• pierra
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ploy9petch@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-13
  • จำนวนเรื่อง : 356
  • จำนวนผู้ชม : 772948
  • จำนวนผู้โหวต : 253
  • ส่ง msg :
  • โหวต 253 คน
<< ธันวาคม 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 15 ธันวาคม 2552
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 1824 , 11:23:02 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พระภิกษุผู้เป็นชินบุตร พึงเป็นผู้ไม่ขวนขวายในการบูชาสรีระของตถาคต

อพฺยาวฏา  ตุเมห  อานนฺท 

โหถ  ตถาคตสฺส  สรีรปูชาย

นี่แนะ อานนท์ ขอพวกเธอจงเป็นผู้ไม่ขวนขวาย

ในการบูชาสรีระของตถาคตเถิด

(ที. มหา. ๑๐/๑๖๔)

พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า...การบูชานี้ไม่ใช่การงานของภิกษุผู้เป็นชินบุตรทั้งหลาย. การพิจารณาสังขาร, โยนิโสมนสิการ(การพิจารณาอารมณ์โดยแยบคาย) การตามพิจารณาในสติปัฏฐาน, การถือเอาแต่แก่นอารมณ์, การรบกับกิเลส, การบำเพ็ญประโยชน์ตน, ข้อนี้ต่างหาก เป็นกิจที่ภิกษุผู้เป็นชินบุตรทั้งหลายพึงกระทำ.

ส่วนการบูชา เป็นกิจที่พวกเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายที่เหลือพึงกระทำ ฉันนั้นเหมือนกัน.

ดังที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้อีกตอนหนึ่งว่า...

ปูเชเถ  นํ  ปูชนิยสฺส  ธาตํ

เอวํ  กิร  สคฺคมิโต  คมิสฺสถ

ขอท่านทั้งหลาย จงบูชาพระธาตุของพระผู้มีพระภาคผู้ควรบูชานั้นเถิด

เพราะว่าพวกท่านทำอย่างนี้ ละจากโลกนี้แล้วก็จักไปสวรรค์

(ขุ. วิ. ๒๖/๑๕๒)

คำว่า พระธาตุ ได้แก่ พระอัฏฐิธาตุ.

คำว่า การบูชาเป็นกิจที่พวกมนุษย์และเทวดาที่เหลือพึงทำ ความว่า การบูชามีการกราบไหว้ การตั้งดอกไม้และของหอมประทีป เป็นต้น เป็นกิจที่บุคคลที่เหลือ กล่าวคือมนุษย์และเทวดา ผู้มิใช่สมณศากยบุตรพึงทำ คือพึงขวนขวาย เพราะเหตุไร เพราะบุคคลเหล่านี้โดยมากปรารถนาความสุขในมนุษย์สมบัติบ้าง ในสวรรค์สมบัติบ้าง มิได้ปรารถนาพระนิพพานเหมือนอย่างภิกษุผู้เห็นภัยในสังสารวัฏ ผู้บวชด้วยศรัทธาทั้งหลาย.

คำว่า การถือเอาแต่แก่นอารมณ์ ความว่า อารมณ์ที่มีจริงเป็นจริงโดยสภาวะ ปลอดพ้นจากสมมติว่า สัตว์ บุคคล หญิงชาย อัตตา สิ่งที่เนื่องกับอัตตา อันได้แก่ ขันธ์ ธาตุ และอายตนะทั้งหลาย ชื่อว่า "แก่นอารมณ์" พระภิกษุผู้เป็นชินบุตร ย่อมขวนขวายในการถือเอาแก่นอารมณ์นั้นด้วยญาณ.

มีอรรถาธิบายว่า ย่อมขวนขวายในอันทำญาณรอบรู้ขันธ์ เป็นต้นนั้น ให้เกิดขึ้น.

คำว่า จงอย่าประกอบในการงานที่ไม่สมควร คือจงอย่าประกอบในกิจทั้งหลาย ที่ไม่เกื้อกูลแก่การละกิเลส และในกิจทั้งหลายที่เกื้อกูลแก่กิเลส.

คำว่า จงประกอบแต่ในการงานที่สมควรเหล่านี้เท่านั้น คือจงประกอบแต่ในกิจที่เกื้อกูลแก่การละกิเลส และในกิจทั้งหลายที่ไม่เกื้อกูลแก่กิเลส เหล่านี้ คือ "การพิจารณาสังขาร" เป็นต้น.

(หนังสือมิลินทปัญหา มูลนิธิปรานี สำเริงราชย์ อาจารย์ไชยวัฒน์ กปิลกาญจน์)


 



เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น