• pierra
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ploy9petch@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-13
  • จำนวนเรื่อง : 356
  • จำนวนผู้ชม : 772948
  • จำนวนผู้โหวต : 253
  • ส่ง msg :
  • โหวต 253 คน
<< มกราคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม 2552
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 1355 , 10:24:50 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วิปัสสนูกิเลส ๑๐ คืออะไร? เกิดขึ้นได้อย่างไร? (๓)

ภ.- ในปัญหาข้อนี้ เขาถามอีกว่า วิปัสสนูกิเลสจะไม่เกิดแก่บุคคลเช่นใด? เพราะเหตุอะไร?

อ.- วิปัสสนูกิเลสจะไม่เกิดแก่บุคคล ๓ จำพวก คือ...

   ๑. จะไม่เกิดแก่บุคคลที่เจริญวิปัสสนา ผ่านอุทัพพยญาณไปแล้ว

   ๒. จะไม่เกิดแก่บุคคลที่ไม่ได้เจริญวิปัสสนา คือการปฏิบัตินั้นไม่ใช่ทางของวิปัสสนา

   ๓. จะไม่เกิดแก่บุคคลที่มีความเพียรย่อหย่อน

ภ.- อินทรีย์ ๕ ต้องสม่ำเสมอกันใช่ใหม เช่นถ้าความเพียรอ่อน ไม่สมดุลย์กัน วิปัสสนาปัญญาก็ไม่เกิด หรือถ้าอินทรีย์ ๕ ไม่สม่ำเสมอกัน วิปัสสนูกิเลสก็เกิดขึ้นได้

อ.- ในปัญหาข้อนี้ เขาให้อธิบายเรื่องของวิปัสสนูกิเลสแต่ละข้อๆด้วย คือ ๑. ที่ว่าโอภาส แสงสว่างนั้น มันสว่างอย่างไร หลับตาก็เห็น หรือว่าต้องลืมตาจึงจะเห็น

แสงสว่างคือนิมิต หลับตาอยู่ก็เห็นแสงสว่างขึ้นมา แต่ว่าไม่จริง คือเห็นสว่างไปหมด เวลากลางคืนมืดๆก็เห็นแสงสว่างโล่งโถง เห็นต้นหมากรากไม้ แม้แต่มุ้งที่กางอยู่ก็เห็นหมด

ภ.- มืดๆจะเห็นได้อย่างไร? จะเห็นได้หรือ?

อ.- เห็นได้ค่ะ แต่ว่าไม่จริง ดิฉันเคยเอาไม้ขีดวางไว้ข้างๆตัว พอเห็นแสงสว่างเกิดขึ้นมา ดิฉันก็จับไม้ขีดขึ้นมาดูด้วยตา ก็ไม่เห็นไม่ขีด เพราะมันมืด คือแสงสว่างที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นนิมิต พอเราจะดูด้วยตาก็ไม่เห็น แต่ใจมันทำให้เห็นไปเอง ให้มีความรู้สึกว่าเกิดแสงสว่างขึ้น

ภ.- นิมิตเช่นนี้ ต่างกับนิมิตในฌาณอย่างไร? ในฌาณเขาก็มีนิมิตโอภาสเหมือนกัน

อ.- โอภาสในฌาณนั้น ท่านบอกไว้ว่าอยู่ในฌาณใหน?  กรรมฐานอันใหน? เช่นอุคคหนิมิตจะมีลักษณะอย่างนั้นๆ ถ้าปฐวีกสิณจะมีลักษณะอย่างนั้นๆ ถ้าอาโปกสิณจะมีลักษณะอย่างนั้นๆ เป็นต้น

ภ.- ต่อไปข้อ ๒ เรื่องญาณ คือความรู้มากเกินไปเป็นอย่างไร?

อ.- ที่รู้ว่ามากในวิปัสสนูกิเลสนั้น เพราะทำให้ไม่ได้ปัจจุบัน เช่นนึกถึงเรื่องความรู้ของตนไปต่างๆ จิตใจก็ผ่องใส นึกถึงอะไรๆที่ตนเคยรู้ เคยเข้าใจมาก็แจ่มแจ้งหมด ทำให้เสียปัจจุบันไป

ภ. - ญาณก็คือปัญญามิใช่หรือ?

อ.- ใช่ แต่ปัญญาความรู้เช่นนี้ทำให้เสียปัจจุบัน เช่นรู้ในเรื่องของปริยัติที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมา เป็นต้น

ภ.- พอจะอุปมาได้ใหม ในคำว่าญาณ ความรู้มากเกิดไปนี้

อ.- ก็ได้แก่ปัญญานี่แหละ เช่นศึกษาเล่าเรียนรู้ไว้แล้ว เช่นปริยัติคือ การศึกษาก็เป็นปลิโพธ เพราะคิดไป คำนึงไป ก็ไม่ได้ดูอารมณ์ที่ปรากฏเฉพาะหน้า ผู้ปฏิบัติบางคนไม่รู้ว่าอย่างนี้เป็นวิปัสสนูกิเลส เข้าใจว่าตัวเองถึงธรรมแล้ว เห็นธรรมที่ควรเห็นแล้ว หรือเห็นนิพพานแล้ว เพราะฉะนั้น จึงเป็นมิจฉาญาณ คือรู้ผิด เข้าใจว่าหลุดพ้นแล้ว เขาก็ติดอยู่กับวิปัสสนูกิเลสนั่นเอง


(หนังสือธรรมวิจัย อาจารย์แนบ มหานีรานนท์)


Permalink : http://www.oknation.net/blog/boy-girl




เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น