• ศรีนาคา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-09-20
  • จำนวนเรื่อง : 10
  • จำนวนผู้ชม : 148676
  • จำนวนผู้โหวต : 16
  • ส่ง msg :
  • โหวต 16 คน
วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2552
Posted by ศรีนาคา , ผู้อ่าน : 39668 , 09:43:39 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อย่าว่าเท้าก็แค่เท้า...เจ็บขึ้นมา..ไปทำมาหากินกันไม่ได้เชียวนะคะ วันนี้มีเรื่องเกี่ยวกับเจ็บฝ่าเท้ามาฝากค่ะ

เจ็บฝ่าเท้าตรงส้น
อาการนี้ ใครไม่เป็นเองจะไม่รู้ว่ามันทุกข์ทรมานและบั่นทอนความสุขในชีวิตเพียงใด
"พ่อกะลูกเขาจะไปเที่ยวกัน เราก็ไปกะเขาไม่ไหว"
"ไปจ่ายตลาดไม่ได้มา5วันแล้ว ต้องสั่งกับข้าวร้านข้างบ้านมากิน แฟนบ่นทุกวัน"
ถ้อยคำทำนองนี้จากปากผู้ที่มีปัญหาเจ็บส้นเท้า เป็นเรื่องพบได้เสมอ

ทำไมถึงเกิดเจ็บส้นเท้า?
มารู้จักฝ่าเท้ากันก่อน

เท้าประกอบกันขึ้นมาจากกระดูกเท้า ที่เชื่อมโยงติดกันด้วยกล้ามเนื้อและเยื่อยึดกระดูก
ใต้กระดูกเท้ามีกล้ามเนื้อและแผ่นPlantar fasciaเกาะอยู่
เท้ามีเส้นประสาทที่วิ่งจากช่องกระดูกสันหลังแถวเอวลงมารับรู้ความรู้สึก
เพื่อปกป้องเราจากอันตรายต่างๆ เช่น เหยียบไฟร้อนๆ หรือของแหลมคม
ก็จะรายงานไปยังสมองให้สั่งเราให้ชักเท้าหนี เป็นต้น

ที่มา:http://www.info-on-heel-pain.com/Images/plantar-fascia-pain-area.jpg

การเจ็บส้นเท้า มีสาเหตุได้ทั้งจากสิ่งที่มาประกอบกันเป็นเท้าได้รับอันตราย
หรือเกิดจากตัวเส้นประสาทได้รับอันตรายหรือถูกบีบรัดหรือถูกกดเบียดไว้ก็ได้

โดยทั่วไปปัญหาเจ็บส้นเท้ามักเริ่มจากการที่กล้ามเนื้อTibialis posterior(TP)
ไม่คลายตัว อาจจะจากการเล่นกีฬา การต้องยืน หรือเดินต่อเนื่องกันนานๆโดยไม่ได้หยุดพักให้พอ
ทำให้จุดเกาะของกล้ามนี้ที่เท้าเกิดการอักเสบขึ้น


 
ที่มา:http://www.regentherapy.com/content/illustrations/plantar_fasciitis.jpg

ถ้าถามว่าทำไมก่อนหน้านั้นไม่เจ็บ
การกระตุ้นให้เกิดอาการมีค่ะ
จุดเปลี่ยนจากร่างกายทนได้ มาเป็นเจ็บ ต้องมีการสะสมปัญหากล้ามตึงสุดๆอยู่แล้วมาก่อน
แล้วเกิดมีวันหนึ่ง ต้องไปอบรม ต้องขนกระเป๋าหนักๆหลายใบ
แม้มีล้อลาก เวลาขึ้นลงบันไดก็ต้องยก เหลียวหน้า เหลียวหลังจะให้ใครช่วย ทุกคน..ก็เหมือนกัน..(ต่างมองหาคนช่วย)
สุดท้ายก็ต้องกัดฟันยก ยก ยกกันจนถึงที่
หรือไปจ่ายตลาด น้ำหนักของที่เพิ่มมาทีละถุงๆๆๆ รวมแล้วไม่เบานะคะ
หรือคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ ที่มีน้ำหนักตัวเพิ่มแล้วต้องยืนกันนานๆ (อย่างในคนอาชีพครู ช่างเสริมสวย)
เหล่านี้ ทำนองนี้ คือจุดเปลี่ยนที่ว่า



ที่มา:http://www.e-marketingpartner.com/clients/FootAnkleCenter/images/manPain.JPG

เมื่อเจ็บบบบบ...คนก็ไม่กล้าลงน้ำหนักที่ส้น
เวลายืน เดิน ก็ใช้วิธีเขย่งยกส้นเท้าลอยให้พ้นพื้นไว้

