*/
  • อิศรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-03-22
  • จำนวนเรื่อง : 442
  • จำนวนผู้ชม : 442099
  • จำนวนผู้โหวต : 101
  • ส่ง msg :
  • โหวต 101 คน
บ้านที่พัทยา

ขอเชิญแวะเที่ยวบ้านกันค่ะ มีผลไม้และดอกไม้ให้ได้ชมกัน

View All
<< ธันวาคม 2017 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


สนใจด้านไหนมากที่สุด
ศิลปะวัฒนธรรม
4 คน
ท่องเที่ยว
2 คน
อาหาร
1 คน
วรรณกรรม/กาพย์กลอน
0 คน
ทั่วๆไป
0 คน
บ้านและสวน
1 คน
เกร็ดความรู้
0 คน
ช่องทางทำกิน
2 คน
สุขภาพความงาม
2 คน
ต่างประเทศ
1 คน

  โหวต 13 คน
วันอาทิตย์ ที่ 31 ธันวาคม 2560
Posted by อิศรา , ผู้อ่าน : 830 , 16:17:22 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เปิดเรื่องราว 10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560

         ย้อนชม 10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่รอบโลกปี 2560 กับเหตุการณ์สำคัญสะเทือนโลกที่ยากจะลืมเลือน ในรอบปีที่ผ่านมา

         เวลาผ่านพ้นไปแล้วอีกปี สำหรับปี 2560 ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมานี้ โลกของเราก็มีอันต้องเผชิญเรื่องราวต่าง ๆ ที่ยากจะลืมเลือน นับตั้งแต่เหตุการณ์ความสูญเสียสะเทือนโลก เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่ ตลอดจนช่วงเวลาสำคัญทางการเมืองของประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ ที่ได้มีการเลือกตั้งผู้นำประเทศคนใหม่ และเพื่อเป็นการย้อนดูเรื่องราวข่าวใหญ่ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา กระปุกดอทคอมก็ได้รวบรวม 10 ประเด็นดังในรอบปี 2560 มาให้เราได้ติดตามกันแล้ว

Advertisement:Replay Ad
 
 

1. เหตุฉาวฮอลลีวูด นำไปสู่การลุกขึ้นสู้ของเหล่าสตรีกับ #MeToo

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
ภาพจาก AFP PHOTO / TIME INC./BILLY & HELLS/HANDOUT
 

         ในช่วงตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ผู้หญิงทั่วโลกต่างพร้อมใจกันรวบรวมความกล้า ลุกขึ้นมาเขียนข้อความลงบนโซเชียลมีเดีย เพื่อเปิดเผยให้โลกรู้ว่าพวกเธอเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ (Sexual Harassment) แทบทุกคนไม่เคยปริปากพูดถึงเรื่องนี้ให้ใครฟัง บางคนเก็บงำความขมขื่นนี้มาเกือบตลอดชีวิต สิ่งที่ทำให้พวกเธอกล้าเปิดใจและลุกขึ้นมาบอกเล่าความจริงอันดำมืดเหล่านี้ คือปรากฏการณ์ทางสังคมที่มีชื่อว่า #MeToo

         ย้อนกลับไปในวันที่ 5 ตุลาคม 2560 New York Times หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ได้ตีพิมพ์บทความที่สั่นสะเทือนวงการฮอลลีวูด ด้วยการแฉพฤติกรรมอันเลวร้ายของผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ชื่อดัง ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์ โดยหลายทศวรรษที่ผ่านมานั้น ผู้ชายคนนี้เคยล่วงละเมิดทางเพศ ข่มขืน และข่มขู่คุกคามผู้หญิงมาแล้วมากมาย เหยื่อหลายคนคือดารานักแสดงที่มีชื่อเสียง แต่พวกเธอไม่เคยกล้าออกมาบอกความจริง  เพราะอิทธิพลคับฟ้าของเขา 

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
​ภาพจาก YANN COATSALIOU / AFP


         หลังจากบทความนี้ถูกเผยแพร่ออกไป สื่อต่าง ๆ ก็เริ่มขุดคุ้ยฮาร์วีย์ หลักฐานเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เหยื่อมากมายเริ่มกล้าออกมาเปิดเผยความจริง และในวันที่ 16 ตุลาคม นักแสดงสาว อลิสซา มิลาโน ได้ทวีตข้อความว่า "ถ้าคุณเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือเคยถูกข่มขืน ให้ตอบกลับทวีตนี้ พร้อมข้อความว่า Me Too" ทวีตนี้ถูกแชร์ไปหลายหมื่นครั้ง ผู้คนมากมายตอบกลับทวีตนี้ พร้อมกับบอกเล่าประสบการณ์ที่ตัวเองพบเจอ และมันก็หลายเป็นแฮชแท็กที่เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม

         จากข่าวฉาวของ ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์ นำไปสู่การเปิดโปงพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศของเหล่าคนดังในทุกวงการ ตั้งแต่ การเมือง ข่าว กีฬา แฟชั่น และการแสดง ซึ่งมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เหยื่อที่เคยปิดปากเงียบ ก็กล้าออกมาเปิดเผยความจริง โดยคนดังผู้ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศนั้น มีตั้งแต่ เจอร์รี ริชาร์ดสัน เจ้าของทีมอเมริกันฟุตบอล Carolina Panthers, อเล็กซ์ โคซินสกี อดีตผู้พิพากษาศาลยุติธรรม, เทอร์รี่ ริชาร์ดสัน ช่างภาพแฟชั่นชื่อดัง, แมตต์ เลาเออร์ ผู้ประกาศข่าวชื่อดังจากรายการ USA Today ทางช่อง NBC, รูเบน คิฮวน สมาชิกวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต ไปจนถึง สตีเวน ซีกัล, ดัสติน ฮอฟฟ์แมน และ เควิน สเปซีย์

         นอกจากนี้แล้ว บุคคลสำคัญระดับโลกอีกคนหนึ่ง ที่เคยถูกกล่าวหาว่าแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมและล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิงหลายคน ซึ่งถูกกล่าวหามานานตั้งแต่ก่อน #MeToo ก็คือ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แต่เขาก็ปฏิเสธมาโดยตลอด และยังกล่าว่ามันเป็นข่าวปลอม ๆ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายเขา

         การที่เหยื่อผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศมากมายจากทั่วโลก กล้าออกมาเปิดเผยความจริง นับเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก นิตยสาร Time จึงให้ The Silence Breakers กลุ่มผู้กล้าทลายความเงียบงันเหล่านี้ ให้เป็นบุคคลแห่งปี (Person of The Year) เพื่อยกย่องในความกล้าหาญของพวกเธอ

ข้อมูลจาก bbc.com,  nytimes.com, time.com nytimes.com, thesun.co.uk

2. เหตุกราดยิงลาสเวกัส

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
ภาพจาก DAVID BECKER  / AFP
 

         นับเป็นเหตุการณ์โศกนาฏกรรมสุดเลวร้ายและสะเทือนขวัญชาวอเมริกันอย่างยิ่ง สำหรับเหตุกราดยิงกลางเทศกาลดนตรีคันทรี รูท 91 ฮาร์เวสต์ ที่จัดขึ้นบริเวณถนนลาสเวกัส สตริป ในนครลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ในค่ำคืนของวันที่ 1 ตุลาคม 2560 โดยผู้ก่อเหตุคือ นายสตีเฟน แพดด็อก ชายวัย 64 ปี ที่อาศัยห้องพักชั้น 32 ของโรงแรมมัณฑะเลย์ เบย์ ใกล้กับบริเวณสถานที่จัดงาน เป็นแหล่งกบดานและลงมือก่อเหตุ รัวกระสุนปืนสาดใส่ลงมายังฝูงชนในงานคอนเสิร์ต ต่างต้องพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ท่ามกลางเสียงกรีดร้องและการนองเลือด จากเหตุครั้งนี้ทำให้มีผู้บริสุทธิ์ต้องสังเวยชีวิตมากถึง 59 ราย และบาดเจ็บอีกมากกว่า 500 ราย

 
10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
ภาพจาก DAVID BECKER  / AFP


         โดยภายหลังจากก่อเหตุสังหารหมู่ แพดด็อก ได้ยิงตัวเองตายภายในห้องพักดังกล่าว และความน่าสะพรึงของเหตุการณ์ครั้งนี้คือ ภายหลังจากเกิดเหตุ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบห้องพักของเขา พบว่า มีอาวุธปืนอยู่มากมายหลายชนิด ส่วนใหญ่เป็นอาวุธสงครามแบบทหาร ประกอบไปด้วย DDM4 ไรเฟิล, FN-15s ไรเฟิล, AK-47, AR-15 รวมถึง Sig Sauer และปืนพก รวมทั้งสิ้นมากถึง 17 กระบอก ทั้งนี้พบว่า ปืนบางส่วนถูกดัดแปลงสภาพด้วยตัวเอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสังหาร 

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
​ภาพจาก crimeonline.com


         นอกจากนี้ยังพบว่า แพดด็อก ได้มีการวางแผนในการก่อเหตุอย่างรอบคอบ โดยทางเจ้าหน้าที่เผยว่า แพดด็อกได้ติดกล้องซ่อนไว้ที่รถเข็นของบริการรูมเซอร์วิสที่อยู่หน้าบริเวณห้อง 2 ห้องที่เขาเช่าไว้ อีกทั้งยังติดกล้องไว้ที่ช่องตาแมวตรงประตูห้องพักอีก 1 ตัว เพื่อให้สามารถมองเห็น หากมีกำลังเจ้าหน้าที่บุกเข้ามา แสดงให้เห็นว่า เหตุสังหารหมู่ครั้งนี้มีการเตรียมการทุกอย่างไว้ล่วงหน้ามาเป็นอย่างดี

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
​​ภาพจาก crimeonline.com


         โศกนาฏกรรมครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในเหตุการณ์เลวร้ายครั้งประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครคาดคิด อย่างไรก็ดี มูลเหตุหรือแรงจูงใจที่แท้จริงในการก่อเหตุครั้งนี้ยังคงเป็นปริศนา แพดด็อกไม่มีประวัติก่ออาชญากรรม และไม่มีประวัติการรักษาอาการป่วยทางจิต อีกทั้งไม่มีสัญญาณภายนอกบ่งชี้ว่าเขามีปัญหาต่อต้านสังคม นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่พบหลักฐานใดที่ชี้ว่า มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายระหว่างประเทศ รวมถึงกองกำลังรัฐอิสลาม หรือไอเอส แม้ว่าจะมีการออกมาอ้างความรับผิดชอบก็ตามที

ข้อมูลจาก telegraph.co.uk, bbc.com, washingtonpost.com, cbsnews.com

3. โลกอาหรับคว่ำบาตรกาตาร์

 
10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
ภาพจาก KARIM JAAFAR / AFP
 

         การที่ 7 ประเทศในโลกอาหรับ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน เยเมน ลิเบีย และมัลดีฟส์ ออกมาประกาศคว่ำบาตรกาตาร์นั้น นับว่าเป็นวิกฤตการณ์ทางการทูตและความร้าวฉานระหว่างประเทศ ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ซึ่งมันได้ส่งผลกระทบในแง่ลบต่อกาตาร์ในทุก ๆ ทาง ทั้งทางเศรษฐกิจ สำนักข่าวอัลจาซีรา อาหาร การบิน  รวมไปถึงการแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งกาตาร์จะเป็นเจ้าภาพในปี 2022

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
ภาพจาก FAYEZ NURELDINE / AFP


         สาเหตุที่นำไปสู่การคว่ำบาตรกาตาร์นั้นมีหลายประการ สามารถสรุปออกได้เป็น 3 ประเด็นหลัก ๆ ดังต่อไปนี้

         - การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายและกลุ่มภราดรภาพมุสลิม

         หลายประเทศชี้หน้ากาตาร์ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเงินทุนของกลุ่มก่อการร้าย และกองกำลังหัวรุนแรงหลายกลุ่มในภูมิภาค โดยมีการกล่าวหาว่ากาตาร์คือผู้สนับสนุนอาวุธของกลุ่มไอเอสที่ก่อความไม่สงบอยู่ในซีเรีย รวมทั้งกลุ่มอัลกออิดะห์ และกลุ่มภราดรภาพมุสลิม ดังนั้นการที่กาตาร์มีท่าทีสนับสนุนกลุ่มดังกล่าว จึงทำให้โลกอาหรับมองว่ากาตาร์ยืนเคียงข้างศัตรู นอกจากนี้แล้ว แรงหนุนจากสหรัฐอเมริกา ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้โลกอาหรับเข้มงวดกับกาตาร์

         - ความใกล้ชิดกับอิหร่าน

         อิหร่านคือประเทศคู่ปรับตลอดกาลของซาอุดีอาระเบีย และมีความขัดแย้งกันมาอย่างยาวนาน ทั้งเรื่องศาสนา การเมือง และอำนาจในภูมิภาค โดยก่อนหน้านี้ กลุ่มก่อการร้ายที่มีอิหร่านหนุนหลังได้ออกมาเคลื่อนไหวก่อความไม่สงบในเมืองกาทีฟ ทางตะวันออกของซาอุดีอาระเบีย ซาอุดีอาระเบียเชื่อว่ากาตาร์มีส่วนรู้เห็นกับการเคลื่อนไหวดังกล่าว ซึ่งหมายความว่ากาตาร์สนับสนุนอิทธิพลของอิหร่าน มันจึงเป็นหนึ่งในฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ซาอุดีอาระเบียตัดความสัมพันธ์กาตาร์

         กลุ่มประเทศอาหรับได้ยื่นข้อเรียกร้องหลายประการ เพื่อแลกกับการยุติการตัดสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งมีตั้งแต่ งดการให้เงินสนับสนุนสำนักข่าวอัลจาซีรา งดการสนับสนุนกลุ่มหรือองค์กรที่ชาติอาหรับเห็นว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย จ่ายเงินค่าชดเชยที่ไม่ทราบจำนวน ส่งตัวผู้ก่อการร้ายข้ามแดน ปรับเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจและการเมือง ฯลฯ ซึ่งในขณะนี้ก็ยังไม่เปิดเผยแน่ชัดว่ากาตาร์ทำตามข้อเรียกร้องใดไปบ้างแล้วหรือไม่ และการคว่ำบาตร ก็ยังคงดำเนินต่อไป


ข้อมูลจาก bbc.com, bbc.com

4. เจ้าชายแฮร์รี่ ทรงหมั้น เมแกน มาร์เคิล พร้อมประกาศพิธีเสกสมรส

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
ภาพจาก ​CHRIS JACKSON / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / AFP
 

         เป็นประเด็นที่ทั่วโลกจับตาและให้ความสนใจไม่น้อย สำหรับเรื่องราวความรักของ เจ้าชายเฮนรี ชาร์ลส์ อัลเบิร์ต เดวิด แห่งเวลส์ หรือ เจ้าชายแฮร์รี่ กับ เมแกน มาร์เคิล นักแสดงสาวชาวอเมริกันวัย 36 ปี ที่ก่อนหน้านี้มีข่าวเผยแพร่ออกมาว่า ทั้งคู่กำลังคบหากัน จนเกิดเป็นกระแสที่ฮือฮาอย่างมาก พร้อมทั้งมีการขุดคุ้ยประวัติของ เมแกน มาร์เคิล มาพูดถึงอย่างกว้างขวาง ก่อนต่อมาไม่นาน ทางสำนักพระราชวังเคนซิงตัน จะได้มีการออกมาประกาศยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง พร้อมทั้งเรียกร้องให้หยุดการคุกคามเมแกน มาร์เคิล ซึ่งขณะนั้นประกาศสำนักพระราชวังระบุสถานะว่าเธอคือ "แฟนสาวของเจ้าชายแฮร์รี่"

         ต่อมา ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 ทางสำนักพระราชวังได้ออกมาประกาศแถลงการณ์น่ายินดีครั้งใหญ่ ระบุว่า เจ้าชายแฮร์รี่ ได้ทรงหมั้นหมายกับ เมแกน มาร์เคิล อย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2560 พร้อมทั้งเผยกำหนดการพิธีเสกสมรส โดยเจ้าชายแฮร์รี่จะทรงเข้าพิธีเสกสมรสกับ เมแกน มาร์เคิล ที่โบสถ์เซนต์จอร์จ ในพระราชวังวินด์เซอร์ ในวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2561 โดยข่าวสำคัญครั้งนี้ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ พร้อมด้วยเชื้อพระวงศ์ผู้ใกล้ชิด ต่างทรงทราบข่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งทางครอบครัวของเมแกน มาร์เคิล ก็ทราบเรื่องและอวยพรให้กับทั้งคู่เช่นกัน

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
ภาพจาก DANIEL LEAL-OLIVAS / AFP

 

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
ภาพจาก DANIEL LEAL-OLIVAS / AFP


         ภายหลังจากมีแถลงการณ์ออกมา เจ้าชายแฮร์รี่ ได้ทรงจูงมือ พระคู่หมั้น เมแกน มาร์เคิล ประทานสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการครั้งแรกต่อสื่อมวลชน โดยทรงบอกเล่าถึงช่วงเวลาอันมหัศจรรย์และน่าประทับใจตั้งแต่การพบกันครั้งแรก เมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 จากนั้น ได้ทรงชวนเมแกน มาร์เคิล ไปตั้งแคมป์สุดโรแมนติกภายใต้ดวงดาวด้วยกัน ที่บอตสวานา ก่อนจะสานสัมพันธ์เรื่อยมา จนกระทั่งต้นเดือนพฤศจิกายน 2560 เจ้าชายแฮร์รี่ได้ทรงชวนเมแกน มาร์เคิล มาดินเนอร์ที่พระตำหนักของพระองค์ ในห้วงเวลาที่แสนหวาน ท่ามกลางธรรมชาติ และบรรยากาศแสนโรแมนติก ทรงคุกเข่าขอเมแกน มาร์เคิล แต่งงาน และเธอได้ตอบตกลง

         อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นที่จับตามองไม่แพ้กันเลยก็คือ แหวนหมั้นที่เฉิดฉายส่องประกายแวววับอยู่บนนิ้วของเมแกน มาร์เคิล ที่ไม่เพียงแต่งดงาม แต่ยังเปี่ยมไปด้วยความหมายสุดลึกซึ้งที่เกินจะประเมินค่าได้ โดยเป็นแหวนเพชรที่เจ้าชายแฮร์รี่ทรงออกแบบด้วยพระองค์เอง ตัวแหวนเป็นทองคำ สีโปรดของเจ้าชายแฮร์รี่ เพชรเม็ดใหญ่ตรงกลางมาจากบอตสวานา อันเป็นสถานที่แรกที่พระองค์และพระคู่หมั้นได้ไปแคมป์ด้วยกัน ส่วนเพชรเม็ดเล็ก 2 เม็ดที่ประดับอยู่เคียงข้าง เป็นของเจ้าหญิงไดอาน่า

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
ภาพจาก DANIEL LEAL-OLIVAS / AFP


         นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่หลายคนต่างสงสัยว่า ภายหลังจาก เมแกน มาร์เคิล เข้าพิธีเสกสมรสกับเจ้าชายแฮร์รี่ และได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์อังกฤษ เธอจะได้รับคำนำหน้าว่าเจ้าหญิงหรือไม่ โดยมีการเชื่อมโยงถึง เจ้าหญิงแคทเธอรีน พระชายาในเจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ ซึ่งก็เคยเป็นสามัญชน ก่อนที่ผ่านการเสกสมรสกับเจ้าชายวิลเลียม ซึ่งในทางเทคนิคแล้ว ตำแหน่งที่แท้จริงของแคทเธอรีน ก็ไม่ใช่เจ้าหญิง แต่เป็น ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ดังนั้นในกรณีของ เมแกน มาร์เคิล ก็เช่นกัน หากเข้าพิธีเสกสมรสกับเจ้าชายแฮร์รี่ ก็จะไม่ได้รับตำแหน่งว่าเป็นเจ้าหญิง แต่น่าจะเป็น ดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์ ขณะที่ เจ้าชายแฮร์รี่ คาดว่าจะทรงได้รับพระราชทานพระอิสริยยศจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ให้เป็นดยุค และทรงตำแหน่งดยุคแห่งซัสเซ็กซ์

ข้อมูลจาก edition.cnn.com, bbc.com, foxnews.com, telegraph.co.uk

5. ปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งแรกในรอบ 38 ปี ของสหรัฐอเมริกา

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
​ภาพจาก MANDEL NGAN / AFP


         ย้อนกลับไปในวันที่ 21 สิงหาคม 2560 ผู้คนกว่า 12 ล้านคน จากทั่วสหรัฐอเมริกา ต่างออกมารวมตัวกันตามพื้นที่ต่าง ๆ และพร้อมใจกันแหงนหน้ามองท้องฟ้า เพื่อชมปรากฏการณ์ สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งแรกในรอบ 38 ปี หลายคนสวมแว่นสุริยะ บางคนถือแผ่นฟิล์ม หลาย ๆ คนก็หาอุปกรณ์ป้องกันสายตากันตามสะดวก โดยช่วงเวลาสั้น ๆ 2 นาที กับ 40 วินาที ที่ท้องฟ้องมืดลงนั้น ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับทุกคน เรียกว่าเป็นหนึ่งในโมเมนต์แห่งปีของสหรัฐอเมริกาเลยก็ว่าได้ เพราะประเทศอื่น ๆ ในโลก แทบไม่ได้เห็นปรากฏการณ์นี้

         ปรากฏการณ์แห่งศตวรรษในครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อขนาดในเชิงมุมของดวงจันทร์ มีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ เมื่อเคลื่อนที่ผ่านดวงอาทิตย์ จะบดบังแสงทั้งหมด ทำให้ช่วงเวลากลางวัน มืดมิดราวกับท้องฟ้าในยามราตรี โดยพื้นที่ที่สามารถมองเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งนี้ได้ คือ 12 รัฐของสหรัฐฯ ได้แก่ ออริกอน ไอดาโฮ ไวโอมิง เนบราสกา แคนซัส มิสซูรี อิลลินอยส์ เคนทักกี เทนเนสซี จอร์เจีย นอร์ทแคโรไลนา และเซาท์แคโรไลนา

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
ภาพจาก FREDERIC J. BROWN / AFP


         สุริยุปราคาเต็มดวง มองเห็นได้เป็นระยะ 110 กิโลเมตร เริ่มจากเมืองซาเลม ที่ชายฝั่งตะวันออกสุดของรัฐออริกอน ในเวลาประมาณ 09.00 น. ซึ่งตรงกับเวลาประมาณ 00.00 น. ในประทศไทย และสิ้นสุดที่เมืองชาร์ลส์ตัน รัฐเซาท์แคโรไลนา ในเวลาประมาณ 16.00 น. หรือราว 04.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

         สำหรับสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งหน้านั้น จะเกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2562 แต่พื้นที่ที่สามารถมองเห็นได้คือบางส่วนของทวีปอเมริกาใต้

ข้อมูลจาก space.com, timeanddate.com

6. ปีแห่งภัยพิบัติครั้งใหญ่ ในสหรัฐอเมริกา

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
ภาพจาก ​Thomas B. Shea / AFP


         ปี 2560 นับเป็นหนึ่งปีที่หนักหนาสาหัสสำหรับสหรัฐอเมริกา ที่ต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่หลายครั้งด้วยกัน นำมาซึ่งความเสียหายรุนแรง โดยเมื่อช่วงเดือนปลายสิงหาคมที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาได้เผชิญกับพายุเฮอริเคนฮาวี ที่มีกำลังมหาศาล ความเร็วลมมากถึง 215 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มันถูกกล่าวว่าเป็นพายุอันเลวร้ายที่สุดในรอบ 12 ปี ที่สหรัฐอเมริกาเคยเผชิญ โดยมีความรุนแรงระดับ 4 พัดขึ้นฝั่งเข้าถล่มพื้นที่รัฐเทกซัส ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก และน้ำท่วมสูง โดยในหลายพื้นที่มีน้ำท่วมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ต้นไม้จำนวนมากหักโค่นและไฟฟ้าถูกตัดขาด ประชาชนประสบกับความเดือดร้อนอย่างหนัก ขณะที่ทางการได้ประกาศภัยพิบัติ พร้อมเข้าช่วยเหลือและเร่งอพยพประชาชนจำนวนนับหมื่นชีวิต

         ภายหลังจากเฮอริเคนฮาวีผ่านพ้นไปได้เพียงไม่นานราว 2 สัปดาห์ ในเดือนกันยายน 2560 ชาวรัฐฟลอริดา ต้องเผชิญกับฝันร้ายครั้งใหญ่ที่ตามมาติด ๆ เมื่อเฮอร์ริเคนเออร์มา ที่มีระดับความรุนแรงสูงสุด อยู่ที่ระดับ 5 ได้ก่อตัวในมหาสมุทรแอตแลนติก มีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางพายุถึง 295 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยได้ประเดิมพัดขึ้นฝั่งประเทศแถบทะเลแคริบเบียน และมีทิศทางมุ่งหน้ามายังรัฐฟลอริดา โดยในวันที่ 10 กันยายน เฮอริเคนเออร์มา ที่มีความรุนแรงเหลือระดับ 4 ได้เริ่มพัดถล่มหมู่เกาะคีย์ส ของรัฐฟลอริดา ก่อนจะอ่อนกำลังลง โดยความเร็วลมสูงสุดที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้พัดเข้าถล่มชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐฟลอริดา โดยคลื่นพายุซัดฝั่งมีความสูงถึง 4.5 เมตร พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเกิดความเสียหายอย่างหนัก ต้นไม้และเสาไฟถูกแรงลมโหมกระหน่ำพัดจนหักโค่น หลังคาอาคารและบ้านเรือนถูกพัดปลิว และเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ทางการได้ประกาศเหตุภัยพิบัติระดับรุนแรงถึงชีวิต และมีคำสั่งให้ประชากรในพื้นที่จำนวนกว่า 6.3 ล้านคนอพยพออกจากพื้นที่

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
ภาพจาก CHIP SOMODEVILLA / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / AFP


         กระทั่งเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เกิดภัยพิบัติไฟป่าครั้งใหญ่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต เมื่อลมได้โหมกระหน่ำพัดให้ไฟป่ามีพลังเผาผลาญอย่างรุนแรง โดยไฟป่าที่มีพลังมากที่สุดมีชื่อว่า Thomas Fire ซึ่งลุกลามในพื้นที่แคลิฟอร์เนียตอนใต้ โดยรายงานล่าสุด (19 ธันวาคม 2560) เผยว่า ไฟป่าดังกล่าวได้ลุกลามกินพื้นที่มากกว่า 270,000 เอเคอร์ นับเป็นไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ของแคลิฟอร์เนีย ตั้งแต่ปี 2475 ไฟป่าครั้งรุนแรงนี้ส่งผลให้พื้นที่หลายเมืองได้รับความเสียหายอย่างหนัก อาคารบ้านเรือนถูกเพลิงเผาไหม้ไปแล้วอย่างน้อย 1,000 หลัง และตัวเลขยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ประชาชนนับแสนชีวิตต้องทิ้งบ้านและทรัพย์สินเพื่ออพยพออกจากพ้นที่ เจ้าหน้าที่นักผจญเพลิงจำนวนหลายพันชีวิตเข้าปฏิบัติหน้าที่ต่อสู้กับเพลิงไหม้อย่างเต็มความสามารถ และจนถึงขณะนี้เพลิงก็ยังไม่สงบลง และคาดว่าจะยังคงลุกลามอยู่ไปถึงเดือนมกราคม 2561

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
ภาพจาก Robyn Beck / AFP


ข้อมูลจาก bbc.com, telegraph.co.uk, bbc.com, bbc.com, reuters.com

7. แคว้นกาตาลุญญาประกาศเอกราช แยกตัวเป็นอิสระจากสเปน

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
ภาพจาก JOSEP LAGO / AFP


         หลังจากที่ นายพล ฟรานซิสโก ฟรังโก ถึงแก่อสัญกรรมในปี 2518 การเมืองการปกครองในยุคแห่งอำนาจเก่าก็ตายจากไปด้วย สเปนก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงเป็นประธาธิปไตย นับตั้งแต่ตอนนั้น สเปนแทบไม่เคยเจอวิกฤตการณ์การเมืองใด ๆ มาเป็นเวลานานกว่า 4 ทศวรรษ จนกระทั่งในวันที่ 27 ตุลาคม 2560 ทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไป เมื่อ นายคาร์เลส ปุดจ์เดมองต์ ประธานาธิบดีแห่งแคว้นกาตาลุญญา ได้ประกาศเอกราช แยกตัวเป็นอิสระจากสเปน หลังจากที่สภาลงมติเห็นชอบด้วยคะแนนโหวต 70 ต่อ 10 เสียง

         สำหรับสาเหตุที่ แคว้นกาตาลุญญา อยากแยกตัวออกจากสเปน ส่วนหนึ่งเพราะที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในแคว้นที่มั่งคั่งมากที่สุดแคว้นหนึ่งของสเปน พวกเขายังมีภาษาของตัวเอง มีอัตลักษณ์ และมีประวัติศาสตร์อันน่าภาคภูมิใจ ที่สืบต่อกันมานานหลายศตวรรษ ชาวกาตาลุญญามากมายจึงมองว่าพวกเขาไม่ใช่คนสเปน แต่ความคิดอยากแยกตัวเป็นอิสระจากสเปนนั้น มาก่อตัวขึ้นอย่างเข้มข้น ในสมัยที่นายพล ฟรังโก เรืองอำนาจ โดยจอมเผด็จการผู้นี้ปกครองพวกเขาอย่างกดขี่ แคว้นกาตาลุญญาไม่มีสิทธิ์ในการปกครองตนเอง แนวคิดชาตินิยมผ่านเพลง วรรณกรรม และทีมฟุตบอลบาร์เซโลนา กลายเป็นสิ่งที่ถูกปิดกั้น แม้แต่ภาษาถิ่นก็ถูกห้ามใช้

         เมื่อสเปนเปลี่ยนเป็นประชาธิปไตย แนวคิดชาตินิยมกาตาลุญญาก็เบ่งบานมากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาถึงจุดที่พวกเขาประกาศแยกตัวเป็นเอกราชในที่สุด ซึ่งรัฐบาลสเปนก็ได้ออกมาตอบโต้ทันที โดย นายมาริอาโน ราฮอย ได้ประกาศยุบสภาแคว้นกาตาลุญญา สั่งปลดนายปุดจ์เดมองต์ คณะรัฐมนตรี รวมทั้งผู้บัญชาการตำรวจของแคว้นกาตาลุญญา เพราะการประกาศอิสรภาพแยกตัวออกจากสเปน ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งอัยการสูงสุดของสเปนก็ได้ออกหมายจับเหล่าผู้นำแคว้นกาตาลุญญาในข้อหากบฏอีกด้วย

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
​นายการ์เลส ปุดจ์เดมองต์ ผู้นำแคว้นกาตาลุญญา
ภาพจาก RICCARDO PAREGGIANI / AFP


         ณ ตอนนี้ สถานการณ์ทางการเมืองของสเปนยังคงวุ่นวายไม่จบสิ้น ซึ่งก็คงต้องติดตามกันต่อไป ว่าท้ายที่สุดแล้ว มันจะจบลงอย่างไร

ข้อมูลจาก bbc.com, independent.co.uk, telegraph.co.uk, telegraph.co.uk

8. วิกฤตการณ์ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
​ภาพจาก STR / KCNA VIA KNS / AFP


         ก่อนหน้านี้ในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา ข่าวคราวเรื่องการทดสอบยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องตลกในสายตาของชาวโลก หลายคนมองว่าเป็นกลอุบายหลอกลวง และไม่มีประสิทธิภาพจริงที่จะสามารถคุกคามสหรัฐอเมริกาได้ ทว่าในปี 2560 เกาหลีเหนือได้สำแดงให้เห็นว่า มันไม่ใช่เรื่องตลกอีกต่อไป ตรงกันข้ามกลับทวีความน่ากลัวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐอเมริกา ทางเกาหลีเหนือโดยผู้นำ คิมจองอึน ได้มีท่าทีที่แข็งกร้าวมากขึ้น พร้อมแสดงการยั่วยุหลายต่อหลายครั้งด้วยกัน ในขณะเดียวกัน ทางสหรัฐอเมริกา ก็ไม่ได้มีท่าทียอมอ่อนข้อให้แต่อย่างใด ยิ่งเป็นการสุมไฟให้ร้อนมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้สถานการณ์ทางการทหารระหว่างสองประเทศ รวมทั้งประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ มีความตึงเครียดมากยิ่งขึ้น และเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรง
 
         เกาหลีเหนือได้มีการทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยไกลที่ทรงพลังและมีระยะพุ่งทะยานมากกว่าปีก่อน ๆ รวมไปถึงได้มีการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ที่มีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีมากขึ้นจนน่าตกใจ โดยในปี 2560 เกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบยิงขีปนาวุธไม่ต่ำกว่า 23 ลูก ในการทดสอบกว่า 16 ครั้ง โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ขีปนาวุธที่ทางเกาหลีเหนือทดสอบยิงนั้น มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นขีปนาวุธข้ามทวีป กระทั่งเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ความน่ากลัวที่ไม่แน่นอนของเกาหลีเหนือ ได้เป็นที่ประจักษ์ชัด เมื่อเกาหลีเหนือได้เผยความสำเร็จของการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีปชนิดใหม่ที่ชื่อว่า ฮวาซอง-15 (Hwasong-15) อันเป็นขีปนาวุธที่ทรงพลังที่สุดของเกาหลีเหนือ สามารถพุ่งทะยานสูงถึง 4,500 กิโลเมตร นับเป็นระยะที่สูงที่สุดเท่าที่เกาหลีเหนือเคยมีการทดสอบมา ซึ่งทางด้านผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ขีปนาวุธข้ามทวีปลูกนี้ มีศักยภาพสามารถไปถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐอเมริกา

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
​ภาพจาก STR / KCNA VIA KNS / AFP


         ผลงานการทดสอบยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือในปี 2560 สร้างความตกใจเป็นกังวลให้กับทางผู้เชี่ยวชาญไม่น้อย โดยยอมรับว่าระบบการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือในปีนี้เป็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ขีปนาวุธของเกาหลีเหนือเริ่มมีลักษณะคล้ายกับขีปนาวุธสมัยใหม่ด้วยสิ่งต่าง ๆ เช่น มีระบบหัวฉีดที่เคลื่อนที่ได้เพื่อใช้ในควบคุมขีปนาวุธ และที่สำคัญคือ ในการยิงขีปนาวุธ 2 ครั้งของเกาหลีเหนือ ใช้เชื้อเพลิงแข็งแทนเชื้อเพลิงเหลว ซึ่งจะเพิ่มความสามารถในการปล่อยตัวได้เร็วขึ้น และอยู่ได้นานขึ้น

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
ภาพจาก US NAVY / AFP


         ในขณะที่ทางสหรัฐอเมริกา ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ได้มีการเคลื่อนไหวเพื่อแสดงแสนยานุภาพของกองทัพสหรัฐอเมริกา โดยจัดการส่งกองเรือพิฆาต และเรือบรรทุกเครื่องบินรบ พร้อมกำลังทหารร่วมหมื่นนาย บุกไปประจำการยังคาบสมุทรเกาหลีเหนือ พร้อมกับร่วมซ้อมรบกับประเทศพันธมิตรอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น นอกจากนี้สหรัฐอเมริกา ยังมีการส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ เครื่องบินรบ ออกไปบินโฉบเหนือคาบสมุทรเกาหลี เพื่อแสดงให้เห็นว่าสหรัฐอเมริกาก็ไม่ได้มาเล่น ๆ เช่นเดียวกัน การกระทำต่าง ๆ เหล่านี้ ส่งผลให้สถานการณ์ทางการทหารยิ่งทวีตึงเครียดมากยิ่งขึ้น

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
​ภาพจาก JIM WATSON / AFP


         ในขณะเดียวกัน ผู้นำของทั้ง 2 ประเทศ ได้สาดสงครามน้ำลายใส่กันอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มความดุเดือดมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยต่างฝ่ายต่างประกาศกร้าวขู่กันไป-มา อวดอ้างว่า พร้อมอย่างเต็มที่และเต็มกำลัง ที่จะทำลายอีกฝ่ายได้ทุกเมื่อ หลังจากนั้นต่างยิ่งใช้คำที่แสดงการยั่วยุทางอารมณ์มากขึ้น โดยทางฝ่ายทรัมป์ ได้มีคำเรียกสำหรับ คิมจองอึน ผู้นำแห่งเกาหลีเหนือ ว่า "มนุษย์จรวด" พร้อมทั้งประกาศกร้าวบนเวทีที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ว่า อาจจะต้องใช้วิธีทำลายเกาหลีเหนือให้สิ้นซาก หากไม่มีทางเลือกอื่น ถ้อยคำดังกล่าวยิ่งเป็นการยั่วยุให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรงของอีกฝ่าย จนถึงขนาดคิมจองอึน ทนไม่ไหวออกมาตอบโต้กลับว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เปรียบเหมือนสุนัขที่หวาดกลัวจึงได้เห่าเสียงดัง และจะต้องได้รับบทเรียนราคาแพงจากคำพูดของเขา แต่ใช่ว่าจะจบแค่นั้น อีกทั้งยังเรียกทรัมป์ว่า "ตาแก่สมองเลอะเลือน" ก่อนฝ่ายทรัมป์จะออกมาทวีตสวนกลับเรียกจิกกัดคิมจองอึน ว่า "อ้วนเตี้ย" พร้อมตบท้ายว่ายังอยากผูกมิตรกับเกาหลีเหนืออยู่

ข้อมูลจาก washingtonpost.com, bbc.com, edition.cnn.com, nbcnews.com


9. การจากไปของ เชสเตอร์ เบนนิงตัน แห่งวงลิงกิน พาร์ค

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
ภาพจาก Instagram ​jamesjammcmahon


         ย้อนกลับไปในวันที่ 20 กรกฎาคม 2560 สำนักข่าวทั่วโลกได้มีการรายงานข่าว เชสเตอร์ เบนนิงตัน นักร้องนำวงลิงกิน พาร์ค (Linkin Park) วัย 41 ปี ได้จากโลกใบนี้ไปแล้ว หลังจากที่เขาตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยการผูกคอตาย ข่าวร้ายนี้ได้สร้างความตกตะลึงไปทั่ววงการเพลง แฟนคลับวงลิงกิน พาร์ค ทั่วโลกต่างโศกเศร้า เพราะมันเป็นการสูญเสียที่ไม่มีใครคาดฝัน ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าเชสเตอร์จะฆ่าตัวตาย แม้แต่คนใกล้ชิดของเขาก็ตาม

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
ภาพจาก RICH FURY / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / AFP


         ในภายนอกนั้น เชสเตอร์ดูเป็นคนที่เฮฮา ยิ้มแย้ม และดูมีความสุข แต่ลึก ๆ แล้วเขาต้องทนทุกข์ทรมานกับโรคซึมเศร้ามานานหลายปี ชีวิตของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาต้องฝ่าฟันและต่อสู้กับความเจ็บปวดมากมาย เขาเคยถูกทำร้าย เคยถูกข่มขืนในวัยเด็ก และเคยปล่อยตัวเองให้ตกอยู่ในโลกดำมืดของยาเสพติด หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าเชสเตอร์ไม่เคยบอกใครถึงความเจ็บปวดของเขา แต่จริง ๆ แล้วเขาบอกมาตลอด เขาถ่ายทอดทุกสิ่งทุกอย่างในใจของเขาลงไปในบทเพลง แสดงมันออกมาผ่านปลายปากกาและน้ำเสียงของเขา แต่ถึงกระนั้น ก็ไม่มีใครรู้เลยว่าเขาเศร้าแค่ไหน

         ไม่กี่เดือนก่อนที่เชสเตอร์จะจากไปนั้น เขาเคยพูดเป็นนัย ๆ มาก่อนว่าเขาไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้ว โดยในขณะที่วงลิงกิน พาร์ค จัดงานฉลองอัลบั้มใหม่ที่ลอนดอนนั้น เชสเตอร์กล่าวกับทุกคนว่า เขาเคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้ว แต่ ณ ตอนนั้น ไม่มีใครคิดว่ามันเป็นเรื่องที่จริงจัง ไม่มีใครตระหนักถึงสัญญาณที่เขาพยายามจะสื่อ และไม่นานหลังจากนั้น เชสเตอร์ก็ฆ่าตัวตายจริง ๆ

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
​ภาพจาก MAXIM ZMEYEV / AFP


         หลังจากที่เชสเตอร์จากไป ศิลปินจากวงการเพลงได้ร่วมไว้อาลัยเขา แฟน ๆ จากทั่วโลกก็ได้จัดพิธีรำลึกถึงเขา เพราะถึงแม้ว่าเขาจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่เขาไม่ได้จากไปไหน เขายังคงมีชีวิตอยู่ในบทเพลง ทุก ๆ เพลงที่เขาร้อง และจะอยู่ในใจทุกคนตลอดไป

ข้อมูลจาก theguardian.com, Instagram ​jamesjammcmahon

10. เลือกตั้งสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ นั่งเก้าอี้ผู้นำคนใหม่

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
ภาพจาก MANDEL NGAN / AFP

         ภายหลังจากชนะการเลือกตั้งและเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ได้ดำเนินการนโยบายต่าง ๆ มากมาย ภายใต้จุดยืนที่ชัดเจนว่า "อเมริกาต้องมาก่อน" แม้ว่านโยบายบางอย่างจะค้านสายตาชาวโลกก็ตามที โดยมีตั้งแต่เรื่องของภายในประเทศสหรัฐอเมริกาเอง รวมไปถึงเรื่องของประเทศอื่น ๆ ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวจนเป็นประเด็นที่วิพาษ์วิจารณ์มากมาย

         ประเด็นที่เป็นที่ฮือฮาตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับตำแหน่งคือ แผนการสร้างกำแพงกั้นพรมแดนระหว่างเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกา เพื่อแก้ปัญหาชาวเม็กซิกันลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งนับเป็นนโยบายหลักในช่วงการหาเสียง โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งพิเศษ อนุมัติโครงการสร้างกำแพงดังกล่าว พร้อมยื่นเรื่องต่อสภาคองเกรสเพื่อขออนุมัติงบประมาณจำนวน 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5.1 แสนล้านบาท ซึ่งเกิดเสียงต่อต้านอย่างหนักจากสมาชิกวุฒิสภาของพรรคเดโมแครต จนในที่สุดทรัมป์ต้องระงับแผนดังกล่าว

         ต่อมา ประธานาธิบดีทรัมป์ ลงนามถอนสหรัฐอเมริกาออกจากข้อตกลงหุ้นส่วนการค้าภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก หรือ TPP แล้ว ภายหลังจากในสมัยของรัฐบาลโอบามา ได้สนับสนุนเขตการค้าเสรีที่ประกอบไปด้วยสมาชิก 11 ประเทศ เพื่อต่อสู้กับการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน อย่างไรก็ดี ทรัมป์ เห็นว่า TPP ได้ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตของสหรัฐอเมริกา จึงได้ดำเนินการถอนตัวออกมา โดยเชื่อว่าจะเป็นผลดีต่อแรงงานชาวอเมริกัน ส่วนประเทศที่เหลือก็ยังคงดำเนินตามข้อตกลงต่อไปโดยไม่มีสหรัฐอเมริกา

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
​ภาพจาก SAUL LOEB / AFP


         ต่อมา ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ทำให้ทั่วโลกต่างต้องผิดหวัง เมื่อประกาศถอนตัวจากข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ปี 2558 ที่ว่าด้วยเรื่องลดโลกร้อนโดยการจำกัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยทรัมป์ระบุว่า สัญญาดังกล่าวไม่เป็นธรรม เป็นการถ่วงดุลเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ทำให้ประเทศต้องสูญเสียรายได้มหาศาล โดยการถอนตัวของสหรัฐอเมริกาครั้งนี้ นำมาซึ่งความกังวลต่อหลายฝ่าย โดยผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่จะส่งผลกระทบในวงกว้าง ขณะที่ทางด้าน บารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดี และผู้เป็นคนลงนามในข้อตกลงดังกล่าว ก็ได้ออกมาโจมตีประธานาธิบดีทรัมป์ ว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่คำนึงถึงอนาคต เช่นเดียวกับผู้นำหลายประเทศทั่วโลกก็ได้ออกมาแสดงความไม่เห็นชอบในเรื่องนี้

         ส่วนประเด็นร้อนแรงที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก คือแผนการกีดกันชาวมุสลิมจาก 6 ประเทศ อันได้แก่ อิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย ซีเรีย เยเมน และชาด ไม่ให้เดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทรัมป์อ้างว่า ไม่ต้องการให้กลุ่มคนที่มุ่งร้ายต่อสหรัฐอเมริกา เดินทางเข้ามาสร้างความเดือดร้อนในประเทศ โดยในตอนแรกศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาระงับคำสั่งดังกล่าว ก่อนท้ายที่สุดศาลฎีกา จะตัดสินให้คำสั่งแบน 6 ชาติมุสลิมมีผลบังคับใช้ชั่วคราว

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
ภาพจาก ​SAUL LOEB/AFP


         และล่าสุดกับประเด็นที่ทั่วโลกพากันประณามอย่างหนัก เมื่อทรัมป์ ไม่สนโลก ออกประกาศรับรองอย่างเป็นทางการให้กรุงเยรูซาเลม เป็นเมืองหลวงของอิสราเอล พร้อมเผยแผนการเตรียมย้ายสถานทูตสหรัฐอเมริกา จากกรุงเทลอาวีฟ ไปเยรูซาเลม นำมาซึ่งสร้างความไม่พอใจต่อชาติมุสลิมเป็นอย่างมาก และเชื่อว่าจะยิ่งเป็นการกระตุ้นปัญหาความขัดแย้งในดินแดนตะวันออกกลางให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยชาวปาเลสไตน์ ที่เชื่อว่าเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของรัฐปาเลสไตน์ได้มีการรวมตัวประท้วง อย่างไรก็ดีสมาชิกสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติส่วนใหญ่ 128 ประเทศ ลงมติอนุมัติให้การรับรองเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงอิสราเอลของสหรัฐอเมริกา เป็นโมฆะ โดยมีเพียง 9 ประเทศที่สนับสนุน ขณะที่ทรัมป์ก็ยังไม่วางมือง่าย ๆ พร้อมประกาศคำขู่ไว้ว่า จะจดจำรายชื่อประเทศทั้งหลายที่ไม่ให้การสนับสนุนการตัดสินใจของสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้
 

10 ประเด็นดัง ข่าวใหญ่สะเทือนโลกปี 2560
ภาพจาก ​Nicholas Kamm / AFP


ข้อมูลจาก usatoday.com, bbc.com, yahoo.com, nydailynews.com  https://hilight.kapook.com/view/165876


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน