*/
  • อิศรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-03-22
  • จำนวนเรื่อง : 442
  • จำนวนผู้ชม : 441803
  • จำนวนผู้โหวต : 101
  • ส่ง msg :
  • โหวต 101 คน
บ้านที่พัทยา

ขอเชิญแวะเที่ยวบ้านกันค่ะ มีผลไม้และดอกไม้ให้ได้ชมกัน

View All
<< สิงหาคม 2016 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


สนใจด้านไหนมากที่สุด
ศิลปะวัฒนธรรม
4 คน
ท่องเที่ยว
2 คน
อาหาร
1 คน
วรรณกรรม/กาพย์กลอน
0 คน
ทั่วๆไป
0 คน
บ้านและสวน
1 คน
เกร็ดความรู้
0 คน
ช่องทางทำกิน
2 คน
สุขภาพความงาม
2 คน
ต่างประเทศ
1 คน

  โหวต 13 คน
วันเสาร์ ที่ 13 สิงหาคม 2559
Posted by อิศรา , ผู้อ่าน : 853 , 12:56:32 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ชอบหรือไม่ชอบ Vote YesหรือVote No ....ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป

คุณกรณ์ จาติกวณิช แนะนำบทความของ รุ่นพี่ที่เคารพมา ณ บทความในวันนี้ครับ

คุณกรณ์กล่าวเอาไว้ต่อประเด็นประชามติว่า..

ประเด็นหลักคือผลประชามติที่ผ่านมาคนไทยทุกคนควรยอมรับ แต่ก็ควรตระหนักถึงประเด็นในกติกาการปกครองใหม่ที่อาจจะเป็นปัญหาได้ และช่วยกันป้องกันไม่ให้ปัญหานั้นเกิด คนที่เลือกที่จะรับไม่น้อยก็คงเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีข้อบกพร่อง และคนที่เลือกไม่รับก็คงเห็นว่ามีข้อดี

กติกาจะเป็นอย่างไร มีผลครับ ไม่ใช่ไม่มี  แต่จะมีผลดีได้อย่างไรขึ้นอยู่กับการกระทำของคนไทยทุกคนจากนี้ไป

รุ่นพี่ท่านนี้ที่คุณกรณ์หมายถึงก็คือคุณบรรยง พงษ์พานิช แขกรับเชิญประจำของคอลัมน์ของเรานั่นเองครับ

คุณยรรยงเขียนอธิบายความอย่างตรงไปตรงมาในฐานะกลุ่มคนที่ไม่ได้รับร่างในทางสร้างสรรค์ และแน่นอน ไม่ได้ไม่รับแต่เป็นปฏิปักษ์ แต่ไม่รับเพราะเห็นว่าดีกว่านี้ได้

……………………………

บทความโดยคุณบรรยง พงษ์พานิช....

ชอบหรือไม่ชอบ จะ Vote Yes หรือ Vote No....ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป (10 สิงหาคม 2559)

……………………………

ตั้งแต่อายุถึงเกณฑ์ แทบทุกครั้งที่เขาให้สิทธิ์ ผมก็จะไปใช้สิทธิ์ จนถือว่าเป็นหน้าที่อย่างหนึ่ง ...เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมก็ได้ไปออกเสียงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยลงคะแนน “ไม่รับ” ทั้งตัวร่างและคำถามพ่วง และเมื่อประกาศผลผมก็อยู่ข้างเสียงข้างน้อย เป็นหนึ่งในเก้าล้านกว่าเสียง

