• pierra
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ploy9petch@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-13
  • จำนวนเรื่อง : 356
  • จำนวนผู้ชม : 772948
  • จำนวนผู้โหวต : 253
  • ส่ง msg :
  • โหวต 253 คน
<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม 2552
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 6691 , 15:52:55 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สังขารุเบกขาญาณ(ญาณที่ ๑๑ เป็นยอดแห่งวิปัสสนาในขั้นโลกีย์)

ชื่อว่า"สังขารุเบกขาญาณ" เพราะว่า ญาณนี้เป็นญาณที่วางเฉยต่อสังขาร คือ "นามรูป" นั่นเอง

คำว่า"วางเฉย"นั้นหมายความว่า วางใจเป็นกลาง ไม่มีความยินดียินร้ายในนามรูปทั้งปวง ในการที่ได้รับอารมณ์เช่นนี้ ก็เพราะเหตุว่า ปัญญาที่ได้พิจารณาเห็นความจริงมาแล้วในญาณต้นๆนั้น มีกำลังแก่กล้าขึ้นด้วยอำนาจที่เข้าไปเห็นความไม่มีสาระแก่นสาร และเข้าไปเห็นความว่างเปล่าจากตัวตนในเบญจขันธ์โดนอาการ ๑๒ นัย

คือ เห็นเบญจขันธ์นี้ มิใช่สัตว์ มิใช่บุคคล มิใช่ชีวะ มิใช่ตน และไม่มีตัวตน มิใช่เรา มิใช่ของเรา มิใช่ของคนอื่น มิใช่หญิง มิใช่ชาย มิใช่สิ่งที่ยั่งยืน มิใช่สิ่งที่ควรจะยินดี.

สังขารุเบกขาญาณเกิด พระโยคาวจรครั้นกำหนดสังขาร ยกขึ้นสู่ไตรลักษณ์ไปอย่างนี้อยู่ ย่อมละทิ้งความกลัวและความยินดีได้เสียแล้ว เป็นผู้เป็นกลางวางเฉยในสังขารทั้งหลาย ไม่ถือว่าเป็นเรา เป็นของเราก็ดี ดังบุรุษผู้มีภรรยาอันหย่าขาดกันแล้ว ฉะนั้น

พระโยคาวจรก็ฉันนั้นเหมือนกัน เป็นผู้ใคร่จะพ้นไปจากสังขารทั้งปวง จึงกำหนดสังขารทั้งหลายด้วยปฏิสังขานุปัสสนาไป จนไม่เห็นความที่สังขารทั้งปวงเป็นสิ่งที่น่าถือเอาว่าเป็นเรา เป็นของเราแล้ว

เมื่อรู้อย่างนั้น เห็นอย่างนั้น จิตย่อมถอย ย่อมหดกลับ ไม่ยื่นไปในภพ ๓, กำเนิด ๔, คติ ๕, วิญญาณฐีติ ๗, สัตตาวาส ๙, มีความวางเฉยในสังขารทั้งหลาย เป็นอุเบกขา

เหมือนหยาดน้ำที่ตกลงไปในใบบัวที่ลาดเอียงหน่อยหนึ่ง ย่อมถอยกลับไม่กลิ้งยึดไปในใบบัวฉันใด ก็ฉันนั้น หรือเหมือนขนไก่ถูกไฟเข้าย่อมหดกลับ ไม่เหยียดไปในไฟฉันใด จิตของพระโยคาวจรนั้น ย่อมถอย ย่อมหด ย่อมกลับ ไม่เหยียดไปในภพ ๓ เป็นต้น ฉันนั้น.

ปัญญาในสังขารุเบกขาญาณนี้ ท่านถือว่า เป็นยอดของวิปัสสนาในขั้นโลกีย์ เพราะญาณชั้นนี้ เป็นญาณที่สำคัญที่จะเป็นปัจจัยส่งให้ถึงวิถีของมรรคผล หรือเป็นปัจจัยที่จะส่งให้เป็นพระอริยบุคคลก็ได้ ฉะนั้น ท่านจึงเรียกวิปัสสนาญาณนี้ว่า "วุฏฐานคามินี" เป็นเครื่องออก หรือเป็นทางออก หรือเป็นที่ตั้งของทางออก

คำว่า "ออก" ในที่นี้ หมายถึง "ออกจากทุกข์" หรือออกจาก"กิเลส" หรือออกจาก"สังสารวัฏฏ์" ก็มีเนื้อความนัยเดียวกัน

ส่วนอริยมรรคนั้น ท่านเรียกว่า"วุฏฐานะ" เพราะเป็นธรรมที่ออกแล้ว โดยเหตุนี้ ท่านจึงถือว่า สังขารุเบกขาญาณนี้ เป็นธรรมเครื่องออก เพราะสังขารุเบกขาญาณนี้ มีปัญญาแก่กล้า ประหารกิเลสให้เบาบางมาก เห็น"พระไตรลักษณ์"เด่นชัดมาก และมีฉันทะอันแรงกล้าที่จะได้ซึ่ง"พระนิพพาน"

(คู่มือการศึกษา วิสุทธิมัค และพระอภิธัมมัตถสังคหะ รวบรวมโดย อาจารย์(วิปัสสนา)วรรณสิทธิ์ ไวทยะเสวี)


Permalink : http://www.oknation.net/blog/boy-girl 




เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น