• pierra
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ploy9petch@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-13
  • จำนวนเรื่อง : 356
  • จำนวนผู้ชม : 772948
  • จำนวนผู้โหวต : 253
  • ส่ง msg :
  • โหวต 253 คน
<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 24 กันยายน 2553
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 3755 , 10:28:21 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พระองคุลิมาลบรรลุพระอรหันต์

ในกาลครั้งนั้น....ท่านพระองคุลิมาลออกจากหมู่อยู่แต่ผู้เดียว เป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร มีตนส่งไปแล้วอยู่ ไม่นานนักก็กระทำให้แจ้งซึ่งที่สุดแห่งพรหมจรรย์ อันไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ที่กุลบุตรทั้งหลายที่ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตต้องการ ด้วยปัญญาอันยิ่งในปัจจุบัน แล้วเข้าถึงอยู่ได้รู้ชัดว่า...

ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มีอีก.

ก็ท่านพระองคุลิมาลได้เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง ในจำนวนพระอรหันต์ทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้

สมัยนั้น...ในเวลาเช้าท่านพระองคุลิมาลได้เข้าไปบิณฑบาตรในพระนครสาวัตถี ก็เวลานั้น ก้อนดิน ท่อนไม้ ก้อนกรวด ที่บุคคลขว้างไปแม้โดยทางอื่น ก็มาตกลงที่กายของท่านพระองคุลิมาล ท่านพระองคุลิมาลศรีษะแตก โลหิตไหล บาตรก็แตก ผ้าสังฆาติก็ฉีกขาด เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าถึงที่ประทับ พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทอดพระเนตร เห็นท่านพระองคุลิมาลเดินมาแต่ไกล ครั้นแล้วได้ตรัสกับท่านพระองคุลิมาลว่า...

เธอจงอดกลั้นไว้เถิด...เธอจงอดกลั้นไว้เถิด... เธอได้เสวยผลกรรม ซึ่งเป็นเหตุจะให้เธอพึงหมกไหม้อยู่ในนรกตลอดปีเป็นอันมาก ตลอดร้อยปีเป็นอันมาก ตลอดพันปีเป็นอันมาก ก็แต่ในปัจจุบันนี้เท่านั้น...

ครั้งนั้น...ท่านพระองคุลิมาลไปในที่เร้นลับอยู่เสวยวิมุตติสุข ได้เปล่งอุทานในเวลานั้นว่า...

ผู้ใด เมื่อก่อนประมาท เขาย่อมยังโลกนี้ให้สว่าง

ดังพระจันทร์ ซึ่งพ้นแล้วจากเมฆ ฉะนั้น

ผู้ใด ทำกรรมอันเป็นบาปแล้ว ย่อมปิดเสียได้ด้วยกุศล

ผู้นั้น ย่อมยังโลกนี้ให้สว่าง ดุจพระจันทร์ซึ่งพ้นแล้วจากเมฆ ฉะนั้น

ภิกษุใดแลยังเป็นหนุ่ม ย่อมขวนขวายในพระพุทธศาสนา

ภิกษุนั้น ย่อมยังโลกนี้ให้สว่าง ดุจพระจันทร์ซึ่งพ้นแล้วจากเมฆ ฉะนั้น

ขอศัตรูทั้งหลายของเราจงฟังธรรมกถาเถิด

ขอศัตรูของเราจงขวนขวายในพระพุทธศาสนาเถิด

ขอมนุษย์ทั้งหลายที่เป็นศัตรูของเรา

จงคบสัตบุรุษผู้ชวนให้ถือธรรมเถิด

ขอจงคบความผ่องแผ้วคือขันติ ความสรรเสริญคือเมตตาเถิด

ขอจงฟังธรรมตามกาล และจงกระทำตามธรรมนั้นเถิด

ผู้ที่เป็นศัตรูนั้น ไม่พึงเบียดเบียนเรา หรือใครๆอื่นนั้นเลย

ผู้ถึงความสงบอย่างยิ่งแล้ว พึงรักษาไว้ซึ่งสัตว์ที่สะดุ้งและที่มั่นคง

คนทดน้ำย่อมชักน้ำไปได้ ช่างศรย่อมดัดลูกศรได้

ช่างถากย่อมถากไม้ได้ ฉันใด บัณฑิตทั้งหลายย่อมทรมานตนได้ ฉันนั้น.

ในธรรมบทกล่าวว่า ครั้นพระองคุลิมาลเปล่งอุทานแล้ว ก็ปรินิพพานด้วย"อนุปาทิเสสนิพพานธาตุ" ภิกษุทั้งหลายสนทนากันในโรงธรรมว่า...

ผู้มีอายุ พระเถระบังเกิดแล้วที่ใหนหนอแล? เมื่อพระศาสดาเสด็จมา จึงพากันกราบทูลถาม พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า...

ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย บุตรของเราปรินิพพานแล้ว เมื่อภิกษุทั้งหลายทูลถามว่า ท่านพระองคุลิมาลเถระฆ่ามนุษย์มีปริมาณมากมายเช่นนั้น ปรินิพพานแล้วหรือ พระเจ้าข้า..พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า"อย่างนั้น"

ภิกษุทั้งหลาย เพราะองคุลิมาลไม่ได้"กัลยาณมิตร"สักคนหนึ่ง จึงทำบาปมีปริมาณเท่านี้ในกาลก่อน แต่ภายหลัง"เธอได้กัลยาณมิตรเป็นปัจจัย" จึงได้เป็นผู้ไม่ประมาท บาปกรรมนั้นอันบุตรของเราละได้แล้วด้วยกุศล...ดังนี้แล้ว ตรัสพระคาถานี้ว่า...

บุคคลใด ละบาปกรรมที่ตนทำไว้แล้วด้วยกุศล

บุคคลนั้น ย่อมยังโลกนี้ให้สว่าง

เหมือนดวงจันทร์พ้นแล้วจากเมฆ ฉะนั้น

ในเวลาจบเทศนา ชนเป็นอันมากบรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดาปัตติผล เป็นต้น.


Permalink : http://www.oknation.net/blog/boy-girl 




เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น