• phanasGook
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : donggook23@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 119
  • จำนวนผู้ชม : 289173
  • ส่ง msg :
  • โหวต 144 คน
พนัสกุ๊ก
Phanaschai Mati : Blog บันทีกประวัติศาสตร์เกร็ดการเมืองจากบทสัมภาษณ์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/phanasGook
วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน 2558
Posted by phanasGook , ผู้อ่าน : 5053 , 11:49:07 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน

ผลงานความทรงจำ เมื่อครั้งสังกัด ผู้สื่อข่าวการเมือง มติชน


คอลัมน์ ข้างหลังเซียน: "ลมหายใจ"ที่เหลืออยู่จอมพล ป. พิบูลสงคราม

มติชน ฉบับวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

------------------

"คุณพ่อกลับมาบ้านล้างหน้าตอนบ่ายๆ ในวันนั้นเมื่อทำการปฏิวัติเรียบร้อยแล้ว ภายหลังถึงรู้ว่าคุณพ่อบอกว่านึกว่าจะไม่ได้เห็นหน้าลูกเมียอีกแล้วท่านคงเคยคุยกับคุณแม่ ถ้าเผื่อทำไม่สำเร็จ จะถูกตัดคอ 7 ชั่วโคตรเอาหัวเสียบประจาน"คำยืนยันในเหตุการณ์เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 ของ จีรวัสส์พิบูลสงคราม ปันยารชุนผู้เป็นทายาทลำดับที่ 3 จากทายาททั้งหมด 6 คน ของ จอมพลแปลกพิบูลสงคราม หรือ "จอมพล ป."อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 3 ของประเทศ และดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศในระยะเวลายาวนานกว่า14 ปี ซึ่งเป็นนายกฯที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดเท่าที่เคยมีมา

แม้วันนี้เธออยู่ในวัยย่างเข้าสู่ 89 ปี และดูแข็งแรงแล้ว แต่เธอยังคงมีความทรงจำที่แม่นยำเสมอหากจะให้พูดถึงผู้เป็นพ่อ

"จีรวัสส์"เป็นบุตรสาวคนโตที่ใกล้ชิดผู้เป็นพ่อเป็นอย่างมาก เพราะเธอเกิดเมื่อครั้งผู้เป็นบิดามีอายุเพียง 24 ปี ทำให้ตลอดห้วงชีวิตของ"จอมพล ป." บุตรสาวคนนี้จะอยู่ใกล้ชิดมากรองจาก ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงครามผู้เป็นมารดา"จีรวัสส์"สมรสกับ พ.ต.รักษ ปันยารชุนผู้เป็นสามี แต่ขณะนี้เธอต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังโดยไม่มีทายาทเหมือนเช่นพี่น้อง และสามีก็ได้ล่วงลับไปแล้ว

ทายาทผู้ใกล้ชิดอดีตผู้นำประเทศผู้พลิกโฉมหน้าการเมืองไทย ย้อนความหลังไปถึงสภาพชีวิตครอบครัว "พิบูลสงคราม"ในช่วงที่จะเริ่มก่อการปฏิวัติการปกครองประเทศ พ.ศ.2475 ซึ่งขณะนั้นพักอาศัยกันอยู่ที่บ้านเช่าบริเวณทางแพร่งสรรพศาสตร์ใกล้กับกระทรวงกลาโหม

ซึ่งขณะนั้น "จีรวัสส์" มีอายุเพียง 11 ปี ขณะที่พี่ชายของเธอ 2 คน คือ พล.ต.อนันต์และ พล.ร.ท.ประสงค์ พิบูลสงครามซึ่งต่างก็ร่ำเรียนอยู่ที่วัดบวรนิเวศ แต่เธอก็ไม่ได้สนใจว่าบิดาจะร่วมทำแผนการใหญ่ที่แม้แต่คนในบ้านยังคาดไม่ถึง!

"ช่วงใกล้ๆ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง24 มิถุนายน 2475 ป้าอายุ 11 ปี หลวงอดุลเดชจรัส (อดุล อดุลเดชจรัส) ก็แวะมาค้างที่บ้านบ่อย ช่วงนั้นพอรู้ความ ป้าเห็นว่าคุณพ่อไม่เครียดแต่รู้สึกว่าช่วงนั้นคุณพ่อจะออกไปทานเลี้ยงบ่อยๆ ไปทานเลี้ยงแถวเสาชิงช้า มีร้านอาหารจีนอยู่ร้านหนึ่ง กลุ่มคุณพ่อชอบไปกิน ตอนนี้เริ่มเข้าใจว่าท่านไปคุยเรื่องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ท่านไปทานอาหารแล้วคงคุยกัน"

ครั้งนั้น จอมพล ป. อยู่ร่วมเป็นหนึ่งในคณะราษฎร และเพิ่งจบการศึกษาวิชาทหารปืนใหญ่ จากประเทศฝรั่งเศส เป็นเวลาประมาณ 3 ปี

"ระหว่างร่ำเรียนอยู่ คุณพ่อได้มีโอกาสพบนักเรียนไทยหลายคน โดยเฉพาะ ท่านปรีดีพนมยงค์ ร.ท.ประยูรภมรมนตรี ร.ต.ทัศนัยมิตรภักดี ท่านตั้ว ลภานุกรมหลวงสิริราชไมตรี และท่านแนบ พหลโยธิน นักเรียนไทยเหล่านี้เห็นตรงกันว่าถึงเวลาแล้วที่คนไทยควรมีสิทธิเสรีภาพเยี่ยงอารยประเทศทั้งหลาย.."

กระทั่ง เช้าวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายนพ.ศ.2475 คณะนายทหารบกนายทหารเรือร่วมกันที่เตรียมการยึดอำนาจการปกครองได้ชุมนุมกันลานพระบรมรูปทรงม้า คณะราษฎรซึ่งมี "พระยาพหลพลพยุหเสนา"เป็นหัวหน้าคณะ ได้ประกาศยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินโดยให้มีรัฐธรรมนูญเป็นหลักในการปกครอง

ขณะที่ "จอมพล ป."ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะราษฎร 98 คน ได้รับคำสั่งพร้อมด้วย พ.ท.พระประศาสน์พิทยายุทธกับร.อ.หลวงนิเทศกลกิจนำรถหุ้มเกราะ 2 คัน พร้อมนักเรียนนายสิบจำนวนหนึ่งเชิญ จอมพล สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้าฯกรมพระนครสวรรค์ วรนิพิตผู้รักษาพระนคร เสด็จจากวังบางขุนพรหมไปประทับที่พระที่นั่งอนันตสมาคม

ทำให้สามารถเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศสำเร็จโดยไม่มีการเสียเลือดเนื้อ

จนเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ.2481 "จอมพล ป."ได้รับตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรก พร้อมกับเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ต่อมายังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อีกตำแหน่ง 

ช่วงต้นการเป็นนายกฯของ "จอมพล ป." ต้องเสี่ยงต่อการถูกลอบสังหารซึ่งเคยถูก "คนสวน"ลอบยิงในบ้านพักในกรมทหารปืนใหญ่บางซื่อ แต่ไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด

หากย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2477 "จอมพล ป."ขณะเป็นรมว.กลาโหมได้ถูกลอบยิงที่ท้องสนามหลวง
"คุณพ่อเคยถูกลอบทำร้ายหลายครั้ง ทำไมต้องมาเจาะจงจอมพล ป.คนเดียว ก็เพราะว่าทหารคนนี้กำลังจะขึ้น ป้าพูดแบบคนแก่นะทำไมต้องจอมพล ป.คนเดียวถูกยิงชนิดเผาขนซึ่งตอนถึงแก่กรรมกะโหลกคุณพ่อยังเป็นแผลรอยกระสุนถากกะโหลกที่ถูกยิงที่สนามหลวงเข้ามาในรถ เคราะห์ดีที่ครั้งนั้นคุณพ่อก้มลงหยิบกระบี่โดยบังเอิญซึ่งกระสุนได้ยิงเปรี้ยง...เข้ามาผ่านกระจก ต้องรักษาอยู่รพ.พระมงกุฎหลายเดือน"ว่า นอกจากนี้ "จอมพล ป."ยังเคยถูกลอบวางยาพิษขณะรับประทานอาหารกลางวันในบ้านพัก

"ตอนนั้นอยู่วังสวนกุหลาบ ป้าอายุ 17 ปีมีอยู่หนหนึ่งเราต้องทำกับข้าวให้คุณพ่อเองป้าและคุณแม่ต้องทำกับข้าวให้คุณพ่อ ไม่มีใครจะแตะต้องในครัวได้ ทำให้ไม่สามารถทำอะไรคุณพ่อได้"

ทำไมชีวิตของ"จอมพล ป."ถึงสุ่มเสี่ยงมาหลายครั้ง ?

"จีรวัสส์" ให้สาเหตุว่า "คนเรานะทำงานมากก็ต้องมีศัตรูมาก คนรักมากก็ต้องมีคนไม่ชอบเป็นของธรรมดา แต่คุณพ่อไม่ถึงกับคนเกลียดมากนัก ป้าไม่เชื่อ ไม่ใช่มองในแง่ดีเพราะว่าป้าไปไหนครอบครัวพิบูลสงครามหน้าเชิดมากไม่มีใครรังเกียจ

"ท่านเสี่ยงชีวิตมากตอนเปลี่ยนแปลงการปกครอง คนที่เสียอำนาจกับคนที่เอาอำนาจไปเป็นของธรรมดาที่จะต้องพยายามเอาคืน จะว่าเป็นเรื่องการเมืองไม่ได้หรอก เพราะของที่เสียไปทุกคนนั่นแหละ ที่ย่อมอยากจะได้คืนกลับมา"โดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อวันที่ 8 ธันวาคมพ.ศ.2488 กองทัพญี่ปุ่นได้บุกเข้าประเทศไทย เพื่อหวังใช้ไทยเป็นฐานทัพไปทำสงครามกับอังกฤษ
ทำให้ "จอมพล ป."ต้องประกาศยินยอมให้กองทัพญี่ปุ่นผ่านประเทศไทยได้
พร้อมๆ กับประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ

"จีรวัสส์" เล่าว่า แม้ญี่ปุ่นจะครอบงำไทยหลายอย่างโดยเฉพาะเรื่องวัฒนธรรม แต่จอมพล ป. ก็มีนโยบายสำคัญโดยใช้วัฒนธรรมเข้าสู้ แม้ยุทธวิธีทางทหารจะไม่ต้องการสู้กับญี่ปุ่นก็ตาม เพราะจอมพล ป. มีแนวคิดที่ต้องการรักษาชีวิตและเลือดเนื้อคนไทยไว้จึงยอมเป็นมิตรกับญี่ปุ่นในครานั้น

แต่แล้วการเป็นนายกฯสมัยแรกของ"จอมพล ป."ได้ถึงวันสิ้นสุดเมื่อ วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2487 ด้วยการลาออกจากตำแหน่ง

และเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2488 ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงคราม

ต่อมา 16 สิงหาคม 2488 รัฐบาลไทย ได้ประกาศสันติภาพ และให้การประกาศสงครามต่อสหรัฐและอังกฤษเป็นโมฆะ

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง รัฐบาลไทยประกาศใช้กฎหมาย "อาชญากรสงคราม"เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ.2488 ทำให้ "จอมพล ป."ตกเป็น "ผู้ต้องหา"ซึ่งทำให้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำคลองเปรมนานกว่า 6 เดือน

ซึ่งต่อมา ศาลฎีกาได้วินิจฉัยว่ากฎหมายดังกล่าวเป็นโมฆะเพราะขัดต่อรัฐธรรมนูญ

"คุณแม่ต้องส่งกับข้าวให้คุณพ่อทุกวัน ตอนนั้นเราลำบากไม่มีบ้านในกรุงเทพฯ ป้าต้องมาอยู่บ้านในสุขุมวิท 18 และโทษของอาชญากรสงครามก็รุนแรงคือแขวนคอ ริบสมบัติทั้งหมดขณะนั้นคุณแม่ต้องขายเพชรเพื่อจ้างทนายให้คุณพ่อในการว่าความ"

ลูกสาวจอมพล ป. พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า "คุณพ่อรอดพ้นข้อหามา เพราะท่านนากามูระ ผู้บัญชาการทหารญี่ปุ่นที่ปกครองไทยขณะนั้นให้การกับกรรมการอาชญากรสงครามว่า จอมพล ป. เห็นแก่ชาติมาก ทำให้คุณพ่อรอดพ้นจากอาชญากรสงคราม"


ช่วงเข้าสู่การเป็นนายกฯสมัยสองของ"จอมพล ป."ตั้งแต่ 8 เมษายน 2491-16 กันยายน 2500 ซึ่ง "จอมพล ป."ได้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง เมื่อจอมพลผิน ชุณหะวัณได้ทำรัฐประหารรัฐบาล พล.ร.ต.ถวัลย์ธำรงนาวาสวัสดิ์ เมื่อปี 2490 และเชื้อเชิญให้"จอมพล ป."มาเป็นหัวหน้าคณะรัฐประหารแต่ครั้งนั้น จอมพล ป. พยายามปฏิเสธ"คุณพ่อพยายามหนีไม่เอาด้วยกับรัฐประหารเมื่อ 2490 คุณพ่อหนีไปอยู่บ้านนายทหาร ที่บางโพธิ์ แล้วพวกนายทหารก็มาบ้านชิดลม ของพี่ประสงค์ คุณพ่อพยายามไม่เอาแต่ที่ท่านยอมมารับนายกฯเพราะว่าลูกน้องคือจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และ พล.ต.อ.เผ่าศรียานนท์ มาหาถึงที่บ้าน"

แต่แล้วเหตุการณ์ที่เกือบคร่าชีวิตจอมพล ป.ก็เกิดขึ้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ "กบฏแมนฮัตตัน"ในวันที่ 29 มิถุนายน 2494

เมื่อทหารเรือกลุ่มหนึ่งที่นำโดยน.ต.มนัสจารุภารน. ทำการกบฏจี้ตัวจอมพล ป. ขณะเป็นประธานในพิธีรับมอบเรือขุดสันดอนสัญชาติอเมริกัน ชื่อ "แมนฮัตตัน" ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ และถูกจับเป็นตัวประกันอยู่บนเรือหลวงศรีอยุธยา

"เคราะห์ดีคุณพ่อลุกจากเตียงนอนไปส่องกระจกตอนสู้กันมีการทิ้งระเบิดใส่เรือศรีอยุธยาแต่ระเบิดลงที่เตียงนอน เพราะท่านบอกว่า มีการสู้รบยิงกัน นึกว่าจะถูกกระสุน จึงลุกจากเตียงไปดูที่กระจก ทันใดนั้น มีลูกระเบิดตกมาเตียงคุณพ่อ เสร็จแล้วเรือก็จมคุณพ่อก็กระโดดว่ายน้ำไปฝั่งทหารเรือ"

บุตรสาวจอมพล ป. เล่านาทีชีวิตการรอดพ้นเงื้อมมือมัจจุราชอีกครั้งของผู้เป็นพ่อ
พลางหัวเราะว่า
"เมื่อเรือจมลงคุณพ่อต้องว่ายน้ำข้ามไปที่ท้องพระโรงของทหารเรือ ฝั่งตรงข้ามที่กำลังสู้กัน และได้ถูกหินบาดเท้า เมื่อไปถึงทหารเรือเอาบรั่นดีมาให้ทาน แต่คุณพ่อเอามาเทใส่แผลที่เท้า คุณพ่อมานึกได้ตอนหลังนึกว่าทหารเรือ จะโกรธเอาบรั่นดีมาให้กินแต่มาล้างแผล"จนวาระผู้นำประเทศได้ปิดฉากลงเมื่อวันที่16 กันยายน 2500 ด้วยน้ำมือของคนกันเองคือ "จอมพลสฤษดิ์"ที่เข้า"ยึดอำนาจ"รัฐบาลของจอมพล ป.

"ตอนนั้นคุณพ่อไม่คิดจะต่อสู้ เพราะคุณพ่อโทร.ไปหาแม่ทัพอากาศไม่อยู่ เพราะถูกจับตัวคุณเผ่าก็ไม่รู้อยู่ไหน และกองทัพเรือก็ตามตัวไม่ได้ถูกกักหมด เสร็จแล้วไม่มีทางก็ต้องไปดีกว่า คุณพ่อเคยเขียนไว้ว่า ที่ต้องลี้ภัยเพราะไม่ต้องการให้รบกัน ถ้ารบกันแล้วตายจริงๆ ก็จะมีแต่ความสูญเสีย เพราะตำรวจก็มี กองทัพก็มี ส่วนจอมพลสฤษดิ์ก็มีฝ่ายสนับสนุนเยอะแยะ"
เหตุการณ์ครานั้นทำให้จอมพล ป.ต้องตัดสินใจขับรถซีตรอง ออกจากบ้านพักเพื่อลี้ภัยไปพร้อมคณะตำรวจผู้ติดตามไปยังประเทศกัมพูชา

"คุณพ่อเคราะห์ดีไปถึงเขมร กษัตริย์สีหนุ(เจ้านโรดมสีหนุ) บอกทหารของเขมรว่า ให้รักจอมพล ป.เหมือนพ่อมึง และยังให้คุณพ่ออยู่ที่วังด้วย"

อยู่กัมพูชาไม่นาน "จอมพล ป." ก็ตัดสินใจลี้ภัยไปใช้ชีวิตในบั้นปลายที่ประเทศญี่ปุ่น

"ตอนพำนักอยู่กรุงโตเกียว คุณพ่อไปเจอนายทหารญี่ปุ่นเก่าๆ สมัยสงครามโลก ทางการญี่ปุ่นได้ส่งเจ้าหน้าที่มาดูแลให้อย่างดี อยู่ได้ 7 ปีก็เกรงใจ คุณพ่อจึงไปซื้อบ้านอยู่นอกเมืองเลยโยโกฮาม่า ชีวิตช่วงนั้นป้ามักนั่งเครื่องบินไปหาช่วงวันเกิดคุณพ่อทุกปี (14 กรกฎาคม)"
"จีรวัสส์"เล่าว่า "ตอนอยู่ญี่ปุ่น คนที่นั่นเขาเรียกคุณพ่อว่า 'พิบูลซัง พิบูลซัง' เพราะเด็ก

ญี่ปุ่นได้เรียนหนังสือเกี่ยวกับเมืองไทย ที่เรียกว่าพิบูลซังเพราะคุณพ่อยอมให้ญี่ปุ่น ทำให้ทาง

ญี่ปุ่นนับถือจอมพล ป.ที่ช่วยชีวิตคนญี่ปุ่นและคนไทยไม่ให้ปะทะกัน"

ด้วยความที่ "จอมพล ป."ตรากตรำภาระอันมากมายสมัยเป็นนายกฯ ซึ่งก่อนหน้านั้นมีหลายคนทำนายทายทักว่า "จอมพล ป."จะมีอายุยืนถึง 90 ปี เพราะมีใบหูที่ยาว

แต่แล้วห้วงชีวิตของ "จอมพล ป."ก็ถูกปิดฉากลง เพราะถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคหัวใจล้มเหลว ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน2507 ในวัย 67 ปี

"คุณพ่อสูบบุหรี่เยอะ ตอนเป็นนายกฯคุณพ่อสูบบุหรี่ยี่ห้อ กาแลค 1 กระป๋องมี 50 มวนสูบวันละกระป๋อง ป้าจำได้นี่จึงเป็นเหตุให้คุณพ่อเป็นโรคหัวใจ"

บุตรสาวจอมพล ป. เล่านาทีก่อนผู้เป็นพ่อสิ้นลมว่า "ตอนใกล้ถึงแก่กรรมท่านก็ไม่ได้สั่งเสียอะไร เพราะเจ็บหัวใจ ตอนท่านจะสิ้นคุณแม่เคยเล่าให้ฟังว่าคุณพ่อบอกคุณแม่ว่า 'เธอความตายคือความสุข' "

ตลอดห้วงลมหายใจของนายพลผู้นี้ที่มีมาตั้งแต่ 14 กรกฎาคม 2440 จนถึงห้วงสุดท้ายของชีวิตเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2507

ถือเป็น 67 ปีที่ถูกบันทึกบนหน้าประวัติศาสตร์ของผู้เป็นนักคิดนักเปลี่ยนแปลงประเทศที่มีบทบาทมากที่สุดคนหนึ่งของสยามประเทศซึ่งถูกถ่ายทอดออกมาจาก "จีรวัสส์" ทายาทที่ถือเป็นลมหายใจที่เหลืออยู่ของ "จอมพล ป."ในห้วงเวลานี้




เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


Thairath - Kapook Cyber Reporter 24/2/50

ประกาศผลไทยรัฐไซเบอร์ฯ ที่ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

View All
<< มิถุนายน 2015 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะตั้งพรรคการเมืองเห็นด้วยหรือไม่
เห็นด้วย
380 คน
ไม่เห็นด้วย
542 คน
เฉยๆ
54 คน

  โหวต 976 คน