• pierra
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ploy9petch@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-13
  • จำนวนเรื่อง : 356
  • จำนวนผู้ชม : 772948
  • จำนวนผู้โหวต : 253
  • ส่ง msg :
  • โหวต 253 คน
<< พฤษภาคม 2011 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 24 พฤษภาคม 2554
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 3025 , 12:22:06 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน feng_shui , พันธุ์สังหยด และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

แสดงความตาย ๔ ประการ(จบ)

๔. อุปเฉทกมรณะ
อุปเฉทกมรณะ คือการตายโดยกรรมเข้าไปตัดรอน ได้แก่ การตายเพราะประสบอุปัทวเหตุ โดยการตายยังไม่สิ้นอายุ และสิ้นกรรม มีวจนัตถะแสดงว่า

อุปจฺฉินฺตีติ - อุปจฺเฉทกํ
แปลความว่า กรรมอันใดย่อมเข้าไปตัดวิบาก และกรรมชรูป ที่เกิดจากชนกกรรม ฉะนั้น กรรมนั้น ชื่อว่า"อุปัจเฉทก" ได้แก่ อกุศลกรรมบท ๑๒ มหากุศลกรรม ๘ และอรหัตมรรคกรรม ๑

อุปจฺเฉทกกมฺมมุนา  มรณํ - อุปจฺเฉทกมรณํ
การตายเพราะกรรมเข้าไปตัดวิบากและกรรมชรูป ชื่อว่า "อุปัจเฉทกมรณะ"


หมายความว่า ผู้ที่มีอายุยังไม่ถึงขีดอายุขัย และอำนาจของชนกกรรมก็ยังไม่หมด แต่ด้วยอำนาจของอกุศลกรรม หรือกุศลกรรมที่ได้ทำแล้วในภพก่อนหรือภพนี้ เข้ามาตัดรอนให้ตายลงเสียก่อน ในสมัยที่ยังไม่ถึงเวลา เพราะความหิวกระหาย, ถูกไฟใหม้, ถูกวางยา, ถูกอาวุธ ตลอดจนโรคภัยไข้เจ็บต่างๆเบียดเบียน เหล่านี้ ชื่อว่า เป็นอุปัจเฉทกมรณะ
อุปมาความตายของสัตว์ทั้งหลาย ด้วยเหตุ ๔ อย่าง ดังกล่าวแล้ว ก็เหมือนดวงประทีปที่จุดตามไว้ ดวงประทีปย่อมดับลงได้ด้วยอาศัยเหตุ ๔ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ ดับด้วยใส้หมด, ดัวยด้วยน้ำมันหมด,ดับด้วยใส้และน้ำมันทั้งสองหมด และดับลงด้วยถูกลมพัด หรือถูกเป่าให้ดับ ดวงประทีปเปรียบเหมือนชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย ความดับของดวงประทีปนั้น เหมือนกับความดับของชีวิต
คือความตายที่สิ้นสุดลงในภพหนึ่งๆ ผู้ที่สิ้นชีวิตลงโดยหมดอายุขัย ก็เหมือนดวงประทีปที่ดับลงเนื่องจากใส้หมด แต่น้ำมันยังมีอยู่ ผู้ที่สิ้นชีวิตลงโดยกรรม เหมือนดวงประทีปดับลง เพราะน้ำมันหมดแต่ใส้ยังมีอยู่ ผู้ที่สิ้นชีวิตลงโดยหมดทั้งอายุและกรรม ก็เหมือนดวงประทีปนั้นดับลง เพราะใส้และน้ำมันหมดทั้งสองอย่าง ผู้ที่สิ้นชีวิตลงโดยประสบอุปัทวเหตุต่างๆ ก็เหมือนดวงประทีปดับ เพราะถูกลมพัดหรือถูกเป่าให้ดับ โดยที่ใส้และน้ำมันยังอยู่
ความตายทั้ง ๔ อย่างนี้ ถ้าตายโดยอายุขยมรณะ, กัมมักขยมรณะ, อุภยักขยมรณะ ทั้ง ๓ อย่างนี้ เรียกว่า กาลมรณะ คือเป็นการตายชนิดที่ถึงเวลาแล้ว ส่วนผู้ที่ตายโดยอุปัจเฉทกมรณะ เรียกว่า อกาลมรณะ คือเป็นการตายที่ยังไม่ถึงเวลา
อกาลมรณะ คือการตายที่ยังไม่ถึงเวลานี้ แม้จะตายด้วยประสบอุปัทวเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งก็ตาม ย่อมละเว้นจากอดีตกรรมเสียไม่ได้ หมายความว่า จะต้องมีเหตุอดีตเป็นผู้อุดหนุน และมีเหตุปัจจุบันเป็นผู้จัดการ  ดังในสังยุตตบาลีว่า....