สำหรับผม การอยู่ในกลุ่มเสียงข้างน้อยไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด เมื่อประชามติปี 2550 ผมก็เป็นเสียงข้างน้อย แถมในการเลือกตั้งแทบทุกครั้ง มากกว่าครึ่งที่ผมไปลงคะแนน คนที่ผมเลือกก็มักจะไม่ชนะการเลือกตั้ง และพรรคที่ผมสนับสนุนก็มักจะไม่ได้เป็นรัฐบาล ...และทุกครั้งผมก็ยอมรับผลการเลือกตั้งโดยดุษณี และในหลายๆ ครั้ง ผมก็ได้เข้าไปร่วมทำงานให้กับรัฐบาลที่ผมไม่ได้เลือกด้วยซ้ำไป เพราะผมถือคติว่า...ใครก็ตาม ถ้าจะทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่ผมเห็นด้วย และมีศักยภาพที่พอจะช่วยได้ ผมก็ยินดีช่วยงาน ถ้าเขาขอ หรือแม้บางครั้งไม่ได้ขอ ผมก็ยังจะพยายามเสนอหน้าเข้าไปช่วยด้วยซ้ำ

ผลของประชามติครั้งนี้ สำหรับผมต้องถือว่า “ถล่มทลาย” เพราะ 61.4% ที่รับร่างกับ 38.6% ที่ไม่รับนั้น ถือว่าชนะห่างกันมากถึง 59% (ซึ่งน้อยครั้งมากที่การลงประชามติจะมีผลห่างเช่นนี้) จึงต้องนับว่าประชาชนส่วนใหญ่มีฉันทานุมัติต้องการให้ประเทศเดินไปตามทิศทางที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้

หลายคนที่ผิดหวัง อาจจะโทษกระบวนการ วิธีการ ในการลงประชามติ โดยเฉพาะการเผยแพร่เนื้อหา และข้อจำกัดในการถกเถียงและรณรงค์ความเห็น แต่สำหรับผมกลับไม่รู้สึกถึงขนาดนั้น เพราะผมเอง(และทุกคนที่สนใจ)ก็มีโอกาสเข้าถึง
รายละเอียดเนื้อหาในร่างได้อย่างสะดวก แถมสืบค้นข้อถกเถียงข้อวิจารณ์ในประเด็นต่างๆ ได้มากมาย...ถ้าคนที่มีสิทธิ์รายใดเขาจะไปใช้สิทธิ์โดยไม่ศึกษารายละเอียด ก็เป็นสิทธิของเขา ใครจะไปใช้สิทธิ์โดยเหตุผลด้วยอารมณ์ใด จะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญก็เป็นสิทธิ์ของเขา หรือแม้เลือกจะอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ไปใช้สิทธิ์ก็ยังชอบธรรม เมื่อผลออกมาแล้วทุกคนก็ต้องยอมร่วมกันรับผล จะดีจะเลวอย่างใดเราก็ต้องเผชิญชะตากรรมร่วมกัน เรียนรู้ไปดัวยกัน...ปราชญ์ฝรั่งเศส Joseph Maistre
เคยกล่าวคำคมไว้ว่า “People get the government they deserve” ก็ต้องถือว่า จะชอบหรือไม่ก็ตาม เราก็ได้รัฐธรรมนูญที่ประชาชนไทย(ในพ.ศ.นี้)สมควรได้แล้ว

การตัดสินใจออกเสียง “ไม่รับ” รัฐธรรมนูญฉบับนี้ของผมนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งก็เหมือนกับทุกท่านที่เห็นว่ามีทั้งข้อดีข้อเสีย แต่เมื่อผมพิจารณาดูแล้วเห็นว่าข้อเสียนั้นมีหลายอย่างมากเกินไป และกังวลว่าจะเป็นอุปสรรคกับการพัฒนาสังคมเศรษฐกิจในอนาคต จะขอยกเหตุผลโดยรวม 4 ข้อ ของผมในการโหวตโนนะครับ

ข้อแรก....กระบวนการเข้าสู่อำนาจการบริหารประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย

ข้อที่สอง....จะทำให้มีการขยายขนาด บทบาท และอำนาจรัฐอย่างมาก เราจะเป็นรัฐข้าราชการมากขึ้น ซึ่งสวนกระแสโลก และจะกลายเป็นว่าเราขยายภาคส่วนที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่ำ (อันนี้พิสูจน์แล้วทั่วโลกนะครับ ผมไม่ได้กล่าวหาเฉพาะข้าราชการไทย)

ข้อที่สาม....มีแนวทางต่อต้านเสรีนิยม ต่อต้านโลกาภิวัตน์(Anti Globalization) และส่งเสริมชาตินิยมที่อาจจะพิทักษ์ประโยชน์คนรวยกลุ่มน้อยได้ (เรื่องนี้เป็นประเด็นที่สังคมต้องเรียนรู้ถกเถียงกันไป ไม่ควรจะเอามาใส่ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเท่ากับเอาอุดมการณ์ของผู้ร่างมายัดเยียดให้เป็นหลักการประเทศ)

ข้อที่สี่....หลายเรื่องลงรายละเอียดเกินไป(ขอไม่ยกตัวอย่างนะครับ) ขาดความยืดหยุ่น ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคกับการพัฒนาในอนาคต โดยเฉพาะในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงสูงทั้งทางด้านเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงด้านสถาบัน

ทั้งหมดนั่นก็เป็นเหตุผลโดยสรุปของผม ซึ่งก็ย่อมมีผู้เห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้าง อันเป็นเรื่องธรรมดาของการแตกต่างทางความคิด(ซึ่งก็ปรากฏแล้วว่าคนไม่เห็นด้วยกับผมมีมากกว่าอย่างท่วมท้น...โดยเฉพาะพวกปักษ์ใต้บ้านเดียวกัน)

ก็ต้องขอโทษที่ผมไม่ได้แสดงความเห็นก่อนที่จะมีการลงประชามติ เพราะผมตัดสินใจที่จะทำอย่างนั้นด้วยเหตุผลบางประการ ที่มาบันทึกไว้ก็เพียงเผื่อจะเป็นประโยชน์กับใครก็ตามที่อาจต้องปรับตัวกับผลครั้งนี้ หรืออาจเป็นประโยชน์ในภายหน้า

การปรับตัวเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ ...จะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม ชีวิตเราก็ต้องดำเนินต่อไป ต้องปรับตัวกันไป ข้อดีของทุกฝ่ายก็คือ มีความชัดเจนขึ้น อย่างน้อยเราก็ได้รู้ว่าคนส่วนใหญ่คิดอย่างไร อย่างน้อยก็มีความชัดเจนมากขึ้นว่าเราจะอยู่ภายใต้การปกครองแบบใด หรืออาจพอคาดเดาไปได้ถึงว่าโดยใครโดยกลุ่มใด ที่มีแนวคิดแบบไหน มีพฤติกรรมอย่างไร ต่างคนก็ต่างมีข้อมูลให้วางแผนปรับตัว วางแผนการทำงานการดำเนินชีวิตภายใต้สภาพแวดล้อมที่ชัดเจนมากขึ้นนี้ได้

อย่างผม...ถึงจะอยู่ในวัยปลายคนแล้ว ไม่ได้อยู่ในช่วงสร้างเนื้อสร้างตัว ก็ต้องไปทบทวนว่า หน้าที่การงานที่รับผิดชอบ
หรือแม้การดำเนินชีวิตจะเปลี่ยนไปหรือไม่ภายใต้สภาพที่จะเป็นไป โดยเฉพาะงานสาธารณะที่เข้าไปทำนั้นจะมีผลดีผลลบอะไร ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์วิธีการใดหรือไม่...แต่อย่างน้อยแนวคิดหรืออุดมการณ์ก็ยังคงเดิมนะครับ คือพยายามปฏิรูปสถาบันในส่วนที่เกี่ยวกับรัฐนี่แหละครับ(ทั้งๆ ที่มันดูค่อนข้างจะขัด ค่อนข้างจะสวนทางกับแนวในรัฐธรรมนูญ)

ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ...ก็ดันเกิดในเมืองไทย...โตในเมืองไทย...อยู่เมืองไทย...ได้ดีในเมืองไทย...และตัดสินใจจะตายในเมืองไทยนี่ครับ

 

http://www.naewna.com/politic/columnist/25797

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน