• pierra
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ploy9petch@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-13
  • จำนวนเรื่อง : 356
  • จำนวนผู้ชม : 772948
  • จำนวนผู้โหวต : 253
  • ส่ง msg :
  • โหวต 253 คน
<< กันยายน 2012 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 12 กันยายน 2555
Posted by pierra , ผู้อ่าน : 4919 , 10:37:21 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ณัฐรดา , นายยั้งคิด และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

ประโยชน์จากการศึกษาพระอภิธรรม

 

ประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษาพระอภิธรรมมีอยู่มากมายหลายประการ แต่ที่สำคัญมี โดยสังเขปดังนี้

๑ การศึกษาพระอภิธรรมจะทำให้เข้าถึงแก่นของพระพุทธศาสนา เพราะพระอภิธรรมเกิดจากพระสัพพัญญุตญาณของพระพุทธองค์ การเข้าถึงพระอภิธรรมจึงเท่ากับเข้าถึงพระปัญญาคุณของ พระพุทธองค์อย่างแท้จริง

 ๒ การศึกษาพระอภิธรรม ก็คือศึกษาธรรมชาติการทำงานของกายและใจซึ่งเป็นธรรมชาติ ที่มีอยู่ในตัวเราและสัตว์ทั้งหลายเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องจิต (วิญญาณ) เรื่องเจตสิก เรื่องอำนาจจิต เรื่องวิถีจิต เรื่องกรรมและการส่งผลของกรรม เรื่องการเวียนว่ายตายเกิด เรื่องสัตว์ใน ภพภูมิต่างๆ และเรื่องกลไกการทำงานของกิเลส ทำให้รู้ว่าชีวิตของเราในชาติปัจจุบันนี้มาจากไหนและมาได้อย่างไร มีอะไรเป็นเหตุมีอะไรเป็นปัจจัย เมื่อได้คำตอบชัดเจนดีแล้วก็จะรู้ว่าตายแล้วไปไหน และไปได้อย่างไร อะไรเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างชาตินี้กับชาติหน้า ทำให้หมดความสงสัยแล้วเกิดอีกหรือไม่ นรก สวรรค์ มีจริงไหม ทำให้มีความเข้าใจเรื่องกรรม และการส่งผลของกรรม (วิบาก) อย่างละเอียด ลึกซึ้ง

 ๓ ผู้ศึกษา พระอภิธรรมจะเข้าใจเรื่องของปรมัตถธรรม หรือสภาวธรรมอันจริงแท้ตามธรรมชาติ ในพระอภิธรรมจะแยกสภาวะออกให้เห็นว่าทุกสิ่งไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคลอะไรทั้งนั้น คงมีแต่สภาวธรรมคือ จิต เจตสิก รูป ที่วนเวียนอยู่ในความเกิด แก่ เจ็บ ตาย โดยอาศัยเหตุอาศัยปัจจัยอุดหนุนซึ่งกันและกัน เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป เกิดขึ้นใหม่แล้วก็ดับไปอีก มีสภาพเกิดดับอยู่เช่นนี้ โดยไม่รู้จักจบจักสิ้น แม้ใครจะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม สภาวธรรมทั้ง ๓ นี้ก็ทำงานอยู่เช่นนี้โดยไม่มีเวลาหยุดพักเลย สภาวธรรมหรือธรรมชาติเหล่านี้มิใช่เกิดขึ้นจากพระผู้เป็นเจ้า พระพรหม พระอินทร์ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใด ๆ เป็นผู้บันดาลหรือเป็นผู้สร้าง แต่สภาวธรรมเหล่านี้เป็นผลอันเกิดมาจากเหตุ คือ กิเลสตัณหานั่นเองที่เป็นผู้สร้าง

 ๔ การศึกษาพระอภิธรรม จะทำให้เข้าใจสภาวธรรมอีกประการหนึ่ง อันเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนาที่ต้องการให้เข้าถึงนั่นก็คือนิพพาน, นิพพาน หมายถึง ความหลุดพ้นจากกิเลสตัณหา ผู้ที่ปราศจากกิเลสตัณหาแล้วนั้น เมื่อหมดอายุขัย ก็จะไม่มีการสืบต่อของ จิต + เจตสิก และรูป อีกต่อไป ไม่มีการสืบต่อภพชาติ หยุดการเวียนว่ายตายเกิด พ้นจากทุกข์ทั้งปวงโดยสิ้นเชิง จึงกล่าวว่านิพพานเป็นธรรมชาติที่ปราศจากกิเลสตัณหา เป็นธรรมชาติที่ดับทุกข์โดยสิ้นเชิงและเป็นธรรมชาติที่ พ้นจากจิต เจตสิก รูป นิพพานมิใช่เป็นแดนสุขาวดีที่เป็นอมตะและเพียบพร้อมด้วยความสุขล้วน ๆ ตลอดนิรันดร์กาลตามที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ

 ๕ การศึกษาพระอภิธรรมจะทำให้เข้าใจคำสอนที่มีคุณค่าสูงสุดในพระพุทธศาสนา เพราะแค่การทำทาน รักษาศีล และการทำสมาธิก็ยังมิใช่คำสอนที่มีค่าสูงสุดในพระพุทธศาสนา เนื่องจากเป็นเหตุให้ต้องเกิดมารับผลของกุศลเหล่านั้นอีก ท่านเรียกว่า วัฎฎกุศล เพราะกุศลชนิดนี้ยังไม่ทำให้พ้นไปจากการเวียนว่ายตายเกิด คำสอนที่มีค่าสูงสุดในพระพุทธศาสนาคือ การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามแนวมหาสติปัฎฐาน ๔ เพื่อให้เห็นว่าทั้งนามธรรม (จิต + เจตสิก) และรูปธรรม (รูป) มีสภาพที่ไม่เที่ยง ทนอยู่ไม่ได้ ไม่ใช่ตัวตน บังคับบัญชาไม่ได้ มีการเกิดดับ เกิดดับ ตลอดเวลา หาแก่นสาร หาตัวตน หาเจ้าของไม่ได้เลย เมื่อมีปัญญาเห็นแจ้งในสภาวธรรมตามความเป็นจริงเช่นนี้แล้วก็จะนำไปสู่ การประหาณกิเลสและเข้าถึงพระนิพพานได้ในที่สุด

 ๖ การศึกษาพระอภิธรรม จะทำให้เข้าใจเรื่องอารมณ์ของวิปัสสนาซึ่งต้องใช้นามธรรม (จิต + เจตสิก) และรูปปรมัตถ์เป็นอารมณ์ เมื่อกำหนดรู้อารมณ์ในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานได้ ถูกต้อง การปฏิบัติก็ย่อมได้ผลตามที่ต้องการ

 ๗ การศึกษาพระอภิธรรม เป็นการสั่งสมปัญญาบารมีที่ประเสริฐที่สุดไม่มีวิทยาการใด ๆ ในโลกที่ศึกษาแล้วจะทำให้เกิดปัญญารู้แจ้งโลกเท่ากับการศึกษาพระอภิธรรม

 ๘ การศึกษาพระอภิธรรม เป็นการช่วยกันรักษาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ไว้ให้อนุชนรุ่นหลัง และเป็นการช่วยสืบต่อพระพุทธศาสนาให้มั่นคงถาวรตลอดไป.

 (เรียบเรียงโดย อาจารย์วิศิษฐ์ ชัยสุวรรณ)

 


 Permalink : http://www.oknation.net/blog/boy-girl

 Permalink : http://www.oknation.net/blog/diamond


 

 

 

 

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ภูมิรพี วันที่ : 01/11/2012 เวลา : 13.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/morningmoon

สาธุครับ

ความคิดเห็นที่ 7 pierra ถูกใจสิ่งนี้ (1)
chailasalle วันที่ : 08/10/2012 เวลา : 07.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

พระอภิธรรมเหมือนลายแทง ผืนใหญ่ ของพุทธศาสนา

ความคิดเห็นที่ 6 pierra ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 06/10/2012 เวลา : 23.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

สาธุครับ

ความคิดเห็นที่ 5 pierra ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Payont วันที่ : 06/10/2012 เวลา : 09.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 4 pierra ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ซันญ่า วันที่ : 13/09/2012 เวลา : 20.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

คาราวะ พระอภิธรรม ...น้อมรับ ความไม่มี ไม่ใช่
และระลึกว่า ไม่มีเรา ไม่มี เขา หรือ ใครๆ อีกด้วยค่ะ
ขอบพระคุณมากค่ะ จะอ่าน อีกช้าๆ ...
และอุ่นใจมากที่ กรุณาไป วาง ความเป็น จริงให้ในเอนทรี่
http://www.oknation.net/blog/SonyaUAS/2012/09/10/entry-1
..
ด้วยจิตคาราวะ
..

ความคิดเห็นที่ 3 pierra ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 12/09/2012 เวลา : 18.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

เป็นบทความที่ดีมาก สรุปสาระสำคัญต่างๆได้ครบถ้วน พระอภิธรรมปิฎกต้องยอมรับว่าอ่านเข้าใจยากจริงๆ ล้วนแต่เป็นปรมัตถ์ธรรม ผมได้อาศัยพระเถรจารย์หลายๆรูปที่ได้อธิบายไว้เป็นเครื่องมือในการทำความเข้าใจ ถ้าไม่มีท่านพระอาจารย์เหล่านี้ พระไตรปิฎกที่มีคงเอาไว้หนุนหัวแทนหมอนเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 2 pierra ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ธรรมพยนต์ วันที่ : 12/09/2012 เวลา : 12.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/speechthai

สาธุ..........
ธรรมพยนต์..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
pierra วันที่ : 12/09/2012 เวลา : 10.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pierra
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ...ธรรมทาน ย่อมชนะทานทั้งปวง

พระอภิธรรมปิฏก เป็นหนึ่งในสามของพระไตรปิฏก
คือ ๑. พระวินัยปิฏก
๒. พระสุตตันตปิฏก
และ ๓. พระอภิธรรมปิฏก

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น