*/
  • philharmonics
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-06-27
  • จำนวนเรื่อง : 253
  • จำนวนผู้ชม : 508844
  • จำนวนผู้โหวต : 140
  • ส่ง msg :
  • โหวต 140 คน
CCP Technology

Certified Comparator Products

View All
<< สิงหาคม 2011 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


ชอบหรือไม่ชอบกับเนื้อหาในบล็อกนี้
ชอบมาก
55 คน
ชอบ
8 คน
เฉยๆ
1 คน
ไม่ชอบ
3 คน

  โหวต 67 คน
วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม 2554
Posted by philharmonics , ผู้อ่าน : 9860 , 00:28:53 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน sugusjar , BlueHill โหวตเรื่องนี้







เมื่อสองสามวันก่อน มีกัลยาณมิตรท่านหนึ่งโทรมาหาว่า อยากอ่านเรื่องเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีในการค้นหาคนมาสมัครงานหรือทาบทามมาทำงานในองค์การ ก็เลยได้โอกาสมารื้อฟื้นบทความเก่าๆที่เขียนไว้ซัก ๒ ก่อนเรื่องของเครือข่ายทางสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งที่มีแนวคิดแตกต่างจากตัวอื่นๆเช่น Facebook, Hi5, Twitter, Google+


เครือข่ายทางสังคมดังกล่าวเป็นที่นิยมมากในปัจจุบันและเริ่มมีบทบาทอย่างสูงสำหรับเหล่าบรรดานักล่าหัวคน (Head Hunter) เพื่อคนหาคนที่ใช่ คนที่ชอบ คนเหมาะกับองค์การ เพื่อเฟ้นหาและทำให้คนฝั่งหางานกับคนฝั่งต้องการคนมาทำงาน ได้พบเจอกันแล้วเก็บค่าบริการเอากับผู้ว่าจ้าง ซึ่งอาจจะเท่ากับเงินเดือนของคนที่หามาให้เป็นจำนวน ๑๐ เดือนเป็นต้น เป็นค่าหัว






คงมีน้อยคนที่จะปฏิเสธว่ามนุษย์นั้นเป็นสัตว์สังคม ต้องการมีสังคม เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง ครอบครัว กลุ่มที่ชอบกิจกรรมเดียวกัน ซึ่งสิ่งที่ได้ยินมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันกับคำว่า กว้างขวาง ก็คงมาจากการที่มีสังคมที่มีตัวเองเป็นศูนย์กลางขนาดใหญ่ นั่นเอง หรือบางท่านอาจคงเคยได้ยินว่า รู้จักนอบน้อม เข้าหาผู้ใหญ่หรือรู้จักไว้ก็ไม่เสียหาย คงเป็นอีกประโยคที่ได้ยินกันจนชินหู แต่ก็คงมีคนจำนวนหนึ่งที่คิดว่าตนเองคนเดียวก็เพียงพอแล้ว  เรามาดูกันดีกว่าว่าการมีเครือข่ายของคนๆหนึ่งนั้น มีผู้ศึกษาคนคว้าจนออกมาเป็นทฤษฎีด้วยซ้ำไป ซึ่งจะว่าไปแล้วหลายๆท่านก็คงอาจจะเคยได้ยินมาก่อน เราเรียกว่าปรากฏการณ์โลกใบเล็ก(Small World Phenomena) หรือถ้าจะให้ได้ยินแบบคุ้นหูหน่อยก็น่าจะเป็นชื่อ Six Degrees of Separations ซึ่งเป็นชื่อของหนังเรื่องหนึ่งที่แสดงนำโดย วิลล์ สมิท 



เรื่องราวทั้งหมดอธิบายได้จากการเชื่อมโยงการรู้จักของคนๆหนึ่งในโลกนี้ว่าจะมีองศาของการรู้จักกันไม่เกิน 6 ยกตัวอย่างเช่น นาย A.จากประเทศไทย กับนาย B.จากประเทศจีน จะมีความเชื่อมโยงกันโดยผ่านคนที่รู้จักไม่เกิน 6 ทอด พูดง่ายๆคือทั้ง 2 คนจะเชื่อมโยงหากันไม่เกิน 6 ช่วงของการจับมือ สงสัยกันหรือเปล่าว่าเป็นไปได้อย่างไร ขณะเดียวกัน อาจมีบางท่านเห็นขัดแย้งด้วยว่าจริงๆแล้วอาจจะเกิน 6 ทอด นั่นคือที่มาของการเชื่อมโบงของเครือข่ายทางสังคมของมนุษย์ 



เครือข่ายทางสังคมออนไลน์ที่ว่าคือ LinkedIn เครื่องมือชั้นดีในการค้นหาผู้สมัครงานหรือค้นหาผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ LinkedIn เป็นเครือข่ายทางสังคม ที่มีลักษณะโดดเด่นและแตกต่างสำหรับเครือข่ายอื่นๆ ซึ่งถ้าเปรียบไปว่า Facebook คือเครือข่ายของผู้คนที่เน้นเรื่องส่วนบุคคล เช่น เพื่อนฝูง การทักทายผ่านการให้ความคิดเห็น การโพสต์รูปการจัดกิจกรรมต่างๆ LinkedIn น่าจะเป็น เครือข่ายที่มุ่งเน้นที่แสดงออกถึงตัวตนของเจ้าของโปรไฟล์ที่เน้นอาชีพ หน้าที่การงานและความเชี่ยวชาญเป็นหลักหรือแปลความง่ายๆ LinkedIn คือ Facebook สำหรับมืออาขีพที่มาพบปะแลกเปลี่ยนโชว์ผลงาน ความสามารถนั่นเอง


เมื่อ LinkedIn เริ่มแพร่ขยายคนใช้งานในบ้านเรา นั่นแปลว่าเราจะมีโปรไฟล์ของผู้เชี่ยวชาญในสาขาอาชีพต่างๆที่โพสต์ผลงาน ความรู้ความสามารถ ผ่านเครือข่ายขนาดใหญ่ เมื่อ LinkedIn เป็นที่ชุมนุมของฝูงปลา ไฉนเลย ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ที่ทำหน้าที่ในการสรรหา ว่าจ้างจะไม่ลองทำความค้นเคยกันหน่อยเพื่อค้นหาคนที่อาจจะมาเป็นผู้สมัครที่ตรงกับความต้องการของ Line Manager ซึ่งอาจจะดีกว่ารูปแบบเดิมๆในการประกาศรับสมัครงานที่เหมือนกับการหว่านแหลงในน้ำที่อาจจะมีแต่ปลาที่เราต้องไม่ต้องการก็เป็นได้



LinkedIn อย่างไร


เริ่มต้นการใช้งานโดยสมัครได้ฟรีโดยตรงที่เว็บ www.linkedin.com หลังจากกรอกรายละเอียดส่วนตัวเพื่อสมัครแล้ว ถ้ามองในแง่ที่เราเป็นผู้ต้องการค้นหามืออาชีพเพื่อทาบทามตัวมาทำงานด้วย เพื่อมารยาทที่ดีในเครือข่ายแห่งนี้ เราควรกรอกรายละเอียดโปรไฟล์ของเราให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ว่าเราเป็นใคร มาจากไหน ทำงานที่ไหน หน้าที่การงานอะไร เป็นต้น


ความแตกต่างของ LinkedIn กับเครือข่ายอื่นๆที่พบเห็นได้ชัดเจน ที่สุดเลยก็คือ ร้อยละเก้าสิบของผู้ใช้งาน LinkedIn ใช้ชื่อจริงนามสกุลจริง ชื่อเล่นตามด้วยชื่อจริงหรือนามแฝงนั้นพบน้อยมากในเครือข่ายเแห่งนี้ ดังนั้นก่อนเราจะให้บุคคลอื่นไว้เนื้อเชื่อใจเรา จึงควรแสดงออกด้วยความจริงใจการใส่ประวัติต่างๆที่เป็นจริง


LinkedIn เป็นเครือข่ายที่อยู่บนพื้นฐานของคนที่เป็นมืออาชีพ ดังนั้นการที่เราจะเริ่มสร้างเครือข่ายในการ Add ใครซักคนเข้ามาในเครือข่ายเรา เราควรรู้จักเขาก่อน อย่างน้อยก็แค่ติดต่อกัน เพราะบ่อยครั้งที่เราจะ Add ใครซักคนแต่ระบบจะถามหา E-mail ของคนที่เราจะ Add เพื่อยืนยันว่าเรารู้จักเขาจริงๆ 




การเริ่มสร้างเครือข่ายให้ขยายตัวออกไปจึงควรค้นหาจากเพื่อนฝูงคนรอบข้างเรา คู่ค้า ลูกค้า เพื่อให้เครือข่ายของเราเริ่มเติบโต ควรหมั่นเราร่วมกลุ่มต่างๆที่สร้างขึ้น เพื่อให้เราสามารถโพสต์ตำแหน่งงานว่างลงไปได้ หากมีคนสนใจเขาจะติดต่อเรามาเอง ควรหมั่นแสดงความคิดเห็นต่างๆในกลุ่ม เพื่อเริ่มให้คนอื่นๆรู้จักเรามากยิ่งขึ้น ไม่นานคนเหล่านั้นเมื่อเห็นว่าเราจริงใจ ก็จะขอ Add เราเข้ามาเอง


เมื่อการสร้างเครือข่ายแบบปกตินั้นช้าไปหรืออาจไม่ได้ผล LinkedIn สามารถให่เราอัพเกรดบัญชีของเราให้เป็นแบบที่ใช้สำหรับค้นหาผู้สมัครงานได้ โดยชำระค่าบริการส่วนเพิ่มเติมได้ โดยเราสามารถทำการโฆษณาแสดงตำแหน่งที่ว่าง ให้เราใส่ประวัติหรือว่าโปรไฟล์ขององค์การให้ผู้ต้องการหางานได้มีโอกาสเห็นได้อีกด้วย


ข้อด้อยที่เห็นเพียงอย่างเดียวในขณะนี้คือเมนูการแสดงผล เมนูการใช้งานเป็นภาษาอังกฤษ ไม่มีภาษาไทยเลย ดังนั้นแม้จะเป็นข้อด้อยแต่ก็สามารถนำมาเป็นจุดแข็งที่รับประกันได้ว่า คนที่ใช้งานส่วนใหญ่ต้องเป็นผู้ที่ใช้งานภาษาอังกฤษได้ดีระดับหนึ่ง และประวัติส่วนใหญ่ที่ลงไว้ก็เป็นภาษาอังกฤษเช่นเดียวกัน คนระดับแนวหน้าที่องค์การเราต้องการ อาจจะอยู่เครือข่ายแห่งนี้ก็เป็นไปได้


สำหรับผู้ใช้งานบางท่านที่ตอนท้ายของโปรไฟล์ อาจจะมีสิ่งที่เรียกว่า Recommeded ต่อท้ายนั่นหมายความว่า เป็นการแนะนำหรือกล่าวชื่นชมเพิ่มเติม เพื่อช่วยให้เรามั่นใจในคนๆนั้นมากขึ้น


สำหรับการใช้งานนั้นไม่ยากเกินไปหากเราใช้ Social Network ประเภทต่างๆอยู่แล้ว รออะไรกันอยู่ สมัครใช้งานเลย ฟรี!!!!!!!


"IT and Multimedia Tips for HR"



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Tatiya วันที่ : 13/01/2015 เวลา : 21.13 น.

ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงหมดสิทธิ์

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Hiriotappa วันที่ : 07/08/2011 เวลา : 18.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa


มีเพื่อนชวนเหมือนกันครับ แต่คาดว่า น่าจะได้ผลน้อยกว่าสื่ออื่นๆ หรือแบบอื่นๆ เพราะยังใหม่อยู่ รอสักพัก พร้อมๆกับที่เราศึกษามันไปน่าจะดีกว่ารวบรัดสนใจเลยทันที แต่ เอชอาร์ เซนเตอร์ กับ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สมัยนี้ก็อาจจะหลอมรวมกันได้นะครับ ทางที่ดี ไม่แน่ใจอย่าเพิ่งทำอะไรไปก็แล้วกัน เพราะจริงๆ แล้ว มันมีแค่สมาคมนายจ้างกับลูกจ้างเท่านั้นที่เป้นรูปธรรมจริงๆ เอชอาร์เซนเตอร์ ที่เป็นหน่วยงานของราชการนั้นไม่มี

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
BlueHill วันที่ : 07/08/2011 เวลา : 15.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

น่าจะทำให้่ฝ่ายทรัพยากรบุุคคลทำงานง่ายขึ้นนะครับ
แต่จะมีบริษัทสักกี่แห่งที่ฝ่ายบุุคคลติดตามโลกออนไลน์

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Pro.Trainer วันที่ : 07/08/2011 เวลา : 08.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun

อ่านเอนทรี่นี้แล้ว ถุกใจ ได้ความรู้ ดีครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน