• pierra
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ploy9petch@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-13
  • จำนวนเรื่อง : 356
  • จำนวนผู้ชม : 772948
  • จำนวนผู้โหวต : 253
  • ส่ง msg :
  • โหวต 253 คน
<< มีนาคม 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม 2552
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 1268 , 10:44:58 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อริยวสธรรม ๔ ประการ คือธรรมอันเป็นเครื่องอาศัยของพระอริยเจ้า(๒)

วิริยะ===== ความเพียร....

คำว่า วิริยะ จะมีอยู่ในหลายหมวดธรรมในคำสอนของพระพุทธศาสนา...

เช่นในโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ คือ...

ในสัมมัปปธาน ๔ คือความเพียรต่อกุศลธรรมอย่างแรงกล้า ๔ ประการ

ในอิทธิบาท ๔ คือธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงความสำเร็จ ๔ ประการ คือ...

๑. ฉันทะ, ๒. วิริยะ, ๓.จิตตะ, ๔. วิมังสา.

อินทรีย์ ๕ คือ ๑. สัทธินทรีย์ ๒. วิริยินทรีย์, ๓. สตินทรีย์, ๔. สมาธินทรีย์, ๕. ปัญญินทรีย์.

พละ ๕ คือ ๑. สัทธาพละ, ๒. วิริยพละ, ๓. สติพละ, ๔. สมาธิพละ, ๕. ปัญญาพละ.

โพชฌงค์ ๗ ก็มี วิริยสัมโพชฌงค์ เป็นต้น...

ฉะนั้น วิริยะจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการภาวนา เพราะเหตุนี้จึงได้ชื่อว่า วิริยะภาวนา

วิริยะภาวนาเท่านั้น ที่จะมีความเพียรแก่กล้า สามารถต่อสู้กับโกสัชชะในการเจริญสติปัฏฐานได้

วิริยะชนิดนี้ จะเห็นได้ว่าในปัจจุบัน กำลังจะสูญสิ้นไปเสียแล้ว เพราะคนโดยมาก แม้จะรู้อยู่ว่า เรามีมหาภัย คืออบายภูมิ ๔ รอรับอยู่เบื้องหน้าก็จริง แต่เราก็ไม่สามารถที่จะประหารโกสัชชะธรรม ความเกียจคร้านนี้เสียได้

ฉะนั้น ต้องเร่งสร้างวิริยะภาวนาให้ปรากฏ จึงจะสามารถต่อสู้กับโกสัชชะธรรมนี้ได้


Permalink : http://www.oknation.net/blog/boy-girl




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
feng_shui วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 19.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

แวะมาสดับธรรม รอบค่ำค่ะ


.
หนีห่าว

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 19.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....

วิริยะภาวนาเท่านั้น
ที่จะมีความเพียรแก่กล้า
สามารถต่อสู้กับโกสัชชะในการเจริญสติปัฏฐานได้
^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^
สาธุค่ะ
แจ่มชัดขึ้นที่ใจอีกระดับค่ะ
ทำให้ฉุกคิดว่า
ควรทำอย่างไร
โกสัชชะจึงจะมีกำลังถดถอยลง

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 16.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ขอบคุณค่ะ สำหรับบทความ และคำตอบในความเห็น ที่ช่วยให้เข้าใจได้ดีขึ้นค่ะ

"กำลังของวิริยะในหมวดธรรมต่างๆขึ้นอยู่กับฉันทะ ความพอใจ
และจิตตะที่ฝักฝ่ายในอารมณ์นั้นเป็นพิเศษ
รวมทั้งปัญญาที่ไตร่ตรองในอารมณ์นั้นๆด้วย"

(ที่จริงต้องขอบคุณรวมไปถึงน้องดอกไม้ฯ คนถามด้วยซีคะ)

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ดอกไม้ในขุนเขา วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 13.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebeautyofsunlight

มาขอบคุณพี่อาจารย์ค่ะ
ที่ทำให้น้องมีความเห็นถูกเข้าใจถูกมากขึ้น

และมาขำความเห็นที่ 3 ของป้าอภัยด้วย เป็นเช่นนั้นจริงๆ สำหรับปุถุชน

ผู้ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนเป็นอันดีแล้ว และพิจารณะธรรมตามความเป็นจริง จึงจะเข้าใจสภาวะนี้ (ตามความเห็นที่ 6 ของพี่น่ะค่ะ) ...เมตตาและขันติ...

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
pierra วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 12.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pierra
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ...ธรรมทาน ย่อมชนะทานทั้งปวง

โลกนี้จะไม่ว่างจากพระอรหันต์....
ถ้า.....พระธรรม ๘๔๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ยังมีอยู่อย่างครบถ้วนสมบูรณ์

แต่ขณะนี้พระธรรมคำสอนเหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง หรือเหลืออยู่น้อยเต็มที
เพราะอะไร?
เพราะชาวพุทธไม่ได้สนใจศึกษาเล่าเรียนในธรรมที่ควรรู้ยิ่ง
ธรรมที่เป็นเครื่องดับทุกข์...ธรรมที่สามารถนำตนให้ออกจากสังสารวัฏฏได้...
คือให้ออกจากการเวียนว่ายตายเกิดได้

อีกไม่นาน พระธรรมของพระบรมศาสดาจะเหลือแค่บทสวดพระอภิธรรมในงานศพ...
เพราะมีคนตายทุกวัน???

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
pierra วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 11.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pierra
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ...ธรรมทาน ย่อมชนะทานทั้งปวง

คุณดอกไม้ฯ

กำลังของวิริยะในหมวดธรรมต่างๆขึ้นอยู่กับฉันทะ ความพอใจ
และจิตตะที่ฝักฝ่ายในอารมณ์นั้นเป็นพิเศษ
รวมทั้งปัญญาที่ไตร่ตรองในอารมณ์นั้นๆด้วย

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
pierra วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 11.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pierra
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ...ธรรมทาน ย่อมชนะทานทั้งปวง

ความคิดเห็นที่ 9
ดอกไม้ในขุนเขา วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 09.53 น.
http://www.oknation.net/blog/thebeautyofsunlight
ip : 58.8.88.100/58.8.88.100


กราบสวัสดีตอนเช้าค่ะพี่อาจารย์

วันนี้น้องอยากทราบปัญหาคาใจเรื่องหนึ่ง เพื่อประดับสติปัญญา รบกวนพิจารณาปัญหาของน้องด้วยนะคะ

เคยถามท่านหนึ่งว่า พระอนาคามีและพระอรหันต์สามารถเชยชมพระนิพพานได้ด้วยการเข้านิโรธสมาบัติ ใช่หรือไม่?

น้องสงสัยว่าในนิโรธสมาบัตินั้นมีอะไรเป็นอารมณ์หรือไม่เพราะดับจิตและเจตสิกทั้งหมด

ท่านนั้นตอบว่าเพราะดับจิตและเจตสิกจึงไม่มีอะไรๆ เป็นอารมณ์เลย ไม่ทราบว่าท่านนี้ตอบถูกหรือไม่คะ

กราบขอบพระคุณค่ะ
---------------------------------------------
นิโรธสมาบัติ หมายถึงการเข้าสู่ความดับของนามขันธ์
คือ จิตและเจตสิกดับสนิทหมด แม้อารมณ์ใดๆก็ไม่มี
ขณะนั้นเป็นความสงบอันยอดเยี่ยม
พระอนาคามี และพระอรหันต์ทั้งหลายที่ได้สมาบัติ ๘
นิยมเข้านิโรธสมาบัติเหมือนกับฝึกหัดเข้าปรินิพพาน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
forgive วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 11.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tocare
Forgive others and you will be forgiven.

ป้าอภัยมีฉันทะ เป็นช่วงๆ ค่ะ
วิริยะ ก็เลยเป็นช่วงเหมือนกัน.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ดอกไม้ในขุนเขา วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 11.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebeautyofsunlight

วิริยะ ในอินทรย์ ในพละ ในสัมโพชงค์นั้น ต่างกันเพียงกำลังคือมากน้อยใช่มั้ยคะ?
น้องเข้าใจถูกหรือเปล่า

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ดอกไม้ในขุนเขา วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 10.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebeautyofsunlight

กราบสวัสดีตอนเช้าค่ะพี่อาจารย์

ไชโยมาเป็นคนแรกเลย

"วิริยะชนิดนี้ จะเห็นได้ว่าในปัจจุบัน กำลังจะสูญสิ้นไปเสียแล้ว เพราะคนโดยมาก แม้จะรู้อยู่ว่า เรามีมหาภัย คืออบายภูมิ ๔ รอรับอยู่เบื้องหน้าก็จริง แต่เราก็ไม่สามารถที่จะประหารโกสัชชะธรรม ความเกียจคร้านนี้เสียได้ "

ต้องขอสารภาพว่า น้องเป็นหนึ่งในจำนวนคนโดยมากนี้ด้วยค่ะ

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น