• aoikrub
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : aoikrub@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 59
  • จำนวนผู้ชม : 93396
  • ส่ง msg :
  • โหวต 43 คน
Pimpimol
วันพุธ ที่ 5 ธันวาคม 2550
Posted by aoikrub , ผู้อ่าน : 1481 , 21:48:07 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ทำไมคนเราถึงคิดฆ่าตัวตาย?

โดยเฉพาะถ้าเขาเป็นคนที่ถูกมองว่ามีพร้อมทุกสิ่งทั้งเงินทอง ชื่อเสียง ความสำเร็จ และความรัก นั่นคือคำถามที่ผุดขึ้นมาหลังจากที่ได้อ่านเรื่องราวของเธเรซ่า ดันแคน (Theresa Duncan) และเจเรมี เบลค (Jeremy Blake) ฉันได้อ่านเรื่องนี้ครั้งแรกตั้งแต่เดือนกันยายนแล้ว ถึงแม้ฉันจะไม่เคยได้ยินชื่อของทั้งคู่มาก่อนที่จะได้อ่านบทความชิ้นนี้ แต่เรื่องของความรักและความตายของคู่หนุ่มสาวที่เป็นตำนานของโลกดิจิตอลยังคงวนเวียนอยู่ในใจฉันเรื่อยมา

และฉันก็อดที่จะตั้งคำถามกับแง่มุมที่ Newsweek พยายามบอกว่าเทคโนโลยีแห่งยุคดิจิตอลคือสะพานที่นำพาทั้งคู่ไปสู่ความตายก่อนวัยอันควร


ดันแคนวัย 40 ปีอดีตเกมดีไซเนอร์ผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูง และได้ผันตัวมาเป็นนักเขียนที่มีสาวกตามอ่านงานของเธอออย่างล้นหลาม เธอเป็นสาวสวย ฉลาด มากความสารมารถ แถมยังเปรี้ยวปรี๊ดทั้งภาพภายนอกและความคิดอ่าน ผลงานท่ีทำให้ชื่อของเธอขึ้นมาอยู่แถวหน้าของวงการเกมคอมพิวเตอร์สำหรับเด็กผู้หญิงก็คือ “Chop Suey” ที่นิตยสาร Entertainment Weekly ยกให้เป็น CD-ROM แห่งปี 1995

เบลควัย 35 เป็นศิลปินดิจิตอลอาร์ตขี้อายที่ผลงานในแนว “Moving Painting” ซึ่งเป็นการนำภาพดิจิตอลแอนนิเมชั่นมาแสดงบนจอพลาสม่าของเขาได้ถูกจัดแสดงในส่วนของนิทรรศการถาวรของ Museum of Modern Art New York (MOMA) ความโดดเด่นของเบลคได้ไปเข้าตานักดนตรีหัวก้าวหน้าอย่าง Beck จนเบลคได้รับมอบหมายให้ออกแบบปกอัลบัมและมิวสิควีดีโอในชุด Sea Change ของเขา


หนึ่งในผลงานของเบลค

ทั้งคู่พบรักจากการได้ร่วมงานกัน โดยเบลคดูแลงานด้านศิลปกรรมของวีดีโอเกมที่ดันแคนออกแบบ กว่า 12 ปีที่ทั้งคู่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ความรักของดันแคนและเบลคเต็มไปด้วยความสนิทเสน่หาที่ไม่ว่าใครได้ยินได้ฟังก็ต้องอิจฉา ภาพที่เพื่อนๆ เห็นจนชินตาคือทั้งคู่มักตระกองกอดเกี่ยวกันไม่เคยห่าง คำว่า “คนๆ เดียวกัน” คือนิยามความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เบลคมักจะตอบอีเมลแทนดันแคน หรือไม่ดันแคนก็จะรับโทรศัพท์ของเบลค  แต่เมื่อถูกถามถึงการแต่งงาน ดันแคนมักหัวเราะสดใสพร้อมกับตอบว่า “ฉันยังต้องการอะไรมากไปกว่านี้อีกเหรอ”


ชีวิตเหมือนฝันของทั้งคู่ดำเนินเรื่อยมาจนกระทั่งตลาดเกม CD-ROM เริ่มอิ่มตัว ดันแคนพยายามขยับขยายหาลู่ทางทำโปรเจคต์แนวใหม่กับทั้ง MTV, Paramount Pictures, Fox Searchlight และสำนักพิมพ์อย่าง Harper Collins แต่ดูเหมือนเธอต้องพบแต่กับความผิดหวัง ในขณะที่งานของเบลคเริ่มได้รับการยอมรับในวงกว้างมากขึ้น จนเขาได้สร้างภาพดิจิตอลในฉากภาพหลอนของหนัง Punch-Drunk Love ที่ Adam Sandler แสดงนำ

ความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่าในการนำเสนอผลงานของตัวเอง ทำให้ดันแคนเริ่มเกิดอาการหวาดระแวงและโทษว่าความล้มเหลวที่เกิดขึ้นกับเธอมาจากแผนสมรู้ร่วมคิดของ Church of Scientology ที่พยายามทุกวิถีทางในการสกัดดาวรุ่งเธอ โดยเธออ้างว่าหลังจากที่ Beck ซึ่งเป็นสมาชิกเจเนอเรชันที่สองของ Scientology ร่วมงานกับเบลค Beck ได้บอกกับดันแคนว่าเขาจะหันหลังให้กับ COS ซึ่งเลยทำให้เธอตกเป็นเป้านิ่งของ COS

หมายเหตุ: โฆษกของ Beck ออกมาให้การปฏิเสธเกี่ยวกับบทสนทนาที่ว่า COS เองก็กล่าวว่าการพูดพาดพิงของดันแคนเป็นเรื่องเหลวไหล

ความกดดันเหล่านี้ทำให้ดันแคนเริ่มก้าวร้าวและแยกตัวจากเพื่อนฝูงที่เคยคบหา จากคู่รักที่เคยเป็นศูนย์กลางความสนใจของทุกปาร์ตี้ที่พวกเขาไปร่วม ดันแคนเริ่มเก็บตัวและสื่อสารกับโลกภายนอกผ่านอินเตอร์เน็ตเท่านั้น


บล็อกของดันแคน

ข้อความของดันแคนที่ปรากฎทั้งในบล็อกและอีเมลของเธอสะท้อนให้เห็นชัดถึงอาการหวาดระแวงและพฤติกรรมก้าวร้าวที่มีต่อคนรอบข้าง

ความสัมพันธ์ของดันแคนและเบลคนั้น เพียงแค่คำว่ารักดูเหมือนจะไม่สามารถถ่ายทอความรู้สึกผูกพันล้ำลึกที่ทั้งคู่มีต่อกัน จึงไม่แน่แปลกใจว่าเบลคยังคงปกป้องและอยู่เคียงข้างแฟนสาวของเขาเสมอ แม้กระทั่งเมื่อดันแคนก้าวล้ำเส้นถึงขนาดเขียนลงในบล็อกของเธอในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ว่าขบวนการที่ร่วมกันกลั่นแกล้งทั้งคู่มีทั้งผู้บริหารของฮอลลีวู้ด ซีไอเอ เอฟบีไอและ Homeland Security Department

ในที่สุดฟางเส้นสุดท้ายของดันแคนก็ขาดผึงลง ในคืนก่อนหน้าที่เธอจะตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลง ดันแคนได้พบกับแครี่ วูดส์โปรดิวเซอร์ของหนังสยองชื่อดัง “Scream” เพื่อพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการสร้างหนังแนวนัวน์ด้วยกัน หลายคนมองว่าโครงการนี้ของดันแคนคงเป็นอีกหนึ่ง “ฝันค้าง”  และตัวเธอเองก็คงพอรู้อยู่เช่นกัน

ระหว่างการต้องก้มหน้ายอมรับความผิดหวังอีกครั้งกับการจากโลกนี้ไป ดันแคนได้เลือกที่จะไม่อยู่ยอมรับความพ่ายแพ้ของตัว

ในวันที่ 10 กรกฎาคมระหว่างที่เบลคออกไปประชุมข้างนอก ดันแคนใช้ยาแก้หวัดไทลินอลพีเอ็มจำนวนมากเป็นเครื่องมือพาเธอไปสู่ทางที่เธอเลือก

เบลคกลับถึงอพาร์ตเม้นท์หลังงามของทั้งคู่ในแมนฮัตตันพร้อมกับสก็อตช์ที่เขาตั้งใจซื้อมาดื่มกับเธอ แต่เขากลับได้พบเพียงร่างไร้วิญญาณของผู้หญิงที่เขารักอย่างหมดหัวใจ

หลังจากที่เบลคถูกจับตาเฝ้าระวังการฆ่าตัวตายอยู่ 24 ชั่วโมง ทุกคนก็เห็นว่าเขาเริ่มที่จะดีขึ้น ถึงแม้เขาจะยังคงเศร้าโศกกับการจากไปของดันแคน แต่เขาก็เริ่มกลับมาทำงานอีกครั้งและวางแผนที่จะไปร่วมงานศพของดันแคนที่จะจัดขึ้นที่มิชิแกน

แต่เพียงเจ็ดวันหลังจากที่ดันแคนฆ่าตัวตาย เบลคตัดสินใจเดินหายไปในท้องทะเลที่หาด Rockaway ห้าวันหลังจากนั้นชาวประมงได้พบศพเขาพร้อมกับนามบัตรและข้อความสั้นๆ ที่ว่าเขาไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้โดยปราศจากดันแคน…


โศกนาฏกกรมของทั้งคู่เป็นเรื่องน่าสะเทือนใจของทุกคนที่ได้ยินได้ฟัง แต่ฉันรู้สึกเคลือบแคลงกับข้อ สรุปที่ว่าเทคโนโลยีที่รายล้อมชีวิตของทั้งคู่อยู่นั้นคือสาเหตุที่ทำให้ดันแคนและเบลคพบจุดจบเช่นนี้

ลองคิดดูว่าหากดันแคนเป็นอดีตโบรเกอร์มือทองของวอลล์สตรีท และเบลคเป็นครีเอทีฟหนุ่อนาคตไกล เขาทั้งคู่จะเลือกทางออกของชีวิตที่ต่างไปจากนี้หรือไม่

เรื่องแบบนี้คงไม่มีใครตอบแทนทั้งคู่ได้

แต่ฉันว่าการที่จะยัดเยียดให้เทคโนโลยีเป็นผู้ร้ายในกรณีนี้ดูจะเป็นข้อสรุปที่ง่ายเกินไป

 

อ้างอิงจากนิตยสาร Newsweek ฉบับประจำวันที่ 10 กันยายน 2550


 

 

 

 

 

Get this widget | Track details | eSnips Social DNA




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
yongchan วันที่ : 21/12/2007 เวลา : 16.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yongchan

พี่อ๋อย อัพบล็อกเหอะ ขอร้อง

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
มิสนอราห์ วันที่ : 20/12/2007 เวลา : 01.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/missnorah

ฮั่นแน่ รูปใหม่

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
chedtha วันที่ : 17/12/2007 เวลา : 19.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

มีด มีประโยชน์ ให้หั่นเนื้อ หั่นผัก ทำอาหาร ฯลฯ
แต่มีด ก็เป็นอาวุธ ฆ่าคนได้
ทุกสิ่งทุกอย่าง อยู่ที่การนำไปใช้งาน
อย่าโทษอุปกรณ์ใดๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี หรือ อินเตอร์เน็ต

คนที่มีจิตใจอ่อนแอ ไม่รู้จักปล่อยวาง ปล่อยให้ความเครียดเข้าครอบงำ
คนที่ไม่เข้าใจความเป็นไปของชีิวิต ใช้ชีิวิตอยู่ด้วยความคาดหวัง
พอผิดหวัง ไม่สมดังใจ ก็เกิดความเครียด ความกดดัน
อ่อนแอ และ ขี้ขลาด เกินกว่าจะยอมรับความจริง
เกินกว่าจะยืนหยัดต่อสู้และรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น
หนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย
เป็นด้วยความอ่อนแอในจิตใจแท้ๆเลย

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
LukeKaEw วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 18.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lukekaew
สบาย สบาย

เวนกำ มิน่าเยย สงสาร

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
MoneyPenny วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 03.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moneypenny
If you like me...run away now!

Forgot to scream to the song!!!

hugs!

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Sydneychocolatier วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 02.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bakingclub
May the Chocolate be with you!!!

บางช่วงที่ท้อแท้หรือผิดหวังในชีวิต ผมเคยคิดอะไรแบบนี้เหมือนกันนะ แต่สมองติ๊งต๊องเจ้ากรรมพาคิดเลยเถิดไปอีกว่า แล้วคนนั้นคนนี้จะมางานศพกูมั้ยวะ?? สมบัติน้อยๆของตูจะตกเป็นของใครเนี่ย ญาติพี่น้องเราจะเสียใจแค่ไหน แฟนเก่า,แฟนปัจจุบันจะเป็นยังงัย??? เอ.... คิดไปคิดมา ขอแกล้งตายดีกว่า อิอิ
ไม่ต้องรีบหรอกครับ ทุกคนมีวันนั้นอยู่แล้ว ใช้เวลาที่มีอยู่ให้เต็มที่ ปัญหามาปัญญามี ตายน่ะมันง่ายไปหน่อยสำหรับการแก้ปัญหา มีปัญญาอยู่ในโลกนี้ได้สิ น่านับถือกว่า..

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
MoneyPenny วันที่ : 11/12/2007 เวลา : 18.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moneypenny
If you like me...run away now!

I cannot explain but I do understand why they chose that path.

Remember, when I told you that I'm prone to suicidal? Sometimes, success or happiness are not the factor to make someone want to live. I don't know if suicide is painless, but I do know that there's no more pain in death.

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
yongchan วันที่ : 07/12/2007 เวลา : 21.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yongchan

เห็นด้วยกับทุกเม้นท์ เห็นด้วยกับพี่อ๋อยว่าโทษเทคโนโลยีไม่ได้หรอก เค้าก็ตัดสินใจเอง...

คงจะคุ้นชินกับความสำเร็จและจัดการกับความผิดหวังไม่เป็น... รึเปล่า?

แต่ยังไงเสีย เรื่องนี้ก็เศร้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
aoikrub วันที่ : 06/12/2007 เวลา : 23.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pimpimol

คุณ apooh จริงค่ะ แต่ไอ้ที่จะไม่หลงระเริงนี่มันทำยากเหมือนกันนะคะ

มิสนอราห์ เรื่องผลกระทบของโลกไซเบอร์นี่เห็นด้วยเลย บางครั้งรู้สึกแย่ๆยังไงไม่รู้เวลาที่จมอยู่กับหน้าจอนานๆ แต่แค่ได้เดินออกไปสูดอากาศข้างนอกก็รู้สึกดีขึ้นทันตาเห็น พี่ว่ามันต้องมีสติรู้เท่าทันความคิดและความรู้สึกของตัวเรา ไม่อย่างนั้นก็อาจจมหายไปในโลกเสมือนจริงได้เหมือนกัน

มวน ชอบคำนี้จัง "เสพย์ติดความสำเร็จขั้นรุนแรง" ได้อารมณ์มากๆ

ยิ้ม ตอนพี่อ่านเรื่องนี้ครั้งแรกอินมากกับความรักของทั้งคู่ ถึงจะเศร้าแต่ก็โรแมนติคมาก น่าเศร้าเนอะที่คนเก่งๆ อย่างนี้ไม่สามารถก้าวผ่านความเปราะบางทางอารมณ์ของตัวเองได้

มาม่า เคยนั่งคิดเหมือนกันนะว่าบางทีการฆ่าตัวตายมันก็อาจจะเจ็บปวดน้อยกว่าการมีชีวิตอยู่
suicide is painless แต่กลัวตายง่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
mamababa วันที่ : 06/12/2007 เวลา : 19.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tootoomama

ไม่สามารถโทษใครหรอก เค้าตัดสินใจเองทั้งนั้น ไม่ว่าจะอ่อนไหวอยู่แล้วในตอนนั้น หรือว่าทนไม่ได้กับความล้มเหลว หรืออะไรก็ตาม
ไม่ว่าท่านเป็นใครจงอย่าเยี่ยงอย่าง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
delicoco วันที่ : 06/12/2007 เวลา : 17.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/delicoco

รักกันมากเลยนะเนี่ยคู่นี้
อืม...จะโทษเทคโนโลยีว่าเป็นส่วนสำคัญในการที่ทั้งดันแคนและเบลคฆ่าตัวตายก็คงไม่ถูกอะ คิดว่าอย่างงี้นะคะพี่อ๋อย
มันน่าจะอยู่ที่สภาวะทางอารมณ์มากกว่า ดูเหมือนว่าคนสองคนนี้จะอ่อนไหวเป็นพิเศษ
เฮ่อ...เสียดายฝีมือ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
muananon วันที่ : 06/12/2007 เวลา : 16.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/muan

จะเรียกว่าอาการ เสพย์ติดความสำเร็จขั้นรุนแรง ได้รึเปล่านะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
มิสนอราห์ วันที่ : 06/12/2007 เวลา : 13.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/missnorah

เรื่องของ 2 คน ผู้ที่อ่อนไหวทางอารมณ์
มันเป็นเรื่องความไม่มั่นคงทางอารมณ์แท้เลยค่ะพี่

แต่มันก็แอบคิดนิดนึงว่าในยุคเทคโนโลยี ว่ากันว่าคนเล่นเน็ตมากเค้าว่าจะใจร้อนขึ้น และขาดระเบียบวินัย รวมทั้งจะรออะไรไม่ค่อยเป็น เพราะมันคลิกปุ๊บปั๊บนั่นเอง และบางครั้งอยู่กับตัวเองและโลกไซเบอร์มาก อาจส่งผลต่ออีคิวบ้าง

อันนี้ก็ยังขึ้นอยู่กับพื้นฐานจิตใจ และสิ่งแวดล้อมของแต่ละคนอีกนั่นเองเนอะ จะโทษเรื่องเทคโนโลยีฝ่ายเดียวก็ไม่ใช่อ่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
apooh วันที่ : 06/12/2007 เวลา : 11.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bedtaled
Reduce..Re-use..Re-cycle

หมีคิดว่าความมั่นคงของจิตใจสำคัญค่ะ
ถ้าเราไม่หวั่นไหวง่าย คนที่เคยประสบความสำเร็จจะไม่ระเริงไปกับความจอมปลอมของมัน และจะไม่โหยหามันเมื่อไม่ได้พบกับมันอีกในช่วงชีวิตหลังจากนั้นค่ะ
มันก็แค่"ภาพลวงตา"จริงป่ะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
aoikrub วันที่ : 05/12/2007 เวลา : 21.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pimpimol

มากรี๊ดด้วยกันเลยสร้อย love เพลงนี้ของ Manic ที่สุด

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
TheQueenofNostalgia วันที่ : 05/12/2007 เวลา : 21.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

ขอกรี๊ดแมนิคก่อนนะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]