ผลที่ตามมา จากการเดินแบบที่ว่านี้
1.กล้ามที่ว่า(Tibialis posteriorหรือTP)จะยิ่งหดตัวตึงรั้งขึ้นไปที่น่องมากขึ้น
และทุกๆก้าวที่เดิน แผ่นPlantar fasciaก็จะถูกรั้งตัวซ้ำๆ
ย้ำให้เกิดการระคายเคืองตรงที่เกาะของมันที่ตรงกระดูกส้นเท้า ที่มีเส้นประสาทพาดอยู่
บ่อยเข้าก็อักเสบขึ้น คราวนี้จะเจ็บตรงส้น มาถึงเอ็นร้อยหวายที่ด้านหลังส้นเท้าขึ้นมา
(การอักเสบนั้นเป็นได้ทั้งที่เนื้อเยื่อ และที่เส้นประสาท)

 

ที่มา:http://www.myfootshop.com/images/medical/ortho/plantar_fasciitis_small.jpg

2.หากมีแคลเซี่ยมมาเกาะเพื่อล็อครอยอักเสบตรงส้นไม่ให้ลามต่อไป
แคลเซี่ยมที่หนาตัวขึ้นก็จะกลับกลายเป็นก้อนแข็งที่มาจำกัดการเคลื่อนไหว
และอาจเลยเถิดไปทำให้เนื้อเยื่ออ่อนที่อยู่ข้างเคียงอักเสบระคายเคืองได้อีก
(เวลาX-raysจะเห็นเป็นรอยแหลมยื่นลงมาจากกระดูกส้นเท้า ที่เรียกว่าspur)

ที่มา:http://www.ankleshop.com/db_images/heelspur.jpg

3.การเดินลงน้ำหนักในขาทั้ง2ไม่เท่ากัน ทำให้เสียสมดุลย์ซ้ายขวาของร่างกาย
อาจมีอาการเจ็บเอว เจ็บก้น เจ็บตรงโคนขา หรือเจ็บที่เข่า ตามมาได้ทั้งนั้น

การแก้ปัญหาเจ็บฝ่าเท้าด้วยตนเอง

ที่มา:http://1.bp.blogspot.com/_70HgxsVpUTo/SEA7Z1JrG-I/AAAAAAAAANo/Vucp-RBhOFo/s400/xplanfas.gif

ภาพนี้จัดเป็นคัมภีร์ดูแลเท้าด้วยตนเอง
ที่คนไม่เจ็บเท้าก็ใช้สร้างความสบายให้ตนเองได้ค่ะ

ภาพแถวบนสุด
ภาพทางซ้าย เป็นท่ายืดกล้ามด้านหลังต้นขา น่อง และฝ่าเท้าค่ะ
โดยใช้ผ้าผืนยาวพอประมาณ คล้องตรงฝ่าเท้าส่วนที่ถัดจากนิ้วเท้าเข้ามา
แล้วดึงเข้าหาตัว ทำซ้ำได้เรื่อยๆไม่จำกัดจำนวนครั้ง (คนทำงานออฟฟิศ มีปัญหากล้ามหลังต้นขาตึงกันมาก ใช้ท่านี้เลยค่ะ)
ส่วนท่าด้านขวา เป็นโน้มตัวดันกำแพง
ขาที่อยู่ด้านหลังจะได้รับการยืดน่องและยืดหน้าข้อพับตรงโคนขา

ภาพแถวที่ 2
ที่ริมซ้ายสุด คนนี้กำลังยืดเยื่อใต้ฝ่าเท้าซ้าย
โดยเกาะราวบันไดไว้ดีๆ แล้วใช้ฝ่าเท้าขูดกับขอบขั้นบันได
รีด รีด รีด จนพอใจค่ะ สำหรับคนที่ต้องการความสบาย(ไม่ต้องไปจ้างเขานวดฝ่าเท้า)
ส่วนคนที่เจ็บฝ่าเท้าก็รีดเบาๆ ทีละ10 ครั้งก่อน แล้วค่อยๆเพิ่มจำนวนครั้งขึ้นตามที่ทนได้
3ภาพถัดมาทางขวา ในบันทัดนี้
เป็นการฝีกการทรงตัว(Balance) มี 2 แบบ
Staticคือยืนบนขาเดียวที่มีปัญหา หรือขาที่ต้องการฝึก ยืนนิ่งๆ เพื่อฝึกความมั่นคงขณะยืน
Dynamicคือยืนบนขาเดียวที่ต้องการฝึก แล้วย่อ หรือโยกตัวเคลื่อนไหวด้วย
เนื่องจากในชิวิตจริง เราต้องใช้งานกล้ามเนื้ออย่างนี้อยู่เสมอๆ มากกว่ายืนนิ่งๆ


