• pierra
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ploy9petch@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-13
  • จำนวนเรื่อง : 356
  • จำนวนผู้ชม : 772948
  • จำนวนผู้โหวต : 253
  • ส่ง msg :
  • โหวต 253 คน
<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 1774 , 10:14:57 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

นามธรรม กับ รูปธรรม(๑)

ผู้เจริญวิปัสสนาจะต้องกำหนดรู้นาม-รูป เพราะนามรูปนั้น เป็นวัตถุที่ถูกพิสูจน์ด้วยวิปัสสนาปัญญาและนามรูปนี้เอง จะเป็นผู้ให้ความจริงแก่ปัญญาว่า ตนเองนั้น ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา.

ฉะนั้นถ้าปัญญาใด เข้าไปรู้ความจริงของนามรูปว่า ไม่เที่ยง เป็นต้นนั้น โดยที่ได้เข้าไปพิสูจน์แล้วด้วยตนเอง ปัญญานั้น เรียกว่า  "วิปัสสนาปัญญา" เป็น ภาวนาปัญญา ที่จะประหารกิเลสได้แน่นอน

ถ้าปัญญาใด เป็นไปด้วยความคิดนึก หรืออนุมานด้วยการเทียบเคียงเอาตามวัตถุเหล่านั้นแล้วว่า ไม่เที่ยง เป็นต้น โดยอาศัยกาลทั้ง ๓ ปัญญาเหล่านั้น เป็นจินตาปัญญา ปัญญานี้ เป็นแต่เพียงระงับกิเลสได้ด้วยการเปลี่ยนอารมณ์เท่านั้น ดังเช่น คนที่ไม่มีความสบายใจ ก็ไปเที่ยวเตร่เสียบ้าง เล่นการพนัน หรือดื่มสุรา เป็นต้น เพื่อเปลี่ยนอารมณ์ ทำให้จิตใจที่กลัดกลุ้มเศร้าหมองนั้นระงับไปชั่วขณะ แต่ไม่สามารถทำให้กิเลสดับไปโดยเด็ดขาดได้

ถ้าปัญญาใดเกิดขึ้นด้วยการศึกษาเล่าเรียน หรือได้ยินได้ฟัง ปัญญานั้นเรียกว่า "สุตาปัญญา"

สุตาปัญญานี้ จะแก้ความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นจากการที่ไม่ได้ยินได้ฟัง หรือไม่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาเท่านั้น ยังไม่ได้รับผลที่เกิดจากการกระทำที่แน่นอน แต่ที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดก็คือ จะกระทำไม่ผิดหรือปฏิบัติผิดทางธรรมที่สมควรแก่ธรรม

เพราะสุตาปัญญานี้ เป็น"ปริยัติ" จึงเป็นปัจจัยส่งเสริมให้แก่การ"ปฏิบัติ" แล้วการปฏิบัติจึงจะเป็นปัจจัยแก่"ปฏิเวธ"

ฉะนั้น ธรรมทั้งสามนี้ จึงเป็นเหตุผลติดต่อเนื่องกันอยู่เสมอ จะต่างคนต่างอยู่กันไม่ได้ โดยเหตุนี้ เรื่องของวิปัสสนานั้น จึงต้องพร้อมด้วยธรรมเหล่านี้ ดังเช่น...

การศึกษาในวิปัสสนาภูมิ ๖ และย่อภูมิทั้ง ๖ ลงเป็น นาม-รูป เป็นต้น เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยสุตาปัญญา เพราะถ้าขาดการศึกษาปริยัติแล้ว จะย่อภูมิทั้ง ๖ นั้น ลงเป็นนามรูปไม่ได้เลย

เมื่อไม่เข้าใจนามรูป ก็ปฏิบัติวิปัสสนาไม่ได้ เพราะไม่มีกรรมฐาน คือตัวอารมณ์ที่จะกำหนดรู้ หรือไม่มีปริยัตินั่นเอง

เมื่อไม่มีปริยัติ ก็ปฏิบัติไม่ถูก เพราะธรรมทั้ง ๒ นี้ จะต้องมีเหตุผลเนื่องกัน ถ้าผู้ที่ศึกษานามรูปดีแล้ว เมื่อจะลงมือปฏิบัติ คือการกำหนดนามรูปนั้น ก็จะต้องทำให้ถูกต้องตามสติปัฏฐาน และการที่จะเข้าใจสติปัฏฐาน ๔ ได้ดีนั้น ก็ต้องอาศัยปริยัติอีก.


(คู่มือการศึกษา พระอภิธัมมัตถสังคหะ ปริจเฉทที่ ๙ รวบรวมโดย อาจารย์(วิปัสสนา)วรรณสิทธิ ไวทยะเสวี)


Permalink : http://www.oknation.net/blog/boy-girl




เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น