• pierra
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ploy9petch@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-13
  • จำนวนเรื่อง : 356
  • จำนวนผู้ชม : 772948
  • จำนวนผู้โหวต : 253
  • ส่ง msg :
  • โหวต 253 คน
<< เมษายน 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 28 เมษายน 2552
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 1683 , 13:21:16 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พระนิพพาน ชื่อว่า นิปปปัญจธรรม

ธรรม ๓ อย่าง คือ ตัณหา, มานะ, และทิฏฐิ ชื่อว่า ปปัญจธรรม

เพราะอรรถว่า เป็นเครื่องเนิ่นช้าในสังสารวัฏแห่งสัตว์ทั้งหลาย

พระนิพพาน ชื่อว่า นิปปปัญจธรรม โดยนิปริยาย

เพราะอรรถว่า เป็นที่ไปปราศปปัญจธรรมเหล่านั้น

ส่วนมรรค ๔ มีโสดาปัตติมรรค เป็นต้น ชื่อว่า นิปปปัญจธรรม

โดยเกี่ยวกับเป็นอุบายบรรลุพระนิพพาน และมีพระนิพพานนั้นเป็นอารมณ์

แม้สามัญผล ๔ มีโสดาปัตติผล เป็นต้น ก็ชื่อว่า นิปปปัญจธรรม

โดยเกี่ยวกับความสำเร็จ คือการได้บรรลุพระนิพพานตามอุบายนั้น และมีพระนิพพานนั้นเป็นอารมณ์

พระเถระกล่าวถึงเพียงบางส่วน คือ สามัญผล ๔ เท่านั้น

ในสามัญผล ๔ อย่างนั้น

ผลคือความเป็นพระโสดาบัน ชื่อว่า โสดาปัตติผล,

ผลคือความเป็นพระสกทาคามี ชื่อว่า สกทาคามิผล,

ผลคือความเป็นพระอนาคามี ชื่อว่า อนาคามิผล,

ผลคือความเป็นพระอรหันต์ ชื่อว่า อรหัตตผล.

เมื่อพระพุทธเจ้าทรงแนะนำให้ยินดีเฉพาะในนิปปปัญจธรรม และนิปปปัญจธรรมได้แก่สามัญผล ๔ อย่างเท่านั้น อย่างนี้ไซร้

เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เป็นอันว่า กิจอื่นๆทั้งหลาย มีการเรียน การสอบถาม เป็นต้น

อันนอกไปจากการปฏิบัติเพื่อบรรลุนิปปปัญจธรรม ล้วนจัดว่าเป็นกิจที่ไม่ควรทำ

เพราะเหตุไร? ภิกษุทั้งหลายจึงยังขวนขวายทำกิจที่ไม่สมควรทำเหล่านั้นกันอยู่เล่า?



เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น