ภาพแถวที่ 3
ภาพซ้ายสุด ฝึกกล้ามฝ่าเท้าให้แข็งแรง คล่องตัว ไม่ปวดเท้าง่าย
ทำแล้วอุ้งฝ่าเท้าจะมีกำลังดี เท้าไม่แบนราบลงมา(คนเท้าแบนจะปวดในอุ้งเท้าตลอด)
ง่ายๆ ใช้ฝ่าเท้าขยุ้มผ้าเล่น จนหยิบยกขึ้นจากพื้นได้
ภาพกลาง คลึงนวดฝ่าเท้าด้วยแท่งทรงกระบอก
กระป๋องอะไรก็ได้ที่ไม่แตกบาดเท้า หรือเป็นท่อนไม้ หรือจะเป็นกะลาคว่ำก็ได้ บางที่ใช้ก้อนกรวดมนๆ ก็มี
คนที่กำลังเจ็บฝ่าเท้าจะใช้กระบอกใส่นำในตู้เย็นที่กำลังเย็นจัดๆ มากลิ้งก็ได้เลยค่ะ
(ประคบเย็นไปด้วย)
ภาพขวา ท่านี้เพื่อเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อมิให้ปลายเท้าตกเวลาเดิน
โดยการการกระดกข้อเท้าขึ้น
(งัดให้เท้ากระดกเข้าหาตัว)ต้านกับยางยืด
โดยมัดอีกปลายของยางไว้กับที่ยึด ที่อยู่ทางปลายเท้าออกไป(ให้ใครตรึงไว้ให้ก็ได้ค่ะ)
สุภาพสตรี ที่ใส่ส้นสูงตลอด กล้ามนี้จะอ่อนแอมาก รวมทั้งน่องก็หด กล้ามด้านหลังขาทุกช่วงก็หด
ควรทำท่านี้เป็นประจำอย่างยิ่ง มิฉะนั้นท่านจะหนีปัญหาเจ็บฝ่าเท้าเรื้อรังไม่พ้น
ไม่ได้แช่งนะคะ แต่เป็นเรื่องของสรีระร่างกายที่ไม่มีการระแวดระวัง
รู้แล้วควรรีบปรับค่ะ

ภาพแถวที่ 4
เป็นท่าเพิ่มกำลังกับยางยืดเช่นกัน
ภาพซ้าย คล้องยางกับเท้าส่วนถัดจากนิ้วเท้าเข้ามา ดึงยางเข้าหาตัว แล้วถีบเท้าลง
ทำ20-30ครั้ง ก็จะช่วยเพิ่มกำลังกล้ามเหยียดเท้า
เหยียบคลัช เหยียบเบรค ก็สบาย ไม่ต้องยกกันทั้งขา
ภาพกลางนี่ เป็นท่าเพิ่มกำลังบิดฝ่าเท้าซ้ายเข้าด้านในต้านกับยางภาพนี้ดูยากนิด
โดยคล้องบ่วงที่ปลายหนึ่งของยางยืดกับเท้าซ้าย จับอีกปลายของยางยืดให้เหไปด้านขวา
แล้วเอาขาขวาพาดคร่อมมาเหยียดยางข้างๆบ่วงให้ยานไปทางซ้าย
(เป็นเหมือนรอกทดกำลัง)
จากนั้นก็บิดหันฝ่าเท้าซ้ายเข้าในกันเลย
คนที่ส้นรองเท้าสึกด้านใน ต้องทำท่านี้เยอะๆ
แล้วท่านจะเดินสบายขาขึ้นด้วย รวมทั้งอาการเจ็บที่เอวจะลดลง
ภาพขวา สุดท้าย เป็นการบิดเท้าซ้ายออกด้านนอกต้านยางยืด
ก็รีบบอกก่อนเลยว่าคนที่ส้นรองเท้าสึกด้านนอก ต้องทำท่านี้เยอะๆ
วิธีการก็คล้องบ่วงที่ปลายหนึ่งของยางยืดกับเท้าซ้าย
แล้วพาดยางมาผ่านฝ่าเท้าขวา ดึงอีกปลายของยางยืดด้วยมือขวา
แล้วบิดหันฝ่าเท้าซ้ายออกด้านนอก
และเช่นกัน ท่านจะเดินสบายขาขึ้นด้วย รวมทั้งอาการเจ็บที่เอวจะลดลง

