินรวมกับเนื้อทราย

อาหาร :  อาหารของสมัน ได้แก่ หญ้าต่างๆ

การกระจายพันธุ์: แหล่งที่อยู่พบเฉพาะในภาคกลางในแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตามหลักฐานได้บันทึกว่าสมันตัวสุดท้ายได้เสียชีวิตได้เมื่อปี พ.ศ. 2481 ที่วัดในอำเภอมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร

 

 

เลียงผา หรือ กูรำ หรือโครำ Serow

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Naemorhedus sumatraensis (Bechstien, 1799 )

ลักษณะ :  เลียงผาเป็นสัตว์กีบคู่ มีรูปร่างคล้ายแพะ ลำตัวสั้น ช่วงขายาว เส้นขนยาวและหยาบ มีแผงขนคอและสันหลังยาว ลักษณะเขากลม โคนเขาใหญ่ มีแอ่งน้ำตาเป็นรูบุ๋มที่ด้านหน้าของเบ้าตาชัดเจน ขนาดความสูง 1 เมตร ลำตัวประมาณ 105 เมตร น้ำหนักประมาณ 85 - 140 กิโลกรัม

อุปนิสัย :  ชอบอยู่ตามลำพังตัวเดียว ตามหน้าผา หรือเขาหินปูนที่แห้งแล้ง เป็นป่าโปร่ง สามารถปีนป่ายตามหน้าผาสูงได้ดี และยังสามรถว่ายน้ำได้ดีอีกด้วย

อาหาร :  อาหารของเลียงผาได้แก่ หญ้า หน่อไม้ ใบไม้ต่างๆ

การกระจายพันธุ์ : ในประเทศไทยเคยพบตามภูเขาหินปูนเกือบทุกภาค แต้ปัจจุบันยังคงเหลืออยู่ตามภูเขาหินปูนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานแห่งชาติบางแห่งเท่านั้น

การสืบพันธุ์ :  ฤดูผสมพันธุ์จะอยู่ระหว่างเดือน ตุลาคม - พฤศจิกายน ระยะตั้งท้องประมาณ 7 เดือน ออกลูกท้องละ 1 ตัว อายุยืนประมาณ 10

กวางผา Goral or Chiness Goral

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Naemorthedus caudatus ( Milne - Edwards, 1867 )

ลักษณะ :  กวางผาเป็นสัตว์จำพวกเดียวกับแพะ แต่ไม่มีเครายาว ลักษณะคล้ายเลียงผาแต่ตัวเล็กประมาณครึ่งหนึ่ง สีขนเป็นสีน้ำตาล แกมเทา บริเวณหลังและสะโพกมีแผงขนยาว คล้ายอานม้า บางๆ สีเทา ขนาดความสูง 50 - 70 เซนติเมตร ความยาวประมาณ 80 - 120 เซนติเมตร

อุปนิสัย :  ชอบอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงเล็กๆ ประมาณ 4- 12 ตัว อาศัยหากินตามไหล่เขา หรือหน้าผาสูงชัน ที่มีพุ่มไม้เล็กๆ ประสาทสัมผัสทางตามองเห็นได้ดี สามารถว่ายน้ำได้ ดี

อาหาร :  อาหารของกวางได้แก่ หญ้า ใบไม้ และลูกไม้ที่พบการซอกหิน

การกระจายพันธุ์ : ในประเทศไทยพบอยู่ในบริเวณ เทือกเขาต้นน้ำปิง ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย และแม่ตื้น จังหวัดเชียงใหม่ และตาก และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

การสืบพันธุ์ :  ฤดูผสมพันธุ์จะอยู่ในช่วงเดือน พฤศจิกายน - ธันวาคม ระยะตั้งท้องประมาณ 6 เดือน ออกลูกท้องละ 1 ตัว อายุยืนประมาณ 8 ปี

ดึงข้อมูลมาจาก 

 

 www.geocities.com/mednganss/ANCLE28.html



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน