• pimthipat
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pimthika@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-06
  • จำนวนเรื่อง : 284
  • จำนวนผู้ชม : 572026
  • ส่ง msg :
  • โหวต 134 คน
Pimthipat
IT'S JUST A MOMENT TO MYSELF
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/pim
วันพฤหัสบดี ที่ 14 ตุลาคม 2553
Posted by pimthipat , ผู้อ่าน : 2752 , 20:24:17 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อ่านเรื่องราวของผู้ชายท่านนี้ ผู้เขียนเอามาเตือนให้คิดสะกิดใจของผู้เขียน เพราะบ้าเพลงและดนตรีไม่น้อย ถึงจะไม่มากเท่าหรือรู้ลึกเหมือนกับกูรูทั้งหลาย  ผู้เขียนต้องย้อนไปปิดหรือเอาบทเพลงที่ยอมรับว่าบ้าได้เลยออกไป เพราะด้วยไม่อยากดื้อรั้นอีกต่อไป เพราะการที่รู้อะไรที่ศาสนาห้าม มันคงไม่ได้เท่ห์ หรือเป็นส่วนหนึ่งที่สังคมมุสลิมผู้ศรัทธาศาสนาอันสูงส่งยอมรับ และการถูกปฏิเสธให้เป็นบ่าวผู้ศรัทธานั้น คงเจ็บปวดที่สุด ผู้เขียนรู้สึกเฉยๆกับการไม่ยอมรับของสังคมที่มีแต่วัตถุนิยม สังคมนิยม การแต่งกายสวยงาม การใช้ของแพงการกินของแพง การอยู่ด้วยความเกินขอบเขตของศาสนา ผู้เขียนเสียใจกับทุกสิ่งที่ทำผิด แต่ทุกวันนี้พยายามเริ่มใหม่และจะเดินต่อไปด้วยอิสลาม บทความนี้ไปอ่านเจอในเว็บไซด์ ของมูรีด ดอทคอม แหล่งรวมผู้รู้และความรู้ของศาสนาอิสลามที่ถุกต้องตามกีตาบุลลอฮิและสุนนะห์ ผู้เขียนได้อ่านแล้วต้องสะท้อนตนเองว่า เราแค่หางอึ่งแต่กลับโอ้อวดความรู้ จริงแท้ผู้เขียนเป็นเพียงผู้ไม่รู้อะไรเลย สิ่งที่รู้ไม่ได้รู้ด้วยตนเองเลย หากแต่พระผู้อภิบาลทรงให้รู้ในสิ่งที่ไม่รู้ ผู้เขียนนำเอาบทความนี้มาโพสไว้ที่บล็อกแห่งนี้ เพราะอยากนำเอาความกล้าหาญในการยอมรับผิดในอดีตที่กลับไปแก้ไม่ได้ของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ออกมายอมรับและยอมจำนนต่อสัจธรรม และเรื่องราวของผู้ชายเจ้าของเรื่องราวนี้คงต้องการให้พี่น้องมุสลิมท่านอื่นๆได้อ่านและนำไปแก้ไขตนเองเช่นกัน.......

เมื่อโฆษกชัยตอน ถูกสัจธรรมตบกะบาล

بِسْمِ الله الرحمن الرحِيْمِ

"ด้วยพระนามของอัลลอฮ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ"

โดย อุสมาน เด็กปากลัด พระประแดง

เนื่องด้วยเรื่องราวที่ผมจะนำเสนอต่อไปนี้  เป็นเรื่องราวชีวิตของผม ที่ผมใช้ชื่อเรื่องว่า “ เมื่อโฆษกชัยตอน ถูกสัจธรรมตบกะบาล ” หลายคนอาจจะสงสัยว่า มันคืออะไร เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ตามลำดับ และที่มาของชื่อนี้ด้วยว่ามาได้อย่างไร อินชาอัลลอฮ์

พูดถึงผู้ที่ศรัทธาแล้วทั้งหลายคงไม่มีใครยอมรับ และปฏิเสธ ว่า เสียงเพลง เสียงดนตรี มันมีบทบาทกับชีวิตมนุษย์รวมทั้งมุสลิมเราด้วย คงอาจจะพูดได้ว่า ถ้าเสียงเพลงมันลองเข้ามาในสมองแล้ว ยาก...ในการที่จะขจัดมันออก อันนี้อาจจะตรงกับชีวิตใครหลายคนรวมทั้งตัวผม ( เมื่อก่อนนี้ ) พูดกันง่ายๆว่า แยกกันไม่ออกระหว่างชีวิตกับเสียงเพลง ผมมีเรื่องราวชีวิตผมที่คลุกคลีกับเสียงเพลงและดนตรีมาเกือบ 20 ปี ขอย้ำว่า 20 ปี มันเข้ากระดูกเลยนะพี่น้อง  ผมจะเล่าให้ฟังว่า ผมได้ปิดฉากกับมันอย่างไร ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ผมจะเล่าที่เฉพาะเรื่องจริงเท่านั้น ไม่แต่งเติม ไม่ตัคทอน เพื่อพี่น้องจะได้รับประโยชน์จากมัน และประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจำวันได้ครับ จะได้เป็นอุทาหรณ์สำหรับใครอีกหลายๆคน วัลลอฮุอัลลัม........... ( ขอบอกไว้นิดนึงว่า ตอนเรียนฟัรดูอีนในวัยเด็กผมไม่เข้าใจอิสลาม ผมไม่รู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด คิดว่าอะไรก็ได้ ขอให้มีอัลลอฮอยู่ในใจ เวลาทำบุญก็ต้องทำอิซิกุโบร์ ตามปู่ย่า ตา ยาย  คนที่ไปกินบุญ ถ้าใครท่องได้ อ่านได้ เก่งๆ ก็จะเท่ห์มาก แต่ผมอ่านไม่ได้เลย เลยถอดใจ วางไว้ แล้วลืมไปเลย ทั้งๆที่ผมก็ไม่ฉุกคิด ว่าเวลาเรียน ไม่เห็นมี วิชา อิซิกุโบรเลย มันอะไรอีกหลายๆอย่าง ที่ทำแล้วเหมือนๆกับ ชาวพุทธ ผมก็เลย ปล่อยมาตั้งแต่เด็ก ไม่สนใจ  เรื่อง ก้อดอ วันก้อดัร ก็เรียนมา เชื่อว่าเป็นกำหนด สภาวะ  แต่ดูเหมือนผมไม่ใช้สมองคิด ไม่วิเคราะเลย เวลาที่ประสพมัน ชัยตอนก็กระซิบกระซาบว่า เพราะมันมีเหตุจึงมีผล  )

เริ่มต้นที่ผมป็นนักศึกษาระดับอุดมศึกษาวิชาชีพ ปวช.สาขาช่างเขียนแบบเครื่องกล เริ่มเรียนปีสามก็มีวงดนตรีของตัวเองตามประสาวัยรุ่น แต่ก่อนหน้าตอนจบม.3 ผมก็เล่นดนตรีแล้วครับพี่น้อง ที่เล่นได้เพราะ ผมคิดว่าดนตรีฮาล้าล ที่บ้านก็เป็น บดอช. ( สายเก่า ) พอเรียนอยู่ปี3 เพื่อนก็ชวนไปเล่นประจำกลางคืนแถวบางนา รู้สึกว่าตอนนั้นดีใจมาก หาเงินได้แล้ว ไม่ต้องขอที่บ้าน

พอเรียนไปด้วยเล่นไปด้วยเริ่มติดใจ ทำไปเรื่อยๆ จนเรียนจบ พอได้งานทำ ทำไปได้สัก ปีกว่า เริ่มอึดอัด คิดถึงดนตรี ลาออกจากงานไปเล่นดนตรี เต็มตัว ผมรู้สึกชีวิตผมไฟเขียว ก็เลยร้อนแรง เต็มที่กับการเล่นดนตรีกลางคืน มันมีความสุข รู้สึกวันๆผ่านไปเร็วมาก ไม่เคยเห็นแสงอาทิตย์ ตื่นมาก็มืดตึ้ดตื๋อแล้วพี่น้อง เล่นไปทั่วจนเริ่มเล่นตามงานปิดวิก (งานวัด ) ให้คนซื้อบัตรมาเข้ามาดูมาเต้น ภายใต้รั้วสังกะสี มีทั้งสุรา นารี มันช่างเป็นสิ่งโสมมยิ่งนัก เวลาที่เรามานึกคิดถึงเรื่องราวตอนนั้น ณ เวลานี้

แนวเพลงที่เล่นตอนนั้นมันอยู่ในช่วงวัยรุ่นครับ เพลงไทย สากล เพลงแดนซ์ วัยรุ่น เล่นหมดทุกแนวพอผ่านมาได้อายุผมประมาน 22 ปี ก็ได้ไปเล่นร้านอาหารสไตร์  rock metal southern rock  ศิลปินที่มาเล่นที่ร้านอาทิเช่น แหลม มอริสสัน ชักกี้ ธัญรัตน์  ดิโอฬาร โปรเจ็ค  มีอีกหลายวงครับ จำไม่ได้  ชื่อร้าน “ sheriff “  ตอนนั้นชีวิตผมเละตุ้มเปะเลยครับ อะไรที่ ฮารอมที่เป็นที่ต้องห้าม ผมทำหมด สุรา ซีนา หมอดู ทุกอย่าง โดยเฉพาะซีนา มันน่าอับอายครับ เพราะมันเยอะจริงๆครับพี่น้อง  แต่ยกเว้นการพนัน เพราะ ผมไม่ถนัดในเรื่องนั้น ชีวิตผมอาจเหมือนอีกหลายๆท่านในตอนนี้ ถ้าท่านผู้นั้นอ่านอยู่ ....ตามผมมาครับจะเล่าให้ฟัง 

ช่วงนั้นผมเล่นดนตรีอยู่ผับ ชาวร็อก ชัยตอนตัวเป้งเลย ไม่ต้องพูดถึงครับ ว่ามีกี่ตัวในร้านนั้น มิหนำซ้ำ ผมยังนอนที่ร้านนั้นด้วย บ้านอยู่ใกล้ๆ แต่ไม่ไปนอน ( คือทางบ้านมีปัญหาด้วย ช่วงนั้น ป๋า กับ มะ ทะเลาะ กัน ป๋าอยู่บ้านหลังเก่าคนเดียว และมะ กับลูกๆ แยกไปเช่าห้องอยู่ ประกอบกับทางครอบครัวผม เป็นครอบครัวที่ผีเข้าผีออก ขออนุญาติใช้คำนี้  ( ที่จริงแล้วมุสลิมต้องเรียกว่า ญินเข้าญินออก ) ชีวิตช่วงนั้นเป็นไปตามที่ชัยตอนมันยุแหย่ ทุกๆอย่างที่มันต้องการจะกระซิบกระซาบ  ผมก็เลย คิดว่า ช่วงนั้นผมลอย ละล่อง สบายๆ แล้วยิ่งไม่มีอีหม่าน ไม่รู้วิธีการป้องกันตามหลักศาสนา ไม่ซีเรียส ชีวิตอยู่กับซัยตอนพอได้เวลาก็เล่นดนตรี พอร้านเลิกก็นั่งกินเหล้า ตื่นมาก็ฝึกเล่นดนตรี วันดีคืนดี ก็มีเรื่องของผู้หญิง เป็นชีวิตที่สกปรก เป็นลูกหาบชัยตอน  แต่ตอนนั้นไม่คิดอะไรมากมาย  ฝึกเล่นดนตรี ทุกๆชิ้น จนผมสามารถเล่นดนตรี ได้ทุกชนิด ผมเริ่ม แต่งเพลง มีความหมายมั่นว่าจะออกอัลบั้มว่างั้นเถอะในช่วงนั้น แต่ไม่สำเร็จ พระองค์ ยังทรงดูผมอยู่ หมายความว่า ไม่ไช่ทางที่พระองค์ขีดให้ผมเดิน อัลฮัมดุลิ้ลลา ผมเริ่ม แต่งเพลงเก็บไว้ สะสมไว้ จนอายุเกือบๆ สามสิบ ก็ปั้นนักร้องเด็กๆ เพื่อเอาเพลงที่เราแต่งให้เขาร้อง ไปเสนอค่ายเพื่อปั้มแผ่น และรับผมเป็นโปรดิวเซอร์ในบริษัทด้วย ความคิดในตอนนั้นเพิ่มมาอีกหนึ่งอาชีพ คือ “ โปรดิวเซอร์  ”นักดนตรีรุ่นน้อง รุ่นพี่ รู้จักผมกันหมด ผมเริ่มมีความชั่วมาในจิตใจอีกอย่างคือ ตะกั๊บบท  เริ่มโอ้อวด เริ่มหยิ่งผยอง ภาษานักดนตรีเรียกว่า อีก้อ เอ้ย !  อีโก้ .......อยากเป็นอยากได้เงิน อยากอยู่เบื้องหลัง  คิดว่านั่น คืองานของเรา

ขณะที่เล่นดนตรีประจำไปด้วย แล้วแต่งเพลงเป็นอาชีพ ไปด้วย ฟังดูเหมือนมันใช่ แต่มันไม่ใช่ เพราะอะไร?  ผมไม่เคย คิดเลยว่า เพลงลูกทุ่งอยู่ในสมอง ผมหวังมากในแนว ป็อบร็อค แต่กลับไม่ไช่ ช่วงนึงชีวิตผมต้องการใช้เงิน เปิดไปเจอในหนังสือพิมว่ารับซื้อเพลงลูกทุ่ง เลยคิดลองดู หนุกๆ แต่งไปเกิด ได้เงินขึ้นมาเลย งง งง กับชีวิต คิดในใจว่า พระเจ้ากำหนด

แต่มันก็หาเป็นสาระไม่  ผมเริ่มรับงานทำดนตรี แต่งเพลง ว่าจ้างเป็นงานอดิเรกเรื่อยมา ภาษาทางดนตรี เรียกว่า “ มือปืนรับจ้าง ” ทั้งๆที่เกิดมาผมก็ไม่เคยไปยิงไครที่ไหนเลย เหอๆ .....    ผมก็เล่นดนตรีประจำที่ร้านอาหาร สาขาใหม่ หมายความว่า ร้านเก่าเจ๊ง ปิดกิจการ แล้วเจ้าของร้านก็มาเปิดร้านใหม่อยู่แถวท่าน้ำพระประแดง ผมเชื่อว่าพี่น้องที่เข้ามาอ่าน อาจจะมีพี่น้องบางคนที่บ้านอยู่แถวพระประแดงน่าจะรู้จักร้านนี้ หรือไม่ก็ไม่รู้จักเลย เพราะถ้ารู้จักร้านอาหารกลางคืน ก็ต้องมาถามกันต่อ ว่ารู้จักได้ไง เคยไปเที่ยวหรอ ? ....  ( แซวเล่นนะครับ ) เจ้าของร้านมาชวนไปเล่น ผมก็ไป เพราะตอนนั้น วงดนตรีผมแยกย้ายไปหมดแล้ว เหลือผมอยู่คนเดียว เลยไปเริ่มใหม่ด้วยการเล่นที่ผมไม่คุ้นเลย ศัพท์ทางดนตรีเรียกว่า “ ซีเคว้น ” หมายถึงผมดีดกีตาร์ร้องเพลงคนเดียว แต่ใช้ คอมพิวเตอร์ เป็นมือกลอง มือเบส มือคีบอร์ ด  ตอนนั้นผมแต่งงานกับภรรยาผมแล้ว ( แต่งแบบ บดอช.)

ส่วนวิธีการขอไม่พูดถึง เพราะไม่ไช่ประเด็น  เจ้าของร้านชวนภรรยาผมไปทำร้านเดียวกับผม เพราะชอบการทำงานของภรรยาผม ภรรยาผมเป็นคนคิดเงิน เป็นแคชเชียร์ ไว้ใจได้  เป็นเด็กเสริฟ ในบางครั้ง พี่น้องครับ หนักกว่าผมอีกครับ ขายเหล้าด้วย แถมชงเหล้าให้แขกกินด้วย บางครั้งก็มีแขกจริงๆ มากินด้วย บอกว่า “ นิ....ขอบางๆนะ นิ.....ขอหนาๆนะ ” ผมไม่ได้ประจานครอบครัวของผม แต่ผมบอกแล้วว่า เรากระเด็นออกมาแล้ว วิธีการกระเด็น เราต้องทำอย่างไรจึงจะให้พ้น ชะนั้น ชีวิตผม ผมขอให้คุ้มค้ากับการที่หยิบยก ช่วงเวลาชีวิตของผม กับครอบครัวผม ออกมาสื่อ ให้พี่น้องหลายๆท่านทราบเพื่อเป็นอุทาหรณ์ มันก็เหมือนการรับใช้ศาสนาของอัลลอฮ์ทางนึงด้วย

เมื่อไปทำงานกันสองคน ผมกับภรรยา ผมก็ไม่รู้  รู้ก็ไม่หมด ภรรยายิ่งไม่รู้เรื่องราวของศาสนา ยิ่งไปกันใหญ่ครับ หาเงินกันกลายเป็นเรื่องสนุก ทั้งเงินเดือน ทั้ง ทิป ทั้งค่า service บางครั้งภรรยา ถูกหวยด้วย แต่ไม่บ่อยนะครับ นี่คืออะไรครับพี่น้อง ........ ชีวิตเราไปกับชัยตอนจนไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ผมเล่นคนตรีไปเรื่อยๆจนหลายปี

ผมทำงานที่นั่นมันผูกพันกับผมมากเลยครับพี่น้อง มันยิ่งกว่าที่ทำงานทั่วๆไปครับ คือเหมือนบ้านนะ ว่ากันง่ายๆ หิวกระหายก็หยิบกิน เหนื่อยก็พัก อู้งานก็ได้ ไม่ว่าไรเลย สบายมากๆ ลูกค้าที่มาเที่ยวที่ร้านก็ผูกพันกับผมมากๆ ไม่มีไครไม่รู้จักผม ไม่ทัก ไม่คุยกับผม ตอนนั้นผมไม่อยากไปยโสธรเลย นั่นมันจังหวัดผม สุดจะอีโก้

จนมาถึงช่วงที่พระองค์ทรงตักดีร กับทางชีวิตของผมกับภรรยา ผมคิดว่าผมจะไม่มีวันนั้นซะแล้ว อัลลอฮ์ ให้สัญญาณกับผมเรียกง่ายๆว่า “ตบกะบาลผม” ยังไง พี่น้องรู้ไหมว่าสองคนผมกับภรรยาหาเงินสองคนรวมกันได้ประมานสามหมื่นบาทต่อเดือน ของผมสองหมื่น ของภรรยาผมอีกหมื่น สามหมื่นบาท ได้มาหลายๆเดือนหลายๆปี กับไม่มีเงินเก็บ กับใช้พอดีเดือน แต่ไม่พอดีกับความต้องการ ไปกู้หนี้ยืมสินมาอีก ผมไม่รู้ว่าอะไรคืออะไร ไปยุ่งกับดอกเบี้ยอีกครับพี่น้อง อัลลอฮุอักบัร ... ชีวิตผมอยู่ในช่วงยืนอยู่ปากเหว คิดไม่ออกบอกไม่ถูก ว่าจะกระโดนลงเหวดี หรือจะหาที่ยึดเกาะไว้ เพื่อไม่ให้มันตก  เพราะอะไร ? ก็เพราะเงินหามาได้ มันน่าจะพอเหลือเก็บอยู่อย่างเห็นๆ แต่ยังไงครับ ไม่พอ คอมพิวเตอร์ผมเดี๋ยวมันก็เสีย เดี๋ยวก็ไม่ติด พอไม่ติด ผมก็ทำเพลงไม่ได้ ก็ต้องซ่อม เอ้า.... ที่บ้านไม่มีเงินซื้อกับข้าว เอ้าเราก็ต้องให้สิครับ พี่ผมแต่ละคนก็ทำงาน เบี้ยน้อย หอยน้อย ไม่เคยพอรายเดือนขอยืมเรา เราก็ต้องให้ ทั้งๆที่ใช้คืนบ้าง ไม่มีเงินคืนบ้างก็ตู๊ๆกันไป เอ้า....ตู้เย็นพัง ซื้อใหม่ มีเงินสดไม่พอ เอ้าไป อีออน  หลังคาบ้านพังไม่มีไครทำ ป๋าก็เสียไปแล้ว เอ้า..... ไปจ้างช่างมาทำ อ้าว....เงินหมด  จ่ายค่าเทอมลูกหมดแล้ว อ้าว....พี่อีออน ขอใช้บริการหน่อย  อ้าวที่บ้านน้ำท่วมพื้นต่ำ ปลวกกินบ้าน เปลี่ยนจาก บ้านไม้ เป็น บ้านปูน

พี่น้องครับ ....... ที่ผมบอกไปนั้นล้วนแล้วแต่เป็นสัญญาณทั้งหมด แต่ยังไม่หมดยังมีอีกเยอะนะครับ ยกมาเท่านี้พอ เดี๋ยวพี่น้องทนฟังไม่ได้เดี๋ยวจะมาบริจาคให้กับผมอีก อิอิอิ ....  ( ล้อเล่นนะครับ )

ส่วนสัญญาณ ที่พระองค์ทรงให้บังเกิด ณ ที่ร้าน  อ้อ.... ผมลืมบอกชื่อร้านไป ชื่อร้าน  “ mixer “ นะครับ

เผื่อใครผ่านไปแถวนั้น ฝากความคิดถึงไปด้วยนะครับ 555555 สัญญาณที่ได้ ณ ที่ร้านคือ

1.   มีเรื่องมีราวกันที่ร้านบ่อยๆ แขกตีกัน มากขึ้นในช่วงที่พระองค์ส่งสัญญาณ

2.  มีเรื่องของไสยศาสตร์เข้ามา คือ มีญิณชัยตอน มาเข้าหลานของเจ้าของร้านบอกว่าเป็นหลวงปู่ทวด บอกว่า แกไม่ได้ให้อะไรฉันเลย คนก็เยอะ แต่ไม่ยอมไหว้เขาเลย ( ตอนนั้นแหละครับที่ผมได้รับทางนำ )

3.  มีเรื่องขึ้นโรงพัก ระหว่างภรรยาผม กับ ลูกค้าที่ร้าน ( ผู้หญิงนะครับ ) คือเรื่องของความหึงนะครับแต่ผมไม่ได้มีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นนะครับ คือ เขามาชอบผมเองแล้วก็รู้ว่าผมมีภรรยาแล้ว รู้ด้วยว่าใครคือภรรยาผม แต่ก็จะคอยมาแขวะ มาว่ารับประทาน( ว่าแดก ) ภรรยาผม ลืมบอกไป ตั้งแต่ภรรยาผมทำงานด้วยกันกับผม ผมก็ไม่ได้มีเรื่องกะล่อน เจ้าชู้เลยอะไรมากนัก มีก็น้อยครับ แต่ก็มีนะครับ ยอมรับว่า มี............

ทั้ง 3 ประการนี้ ถือเป็นสัญญาณที่พระองค์ ทรงประสงค์ให้ผมเห็น  แต่ที่ผมจะหยิบยกแบบว่า ไม้เด็ดที่พระองค์ส่งมาและจะเป็นประการสำคัญที่ผมจะได้รับทางนำที่ถูกต้อง วัลลอฮุอัลลัม......     

ที่ผมบอกว่าผมได้รับทางนำนั้นมันยังไง  ก็คือ ผมเกิดคิดสงสัยขึ้นมาในฉับพลัน ว่า หลวงปู่ทวดคืออะไร แล้วที่ไว้เจ้าที่กันทุกๆคืนคืออะไร ที่ผีเข้าคืออะไร ที่มีเรื่องมีราวความวุ่นวายกันในร้านคืออะไร มาจากไหน เกี่ยวยังไงกับหลวงปู่ทวด ( ที่ผมเคยดูหมอดูเล่นๆตอนนั้นที่เล่าให้ฟังอ่ะ คนที่ดูคือพี่ชายเจ้าของร้าน ตอนนี้ตายไปแล้วเป็นมะเร็ง  เขาบอกว่าเขาบูชาปู่ทวด ) ทีนี้ผมเริ่มคิด เริ่มย้อนอดีต มาปัจจุบัน แต่เดาไม่ได้เรื่องอนาคตสำหรับตัวผม  ผมต้องหาคำตอบให้ได้กับกับเรื่องไสยศาสตร์กับมนุษย์

ช่วงที่ผมเริ่มสงสัยนั้น ผมกับภรรยาผมได้คุยกัน เราทั้งสองสรุปก่อนในตอนต้นว่า เราจะเลิก อบายมุขต่างๆทุกรูปแบบ เช่น เหล้า หวย การนินทา กินของฮะรอม เพราะอะไร ? เพราะตอนนั้นในใจผมรู้ได้โดยอัตโนมัติเลยว่า พระองค์นั้นทรงทดสอบอยู่ ทรงมองดูผมอยู่ และกำลังจะเรียกผมให้มาอยู่ในทางนำที่ถูกต้อง ขอย้ำว่า ทางนำที่ถูกต้อง “สิรอตอลล่าซีนะอัลอัม  ต้าอ้าลัยฮิม” ครับพี่น้อง ไม่ใช่  “งอยลิ้ลมัคดูบี้อาลัยฮิม ว่าลัดดอลลีน” จริงๆความหมายสองอายะฮนี้ ผมรู้มาตั้งแต่สมัยเรียนแล้วครับ แต่ถ้าคนเรา ไม่ประสบ ไม่เจอ อัลลอฮไม่ให้รู้ เขาก็จะไม่รู้ครับ พี่น้อง   

เราสองคนสรุปกันว่าเราเพลาๆ ความหมายในที่นี้คือ เริ่มออกห่างจากงานที่ทำ และเริ่มศึกษาอิสลามกันก่อนผมจะหาคำตอบเสียก่อน ว่าอะไรคือ ไสยศาสตร์ จริงแล้วผมเหนียตว่าจะศึกษาทั้งหมดที่เกี่ยวกับสัจธรรมในเวลานั้น ผมตอบไม่ได้ว่าทำไม ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เข้าใจครับ คืออยู่มันก็คิดอยู่ในใจตลอดเวลาว่าเราต้อง ศึกษา หาคำตอบ ฉะนั้น ผมต้องศึกษา หาคำตอบ ก่อนที่จะได้รับทางนำ นั่นคือสิ่งที่ผมเหนียตในตอนนั้นว่าผมต้อง “ ศึกษาเรื่องราวของอิสลาม ”

ผมจะศึกษายังไงผมคิดอยู่ ในช่วงแรกๆ ผมก็ไปที่มัสยิดก่อน ซึ่งชีวิตผม ไม่ค่อยได้ไปนักนอกจากวันอีด 2 อีด และก็วันศุกร์ แต่ก็ไปบ้างไม่ไปบ้าง พอไปในวันศุกร์ ก็ไปเจอคอเต็บ ที่คอจะตีบๆ หน่อย อ่านคุตบะฮแล้วเห็นคนคนหนึ่ง เอากระติกน้ำ เปิดฝา ไปวางไว้ ตรงมิมบัต ( แหม.... ผมอยากพิมอาหรับนะ แต่แป้นพิมผมไม่มีอักษร อารบิค ขอมะอัฟด้วยครับ ) ผมเริ่มสงสัย ทีละข้อ สองข้อ บางคนใส่โต๊ปละหมาด บางคนใส่หมวกกาปิเยาะฮ บางคน ไม่ใส่หมวก  บางคนโพก สารบั่น บางคน นุ่งกางเกงยีน บางคนใส่โต๊ปบ๊างๆ นั่นเป็นแค่เรื่องความแตกต่างในการแต่งกายละหมาด ผมละหมาดสุนัต 2 ร่อกาอัต แล้วนั่งคอย คุตบะฮ เห็นคนมาละหมาดสุนัต บางคนตักบีร่อตุลเอี๊ยะรอมยกมือสูงถึงติ่งหู บางคนต่ำระดับหน้าอก บางคนยืนขึ้นจากรูกัวะ ตักบีรแบบยกมือขอดุอาร์เฉยเลย ผมเลยสงสัยในวิธีการละหมาดที่ไม่เหมือนกัน เก็บคำถามไว้ได้หลายอย่างแล้ว ตัดสินใจ ไม่ถามคนในสุเหร่าดีกว่า  เพราะยังทำไม่เหมือนกันเลย ผมนึกขึ้นได้ว่า มีอินเตอร์เน็ตนี่หว่า ผมเริ่มเลยครับ เพราะช่วงนั้นอีกไม่กี่วัน ก็จะเข้ารอมฎอนแล้ว กลับมาบ้านเปิดเลยครับวันนั้นเป็นศุกร์พอดีเลยมีเวลาเยอะ เพราะเล่นดนตรีช่วงดึกเลย ตั้งแต่ละมาดวันศุกร์เสร็จ เริ่มลุย เอาผ้ามาโพกหัว เอาดินสอมาเหน็บหู แหะๆๆๆๆ ( อันนี้เติมเอา เพิ่มรสชาดครับคงไม่ทำให้เสียอากีดะฮนะครับ ) เริ่มลุย ปกติที่เน็ตเครื่องที่บ้านบางครั้งหลานมาเข้าเว็ป ก็จะมี ลิงค์ ไปยังเวปต่างๆ คลิกไปคลิกมาแบบผ่านๆ ไปเจอเวปมุสลิม แบบเดิมๆ ผมหาคำตอบไม่ได้ เป็นภาษามาลายูก็มีอ่านไม่ออกแปลไม่ได้ ผมเลยเข้า  google.com ลองเสริช คำว่า muslim แล้วก็ enter  ไปเจอเวปไซด์  mureed.com เพราะอะไร เพราะว่าอักษรเหมือนกันสองตัวแรก mu แต่เอ๊ะ mulimthailand.com ก็น่าจะขึ้นก่อนนะ เพราะ mu เหมือนกัน    คนเข้าก็เยอะ    แปลกมะครับ   พี่น้อง ? แต่ตอนเนี้ย ลองพิม   muslim ก็เจอ mulimthailand.com เหมือนเดิมละครับ แต่ก็เอาหล่ะ  เข้ามาก็อัลฮัมดุลิ้ลลา ผมได้คำตอบทุกๆคำตอบ แต่ตอนแรกผมเข้าไปในเวป ดูหน้าวีดีโอ บรรยาย ผมบอกเลยว่า ไม่เคยเจอที่ไหน เพราะอะไร เพราะไม่มีเวปไหนเลย ที่จะเผยโฉมหน้าโต๊ะครูให้เราเห็น ให้เรารู้  โต๊ะครูคนนี้คือไคร ทำไมเวลาบรรยายไม่ใส่หมวก เฮ้ย !!!! ภาพลักษณ์ก็แปลก ก็หน้าสนใจ ดูแล้วรู้สึก วัยรุ่น ( คือ ถ้าโพกสารบั่นหนาๆ แว่นตาหนาๆ เราก็จะไม่กล้าคุยด้วยเพราะดูแล้วเราสรนอง ไม่กล้าถาม ดูคนละชั้น แต่พอเห็นโต๊ะครูคนนี้ แล้วอยาก คลิ๊กเข้าไปดู นี่ยังไม่ได้คลิกนะ แต่คิดในใจว่าโต๊ะครูคนเนี้ย โคตรโดนเลย ดูสะใจๆ ยังไงไม่รู้  )   แล้วก็อย่างที่คิดครับพี่น้อง คลิ๊กเข้าไปดูไปฟัง บรรยาย สาระประโยชน์ มากมาย คำตอบที่ได้คนละเรื่องกับที่โตมาตามบรรพบุรุษ เพราะอะไร ? เพราะบรรพบุรุษก็คิดเหมือนเรา คือ คนรุ่นก่อนตอบไว้แล้ว เราทำตาม มีหน้าที่ทำตาม ไม่ต้องศึกษา ไม่ต้องวิเคราะห์ ถูก ผิด ไม่รู้ รู้อย่างเดียวว่าตอบอย่างนั่น ตอบอย่างนี้ ตามอย่างเดียว แม้จะลงรูแย้ก็ตาม คำพูดที่พูดมาก็เอามาจากอาจารย์ทั้งนั้นแหละครับ 5555  

หลังจากได้ลองศึกษา mreed.com แล้ว ได้อะไรเยอะมาก แต่ขอมะอัฟนะครับ ทางนำมาถึงน่าเราแล้วถ้ารู้เฉยๆ ยังไม่ปฏิบัติ ยังไม่ถือว่าได้รับทางนำ เพราะจะต้องทำให้เรารู้สึกผิด รู้สึกเสียใจ รู้สึกอยากเป็นคนดี รู้สึกอยากเป็นมุมินผู้ศรัทธา รู้สึกตั้งมั่นตั้งใจแน่วแน่เสียก่อนว่าจะหมั่นทำอิบาดะฮโดยไม่ให้ขาดตกบกพร่องอีกต่อไป รู้สึกว่าเราจะต้องเป็นชาวขวา ( ชาวสวรรค์ )ให้ได้  ต้องรู้สึกถึงให้ได้ความน่ารังเกียจ น่าอับอาย ของเราถ้าเราไม่ทำนมาซ ไม่จ่ายซะกาด ไม่ถือศีลอด เสียก่อน ต้องรู้สึกว่าเราจะต้องกั่นกรอง วิเคราะห์ ใช้สติปัญญาทบทวนในอิสลามที่เราถือแต่ครั้งก่อนว่าถูกหรือผิดอย่างไร มีตามที่อัลกุรอานว่าไหม และตรงตามสุนนะห์ท่านนบีมูฮัมมัด     ( ซล. ) หรือไม่ ถ้าไม่ตรงแล้วเราทำอย่างไร แก้ไขไหม นั่นแหละครับ อัลฮัมดุลลิ้ลลา... นั่นคือ ทางนำ

ผมได้กระจ่างขึ้นมาระดับนึง ผมเริ่มศึกษาอีก โดยถ้าผมสงสัยเรื่องวิชาฟิกซ์หลักการปฏิบัติอิบาดะฮ์ ผมจะมาหาอาจารย์มูรีด  ถ้าสงสัยเรื่องอกีดะฮ์  ผมก็ไปหาเวปของเชคริดอ อะหมัด สมดี  สงสัยเรื่อง ชีอะ เรื่องลัทธิลวงมุสลิม ก็ไปหาอาจารย์ฟารีด เฟ็นดี้  สงสัยเรื่องของสายเก่าบ้านเกิด บดอช. ( จริงๆแล้วบ้านเราก็ซูฟีตารีกัตนั่นแหละครับพี่น้อง เพราะผมเคยคุยกับน้องผมจบปอเนาะ แต่ก็ทำบดอช. ทุกรูปแบบ ) ผมก็จะฟังอาจารย์ อะหมัด ก้อพิทักษ์ครับ ท่านเคยอเร่มเมื่อครั้งแต่ก่อน ท่านเอาจริงเอาจังมาก เคลีย ชัดเจน ถ้าผมจะฟังเพื่อฝึกอีหม่าน ฝึกการศรัทธาของเรา โดยการเอาชนะ นัฟซู และไซตอนในร่างผม ผมจะฟัง อ.อิสมาแอล วิสุทธิปราณี รอฮีมาฮุลลอฮ

คณาจารย์ ทุกๆท่าน ที่ผมเอ่ยนามมา และอีกหลายๆท่านที่ไม่ได้เอ่ยเช่น อ.อับดุลเลาะฮ สุไลหมัด อ.อับดุลเลาะฮ  สุไลหมัด  อ.มุสตอฟา อยู่เป็นสุข  อ.ซอดิกีน อับดุลวารี อ.รอซิกีน อีซา อ.อิสมาอแล ลุตฟี ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นเสียงที่พระองค์อัลลอฮ์ ทรงประสงค์ให้ผมได้ยิน อัลฮัมดุลิ้ลลา....  ยาซากุมุลลอฮุคอนรอลอาจารย์ทุกๆท่านครับ

คราวนี้ผมก็ได้อ่านกุรอานแปลความหมายแล้วมาเรียงลำดับนะครับเริ่มจากในอายะฮกุรอานและฮะดิษซอเฮี๊ยะแต่จำไม่ได้ว่าอายะฮเท่าไรนะครับ ฮาดิษบทที่เท่าไรก็จำไม่ได้นะครับ ขอมะอัฟด้วย

สูเจ้าทั้งหลายจงอย่าตาย  จนกว่าสูเจ้าจะเป็นผู้ศรัทธา เสียก่อน

สูเจ้าทั้งหลายจงนมาด ก่อนที่สูเจ้าจะถูกนมาซ

พวกเจ้าทั้งหลายจะยึดมั่นไว้ซึ่งศาสนาอันเป็นบรรพบุรุษของพวกเจ้าแม้จะหลงทางกระนั้นหรือ

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลายเอ๋ย เจ้าจงดำรงไว้ซึ่ง นมาซ ซะกาต ถือศีลอด แล้วสูเจ้าจะไม่ขาดทุน

พระองค์จะไม่เปลี่ยนหัวใจใครก่อน เว้นแต่เขาจะเปลี่ยนตัวเขาเองเสียก่อน

ที่หยิบยกมาจากอัลกุรอาน ผมขอมะอัฟด้วยครับ ที่ไม่เหมือนทุกๆคำดำรัส เพราะผมเขียนตามภาษาที่คนอย่างเราๆใช้กัน ทั้งหมดนี้ก็เป็นทางนำแล้ว สำหรับคนที่ตระหนักแน่นในเรื่องอีหม่าน

ส่วนฮะดิษซอเฮี๊ยะ ก็ทำให้กระจ่างมากขึ้น เพราะอัถถะธิบายอัลกุรอานให้เราเข้าใจกัน ผมยิ่งเริ่มรู้มากขึ้นคือ

นบีได้ขีดเส้นกลางมาหนึ่งเส้น และเส้นข้างๆหลายๆเส้นทั้งทางซ้ายและขวา แล้วบอกว่า ต่อไปไกล้วันกิยามะฮ มุสลิมจะแตกออกเป็น 73 กลุ่ม ซอฮาบะฮถามว่ากลุ่มไหนได้เข้าสวรรค์ นบีชี้ที่เส้นกลาง บอกว่ากลุ่มที่ตามฉันและบรรดาซอฮาบะฮของฉัน

นบีมูฮัมมัด ( ซล. )ได้บอกว่า ใครที่โกหกต่อฉัน หาว่าฉันทำทั้งๆที่ฉันไม่ได้ทำ จงเตรียมที่นั่งของเขาในไฟนรก

พี่น้องครับ ผมไม่เถียงครับ ว่ามุสลิมที่มีกาลีเมาะชาฮาดะฮ ได้ขึ้นสวรรค์ทุกคน อินชาอัลลอฮ   ครับ ผมไม่เถียงแต่ว่าจากอัลฮะดิษได้บอกไว้ แสดงว่า ผู้ที่มีอีหม่านอัลลอฮ ศรัทธาต่ออัลลอฮ แต่ไม่ปฎิบัติตามที่นบีบอก ก็ต้องลงนรกเพื่อชำระล้างก่อนขึ้นสวรรค์เหมือนกัน แต่ผมว่าสำหรับนรกนั้นผมว่าแม้เพียงวินาทีเดียวก็ไม่สมควรไปเยี่ยมเยียนนะครับ  ฉะนั้นแล้วพี่น้องที่ยังคงอยู่ในสภาพเดิมของผม คือนักดนตรี ยังคงอยู่ ยังหลงอยู่ หากท่านตายในสภาพนักดนตรี เหมือนกับ ไมเคิลแจ็กสัน พี่น้องจะทำอย่างไร  จะสง่างาม หรือสง่างอม พี่น้อง

เรื่องต่อไปยิ่งเพิ่มอีหม่านทำให้ผมได้รับทางนำคือ ไสยศาสตร์ที่เล่าค้างไว้เมื่อสักครู่นี้ ผมก็กลับมาศึกษาจากเวปอาจารย์มูรีดนี้แหละ กับ เชคริดอ ทำให้ผมรู้ได้เลย ว่าหลวงปู่ทวดอะไรของมันเนี่ย คือชัยตอน แต่อัลกุรอานสามารถเอาชนะได้ มันทำให้ผมภูมิใจในความเป็นมุสลิมที่พระองค์ประทานให้มา ได้รู้ได้เห็น ได้ชัดเจนกับเรื่องดังกล่าว อิสลามมีวิธีป้องกัน วิธีแก้ไสยศาสตร์ ถึงเวลาที่ผมจะต้องกลับมาเสียที กลับมากลับอิสลามที่สูงส่ง กลับมาสู่สัจธรรม พอเข้าเดือนรอมฎอนปีที่แล้วผมศึกษาทุกๆวิชาของอิสลามถ้าผมเล่าคงยาวหลายหน้าแน่ๆ ไม่ไหวจะพิมพ์ครับ เอาเป็นว่า 1 ปีเต็มๆหลังจากที่ผมได้รับทางนำ ชีวิตผมเปลี่ยน เป็นคนละเอียดในเรื่องของการใช้ชีวิต จะระวังมากขึ้น จะต้องเช็ก จะต้องดู กับบรรดาเพื่อนๆต่างศาสนิก กับผมก็เหมือนอยู่คนละขั้วไปเลยครับ เหมือนผมเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเพื่อนๆ ผมถือว่าผมตัดขาดเลย เพราะเพื่อนเหล่านั้นไม่ได้พาให้ผมขึ้นสวรรค์ได้แม้แต่น้อย มีแต่สิ่งโสมม ผมจะเอาใจใส่เรื่องต่างๆของศาสนามากขึ้น ทั้งตัวผมเอง ภรรยาผม ลูกผม แม้แต่พี่น้องของผม มะของผม ค่อยๆให้เขาเข้าใจ อิสลามที่บริสุทธฺจริงๆ ไม่ไช่อิสลามตามบรรพบุรุษ ถึงแม้จะบรรพบุรุษก็ไม่ใช่บรรพบุรุษที่ทอดไปยังตัวท่านรอซู้ล ( ซล.) บรรพบุรุษ แค่ เมื่อไม่กี่ร้อยปีนี้เอง เพราะ ของประเทศไทย แต่เดิมก็มาจากพุทธ พราหม ถึงจะมาเป็นมุสลิม ส่วนมุสลิมที่ได้รับ ก็ได้รับมาจากทางอินโด มาเลย์ ล้วนแล้วแต่ไม่ไช่มุสลิมจริงๆ ก็ทำๆกันไป หลายๆกลุ่ม อย่างที่ท่านนบีบอกไว้จริงๆ  ขอบอกไว้นิดนึงว่า การรำกริช อันนั้นไม่ไช่อิสลามนะครับ อิทธิพลมาจาก ประเพณีของพุทธชาวใต้ ที่เคยรำให้รัชกาลที่ 3 ดู จากที่ทราบข้อมูลมา วัลลอฮุอัลลัม....  ส่วนที่จะทำให้ผมคิดว่า นี่แหละคือทางนำที่ถูกต้องก็คือฮะดิษ ที่ท่านรอซุล(ซล.) ได้บอกไว้ว่า จะมีอุมมะฮที่เดินเดินตามนบีขึ้นสวรรค์โดยไม่ถูกสอบสวนเพียงแค่ 70000 คน เท่านั้นเอง แล้วเราลองมาดูซิครับว่า อลุสสุนนะฮ วัลญามาอะฮ์เนี่ยหมดทั้งโลกมีจำนวนเท่าไรกันเอง น้อยมาก เมื่อเทียบกับ จำนวน บดอช. ชีอะ ซูฟีตารีกัต ฯลฯ ฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเลยครับ ผมขอดุอาร์ทุกครั้งเพื่อขออภัยโทษ ในการเตาบะฮ ของผมเองทุกๆวันและจะขอต่อไปจนกว่าผมจะกลับไปสู่ความเมตตาของพระองค์ แต่ผมก็วิเคราะว่า ถึงแม้นักปราชญ์ของอิสลาม ที่ว่าเก่งๆ ถึงแม้นักวิชาการที่ว่า เจ๋งๆ หากพระองค์มิทรงประสงค์ให้เป็นอุมมะฮท่านนบี เขาก็จะไม่เป็น แต่สำหรับผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ ผู้นั้นก็จะเข้าใจอิสลามได้อย่างง่ายดาย ไม่ยาก ไม่ต้องวิเคราะห์อะไรเยอะแยะ หากพระองค์ทรงประงสงค์แล้วไซร้ แม้เพียงอายะฮเดียว แต่เหนียวแน่น มั่นคง ผู้นั้นก็คือผู้ที่ใช่ อุมมะฮท่านนบีนั่นเองครับ เราคงไม่ต้องสงสัยอะไรมากนะครับ อันไหนที่คลุมเคลือ ไม่ชัดเจน ผมคิดว่าอย่าเสี่ยงที่จะปฏิบัติดีกว่าครับ อย่าเลย ไม่คุ้มครับ ส่วนมากที่เสี่ยงๆเอาฮะดิษฎออีฟ เมาดั๊วะมาใช้กันนั้น จงตระหนักถึงชัยฏอนที่อยู่ในตัวมนุษย์เถอะครับ วิ่งตามเส้นเลือด กระซิบในหัวอก ยังไงเขาก็ต้องปฏิบัติตามชัยตอนนั่นเองครับหากเขาคิดสักนิดนึง วางไว้ ขอดุอาร์ เท่านั้นแหละครับ เขาก็จะได้รับทางนำและผลบุญเต็มเม็ดเต็มหน่วย

วิธีการที่ผมจะหนีและลืมและละทิ้งเสียงดนตรีและดนตรี

ผมออกจากงานหลังจากศึกษาศาสนาได้สักพักนึง

ขอดุอาร์ให้ได้งานใหม่ที่ฮาล้าล ( แล้วพระองค์ก็รับดุอาร์ผม อัลฮัมดุลิ้ลลา... )

เสียใจกับกระทำ ที่ทำงานเก่าถึงแม้จะรู้หรือไม่รู้ก็ตามแต่

ตั้งใจแน่วแน่อย่างหนักแน่นว่าจะไม่ทำอาชีพเดิมอีก

ลืมเสียงเพลงซะ ลืมยังไง ? ลืมอย่างนี้ครับ เราก็ไม่ต้องหักดิบนัก คือ เราก็ยังฟังอยู่ แต่ว่าฟังเพลงที่ไม่มีดนตรีหรือ อนาซีด ตามลักษณะของแนวเพลงที่มีเสียงร้องอย่างเดียวบวกกับคิรัส โซฟลาโน ที่รู้จักกันดีคือ อะ-คา-เป-ล่า เพราะจะตาย ลองฟังดูครับ สำหรับนักดนตรีที่ออกมาลองศึกษาเพลงอะคาเปลาดูครับ ยากกว่าดนตรีที่เราเล่นเยอะ เสียงร้องเพียวๆ คอนโทรลก็ยาก ถ้าทายจะตาย เราสามารถ หารายได้จากการแต่งเพลงอนาซีดเนื้อหาดีๆ เกี่ยวกับเดชานุภาพของอัลลอฮ หรือ ความเป็นผู้นำของท่านรอซูลก็ได้นะครับ ใครสามารถก็ลองดูครับ หากมีปัญหาเรื่องของโน๊ต คีรประสานเสียง ผมให้คำปรึกษาได้นะครับดีไม่ดีอาจได้ปั๊มแผ่น ขาย ก็ได้ นะครับ

ฟังอัลกุรอานบ่อยๆ หรือ ฟังบรรยายบ่อยๆ นะครับ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ข้องแวะ ไม่เกี่ยวข้องกับการฟังเพลงอย่างเด็ดขาดครับ เดี๋ยวจะลืมไปเอง  

    

ตอนนี้ผมก็ลืมอดีดไปแล้วครับ เพลงก็ไม่ค่อยฟัง อนาซีดผมก็ยังไม่ค่อยจะฟังเลยอ่ะ ฟังบรรยายอาจารย์มูรีดอย่างเดียวเลย อิอิอิ .....   อาจารย์มูรีดเสียงเพราะดีออก เหอๆ วันดีคืนดี ชวนอาจารย์มูรีดมาร้องอนาซีดซะหน่อย 5555    บังฮูเซน กับบังอะหมัด  มาเป็น คอรัส โซฟลาโน ขำดีพิลึกหล่ะงาน หะหะ....ล้อเล่นนะครับ

สุดท้ายอยากจะบอกกับพี่น้องที่ยังเล่นดนตรีอยู่นะครับ พี่น้องสิ่งไหนที่อัลลอฮใช้ ทำเถอะครับ สิ่งไหนที่อัลลอฮ์ห้ามก็เลิกเถอะครับ มันคงไม่ยากเกินการขอดุอาร์และความสามารถของเราได้หรอกครับ พระองค์รู้ดีว่าเราทำได้ เพราะอัลลอฮสร้างเรามานะพี่น้อง ไม่ให้เป็นการลำบากแก่มนุษย์เลย แต่จะยากลำบากก็ตรงนัฟซูเรานั่นแหละครับ  งานการของมนุษย์ที่มีต่อพระองค์ท่านนั้น ไม่มีคำว่าลำบากกาย ที่เราลำบากๆกันนะ ลำบากใจที่เป็นส่วนของนัฟซูต่างหาก ถ้าเป็นเรื่องนัฟซู เรื่องญินในมนุษย์ เรื่องฆอยบ์  อัลลอฮ์ก็ทรงบอกอยู่แล้วว่าให้ขอดุอาร์ครับพี่น้อง ปฏิบัติให้ถูกในเงื่อนไขที่พระองค์จะตอบรับดุอาร์คือ ไม่กินไม่สวม ไม่ดื่ม ไม่ยุ่งเกี่ยวกับ ของฮารอมครับ การที่อัลลอฮใช้ และอัลลอฮห้ามนั้น ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์กับเราในโลกนี้และโลกหน้านะครับพี่น้อง ดูอย่าง อัลลอฮห้ามไม่ดื่มเหล้า ทำซีนาเพราะอะไรก็ในอัลกุรอานบอกแล้วว่าบนสวนสวรรค์นั้น มีสุราให้ดื่มนะพี่น้อง มีสาวสวรรค์ให้อีกสองนาง ไม่รวมภรรยาเรานะพี่น้อง ทีเนี้ย เปรมเลยพี่น้อง เราอดเปรี้ยวไว้กินหวานบนสวนสวรรค์ของพระองค์ ที่พระองค์สัญญาไว้ดีกว่า ที่นี้เราก็มาดูสิว่าเราทำแล้ว อัลลอฮจะผิดสัญญาไหมพี่น้อง ซีฟัดของพระองค์ก็บอกอยู่แล้วว่าพระองค์คือผู้ทรงรักษาสัญญาเป็นสัจจะ พี่น้องครับ ฉะนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องเสียงเพลงเสียงดนตรีนะครับ บนสวรรค์มีแน่นอน เป็นนักร้องสาวสวรรค์ร้องให้ฟังด้วย บนโลกดุนยานี้อัลลอฮถึงห้ามไม่ให้ผู้หญิงร้องอนาซีดไงครับ

เข้าใจยัง ฉะนั้นถ้าถามผมว่าผมเลิกหรือยัง เสียงเพลง เสียงดนตรี การเล่นดนตรี ผมบอกได้เลยว่ายัง ......ผมจะไปสัมผัสเสียงเพลงที่ไพเราะยิ่ง ดนตรีที่ไพเราะยิ่ง ณ ที่สวนสวรรค์ของอัลลอฮ์ ต่างหากครับ

            หากพี่น้องรักความสบายจริง หากพี่น้องรักชีวิตพี่น้องที่แท้จริง ชีวิตเรายาวนานมากนะครับ รักจริงหรือเปล่าหากรักชีวิตจริง หยุดสิ่ง มั๊วะซิยัต ต่างๆบนโลกดนยานี้แค่พียงไม่เกิน 100 ปี เดี๋ยวก็ย้ายโลกกันแล้ว เรายังมีโลกอะลัมบันซัคอีกนะครับ หากคนทำดี มีความตักวามากๆ ในกุโบร์ก็เป็นสวรรค์เหมือนกันครับ แล้ววันพิพากษามาถึง ทุกอย่างที่ทำมาถูกกางแผ่ ตอบแทนกัน ความดี ความชั่ว ถ้าเป็นชาวขวาก็อัลฮัมดุลิ้ลลา.....ชีวิตของท่านประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง...........

ความหมายของชื่อเรื่อง เมื่อโฆษกชัยตอนถูกสัจธรรมตบกะบาล ความหมายคือ โฆษกชัยตอน หมายถึงอาชีพนักดนตรีของผม ถูกสัจธรรม คือ สัจจะ ความจริง อัลฮัก หรือในความหมายก็คือ ทางนำหรือฮุดาร์นั่นเองครับ ตบกะบาล ศัพท์นี้อาจจะดูรุนแรง แต่สำหรับคนอย่างผมแล้ว คำนี้ยังน้อยไป ความหมายคือ เรียก ชี้ทาง สะกิดใจ นั่นเองครับ ความหมายโดยรวมคือ เมื่อวันที่พระองค์อัลลอฮ์ ทรงเมตตา ชี้ทางให้นักดนตรีอย่างผม ได้รับทางนำนั่นเองครับ.........

ปล. ชื่อหัวข้อเรื่องก็คือ เมื่อโฆษกชัยตอนถูกสัจธรรมตบกระบาล ผมได้ไอเดียมาจาก เชคริดอครับเคยฟังท่านบรรยายในเวปท่านแหล่ะ เรื่องนักดนตรีคนหนึ่ง เป็นญามาอะฮตับลีค ใส่ชุดโต๊ปแสดงตนเป็นผู้ประเสริฐแต่เป็นนักร้องไนท์คลับ เชคเลยเปรียบเปรยเหมือนกับโฆษกชวนคนตกนรก ส่วนโต๊ะครูนั้นเป็นโฆษกชวนคนเข้าสวรรค์ ผมเลยขออนุญาตขอลิขสิทธิ์ คำนี้มาใช้

ท้ายนี้ผมขอบอกตัวเองและพี่น้องที่ยังเล่นดนตรี หรือเลิกแล้ว หรือ ทุกๆคนที่ ไม่เกี่ยวข้องกับดนตรี จงยำเกรง จงตักวา โดยมีอีหม่านให้มากๆก่อน แล้วจะตามมาซึ่งความตักวา ฉะนั้นหมั่นพัฒนาอีหม่านในทุกๆวัน ทุกครั้งที่ละหมาด ความศรัทธา ทั้งในเวลาละหมาด และนอกละหมาด ให้เพิ่มขึ้น ให้มากขึ้น ก่อนจะหมดลมหายใจจากโลกดุนยานี้ ขอดุอาร์ต่อพระองค์ท่านโปรดทรงเมตตา ให้ผม และพี่น้องชาวสุนนะฮของเรามีอีหม่านและตักวากันทั่วทุกคนให้คงไว้ ซึ่งคำว่า..........

ลา อิลาฮ้า อิลลัลลอฮ  มูฮัมมะดัรร่อซูลุ้ลลอฮ ว่าบิ้ลลาฮิตเตาฟิก วัลฮิดายะ....    วัสลาม มุอ้าลัยกุ้ม ว่าเราะฮม่าตุ้ลลอฮิว่าบ่าร่อกาตุฮ

 

 

 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
รวงข้าวฯ วันที่ : 19/10/2010 เวลา : 19.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkao

ผมถูกสอนให้รักทุกคนที่มีศรัทธาแม้เราจะเชื่อแจกต่างกันก็ไม่เป็นไร

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
believeone วันที่ : 15/10/2010 เวลา : 01.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovenature
 It'S Not Just A Cup Of Coffee

สวัสดีคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 20.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

สวัสดีครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

โรฮิงญา

ความเจ็บปวดและความทุกข์สาหัส ที่เราเพื่อนร่วมโลกมองข้ามและละเลย

View All
คุณคิดอย่างไรกับเครื่องหมายฮาลาลในผลิตภัณพ์อาหาร
สินค้าที่มุสลิมบริโภคได้
8 คน
สินค้าส่งออกไปสู่แถบอาหรับ
0 คน
สินค้าที่ได้รับการตรวจสอบตามหลักการศาสนาอนุมัติ
13 คน
สินค้าที่ต้องมีเพื่อให้เป็นสากล
2 คน
สินค้าบังคับให้มีเครื่องหมายฮาลาล
0 คน
ยังมีข้อข้องใจกับเครื่องหมายฮาลาล
0 คน
ไม่สนใจว่าจะมีหรือไม่มี
2 คน
สินค้าที่มุสลิมผลิต
3 คน

  โหวต 28 คน