อย่าว่าเท้าก็แค่เท้านะคะ
เจ็บขึ้นมา ไปหากินไม่ได้กันเลยละค่ะ ดูแลเขาดีๆ นะคะ

ศรีนาคา



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12
อโรคยา วันที่ : 24/01/2011 เวลา : 20.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health108

(0)
ขอบคุณมากครับ
คนที่เท้าเล็ก จะเป็นบ่อยครับ
ความคิดเห็นที่ 11
ปุณ วันที่ : 17/02/2010 เวลา : 18.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/watercolorpainting

(0)
...โชคดีจริงๆ ป้าที่บ้านเป็นมาจะ3-4 ปีแล้วเดินกะเพลกๆอยู่บ่อยๆ...
...request...ได้ป่าวคะ...ตัวเองเดี๊ยงขัดสมาธิแล้วเข่าข้างขวามันติด ลอยขึ้นมา กำลังกายภาพอยู่ ขอท่าบริหารหน่อยค้า.....นึกว่าช่วยลูกนก ลูกกา...ยักษ์ ...please...
ความคิดเห็นที่ 10
ting วันที่ : 30/01/2010 เวลา : 08.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

(0)
โชคดีที่ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องเท้า

ความคิดเห็นที่ 9
ศิษย์กวง วันที่ : 20/12/2009 เวลา : 10.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

(0)
หวัดดีฮะ
ขอบคุณฮะที่เข้าไปเยี่ยม
ยินดีที่ได้รู้จักฮะ

ปล.ฝากเรื่องไว้ในจดหมายน้อยฮะ
ความคิดเห็นที่ 8
market วันที่ : 06/11/2009 เวลา : 15.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

(0)
ดีจังเลยค่ะ แต่ชอบไปให้คนอื่นทำให้นะคะ เพลินกว่าทำเองเยอะเลย
ความคิดเห็นที่ 7
ศรีนาคา วันที่ : 19/10/2009 เวลา : 15.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/physicaltherapyfreestyle
สบาย สบาย มีที่ไหนไปตรงนั้น สุขทุกวัน เลือกเอา เราทำได้

(0)
ขอบคุณทุกเสียงที่แสดงความคิดเห็นเข้ามาค่ะ

มาเติมสิ่งน่ารู้ไว้ก็ด้วยหวังว่าจะมีผู้นำไปใช้ประโยชน์ได้

เมื่อมีผู้เห็นในสิ่งที่พยายามทำ ก็รู้สึกได้รับแรงใจที่จะทำต่อค่ะ

ขอให้พ้นและห่างไกลอาการนี้กันทุกท่านนะคะ
ความคิดเห็นที่ 6
ภาษาไทย วันที่ : 18/10/2009 เวลา : 16.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy

(0)
ขอบคุณมากค่ะ จะขอคัดลอกไว้บริหารนะคะ
ความคิดเห็นที่ 5
Supawan วันที่ : 18/10/2009 เวลา : 11.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

(0)
ทรมานกับอาการปวดเช่นนี้มากค่ะ ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
ปรัชญาชนบท วันที่ : 18/10/2009 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/j-direk

(0)
เป็นความรู้ดีๆครับ

ธรรมะสวัสดี
ความคิดเห็นที่ 3
veerin วันที่ : 18/10/2009 เวลา : 10.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/veerin

(0)
ขอบคุณมากค่ะ veerin เป็นบ่อยๆ
อาจเพราะใส่ส้นสูงหรือเปล่าไม่รุนะคะ
ความคิดเห็นที่ 2
ศรีนาคา วันที่ : 18/10/2009 เวลา : 10.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/physicaltherapyfreestyle
สบาย สบาย มีที่ไหนไปตรงนั้น สุขทุกวัน เลือกเอา เราทำได้

(0)
เรื่องนี้เหมาะกับผู้กำลังมีปัญหาค่ะ
หลายคน ไปพึ่งยาฉีด เพื่อแก้ปลายเหตุ

ในฐานะนักกายภาพบำบัดที่อยากบอก จึงมาบอกเล่าไว้ค่ะ
การแก้ต้นเหตุ จะหยุดความทุกข์นี้ได้

ขอบคุณคุณHS7NUUที่เข้ามาแวะเยี่ยมค่ะ
รู้ไว้ใช่ว่า คงไม่หนักไปนะคะ
ความคิดเห็นที่ 1
HS7NUU วันที่ : 18/10/2009 เวลา : 09.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/HS7NUU

(0)
อ่านจบ หายเจ็บพอดีครับ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน