• pierra
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ploy9petch@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-13
  • จำนวนเรื่อง : 356
  • จำนวนผู้ชม : 772948
  • จำนวนผู้โหวต : 253
  • ส่ง msg :
  • โหวต 253 คน
<< กรกฎาคม 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม 2552
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 2475 , 16:25:06 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

การเกิดขึ้นของภพใหม่

ลำดับต่อไปนี้ จะอธิบายการเกิดขึ้นของภพใหม่เรื่อยไปด้วยตัณหาที่เรียกว่า "โปโนภวิกา" (ตัณหาที่ก่อให้เกิดภพใหม่)

ตัณหามีลักษณะทำให้เพลิดเพลินและผูกพัน ผู้คนจึงมักจะเพลิดเพลินในภพ และอารมณ์ต่างๆที่ได้มา อีกทั้งต้องการให้ภพและอารมณ์นั้นๆมั่นคงถาวร จึงพยายามทำกรรมต่างๆ เพื่อให้ได้อารมณ์ที่ต้องการ เจตนาหรือกรรมเหล่านี้มีทั้งกุศลและอกุศลตามสมควร ซึ่งเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดภพใหม่

เมื่อบุคคลใกล้จะตาย จะมีกรรมอารมณ์ทั้งดีและชั่วที่ได้เคยกระทำมาปรากฏให้เห็นทางใจ หรือมิฉะนั้นแล้วจะมีกรรมนิมิต คือเครื่องหมายของกรรมที่ได้เคยทำไว้ในอดีต เช่น รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส หรือความคิดอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เกี่ยวกับกรรมในอดีต หรือมิฉะนั้นก็จะมีคตินิมิต คือเครื่องหมายของภพใหม่ที่ผลของกรรมจะนำไปเกิด

กรรมอารมณ์ กรรมนิมิต หรือคตินิมิต ซึ่งปรากฏแก่บุคคลในขณะใกล้จะเสียชีวิตนั้น จะถูกตัณหายึดไว้มั่นจนไม่สามารถสลัดออกจากใจได้ เหมือนเงาภูเขาที่ทอดไปปกคลุมแผ่นดิน กรรมอารมณ์ กรรมนิมิต และคตินิมิต ก็แผ่คลอบคลุมจิตในขณะใกล้จะเสียชีวิต (มรณาสันนชวนะ คือชวนะจิตใกล้ตาย หรืออภิสังขารวิญญาณ คือจิตปรุงแต่งปฏิสนธิ)

พระพุทธองค์ตรัสไว้ในอังคุตตรนิกายว่า...

อิติ โข อานนฺท กมฺมํ เขตฺตํ. วิญฺญาณํ พีชํ.ตณฺหา เสนโห.

(องฺ. ติก. ๒๐.๗๗.๒๑๗)

"อานนท์ ด้วยเหตุนี้แล กรรมจึงชื่อว่าเป็นไร่นา

วิญญาณชื่อว่าเป็นเมล็ดพืช ตัณหาชื่อว่าเป็นความชุ่มชื้น"

เรื่องนี้มีอธิบายว่า กรรมดีและกรรมชั่วเหมือนไร่นาอันเป็นที่เพาะปลูก อภิสังขารวิญญาณ คือจิตปรุงแต่งปฏิสนธิที่ประกอบด้วยเจตนาในขณะใกล้ตาย ซึ่งเหมือนกับเจตนาในขณะทำกรรมครั้งก่อน เหมือนเมล็ดพืช. ตัณหาคือความเพลิดเพลินในอารมณ์ต่างๆ เหมือนความชุ่มชื้น. ในขณะใกล้ตายนั้น ชวนะจิตที่ปรุงแต่งปฏิสนธิ ได้รับเอากรรมอารมณ์ กรรมนิมิต และคตินิมิตเป็นอารมณ์ อีกทั้งตัณหาที่พอใจกรรมอารมณ์ เป็นต้นนั้น ย่อมก่อให้เกิดปฏิสนธิจิตในภพใหม่ ด้วยการอุปถัมภ์ของชวนะจิตดังกล่าว

การเกิดใหม่เกิดจากปัจจัย ๒ อย่างประกอบกันคือ กรรม และตัณหา แต่หากไม่มีตัณหา ลำพังกรรมเพียงอย่างเดียวไม่อาจนำให้ปฏิสนธิได้ เพราะไม่มีตัณหาอุปถัมภ์ค้ำจุน ดังนั้น พระพุทธองค์จึงไม่ตรัสว่าเหตุให้เกิดทุกข์ คือกรรม แต่ตรัสว่า คือตัณหา เพื่อแสดงถึงมูลเหตุของการเกิดทุกข์

พระอรหันต์เป็นบุคคลที่กำจัดตัณหาได้โดยสิ้นเชิง กรรมดีหรือกรรมชั่วในอดีตของท่านเหล่านั้น จะส่งผลจนถึงเวลาปรินิพพานในชาติสุดท้ายเท่านั้น โดยไม่ส่งผลให้ปฏิสนธิอีก เช่น พระสีวลีผู้มีลาภมาก,พระพากุละผู้มีสุขภาพดี, หรือพระโลสกติสสะผู้ไม่อาจฉันอาหารอิ่มท้องสักมื้อหนึ่ง,พระโมคคัลานะถูกโจรทุบจนเสียชีวิต แต่กรรมเก่าของพระอรหันต์เหล่านี้ไม่ก่อให้เกิดภพใหม่ เพราะท่านไม่มีตัณหาและอภิสังขารวิญญาณ ที่เป็นมูลเหตุให้เกิดอีก เนื่องจากตัณหาเป็นมูลเหตุที่สำคัญของการเกิดใหม่ พระพุทธองค์จึงได้ตรัสว่า ตัณหามีลักษณะก่อให้เกิดภพใหม่ (โปโนภวิกา)

ตราบใดที่ตัณหายังมิได้ถูกขจัดไปด้วยการอบรมอริยมรรคมีองค์ ๘ ก็จะเป็นเหตุให้เกิดภพใหม่อยู่เรื่อยไป

เมื่อตัณหาถูกโลกุตตรมรรคทำลายไปด้วยการอบรมอริยมรรคข้างต้น การเกิดในภพใหม่ก็จะไม่มีอีก ดังนั้น พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลาย จึงมีการพิจารณาในปัจจเวกขณญาณว่า "ภพนี้เป็นภพสุดท้าย ภพใหม่ไม่มีอีกแล้ว".

(หนังสือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร)


 

Permalink : http://www.oknation.net/blog/boy-girl 

    




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ซันญ่า วันที่ : 16/07/2009 เวลา : 16.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  


สาธุ..สาธุ..สาธุ......

........................

"อานนท์ ด้วยเหตุนี้แล กรรมจึงชื่อว่าเป็นไร่นา

วิญญาณชื่อว่าเป็นเมล็ดพืช ตัณหาชื่อว่าเป็นความชุ่มชื้น"

..............

นี้เองหนอ ที่เป็นชาติ ภพ......

.............

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น