"อิธ มหาราช โย ปุพฺเพ ปเร ชิฆจฺฉาย มาเรติ
โส พหูนิ วสฺสสตสหสฺสานิ ชิฆจฺฉาย ปิฬิโต ฉาโต ฯลฯ
ชิฆจฺฉาเยว มรติ ทหโรปิ มหลฺลโกปิ ฯ"
"ดูก่อน มหาราชา ในโลกนี้ผู้ใดทำให้ผู้อื่นตายลงด้วยการอดข้าว ผู้นั้นแม้ยังอยู่ในวัยเด็กก็ตาม วัยหนุ่มสาวก็ตาม วัยชราก็ตาม ย่อมได้รับการเบียดเบียนด้วยการอดข้าว และตายลงด้วยการหิวข้าวนั่นเอง เป็นดังนี้ ตลอดแสนชาติ
หมายความว่า ผู้ที่เคยทำให้ผู้อื่นตายลงด้วยการอดข้าว น้ำ, ให้งูกัด, วางยา, เอาไฟเผา, ถ่วงน้ำหรือฆ่าโดยใช้อาวุธ เหล่านี้เป็นต้น ผู้นั้นก็ย่อมตายด้วยการอดข้าว น้ำ, ถูกงูกัด, วางยา, ไฟคลอก, จมน้ำ, ถูกอาวุธ เช่นเดียวกัน แสดงว่า อกาลมรณะเหล่านี้ จะเว้นเสียจากอดีตกรรมไม่ได้ จึงเรียกอกาลมรณะนี้ว่า อุปัจเฉทกกรรม
อนึ่ง ความตายที่เป็นอกาลมรณะนี้ นอกจากความตายลงเพราะหิวข้าว ฯลฯ ยังตายเพราะโรคภัยต่างๆ เช่นโรคลม,ดีพิการ, โรคเกี่ยวกับเสมหะ โดยการปฏิบัติตนผิดอนามัย ไม่เป็นไปอย่างสม่ำเสมอ หรือโดยความพยายามของตนเองและของผู้อื่น
การปฏิบัติตนเป็นไปไม่สม่ำเสมอ หมายถึงการที่ผู้นั้นไม่มีปัญญา ที่จะบำรุงรักษาร่างกายให้มีชีวิตยืนยาวอยู่ได้จนตลอดอายุขัยไว้โดยสม่ำเสมอนั่นเอง
การที่สัตว์ทั้งหลายมีสุขภาพดี อายุยืนนั้น จะอาศัยแต่อดีตกรรมอย่างเดียวไม่ได้ จำเป็นต้องมีการบำรุงรักษาร่างกายไว้ด้วยอาหารและยา พร้อมกับบริหารอิริยาบทใหญ่ให้เป็นไปอย่างสม่ำเสมอ จึงจะทำให้สุขภาพดี มีอายุยืนยาวตลอดอายุขัยได้ ฉะนั้น ความตายของคนที่ยังไม่ถึงซึ่งอายุขัยนั้น เพราะไม่มีการบำรุงรักษาร่างกาย ไม่ได้เปลี่ยนอิริยาบทใหญ่ ให้เป็นไปโดยสม่ำเสมอ มัวปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรมด้วยอำนาจกิเลส คือความโลภบ้าง ความโกรธบ้าง ความเห็นผิดบ้าง ไม่รู้ไม้เข้าใจ หรือคิดไม่ถึงบ้าง ทำให้คนทั้งหลายต้องตายลงเป็นส่วนมาก
โดยความพยายามของตนเองหรือคนอื่น เช่นผูกคอตาย, ยิงตัวตาย, กระโดดน้ำตาย, กินยาพิษ เป็นต้น หรือถูกศัตรูฆ่าตาย ถูกสัตว์ทำร้ายจนถึงตาย หรือไม่ก็ถูกเทวดาลงโทษจนถึงตาย เหล่านี้ ล้วนเป็นความตายที่เป็น"อกาลมรณะ" ทั้งสิ้น.

(คู่มือการศึกษาพระอภิธัมมัตถสังคหะ รวบรวมโดย อาจารย์วรรณสิทธิ ไวทยะเสวี)


http://www.oknation.net/blog/boy-girl






เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น