• pierra
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ploy9petch@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-13
  • จำนวนเรื่อง : 356
  • จำนวนผู้ชม : 772948
  • จำนวนผู้โหวต : 253
  • ส่ง msg :
  • โหวต 253 คน
<< กรกฎาคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 31 กรกฎาคม 2555
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 1446 , 13:44:02 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ปฐมตถาคตสูตร (ว่าด้วยทรงแสดงพระธรรมจักร)

[๑๖๖๔] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้:-

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ. ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน กรุงพาราณสี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุปัญจวัคคีย์มาแล้ว ตรัสว่า

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ส่วนสุดสองอย่างนี้* อันบรรชิตไม่ควรเสพ ส่วนสุดสองอย่างนั้นเป็นไฉน?

คือ การประกอบตนให้พัวพันด้วยกามสุขในกามทั้งหลาย อันเป็นของเลว เป็นของชาวบ้าน เป็นของปุถุชน ไม่ประเสริฐไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ๑ การประกอบความลำบากแก่ตน เป็นทุกข์ ไม่ประเสริฐ ไม่ประกอบด้วยผลประโยชน์ ๑

ข้อปฏิบัติอันเป็นสายกลาง ไม่เข้าไปใกล้ส่วนสุด ๒ อย่างเหล่านั้น อันตถาคตได้ตรัสรู้แล้ว กระทำจักษุ กระทำญาณ ย่อมเป็นไปเพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน ก็ข้อปฏิบัติอันเป็นสายกลางนั้น...เป็นไฉน? คือ อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้แหละ...

ซึ่งได้แก่ ความเห็นชอบ ความดำริชอบ วาจาชอบ การงานชอบ เลี้ยงชีพชอบ ความเพียรชอบ ความระลึกชอบ ความตั้งมั่นชอบ ข้อปฏิบัติอันเป็นสายกลางนี้แล อันตถาคตได้ตรัสรู้แล้ว กระทำจักษุ กระทำญาณ ย่อมเป็นไปเพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน.

[๑๖๖๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

ก็ทุกขอริยสัจจ์ นี้แล คือ ความเกิดก็เป็นทุกข์ ความแก่ก็เป็นทุกข์ ความเจ็บก็เป็นทุกข์ ความตายก็เป็นทุกข์ ความประสบกับสิ่งอันไม่เป็นที่รักก็เป็นทุกข์ ความพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักก็เป็นทุกข์ ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้ แม้สิ่งนี้ก็เป็นทุกข์ โดยย่อคือ อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์.

ก็ ทุกขสมุทยอริยสัจจ์ นี้แล คือ ตัณหาให้มีภพใหม่ประกอบด้วยความกำหนัด ด้วยอำนาจความพอใจ ความเพลิดเพลินยิ่งนักในอารมณ์นั้นๆ ได้แก่ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา.

ก็ ทุกขนิโรธอริยสัจจ์ นี้แล คือ ความดับด้วยการสำรอกโดยไม่เหลือแห่งตัณหานั้นแหละความสละ ความวาง ความปล่อย ความไม่อาลัย.

ก็ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจจ์ นี้แล คือ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ ซึ่งได้แก่ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวายามะ สัมมาวาจา สัมมาอาชีวะ สัมมากัมมันตะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ.

* ส่วนสุดสองประการ ที่บรรชิตไม่ควรไม่ควรเสพ คือ กามสุขัลลิกานุโยค (การประกอบตนให้หมกมุ่นพัวพันอยู่ในความสุขในกาม) และ อัตตกิลมถานุโยค (การประกอบตนให้ได้รับความลำบาก) และทรงแสดงข้อปฏิบัติอันเป็นสายกลาง(มัชฌิมาปฏิปทา) ได้แก่ อริยมรรคมีองค์ ๘ ซึ่งเป็นไปเพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพาน.

(พระสุตตันตปิฏก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่มที่ ๓๑ หน้า ๔๒๐ - ๔๒๗)


ธรรมเตือนใจ

"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็มัชฌิมาปฏิปทาเป็นไฉน? ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ เป็นผู้มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกได้, พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายอยู่...พิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่... พิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่ เป็นผู้มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกได้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา"

จาก...พระสุตตันตปิฏก สังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฏิปทาสูตร)


Permalink : http://www.oknation.net/blog/boy-girl 

Permalink : http://www.oknation.net/blog/diamond




เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น